เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1145

บทที่ 1145 เราจะทำมันอีกครั้งได้หรือไม่?

จ้าวอู่เจียงมองด้วยความหวั่นไหว เขาโอบกอดเซวียนหยวนจิ้งแล้วพูดอย่างจริงจัง

“ข้าพอจะเข้าใจวิธีเปิดใช้กระจกนี้แล้ว มันอาจต้องดูดซับบางสิ่งจากพวกเรา หากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะต้องใช้เลือดและพลังลมปราณจากตระกูลเซวียนหยวนและเจ้าถึงจะกระตุ้นมันได้ ดูเหมือนพวกเราต้องทำกันบ่อย ๆ เสียหน่อยแล้ว”

“นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่เจ้าจะมาหาเรื่องกับข้าใช่หรือไม่?” เซวียนหยวนจิ้งเบิกตากลมโตที่งดงามดุจสายน้ำฤดูใบไม้ร่วง ใบหน้างามเพริศพริ้งเต็มไปด้วยความสงสัยและความเขินอาย ๆ

“สวรรค์เป็นพยาน” จ้าวอู่เจียงสาบานพลางแตะที่หน้าอกอวบอิ่มของเซวียนหยวนจิ้ง

เซวียนหยวนจิ้งส่งเสียงฮึมฮัม ปลายจมูกถูไถกับแก้มของจ้าวอู่เจียงลมหายใจหอมละมุน

“คนโง่ เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือ?”

หืม? จ้าวอู่เจียงสงสัย เขาถึงได้รู้สึกถึงความชื้นและร้อนผ่าว พอก้มมองเห็นเซวียนหยวนจิ้งนั่งอยู่บนตักเขาแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองแนบชิดกันสนิท รอเพียงการร่วมรักเท่านั้น

ดั่งดอกกล้วยไม้ในหุบเขาเปล่าเปลี่ยว กลีบดอกบานสะพรั่ง

งดงามจนไม่อาจละสายตา ทำให้หลงใหลจนลืมเวลา

เซวียนหยวนจิ้งมีเหงื่อซึมผุดทั่วร่าง ใบหน้างามดุจภาพวาดเปียกชื้นด้วยความเขินอายและความน้อยใจ

“ทำไมตอนนั้นเจ้ากับตู๋กูหมิงเยว่ร่วมรักกันแค่ไม่กี่ครั้ง นางก็ตั้งครรภ์ได้

“ข้า…”

จ้าวอู่เจียงพูดอย่างจริงจัง “ร่างกายของแต่ละคนไม่สามารถเหมารวมกันได้ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับความรู้ทางสรีระวิทยาอีกมากมาย”

เซวียนหยวนจิ้งแค่นเสียงอย่างดูแคลน พึมพำว่า “เจ้าคงไม่ได้ทุ่มเทเท่าที่ควรสินะ”

จ้าวอู่เจียงร้องอย่างคับแค้นใจ “ข้าไม่ได้ทุ่มเทพอหรือ? หากทุ่มเทมากกว่านี้ ทุ่งนาคงพังพินาศหมดแล้วกระมัง”

เซวียนหยวนจิ้งแค่นเสียงเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ เผยธาตุแท้ของจิ้งจอกออกมา “ลองอีกสักสองสามครั้ง ข้าถึงจะเชื่อเจ้า”

“ฝ่าบาท ยามดึกสงัดเช่นนี้ ข้าน้อยยังต้องการพักผ่อน”

จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายคงจะหมดเรี่ยวแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเซวียนหยวนจิ้งที่ปกติดูสง่างามและมีกลิ่นอายเย้ายวน แต่เมื่ออยู่กับเขา กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่ชอบรังแกคน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมอบให้จนเต็มที่ทุกครั้ง

เขาดูเหมือนภรรยาน้อยที่ถูกรังแก ช่างน่าสงสารเหลือเกิน

“พอเถอะ ๆ เป็นความผิดของข้าเอง ที่ข้าไม่รู้จักเห็นใจเจ้า” เซวียนหยวนจิ้งเดินกลับมา นั่งข้างเตียง แล้วตบผ้าห่มเบา ๆ

นางดึงจ้าวอู่เจียงเข้ามา แล้วกดศีรษะของจ้าวอู่เจียงแนบกับอกอวบอิ่มของตน พลางปลอบประโลมว่า

“การได้เป็นบุรุษของข้า คงเป็นบุญที่เจ้าสั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน ไฉนเจ้าจึงทำตัวราวกับสตรีในห้องหอที่ถูกทอดทิ้งเช่นนี้?”

“ฝ่าบาท…” จ้าวอู่เจียงน้ำตานองหน้า เสียงสะอื้นไห้ ดูเหมือนว่าหากฝ่าบาทไม่ปลอบประโลมก็คงดีเสียกว่า เพราะยิ่งปลอบก็ยิ่งทำให้ความน้อยใจของเขาล้นจนแทบไม่รู้จะเก็บไว้ที่ใด

เซวียนหยวนจิ้งทำหน้าเคร่ง

“พอเถอะ ๆ อย่าร้องไห้อีกเลย ข้าจะรับผิดชอบต่อเจ้าเอง”

“มิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท…” จ้าวอู่เจียงซุกไซ้ศีรษะไปมาด้วยท่าทางเขินอาย

“ข้าอยากทูลว่า… ขอเช่นนั้นอีกครั้งได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า