บทที่ 107 มอบหมายตำแหน่งผู้รับภารกิจ
ฮ่องเต้ส่งสัญญาณ ขันทีที่อยู่หน้าบัลลังก์ตวัดแส้ในมือ เป็นสัญญาณให้กลุ่มขุนนางเงียบเสียงลง
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน เสนาบดีกรมมหาดไทยแย้มยิ้มอย่างมีความสุข
เสนาบดีกรมคลังเริ่มวางแผนอยู่ในใจ หากเขาไม่สามารถรับภารกิจนี้ได้จริง ๆ คณะตรวจค้นก็คงต้องพบเจอหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเขาในจวนที่พักของเฉินอันปังเป็นแน่แท้ เสนาบดีกรมคลังคิดว่าจะยัดเงินสินบนให้แก่เสนาบดีกรมมหาดไทย ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่เขาก็ยินดี
ฮ่องเต้จ้องมองไปยังกลุ่มขุนนางด้วยสายตาทรงอำนาจ ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ข้าพบบุคคลที่เหมาะสมต่อการรับภารกิจนี้แล้ว”
เสนาบดีกรมมหาดไทยยิ้มกว้างมากกว่าเดิม เสียงอุทานฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มขุนนางอีกครั้ง หลายคนถึงกับแสดงความยินดีต่อเสนาบดีกรมมหาดไทยอย่างเปิดเผยแล้ว
ขุนนางจากกรมการศึกษาหันมาจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยสายตาเรียบเฉย
“หลังจากนี้ ข้าคงต้องเข้าไปแสดงความยินดีกับท่านเสนาบดีกรมมหาดไทยสักหน่อยแล้ว อนาคตหลังจากนี้ของเขาต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน…”
“ข้าขอประกาศ” ฮ่องเต้ประกาศเสียงดังกังวาน
เมื่อทราบว่าฮ่องเต้กำลังจะประกาศพระราชโองการ เสียงของกลุ่มขุนนางก็เงียบงันลงทันใด
เสนาบดีกรมมหาดไทยยืดอกขึ้น
ฮ่องเต้พูดเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ และใบหน้าสง่างาม
“เฉินอันปังประพฤติผิดฐานทำการฉ้อราษฎร์บังหลวง ทางการจำเป็นต้องบุกตรวจค้นจวนที่พักของเขา และผู้ที่จะรับตำแหน่งผู้นำภารกิจในครั้งนี้ ก็คือ…ขุนนางมี่ซูหลาง จ้าวอู่เจียง!”
“ยินดีด้วยขอรับ ท่านเสนาบดีจ้าว… หา?” บางคนปรบมือกำลังจะแสดงความยินดีต่อเสนาบดีกรมมหาดไทย แต่ก็ต้องหยุดชะงักกลางคัน
เสนาบดีกรมมหาดไทยตกตะลึง นึกสงสัยว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ ผู้ใดคือขุนนางมี่ซูหลาง? จ้าวอู่เจียง? เจ้านั่นเป็นขุนนางขั้นสี่แล้วหรือ?
เสนาบดีกรมคลังก็ยืนตกตะลึงเช่นกัน ดวงตาเบิกถลนอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ฮ่องเต้ประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคงไม่เชื่อไม่ได้ …แต่เพราะเหตุใดจ้าวอู่เจียงถึงกลายเป็นผู้รับภารกิจนี้ได้เล่า?
ขุนนางคนอื่น ๆ หลังหลุดจากอาการตกตะลึง ก็เริ่มส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกประหลาดใจเช่นกัน บรรดาสี่เสนาบดีจากหกกรมใหญ่ต่างก็ทำงานสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ไหนเลยจะคิดได้ว่าภารกิจนี้จะตกไปอยู่ในมือของจ้าวอู่เจียงได้
ขุนนางจากกรมการศึกษาอ้าปากค้าง จ้องมองจ้าวอู่เจียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง หัวใจเต้นระรัว ปรารถนาจะตบหน้าตนเองซักหลายฉาด เมื่อสักครู่นี้ เขาเพิ่งจะพูดล่วงเกินคนของฝ่าบาทไปหลายประโยคทีเดียว
ภายในท้องพระโรงตกอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความโกลาหล ทุกคนต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุด
เสนาบดีกรมมหาดไทยพยายามสะกดกลั้นความไม่พอใจของตนเอง เขาอุตส่าห์ลงทุนเลี้ยงดูกลุ่มขุนนางน้อยใหญ่ไว้หลายปี เหตุผลก็เพื่อแย่งชิงอำนาจกับเสนาบดีกรมคลัง แต่ท้ายที่สุด ตำแหน่งผู้รับภารกิจตรวจค้นจวนที่พักของเฉินอันปังกลับตกไปอยู่ในมือของจ้าวอู่เจียง
และจ้าวอู่เจียงก็เป็นเพียงขุนนางตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้นเอง เพราะเหตุใดกัน?
