บทที่ 1250 สู้ไม่ได้ก็วิ่งหนี
เสียงคำว่า ‘ตาย’ ที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ ก้องกังวานไปทั่วทุกทิศ
ณ ท้องฟ้า วงวนได้หายไป และเยว่ปู้ฝานก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน
หลี่ซ่านฉุนไม่สามารถเอาชนะจ้าวอู่เจียงได้เสียที ในใจเริ่มร้อนรน จึงลงมือรุนแรงขึ้นอีกหลายส่วน แทบจะเป็นการสู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
รอบกายจ้าวอู่เจียงมียันตร์อาคมลอยวนไปมาไม่หยุด แต่ละอันมีความสามารถแปลกประหลาดแตกต่างกัน คอยขัดขวางการโจมตีของหลี่ซ่านชุนอย่างต่อเนื่อง
พลังวิชา เขาสู้ไม่ได้
แต่ยันตร์อาคมเขามีเยอะนี่
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาได้รับการถ่ายทอดวิชายันตร์อาคมจากจางหลินต้าวและได้รับการดูแลจากจางซวีคุนล่ะ?
ตอนนี้หากเขาจะหยิบออกมา ก็สามารถหยิบยันตร์อาคมที่ไม่ซ้ำกันออกมาเป็นกำ ๆ เพื่อต่อสู้กับศัตรูได้
การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างจูกัดเซี่ยวไป๋กับเยว่ปู้ฝาน เขาเห็นอยู่กับตา แต่ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
วิชาลับของตระกูลจูกัดนั้นรุนแรงเกินไป บังคับให้แลกชีวิตต่อชีวิต
มือยักษ์ที่ดูชราภาพเมื่อครู่ คงเป็นของผู้เป็นใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเยว่ปู้ฝาน
ไม่เช่นนั้นคงยากที่จะทำลายวิชาลับของตระกูลจูกัดได้
เหตุใดจักรพรรดิจึงไม่ลงมือกับเขา ในใจเขาคงจะเดาได้บ้างแล้ว เรื่องราวสอดคล้องกับความคิดบางอย่างที่เขาเคยคิดไว้ก่อนหน้านี้
ตอนนี้ เมื่อจูกัดเซี่ยวไป๋ล้มลงในกองเลือดด้วยลมหายใจรางเลือน
เขารีบโยนยันตร์อาคมหลายแผ่นพุ่งไปยังจูกัดเซี่ยวไป๋เพื่อปกป้องเขาไว้ทันที
เป็นไปตามคาด หวังปิ่งที่แอบซุ่มรออยู่ในที่ลับได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลานั้นโจมตีจูกัดเซี่ยวไป๋อย่างไม่ให้ตั้งตัว
โชคดีที่มียันตร์อาคมคุ้มครอง จูกัดเซี่ยวไป๋จึงไม่ถึงกับต้องสิ้นใจลงตรงนั้น
แต่จ้าวอู่เจียงแอบรู้สึกว่า ถึงตนไม่ออกโรง จูกัดเซี่ยวไป๋ก็คงไม่เป็นอะไร
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือ เขาก็จะไม่ลังเล
จูกัดเซี่ยวไป๋เคยช่วยเหลือเขามาหลายครั้ง มีบุญคุณต่อกันมาตลอด เขาจะไม่เอาการคาดเดาของตนไปเสี่ยง โดยเฉพาะกับคนที่มีบุญคุณและสนิทสนมกับตน
เขาอาจเสี่ยงกับตัวเองได้ แต่จะไม่เอาคนพวกนี้ไปเสี่ยง
“เจ้ายังมีเวลามาใส่ใจเรื่องอื่น จะบอกว่าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเช่นนั้นหรือ?”
หลี่ซ่านฉุนผู้มีนิสัยเย็นชาไม่ร้อนไม่หนาว
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงยังสนใจคนอื่นในขณะต่อสู้กับตน มันทำให้เขาเสียหน้าอย่างแท้จริง
เขาเองก็ยังเอาชนะไม่ได้เสียที บัดนี้ความรู้สึกขุ่นเคืองทั้งหลายจึงพลุ่งพล่านขึ้นมาในชั่วพริบตา
“***!” เขาอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
จากนั้นเขาก็ตามรอยลมปราณของจ้าวอู่เจียง โดยการก้าวเท้าใหญ่ ร่างกายวูบวาบไม่หยุด ไล่ตามไป
……
เสียงลมหวีดหวิวรอบด้าน ทิวทัศน์รอบข้างถอยหลังไม่หยุด ผ่านไปในพริบตา
จ้าวอู่เจียงย่นระยะทาง ก่อนจะอุ้มจูกัดเซี่ยวไป๋ที่แทบจะไม่เหลือสภาพคนแล้ว พลางถอนหายใจ
จูกัดเซี่ยวไป๋สู้กับหินแกร่งไม่ได้ จำใจแลกชีวิตหนึ่งต่อหนึ่ง จุดนี้เขานับถือมาก
แต่เขาแทบจะไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด นอกจากจะถึงจุดสิ้นหวังที่สุดจริง ๆ
ไม่เช่นนั้น เขาเลือกที่จะวิ่งหนีถ้าสู้ไม่ได้
ค่อย ๆ สะสมพลังไปก่อน
รอให้เขาพัฒนาจนกลายเป็นเทพอสูรขั้นสุดท้าย แค่ตบมือทีเดียวหลี่ซ่านฉุนก็ตายแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่เขาทำเรียกว่าหลบคมดาบชั่วคราว เรียกว่าแอบเก็บเลเวล เรียกว่าคนฉลาดรู้กาลเทศะ
อีกทั้งเขาไม่อยากต่อสู้กับหลี่ซ่านฉุนในสถานที่นั้น ประการแรกหากต่อสู้กันจริงจังขึ้นมา ผู้ที่จะได้รับความเดือดร้อนก็คือราษฎรที่อยู่แถบนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นสถานที่นั้นก็ถูกองค์ชายใหญ่จับตามองอยู่ หากอยู่นานเกินไปก็จะเพิ่มความเสี่ยงโดยเปล่าประโยชน์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า