บทที่ 1652 เอาชนะปีศาจในใจ
“ข้าจะต้องเอาชนะปีศาจในใจให้ได้!”
จ้าวอู่เจียงเลือดเนื้อเต็มตัว พลังปรารถนาแผ่ซ่าน สายตาเขาเหลือบมองหลิวเหม่ยเอ๋อร์ที่นอนอ่อนระทวยอยู่บนเตียง เกือบจะทนไม่ไหวจะเข้าหาร่างกายของหลิวเหม่ยเอ๋อร์อีกครั้ง
ผู้คนมักพูดว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมความดีหรือความชั่ว แต่เขากลับเกิดมาพร้อมความปรารถนาที่รุนแรงเกินไป
หลายครั้งที่ผ่านมา หลิวเหม่ยเอ๋อร์ไม่สามารถทำให้เขาอ่อนแรงลงได้ กลับเป็นเขาที่ทำให้หลิวเหม่ยเอ๋อร์ทนรับกระแสพลังอันรุนแรงไม่ไหวจนอ่อนระโหยโรยแรง
ไม่ได้! เขาต้องไม่เป็นแบบนี้อีก ข้าต้องเอาชนะปีศาจในใจให้ได้…
จ้าวอู่เจียงตั้งสมาธิอย่างจริงจัง แล้วตั้งปณิธานในใจ
หลิวเหม่ยเอ๋อร์ทอดสายตาเย้ายวนชวนหลงใหล ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับมองมาที่เขา นางเลียริมฝีปากอย่างเขินอาย กลืนน้ำลายที่ค้างอยู่ที่ริมฝีปากลงคอ
ท่าทางยั่วยวนไร้ซึ่งผู้ใดจะเทียบเคียงนี้ ทำให้จ้าวอู่เจียงตกหลุมพรางในทันที จิตใจที่เคยสงบนิ่งไร้ตัณหาถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
เขาจึงเข้าใกล้หลิวเหม่ยเอ๋อร์ อุ้มนางขึ้นมาอีกครั้งในท่าโปรดของเขา แล้วเริ่มสนทนาทางกายอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา จ้าวอู่เจียงก็สามารถเอาชนะปีศาจในใจได้ โดยการปล่อยปีศาจทั้งหมดเข้าสู่ร่างของหลิวเหม่ยเอ๋อร์
เขาถอนหายใจ รู้สึกผิดอยู่ในใจว่า เหตุใดตนถึงปล่อยให้ตัณหาบดบังสายตาได้?
คนหนุ่มมิควรรู้จักยับยั้งชั่งใจหรอกหรือ?
เขาห่มผ้าให้หลิวเหม่ยเอ๋อร์ แล้วจึงแต่งตัวลงจากเตียง วางยันต์ป้องกันรอบห้องอีกครั้ง แล้วเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกห้อง เพื่อป้องกันมิให้ตนถูกล่อลวงจากร่างอ่อนนุ่มอันน่าหลงใหลของหลิวเหม่ยเอ๋อร์อีกครั้ง
เขาเพิ่งลงมาจากลิฟต์ถึงชั้นหนึ่ง ก็เห็นผู้จัดการโรงแรมรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประจบประแจง พลางค้อมศีรษะ
“คุณจ้าว เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เป็นความบกพร่องในการบริหารจัดการของผม ทำให้คุณไม่พอใจ ผมต้องขอโทษอย่างจริงใจ
พนักงานคนนั้นถูกไล่ออกไปแล้ว ผมรับรองว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วโบกมือไล่
สิ่งที่ทุกคนกำลังมุงดูกันอยู่ คือชายชราท่าทางเหมือนผู้บำเพ็ญกำลังนั่งวาดยันต์อยู่บนพื้น ขณะที่วาดยันต์ ชายชราก็อธิบายไปด้วย ดูเหมือนตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับยันต์ให้กับผู้คนที่มามุงดู
“ฝูลู่นั้น เป็นศาสตร์แห่งวิชาทางตะวันออกของผู้บำเพ็ญโบราณอย่างเรา บางครั้งก็เรียกว่าอักขระยันต์ หมึกยันต์ หรือตำราแดง ส่วนในคำอธิบายของผู้บำเพ็ญเซียน ยันต์ (ฝู) ยังเรียกว่า ยันต์เทพ ยันต์เต๋า ยันต์สวรรค์ ส่วนลู่ก็ยังเรียกว่า ลู่เต๋า ลู่ธรรม ลู่วิเศษ…
ยันต์โดยทั่วไปหมายถึงสัญลักษณ์ที่เขียนลงบนวัตถุรองรับ มีลักษณะคล้ายตัวอักษรแต่ก็ไม่ใช่ คล้ายภาพแต่ก็ไม่ใช่ บางคนเรียกมันว่าโลโก้
วัตถุรองรับนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษจางหรือผ้าไหม แต่ก็สามารถใช้โลหะ หิน ไม้ หรือพืชได้
ส่วนลู่นั้น โดยทั่วไปหมายถึงนามของเทพเจ้า เมื่อใช้ร่วมกับยันต์ เขียนลงบนวัตถุรองรับ สามารถใช้ปราบปีศาจ รักษาโรค และบรรเทาภัยพิบัติได้….”
จ้าวอู่เจียงแสดงสีหน้าสนใจอย่างเต็มที่ เขาแทบไม่เคยได้พบผู้คนจากสำนักเต๋า โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกฝนวิชายันต์ และคนผู้นี้ก็ไม่หวงวิชา เล่าเรื่องราวของยันต์ให้ทุกคนฟัง
ในขณะที่จ้าวอู่เจียงรู้สึกสนใจ กลุ่มคนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ส่วนใหญ่ก็รู้สึกเบื่อหน่าย พวกเขาคาดหวังว่าผู้เฒ่าเต๋าจะแสดงวิชาอันน่าอัศจรรย์อะไรสักอย่าง แต่กลับได้เห็นแค่การวาดยันต์พร้อมคำอธิบาย ดูแล้วช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
ดังนั้นฝูงชนจึงค่อย ๆ แยกย้ายกันไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า