บทที่ 1662 จ้าวอู่เจียงเดินเข้าสู่วงเวท
“พระเจ้าทรงตรัสว่า คุณมีบาป”
เอลิซาวางมือขาวเนียนลงที่หน้าอก ทาบลงบนเหรียญนักบุญที่อยู่ใต้เสื้อ ดวงตาจับจ้องมองที่จ้าวอู่เจียง จากนั้นเธอก็แผ่ดินแดนพิเศษของตัวเองออกมาทันที เพื่อกระตุ้นเจ็ดอารมณ์ หกความปรารถนาของจ้าวอู่เจียงอย่างสุดกำลัง
“พระเจ้าองค์ไหนพูด? ให้มันออกมาสิ แล้วดูว่าฉันจะทุบเขาหรือไม่ แล้วเรื่องก็จะจบ” จ้าวอู่เจียงไม่เชื่อในพระเจ้า เพราะหนึ่งเขาเองก็เป็นเทพอยู่แล้ว และสองเพราะเขาเคยเป็นถึงเทพปีศาจ
เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายเคลื่อนไหววูบวาบปรากฏตัวต่อหน้าเอลิซา
เอลิซาตกใจถอยหลัง กำเหรียญนักบุญที่อยู่ใต้เสื้อแน่น ร่างกายหายวับไปในพริบตา
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว มองไปรอบ ๆ ระเบียงทางเดินที่มืดสนิทก็ไม่เห็นร่างของเอลิซาแล้ว
เขาหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนจะแล้วลืมขึ้น เมื่อสัมผัสได้ถึงเส้นทางที่เอลิซาหนีไป เขาดีดนิ้วมือ ปลายนิ้วลุกไหม้ด้วยยันต์ไฟ แล้วไล่ตามเอลิซาไป
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านใบหน้า เขายืนอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี บนดาดฟ้าของโรงแรม
เอลิซากำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นไม่ไกล สองมือขยับไม่หยุด ดูเหมือนจะกำลังซ่อมแซมวงเวทอักขระที่ใช้ขับไล่ปีศาจ
เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงไล่ตามมา สีหน้าของเอลิซาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก มือเร่งความเร็วขึ้น
จ้าวอู่เจียงชี้นิ้วขึ้น ปราณกระบี่ทำลายอักขระที่วาดอยู่บนพื้นดาดฟ้าโดยตรง เขาเหยียบก้าวหนึ่ง วูบไปปรากฏตัวตรงหน้าเอลิซา พลังฝึกบำเพ็ญในร่างสั่นสะเทือนหนึ่งที ทำลายดินแดนพิเศษในร่างกายของเอลิซา จากนั้นก็คว้าคอเอลิซาขึ้นมา
ทว่าเอลิซาที่ถูกเขาจับคอขึ้นมากลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับแย้มยิ้มอย่างดงาม ในดวงตายังคงเย็นชาหยิ่งผยองและดูแคลนเหมือนตอนแรกพบ
“คุณแพ้แล้ว จ้าวอู่เจียง”
ในชั่วขณะถัดมา เอลิซาก็กลายเป็นหมอกขาว จางหายไปจากมือของจ้าวอู่เจียง
ชั่วพริบตาถัดมา ข้างกายจ้าวอู่เจียงร่างของเอลิซาค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ดวงตาของเธอมองมาที่จ้าวอู่เจียง
“ฉันต้องยอมรับว่าคุณฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้มาก”
จ้าวอู่เจียงไม่ได้โจมตีเอลิซาอีก เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวของเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ดาดฟ้าหายไป ท้องฟ้ายามราตรีก็หายไปเช่นกัน ทุกทิศทางรอบตัวกลายเป็นความมืดสนิท ในอากาศเต็มไปด้วยหมอกดำที่ดูเบาบางแต่เข้มข้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อเอลิซากลายเป็นหมอกขาวและจางหายไป จ้าวอู่เจียงก็ตระหนักได้ว่าตนได้พ่ายแพ้ในการปะทะครั้งสั้น ๆ นี้
เป็นไปตามที่เอลิซาบอก เขาแพ้แล้ว
เขาแพ้ตรงไหน?
เขาแพ้ตรงที่ค้นพบวงเวทอักขระขับไล่ปีศาจที่เอลิซาวางไว้ และแพ้ตรงที่ใช้ปราณกระบี่ทำลายวงเวทอักขระนั้น
ทำไมเขาถึงแพ้ตรงนี้? เพราะการที่เขาค้นพบวงเวทอักขระและทำลายมัน ล้วนเป็นสิ่งที่เอลิซาจงใจนำพาให้เขาทำ
เขาเดินเข้าไปในวงเวทของเอลิซา แม้จะคาดเดาและรู้สึกได้ว่าพลังพิเศษของเอลิซาเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ แต่เขาก็ยังติดกับ ไม่สามารถคิดให้ทะลุปรุโปร่งได้ตั้งแต่แรก
“ฉันจะรอดูปีศาจที่เกิดขึ้นในตัวคุณ ดูคุณถูกมันทำลาย”
จ้าวอู่เจียงติดอยู่ในวงเวทของเอลิซาราวกับปลาบนเขียงที่ถูกจับวาง แต่เขาไม่ตื่นตระหนก ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งเหมือนเดิม
“ไม่มีอะไรสามารถทำลายฉันได้”
“ใช่ ไม่มีใครสามารถทำลายคุณได้…” เอลิซาไม่ได้ปฏิเสธ เธอเริ่มใช้ดินแดนพิเศษ ดีดสายใยเหมือนการดีดพิณ สั่นสะเทือนเจ็ดอารมณ์ หกความปรารถนาของจ้าวอู่เจียง และใช้พลังกดทับการควบคุมตนเองของจ้าวอู่เจียง
เธอหัวเราะพูดว่า “ไม่มีใครสามารถทำลายคุณได้ ยกเว้นอีกปีศาจตนหนึ่งในใจของคุณเอง ปีศาจที่คุณคอยกดข่มไว้ทั้งวันทั้งคืน”
หมอกดำข้นเหนียวเหมือนเส้นน้ำที่ถูกดึงล่องลอยอยู่รอบด้าน
จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า “ฉันไม่จำเป็นต้องกดข่มมัน…”
เอลิซาหัวเราะเยาะเบา ๆ ไม่พูดอะไรอีก ร่างก็พลันค่อย ๆ จางหายไป
เธอซ่อนตัวอยู่ในความมืด รอคอยให้ทุกอย่างเกิดผล ให้จ้าวอู่เจียงถูกปีศาจทำลาย
ประโยค “ฉันไม่จำเป็นต้องกดข่มมัน” ของจ้าวอู่เจียงในสายตาของเธอ มันเป็นเพียงคำพูดดื้อดึงที่ไม่ยอมแพ้ เป็นคำโกหกตัวเอง เป็นการระบายความโกรธที่มีอยู่ในใจ
ความโกรธคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อความโกรธในใจของจ้าวอู่เจียงไม่มีที่ระบาย เธอก็แทบไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย เพราะปีศาจในใจจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นจ้าวอู่เจียงจะยิ่งโกรธและคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเพียงแค่คอยเติมเชื้อไฟอยู่ในที่มืด จ้าวอู่เจียงก็จะค่อย ๆ พังทลายลงด้วยตัวเอง จมดิ่งลงในอารมณ์สับสนวุ่นวายจนถอนตัวไม่ขึ้น จิตใจจะอ่อนล้าและเหือดแห้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า