เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1656

บทที่ 1656 จ้าวอู่เจียง? จ้าวเจียง?

“ลบทิ้งความรู้สึก?”

ดวงตาของผู้เฒ่าเต๋าสั่นไหว เขาจ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างตกตะลึง ที่มีคนรุ่นหลังคนหนึ่งสามารถสรุปวิธีการอันชั่วร้ายนี้ได้อย่างกระจ่างชัดเช่นนี้

ในชั่วขณะนั้น เฉียนอู่ฟางราวกับเห็นความหวังในการฟื้นฟูสายการสืบทอดลัทธิตะวันออก

จ้าวอู่เจียงยิ้มพลางอธิบาย “การลบทิ้งความรู้สึกมันช่างโหดร้ายและอำมหิตจริง ๆ อย่างเมื่อครู่ ตอนที่ท่านกำลังบรรยายเกี่ยวกับวิถีโบราณของฝูลู่แห่งตะวันออก มีคนสงสัยและตั้งคำถาม

ความสงสัยเกิดจากการไม่รู้ ส่วนการตั้งคำถามอาจเป็นไปตามความตั้งใจ คนคนนั้นอาจเป็นคนที่ถูกลบความรู้สึกไปจนแล้ว จิตใจจึงไม่ยอมรับวัฒนธรรมการสืบทอดของตัวเองอีกต่อไป

ส่วนอีกกลุ่มคนที่เฝ้าดูเงียบ ๆ แล้วจากไป พวกเขาคือคนที่กำลังถูกวิธีการนี้กัดกร่อน

ดังนั้นเมื่อมีคนดูหมิ่นวัฒนธรรมการสืบทอดในท้องถิ่นของพวกเขา พวกเขาก็ไม่ได้แสดงความโกรธออกมา แต่กลับรู้สึกเฉย ๆ หรืออาจคิดว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น

เมื่อการยอมรับในใจของพวกเขาถอยไปก้าวหนึ่งแล้ว ก็จะค่อย ๆ ก้าวถอยไปอีกนับไม่ถ้วน เมื่อคนแบบนี้มีมากขึ้น วันหนึ่งวัฒนธรรมการสืบทอดเหล่านั้นก็จะพังทลาย ราวกับเขื่อนที่พังเพราะรูมด”

เฉียนอู่ฟางมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาชื่นชม

“หาได้ยากที่จะพบคนรุ่นหลังอย่างเจ้า ช่างน่าครั่นคร้ามจริง ๆ ถ้าการสืบทอดตะวันออกมีคนรุ่นหลังแบบเจ้ามากกว่านี้ ถึงตอนที่พวกโจรพวกนั้นมาบุก พวกมันก็จะเป็นแค่การหาความอับอายมาใส่ตัว”

จ้าวอู่เจียงพยักหน้าอย่างถ่อมตัว เขายิ้มพลางกล่าว

“เรื่องการสืบทอดและการป้องกันวิธีการชั่วร้ายจากการสืบทอดอื่น ๆ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดจริง ๆ แต่ท่านผู้เฒ่าเต๋าก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป แม้แต่หนุ่มหล่ออย่างผมยังมองออก ไม่มีเหตุผลที่ชั้นผู้นำที่ควบคุมอาณาเขตพันดาราทั้งหมดจะมองไม่ออก

พวกเขาต้องมีวิธีรับมือศัตรูแน่นอน และอาจจะวางการป้องกันไว้แล้วด้วยซ้ำ แค่พวกเราประชาชนตัวเล็ก ๆ ไม่รู้เท่านั้นเอง”

“พวกเราแค่ดูแลตัวเองไม่ให้ถูกครอบงำ ถ้ามีความสามารถก็เผยแพร่ค่านิยมที่ถูกต้อง ไม่มีความสามารถก็แค่ใช้ชีวิตอย่างสบายใจและรู้จักประมาณตน อย่างน้อยที่สุดที่ประชาชนอย่างเราจะทำได้คือไม่สร้างความวุ่นวาย ไม่ตามกระแส และไม่ถูกข่าวลือชักจูง”

