พอมาคิดๆ ดูแล้วก็สมเหตุสมผลดี
ตอนที่เผยเชียนหาทำเลเหมาะๆ เปิดร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขาต่างๆ เขาก็มองหาทำเลรกร้างปลอดผู้คน โดยเฟ้นหาแต่ทำเลแย่ๆ ในเมืองจิงโจว
สาขาหมิงหยุนวิลล่าขาดทุนมากที่สุดจากทุกสาขา แสดงให้เห็นว่าทำเลนี้คือจุดที่แย่ที่สุดจากทำเลทั้งหมด
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ระหว่างเลือกหาทำเลเปิดภัตตาคารระดับสูง เผยเชียนจะตัดตัวเลือกออกจนเหลือแค่ทำเลตรงนี้อีกครั้ง
ดูแล้วน่าจะเป็นไอเดียที่ดี
ทำเหมือน ‘วัดเก่าอำพรางกลางภูเขา[1]’ ดีกว่า
แถวหมิงหยุนวิลล่ามีร้านรวงอยู่บ้าง แต่เนื่องจากลูกค้าในละแวกนี้มีน้อยมาก หลายๆ ร้านจึงทยอยปิดตัวกันไปทีละร้าน
ตอนนั้นเผยเชียนเลือกร้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากหมิงหยุนวิลล่าที่สุดมาเปิดร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขาใหม่
ตอนนี้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากร้านอื่นๆ ที่เหลือได้ เผยเชียนตั้งใจจะเลือกทำเลที่ลึกลับกว่าเดิม จะดีมากถ้าได้พื้นที่กว้างๆ จะได้เอามาปรับปรุงทำเป็นภัตตาคารระดับสูง
เขาจะไม่แพร่งพรายข้อมูลของภัตตาคารนี้ลงเว็บไซต์รีวิว พนักงานในสังกัดจะได้มาดื่มด่ำกับอาหารที่ร้านนี้ แต่นอกจากนั้นแล้วก็ปล่อยให้เงียบเหงาไปวันๆ สมบูรณ์แบบสุดๆ
เผยเชียนตั้งใจจะไม่ทำเป็นภัตตาคารแบบบุฟเฟต์ เพราะวงเงินที่ใช้ได้มีจำกัด ไม่สามารถผลาญเงินได้ไวนัก
เขาทำเมนูราคาแพงหูฉี่ขึ้นมาได้ พอมากินเลี้ยงกับพนักงานก็สั่งแต่เมนูแพงๆ จะได้ผลาญเงินได้ไวๆ
วัตถุดิบก็เลือกใช้แต่ของที่ดีและสดที่สุด พูดง่ายๆ คือเขาจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในเมืองจิงโจว
ถ้ามีลูกค้าเข้าร้านน้อยและวัตถุดิบเสียทิ้งหมดล่ะ
ระบบคงไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่
ไม่อย่างนั้นเผยเชียนก็สามารถกว้านซื้อวัตถุดิบมาเยอะๆ แล้วปล่อยทิ้งให้เสียได้ แต่กฎของระบบไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น
แน่นอนว่าเผยเชียนมีแผนสำหรับเรื่องนี้เตรียมไว้แล้ว
วัตถุดิบทั่วไปสามารถซื้อได้เลย เพราะเอามาทำเป็นอาหารให้พนักงานไว้กินกันเองภายในบริษัทได้ ไม่น่าจะเหลือทิ้งมาก ระบบไม่น่าจะว่าอะไร
ส่วนวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างล็อบสเตอร์ออสเตรเลีย เนื้อโกเบ เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว ล็อบสเตอร์สีฟ้า และอื่นๆ สามารถใช้ระบบสั่งจองล่วงหน้าได้ โดยจะต้องจองวันที่จะเข้ามากินและวัตถุดิบที่ต้องการ
สำหรับเผยเชียน ถือว่าไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร เพราะเขามักจะวางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะไปกินเลี้ยงกันตอนไหน พอนึกอยากจะเลี้ยงพนักงาน เขาก็สามารถแจ้งภัตตาคารล่วงหน้าให้เตรียมวัตถุดิบชั้นเลิศไว้ให้
สำหรับลูกค้าที่มาก็จะพบว่าภัตตาคารไม่มีวัตถุดิบชั้นเลิศเลย ทุกอย่างต้องสั่งจองไว้ก่อนล่วงหน้า…
ทำให้พวกเขาไม่อยากมาใช้บริการอีก
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
พอเปิดภัตตาคาร เขาจะจ้างเชฟชื่อดังจากปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แค่เงินเดือนที่ต้องจ่ายก็ช่วยผลาญเงินไปได้ก้อนโตแล้ว
เงินก็ได้ผลาญ อาหารอร่อยก็ได้กิน สมบูรณ์แบบไปเลยไม่ใช่เหรอ
คิดได้แบบนั้น เผยเชียนก็ตัดสินใจจะไปเดินดูรอบๆ วันมะรืน เขาจะหาทำเลที่ปลอดผู้คนและมีขนาดกว้างสำหรับเปิดภัตตาคาร
พื้นที่จะต้องกว้างพอรองรับพนักงานทั้งหมดของเขา
…
…
วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม
หม่าอี้ฉวินเดินเข้าบริษัทจงเตี่ยนจงเหวินแล้วเริ่มทำงานตามปกติ