“ทูลฝ่าบาท ว่ากันตามกฎหมายของแคว้นต้าเซี่ย ผู้ที่จะบุกตรวจค้นจวนของขุนนางระดับสูงได้ ผู้นำภารกิจนั้นจำเป็นต้องมีตำแหน่งลำดับชั้นยศไม่ต่ำไปกว่าเจ้าของจวนพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีกรมมหาดไทยตะโกนคัดค้านเสียงดัง
“บัดนี้จ้าวอู่เจียงเป็นเพียงขุนนางขั้นหก ไม่มีความเหมาะสมแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นขันที มีความสามารถใดจะมายุ่งเกี่ยวกับคดีอันใหญ่โตเช่นนี้กัน?”
“กระหม่อมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ!”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
“มิหนำซ้ำ บัดนี้ กลุ่มขุนนางภายใต้การเลี้ยงดูของท่านยังตั้งคำถามต่อการตัดสินพระทัยของฝ่าบาท นอกจากพวกท่านจะไม่แสดงถึงความเคารพและจงรักภักดีแล้ว พวกท่านถึงกับไม่ยอมคุกเข่าอีกด้วย!” จ้าวอู่เจียงกลอกตา
“หากพวกท่านไม่เคารพโอรสสวรรค์ พวกท่านก็สมควรถูกลงโทษ! ไม่ทราบว่าพวกท่านมีความสูงส่งมาจากที่ใดจึงกล้าตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของฝ่าบาทเช่นนี้?”
“เจ้า…” เสนาบดีกรมมหาดไทยรู้สึกคอแห้ง ได้ยินเสียงบางคนหัวเราะเยาะใส่ตนเองมาจากรอบทิศทาง
เขาคำรามออกไปด้วยความโกรธแค้น “ยึดตามหลักกฎหมายของแคว้นต้าเซี่ย ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไร เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติอยู่ดี!”
เพียะ!
ขันทีหน้าบัลลังก์ตวัดแส้ในมือเมื่อได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ กลุ่มขุนนางเงียบเสียงลงไปในพริบตา ขันทีทำการประกาศพระราชโองการในมือว่า
“ภารกิจตรวจค้นจวนที่พักของเฉินอันปังในครั้งนี้ เดิมทีผู้รับภารกิจเป็นท่านขุนนางมี่ซูเส้าหลินอวี้ แต่ท่านขุนนางหลินอวี้เกิดป่วยไข้กะทันหัน ไม่สามารถรับภารกิจนี้ได้ หน้าที่นี้จึงตกเป็นของผู้รักษาการตำแหน่งในสังกัดอย่างท่านขุนนางมี่ซูหลางจ้าวอู่เจียงเป็นลำดับต่อไป!”
ภายใต้บรรยากาศที่เงียบงัน เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นอีกครั้ง ตำแหน่งขุนนางมี่ซูเส้านั้นเป็นขุนนางขั้นสี่ ถือว่าตรงตามข้อกฎหมายประจำแคว้นต้าเซี่ยที่ระบุเอาไว้พอดี
นี่คือการแต่งตั้งโดยชอบธรรม!
แต่ในหัวใจของทุกผู้คนล้วนทราบดีว่า ความป่วยไข้เหล่านั้นเป็นเพียงข้ออ้างสำหรับการแต่งตั้งจ้าวอู่เจียงก็เท่านั้น
และด้วยเหตุผลนั้นเอง พวกเขาจึงยิ่งตกตะลึงมากไปกว่าเดิม เหตุใดฮ่องเต้จึงให้ค่าจ้าวอู่เจียงมากมายถึงเพียงนี้? พระองค์ถึงกับทรงแต่งตั้งจ้าวอู่เจียงให้รับหน้าที่ดูแลภารกิจสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร?
เสนาบดีกรมมหาดไทยยืนตกตะลึง หนังตากระตุกไม่หยุด ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนเองเพิ่งเห็นและได้ยิน …นี่เขาต้องจ่ายไปมากมาย…เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เช่นนี้หรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า