ตอนที่จ้าวอู่เจียงพูดประโยคนี้ เขาก็พลันนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เคยพบเจอตอนอยู่ที่หัวเซี่ย

มีนักแสดงบางคนที่ชอบแต่งเรื่องล้อเลียนและคัดลอกเรื่องมุกตลกมาสร้างความบันเทิงให้ประชาชน ในการแสดงครั้งหนึ่งพวกเขาได้เหยียดหยามทหารที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ซึ่งภายหลังพวกเขาถูกตรวจสอบและลงโทษอย่างหนัก

ในตอนนั้นมีผู้คนบางส่วนคิดว่านี่เป็นการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แลละพากันวิพากษ์วิจารณ์บนโลกอินเทอร์เน็ต

ตอนที่เขารู้ข่าวนี้ ก็รู้สึกว่าการลงโทษยังเบาเกินไปเสียด้วยซ้ำ ต่อให้ประหารชีวิตก็ไม่เสียดาย เพราะเบื้องหลังเรื่องนี้มีเจตนาร้ายที่ต้องการทำให้ผู้คนชินชาต่อวัฒนธรรมดั้งเดิม ใครก็ตามที่พยายามจะล้างความผิดให้เรื่องนี้ ถ้าไม่โง่ก็ชั่ว

การต่อสู้ทางวัฒนธรรมและจารีตดั้งเดิมมักดำเนินไปอย่างเงียบงัน โชคดีที่คนที่เข้าใจและตื่นรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้เฒ่าเต๋าเฉียนอู่ฟางยิ้มอย่างเมตตาพลางส่ายหน้า ก่อนถอนหายใจอย่างรำพึงรำพัน

“เจ้าไม่รู้จักหรอก คนคนนั้นก็อาจไม่ใช่คนจากดาวเสี่ยวชาง

แต่บอกเจ้าสักหน่อยก็ไม่เป็นไร คนคนนั้นชื่อว่า ‘จ้าวเจียง’ เป็นนักล่าเงินรางวัล”

พอพูดจบ เฉียนอู่ฟางก็ชะงักเล็กน้อย ‘จ้าวเจียง จ้าวอู่เจียง?’

เขามองเด็กที่หน้าตาคุ้นเคยตรงหน้า

จ้าวอู่เจียงมองไปที่ผู้เฒ่าเต๋าด้วยความสงสัย พร้อมทำหน้าไร้เดียงสา ทั้งสองสบตากันด้วยความงุนงง เขาดูเหมือนจะมีความสงสัยเช่นเดียวกับผู้เฒ่าเต๋า

‘ทำไมชื่อว่าจ้าวเจียงกับชื่อของเขาถึงต่างกันแค่การออกเสียงเท่านั้น?’

ผู้เฒ่าเต๋าเฉียนอู่ฟางยิ้มน้อย ๆ คิดในใจว่าทำไมตนถึงได้ระแวงขึ้นมาแบบนี้ จ้าวเจียงกับจ้าวอู่เจียงแม้จะฟังดูคล้ายกัน แต่ที่จริงแล้วต่างกันมาก อันหนึ่งใช้ตัวอักษรที่แปลว่าแม่น้ำ อีกอันหนึ่งใช้ตัวอักษรที่แปลว่าไร้ขอบเขต

ถึงแม้คนตรงหน้าจะชื่อว่าจ้าวเจียง แล้วมันจะบ่งบอกอะไรได้?

ในดวงดาวดวงหนึ่ง คนที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันนั้นมีไม่น้อย อีกอย่างตอนนี้จ้าวเจียงกำลังถูกสำนักงานรักษาความสงบไล่ล่าและตามฆ่า การจะหาที่ซ่อนตัวยังอาจจะไม่ทันเลย แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะออกมาเดินเล่นอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ได้?

ยิ่งไปกว่านั้น คนตรงหน้ามีใบหน้าหล่อเหลาเป็นเลิศ ถ้าจ้าวเจียงมีหน้าตาแบบนี้ ทำไมต้องใส่หน้ากากอิเล็กทรอนิกส์ปิดบังอำพรางตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า