มีต้นฉบับที่ต้องอ่านไม่มาก รวมกับที่ได้รับมาวันเสาร์อาทิตย์แล้วก็ยังน้อยอยู่ดี ใช้เวลาไม่นานเขาก็อ่านต้นฉบับทั้งหมดเสร็จ
จากนั้นก็เริ่มเขียนพล็อตเกมกลับใจคือฟากฝั่งต่อ จู่ๆ หม่าอี้ฉวินก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเลยพักงานไว้ก่อน
เขาเปิดกระทู้เว็บโนเวล
ระหว่างไล่ดูกระทู้ร้อนแรงหน้าแรกก็พบว่ามีหลายคนเข้ามาถกเรื่องเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน
ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะหม่าอี้ฉวินปล่อยข่าวเรื่องเว็บจงเตี่ยนจงเหวินกำลังเปิดรับต้นฉบับจำนวนมากในหลายช่องทาง รวมถึงช่องทางเว็บบอร์ดด้วย จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีนักเขียนมากมายเข้ามาถกกันเรื่องนี้
แต่จากคอมเมนต์ที่ไล่อ่านดูหม่าอี้ฉวินกลับพบว่าเว็บไซต์ของเขาไม่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเท่าไหร่นัก
“ช่วงนี้มีเว็บเปิดใหม่ด้วยแหละ ชื่อเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน เห็นคนบอกให้ค่าแรงไม่แย่เลย กำหนดให้เขียนแค่สามพันคำต่อวันก็ได้เดือนละพันหยวนแล้ว ได้เยอะกว่าเว็บอู๋เซียนจงเหวินอีก ลองสมัครดูดีไหม มีใครแนะนำได้บ้าง”
หม่าอี้ฉวินปิดเว็บบอร์ดไปเงียบๆ แล้วกลับไปทำงาน
เว็บไซต์เปิดให้บริการเรียบร้อย นักเขียนที่ต้นฉบับได้รับการคัดเลือกทยอยลงนิยายตอนใหม่กันแล้ว หลายๆ อย่างในเว็บเข้าที่เข้าทาง รวมถึงจุดแนะนำในหน้าแรกของเว็บด้วย อย่างน้อยภายนอกก็ดูดีเลยทีเดียว
ตัวเว็บทำออกมาได้สวยงาม เพราะลงเงินไปมาก
แต่ถ้าไล่ดูนิยายที่ขึ้นแนะนำหน้าแรกของเว็บก็จะพบความจริง
ไม่มีเรื่องไหนดีพอจะทนอ่านได้เลย!
ชื่อนิยายมีแต่คำจำพวก เทพ สามีคลั่ง ทหารโหด และอะไรคล้ายๆ กันนี้ นิยายที่มีผู้หญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายก็มีแต่อะไรแบบ ‘ภรรยาดื้อ อย่าโกรธเลยนะคะท่านประธาน’ หรือไม่ก็ ‘ประธานหน้ากากกับภรรยาตัวเล็ก’
ชื่อนิยายเป็นชื่อที่ใช้กันดาษดื่น เนื้อหาข้างในยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เป็นพล็อตที่ใช้ซ้ำกันบ่อยมาก ถ้าเอาไปลงให้เว็บอู๋เซียนจงเหวินต้องไปไม่รอดแน่
ที่แย่ที่สุดคือเรื่องพวกนี้เป็นงานที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว เลยได้ขึ้นแนะนำหน้าแรก ส่วนเรื่องอื่นๆ คุณภาพต่ำตมกว่านี้อีก
หม่าอี้ฉวินส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ ก็เหมือนที่บอสเผยบอกนั่นแหละ ของแบบนี้มันเร่งกันไม่ได้
เขาควรจะไปสนใจเรื่องการเขียนพล็อตเกมกลับใจคือฟากฝั่งมากกว่า
เพราะยังไงก็ไม่มีอะไรที่ทำได้ เอาแรงไปลงกับการเขียนพล็อตออกมาให้ดีเยี่ยมน่าจะดีกว่า
บรรณาธิการหลายคนก็ตื่นเต้นกับการเขียนพล็อตเกมกลับใจคือฟากฝั่งเหมือนกัน พวกเขามาถกกันบ่อยๆ พอติดปัญหาตรงไหนก็รีบมาคุยกันเพื่อหาทางออก
นิยายตอนใหม่ทยอยส่งเข้ามาช้ามาก แทบจะไม่ทันมาตรฐานที่วางเอาไว้
แต่ก็ไม่มีใครคิดอะไร เพราะค่าแรงกับสวัสดิการที่ได้จากบอสเผยนั้นดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินเพิ่มขึ้น
สำหรับหม่าอี้ฉวินแล้วถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็จะได้มีเวลาไปทุ่มเทกับการเขียนพล็อต
ก็เหมือนสำนวนช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม แม้การทำงานช้าไม่ได้การันตีว่างานจะออกมาดี แต่ถ้ารีบร้อนเกินไปงานย่อมเสี่ยงที่จะมีจุดบกพร่องแน่นอน
พล็อตเกมกลับใจคือฟากฝั่งเน้นที่คุณภาพ ไม่ใช่จำนวนคำ ยิ่งเขียนออกมาได้ประณีตเท่าไหร่ยิ่งดี
[1] ภาพเขียนชื่อดังของจีนที่ไม่ได้วาดวัดใส่เข้าไปตามชื่อ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี