บทที่ 1129 ชีวิตล่องลอย แม้ครึ่งวันก็ยากจะได้พักนิ่ง
ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นยะเยือก
ทว่าสวีเฟยเยี่ยนกลับรู้สึกร้อนรุ่มและเร่าร้อนอย่างประหลาด
จ้าวอู่เจียงและเธอเพียงแค่ส่งเสียงอึกอาไปมา จ้าวอู่เจียงเป็นฝ่ายส่งสียง ‘อึก’ ส่วนนางส่งเสียง ‘อา’
แม้เสียงของสวีเฟยเยี่ยนจะเลือนรางไม่ชัดเจน แต่ท่าทางของเธอก็สื่อให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอปรารถนาสิ่งใด
ตั้งแต่ดวงตะวันแผดเผา จนถึงช่วงที่เปลวแดดมอดลง
ใกล้พลบค่ำ
สวี่เฟยเยี่ยนมองด้วยแววตาเว้าวอน ไม่อยากจากไป
จ้าวอู่เจียงนั่งพิงเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้าน มองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ทั้งร่างผ่อนคลาย
อาจเป็นเพราะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งปัญญา ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย นึกถึงปัญหาที่ทำให้เขาปวดหัวหลายเรื่อง
หากผู้มีสามหัวหกแขนเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบจะเป็นที่หัวเดียวหรือว่าจะเป็นทั้งสามหัว
หากจ้าวอู่เจียงสามารถชกตัวเองตายได้ด้วยหมัดเดียว จะเป็นการพิสูจน์ว่าเขาแข็งแกร่ง หรือว่าพิสูจน์ว่าอ่อนแอกันแน่
แสงสีส้มยามเย็นทอดยาวทั่วตำหนัก สาดส่องลงบนร่างที่กำลังขี้เกียจของจ้าวอู่เจียง เขาพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน ราวกับต้องการทอดตัวเองให้เหลืองกรอบทั้งสองด้าน
ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขเป็นเพียงภาพลวงตา
แน่นอนว่าในใจเขารู้ดี ไม่มีทางสงบสุขไปได้ตลอด ความสุขเป็นเพียงความรู้สึกลวงตาที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาแอบพักผ่อนจากความยุ่งเยิง
และก็เป็นจริง เขาผ่อนคลายอยู่ราวสองถ้วยชาก็รู้สึกถึงกระแสลมคุ้นเคยที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
เขาเหลือบมองก็เห็นหลินอวี้กำลังวิ่งมา
หลินอวี้เหนื่อยล้า สีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่ทันเดินเข้ามาใกล้ เสียงตะโกนก็ดังมาถึงจ้าวอู่เจียงแล้ว
“องค์ชาย! องค์ องค์ชาย…”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว…เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
“องค์ชาย” หลินอวี้มาหยุดตรงหน้าองค์ชายของตน หอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ลังเลที่จะพูด ราวกับกำลังเลือกสรรคำ
“หืม?” จ้าวอู่เจียงมองหลินอวี้ ส่งสัญญาณให้พูดมาตรง ๆ
หลินอวี้สูดหายใจลึก สีหน้าเศร้าสร้อย
จ้าวอู่เจียงใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยาน
หลินอวี้ได้แต่วิ่งไล่ตามอย่างรวดเร็วบนพื้นดิน
วังหลวงห้ามใช้วิชายุทธ์เหาะเหิน หลินอวี้ไม่กล้าละเมิด แต่เขารู้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้องค์ชายไม่สนใจกฎเกณฑ์พวกนี้แล้ว
จ้าวอู่เจียงแผ่ความโกรธเกรี้ยวทั่วร่าง เหาะทะยานมุ่งไปยังวังหลัง
การแสดงต้องทำให้สมจริง หากจีปอฉางตัวจริงอยู่ที่นี่ ด้วยนิสัยของเขาจะต้องหุนหันแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นข้อห้ามหรือกฎระเบียบใด ๆ ย่อมละเลยไปชั่วคราว
“อิ้นอ๋องวังหลวงห้ามใช้วรยุทธ์!” ทหารรักษาการรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ก็ออกมาขวาง พอเห็นว่าเป็นองค์ชายสี่จีปอฉางก็ถึงกับปวดหัว
พวกเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลังแล้ว รู้ว่าองค์ชายสี่ทำไปเพราะความโกรธและความเศร้าโศกอย่างที่สุด
แต่กฎระเบียบก็คือกฎระเบียบ พวกเขาจำเป็นต้องขัดขวาง
“ไสหัวไป!”
จ้าวอู่เจียงโบกมือ ขว้างสายฟ้า ทหารกระเด็นออกไป
เขาเหยียบย่างบนสายลม มุ่งหน้าไปยังตำหนักหนิงอัน ท่าทางพร้อมฆ่าทุกคนที่ขวางทางให้สิ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า