บทที่ 1361 ในที่สุดจ้าวอู่เจียงก็ได้แสดงความเก่งกาจ
ซากศพเกลื่อนกลาดโดยที่ไม่มีการนองเลือด
พลังชีพและพลังวิญญาณของเหล่าปีศาจถูกปล้นชิงไปทั้งหมด
จ้าวอู่เจียงผู้ก่อเรื่องนั่งยอง ๆ อย่างสงบนิ่งบนก้อนหินแตก ฝ่ามือซ้ายของเขาบังคับเข็มเงินอยู่หลายเล่ม เขากำลังรักษาอาการบาดเจ็บให้ผู้อาวุโสเทียนหลาน
ไม่นาน ผู้อาวุโสเทียนหลานก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ดวงตาของจิ้งจอกขาวขุ่นมัว มองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
“เจ้า… พวกปีศาจจากเผ่าหมาป่าสวรรค์และเผ่าพยัคฆ์คำรามเล่า?”
“ไม่ต้องกังวล พวกมันตายหมดแล้ว” จ้าวอู่เจียงนับจำนวนเข็มเงินบนร่างของจิ้งจอกขาว และพบว่าตนเองอาจจะฝังเข็มผิด
ตำแหน่งจุดชีพจรบนร่างมนุษย์นั้นเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี แม้หลับตาก็ยังเสียบได้
แต่ตำแหน่งจุดชีพจรบนร่างจิ้งจอกนั้นแตกต่างกัน เขาเคยชินกับการฝังเข็มตามจุดชีพจรของมนุษย์ จึงเผลอฝังผิดไปชั่วขณะ
แม้ว่าหลินหลางจะเป็นจิ้งจอก แต่เขาก็ไม่เคยสัมผัสร่างจิ้งจอกของหลินหลาง อย่างมากก็แค่แปลงร่างให้มีหูจิ้งจอกและหางจิ้งจอกเท่านั้น
อันที่จริงจ้าวอู่เจียงไม่ได้ชอบสัตว์มีขน สิ่งที่เขาชอบก็แค่สตรีที่มีหูเหมือนสัตว์เท่านั้น
เขารู้สึกสะท้อนใจชั่วขณะ ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่ควรลืมที่จะเรียนรู้ ก่อนหน้านี้น่าจะได้ลูบคลำร่างของหลินหลางเพื่อสำรวจโครงสร้างร่างกายให้ดี ๆ บ้าง
“ตายกันหมดแล้ว…” จิ้งจอกขาวกล่าวด้วยลมหายใจอ่อนแรง
“เป็นไปได้อย่างไร… หรือว่าเป็นฝีมือของท่านเทพเต่าศักดิ์สิทธิ์…”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลง ท่านเทพเต่าศักดิ์สิทธิ์คือใคร?
เขาได้ยินชื่อเรียกนี้อีกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยได้ยินในศาลบรรพชน
“ไม่ใช่ฝีมือของท่านเทพเต่าศักดิ์สิทธิ์หรอก” จ้าวอู่เจียงกล่าวอย่างเรียบเฉย
ตึง!
ซากปรักหักพังที่อยู่ไม่ไกลพังทลายลงพาฝุ่นควันลอยฟุ้งอีกครั้ง
ซากปรักหักพังที่ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่เช่นนี้ มักจะเกิดการพังทลายซ้ำเป็นครั้งที่สองหรือแม้แต่ครั้งที่สามได้ง่าย
“แล้วจะเป็นผู้ใดกัน หรือว่าเป็นท่านพญากิเลน?” จิ้งจอกขาวอ้าปากพูด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยแสงริบหรี่ ในที่สุดนางก็เหลือบเห็นร่างที่ผอมแห้งเหล่านั้นในซากปรักหักพัง
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าเป็นเพียงแผ่นไม้ที่พังทลายจากศาลบรรพชนที่เปื้อนฝุ่น แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงพบว่าเป็นศพ
“ไม่ใช่ทั้งหมด…” จ้าวอู่เจียงเล่นเข็มเงินในมือพลางยิ้มกล่าวว่า
“ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
“เช่นนั้นจะเป็นผู้ใดกัน?” เลือดลมผู้อาวุโสเทียนหลานเกือบจะเหือดแห้ง อีกทั้งได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก หลังจากฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
นางสงสัยไม่หยุด ก่อนจะมองไปที่จ้าวอู่เจียง
นางเอ่ยเสียงสั่น
“เป็นเจ้าหรือ…”
เผ่าหมาป่าสวรรค์และเผ่าพยัคฆ์คำรามที่มาบุกรุกตายไปแล้ว แต่สมาชิกในเผ่าจิ้งจอกชิงชิวของพวกนางก็เกือบจะบาดเจ็บล้มตายจนหมดสิ้นเช่นกัน
“ขอบคุณ…” หลินเสี่ยวเค่อเอ่ยด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย พลางมองไปที่จ้าวอู่เจียง
เข็มเงินในมือจ้าวอู่เจียงหมุนไปมาไม่หยุด ก่อนจะค่อย ๆ หยุด
“การรักษาบาดแผลแค่นี้ ต่อไปยังต้องกินยาอีก”
หลินหลางจับมือข้างหนึ่งของเขาอย่างอ่อนโยน มืออีกข้างของบุรุษตรงหน้าก็เช็ดน้ำตาที่หางตาของหลินหลางอย่างอ่อนโยน
หลินหลางไม่อาจอดกลั้นความเศร้าและความน้อยใจได้อีกต่อไป นางโถมตัวเข้าไปในอ้อมกอดของบุรุษตรงหน้าก่อนสะอื้นไห้
จ้าวอู่เจียงโอบเอวของหลินหลางเบา ๆ ปลอบประโลมว่า
“ไม่เป็นไรแล้ว…”
หลินเสี่ยวเค่อดวงตาเป็นประกาย นางเม้มปากและหันหน้าไปทางอื่น
ผู้อาวุโสเทียนหลานบาดเจ็บและกำลังค่อย ๆ ฟื้นฟู นางมองหลินเสี่ยวเค่อแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่คู่รักที่กำลังกอดกันอย่างอ่อนโยน
“ท่านย่า” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่น
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านผู้อาวุโสเต่าศักดิ์สิทธิ์กันแน่?”
ตึง!
ไม่ไกลออกไป กองเศษหิน เศษไม้ และหินที่กองซ้อนกันก็พังทลายลงอีกครั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า