บทที่ 1000 แยกย้ายฝึกฝนตน
ทุกคนอยู่ในขั้นเดียวกัน อาจมีทั้งคนแข็งแกร่งและอ่อนแอ แต่เมื่อใดที่มีผู้พยายามทำลายความสมดุลและต้องการก้าวข้ามขั้น คนอื่น ๆ ก็จะพยายามขัดขวางและรบกวน
โลกก็เป็นเช่นนี้ โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรก็ยิ่งเป็นเช่นนี้
ความอิจฉาริษยาในความแข็งแกร่งและความมั่งคั่งเป็นธรรมชาติของคนส่วนใหญ่
ตัวอย่างเช่นจ้าวอู่เจียงก็เป็นเช่นนี้มาก่อน
ตอนแรกเขาธรรมดาสามัญ ไม่มีใครสนใจ แม้จะเริ่มมีชื่อเสียงก็ไม่มีใครสนใจมากนัก
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อจ้าวอู่เจียงสังหารอย่างรุนแรงต่อเหล่าอัจฉริยะของตระกูลหลี่
การต่อสู้ครั้งนั้น จ้าวอู่เจียงแสดงพลังที่แข็งแกร่งเกินไป ต่อสู้กับผู้คนมากมายโดยไม่เหนื่อยล้า สุดท้ายใช้พลังคนเดียวสังหารอัจฉริยะมากมายของตระกูลหลี่ และยังทำลายศิษย์หลายคนของสำนักเติมฟ้า
ความแข็งแกร่งเช่นนี้ และการที่ผู้คนไม่รู้จักที่มาที่ไปของจ้าวอู่เจียงดีพอ ทำให้ในใจของคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าพลังของจ้าวอู่เจียงได้ทำลายความสมดุลที่ทุกคนยอมรับได้
เมื่อหลี่ฉางเซิงใช้พลังอันแข็งแกร่งทำลายกฎเกณฑ์ของดินแดนลับเต๋อเหลียน และใช้สถานะของตระกูลหลี่มาจับกุมจ้าวอู่เจียง มีผู้คนมากมายเลือกที่จะซ้ำเติมคนที่กำลังลำบาก โดยหวังจะกำจัดจ้าวอู่เจีย ไปเสีย
แต่ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างออกไปแล้ว
เมล็ดบัวในใจกลางของดินแดนลับเต๋อเหลียนกำลังจะสุกงอม หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่ง ทุกคนก็ได้ทำความรู้จักกัน พูดคุยปรึกษาหารือกัน และบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
มิเช่นนั้นแล้ว ไม่มีใครจะสามารถได้รับเมล็ดบัวใจกลางดอกบัวได้เลย
เพราะแค่การยืนหยัดอยู่ในใจกลางของดอกบัวได้อย่างมั่นคงก็ต้องใช้พลังขั้นจักรพรรดิแล้ว สองวันนี้ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปหาสถานที่เพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ การจะก้าวข้ามขั้นจักรพรรดิได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน เมื่อถึงเวลา ก็จะเกดการประลองชิงชัยกันที่กลางดอกบัว
แย่งชิงเมล็ดบัวและดอกบัวชที่ร่วงหล่น
เมล็ดบัวแบ่งออกเป็นเมล็ดบัวธรรมดาและเมล็ดบัวแห่งเต๋า
เมล็ดบัวธรรมดาสามารถสร้างร่างบัวได้ เพียงแต่แข็งแกร่งกว่าร่างกายเนื้อและเลือดทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนร่างบัวที่สร้างจากเมล็ดบัวแห่งเต๋าได้รับการขนานนามว่าเป็นร่างกายที่ใกล้เคียงกับเต๋า สามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของสวรรค์และพิภพได้เร็วกว่าคนทั่วไป ส่วนดอกบัวเล็กสามารถนำมาใช้ทำเสื้อผ้า ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกัน และในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เป็นอาวุธได้ด้วย
ตอนนี้เหล่านักปฏิบัติธรรมทั้งหลายกล่าวขอบคุณราชาหมาป่าแล้วจากไป พวกเขาต้องการไปหาสถานที่ฝึกฝนของตนเอง ภายใต้การคุ้มครองซึ่งกันและกันของผู้ร่วมเดินทาง เพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ มุ่งหน้าไปยังใจกลางดอกบัว
หลี่ฉวนจวินก็จากไปแล้ว
เมื่อได้เห็นรุ่นน้องในอดีตที่ตอนนี้กลายเป็นสหายเก่าแก่แข็งแกร่งและไร้เทียมทาน ในใจของเขาปลาบปลื้ม และยังมีความรู้สึกอยากเอาชนะอยู่เล็กน้อย เขากับจ้าวอู่เจียงจะไม่หันกระบี่เข้าหากัน แต่ในฐานะผู้ฝึกฝนวิถีกระบี่ เขามีหัวใจที่ไม่ยอมเป็นรองใคร
ด้านวรรณกรรมไม่มีที่หนึ่ง ด้านการต่อสู้ไม่มีที่สอง
ยิ่งเป็นผู้ฝึกฝนวิถีกระบี่ที่ยืนหยัดอย่างเย่อหยิ่งในโลกนี้ด้วยแล้วจะยิ่งไม่ยอมเป็นรอง
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคืออัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีกระบี่ที่เคยอยู่จุดสูงสุดของวิถึกระบี่ต้าเซี่ย หลี่ฉวนจวิน เจ้าสำนักแห่งสุสานกระบี่!
การจากไปของเขาครั้งนี้ ไม่ใช่การก้าวขึ้น แต่เป็นการก้าวลง เขาต้องไปยังถ้ำกระบี่ที่ชั้นสิบสี่
เมื่อครู่จ้าวอู่เจียงจะมอบวิชาเพลงกระบี่ชิงเหลียนอันยิ่งใหญ่ให้แก่เขา
เขาซึ้งใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไป แล้วกล่าวว่า เขาจะไปพบกับราชันกระบี่ผู้นั้น แทงราชันกระบี่จนร้องโอดโอย จนต้องร้องไห้อ้อนวอนให้เขารับวิชาเพลงกระบี่ชิงเหลียนมา
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า มองส่งหลี่ฉวนจวิน เขาไม่ประหลาดใจที่หลี่ฉวนจวินปฏิเสธความช่วยเหลือ อีกทั้งยังไม่ฃอึดอัดใจด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า