บทที่ 1665 บาปเจ็ดประการแผดเผาร่างกาย
ในพื้นที่มืดมิดอันกว้างใหญ่ไพศาล หมอกดำเหนียวหนืดดั่งเส้นไหมลอยล่องอยู่ไม่หยุด จ้าวอู่เจียงจับตัวนักบวชหญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างเดินหาทางออกไม่หยุด
ในความเข้าใจของจ้าวอู่เจียงไม่ว่าจะเป็นวงเวทหรือค่ายกลใด ๆ ย่อมต้องมีจุดศูนย์กลางอยู่ หากหาจุดศูนย์กลางเจอ ก็จะรู้วิธีทำลายวงเวทนั้นได้
ทว่าจ้าวอู่เจียงลากตัวเอลิซาเดินไปมาไร้จุดหมายเป็นเวลานานก็ยังไม่พบจุดที่ดูเหมือนจะเป็นจุดศูนย์กลางของวงเวทได้ ในพื้นที่นี้มีแต่หมอกดำชื้นแฉะเท่านั้น
“ปล่อยฉันสิจ้าวอู่เจียง ฉันจะปลดวงเวทให้เดี๋ยวนี้” เอลิซาหายใจถี่ขึ้น ตอนแรกเธอคิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว แตการถูกจ้าวอู่เจียงจับตัวได้นั้น ความตกใจและความหวาดกลัวทั้งสองอย่างนี้ทำให้อารมณ์ของเธอขึ้น ๆ ลง ๆ จนความมั่นใจปรากฏช่องโหว่ไม่น้อย และเมื่อเวลาผ่านไป ผลกระทบของวงเวทของตัวเองก็ค่อย ๆ กัดกร่อนจิตใจของเธอจนหดหู่
ชั่วขณะนี้ในความคิดของเธอสับสนวุ่นวาย ภาพความชั่วร้ายต่าง ๆ ผุดขึ้นในสมองไม่หยุด
ความหยิ่งทะนง ความริษยา ความโกรธ ความเกียจคร้าน ความโลภ ความตะกละ ราคะ…
เธอตระหนักได้เป็นอย่างดีว่าไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้ได้ อย่างน้อยก็ให้สติสัมปชัญญะกลับมาชัดเจนก่อนค่อยว่ากัน
ดังนั้นน้ำเสียงของเธอจึงเปี่ยมไปด้วยความประนีประนอม ขอแค่จ้าวอู่เจียงปล่อยตัวเธอ เธอจะปลดกลไลของวงเวทให้ทันที
แต่เธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ในการสนทนากับจ้าวอู่เจียงเธอได้ทำผิดพลาดไปหนึ่งอย่าง นั่นคือการปฏิเสธ
ความผิดพลาดนี้ สำหรับสิ่งมีชีวิตเพศชายทั้งหลายแล้ว มันคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด
เธอบอกว่าจ้าวอู่เจียงไม่มีทางทำลายวงเวทขับไล่ปีศาจลับสุดยอดของศาสนจักรแห่งแสงสว่างด้วยกำลังของตัวเองได้ พอคำพูดนี้หลุดออกจากปาก จ้าวอู่เจียงก็จะไม่มีทางให้เธอปลดกลไกลวงเวทเองอีกแล้ว ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะจะผลักดันให้จ้าวอู่เจียงหาจุดอ่อนเพื่อทำลายวงเวทนี้ไม่หยุด
ฉะนั้นก่อนที่จ้าวอู่เจียงจะทำลายวงเวทได้สำเร็จ เขาคงไม่มีทางปล่อยตัวเธอแน่
“ไม่ต้อง” จ้าวอู่เจียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันทำเองได้!”
“ปล่อยฉันสิ ฉันจะปลดกลไกลวงเวทให้แน่นอน ฉันขอสาบานต่อพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” เอลิซาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา แต่เธอก็กลั้นเอาไว้ได้ พยายามทำใจให้สงบแล้วโน้มน้าวจ้าวอู่เจียง
รอบตัวจ้าวอู่เจียงมียันต์จาง ๆ ปรากฏขึ้นมาในอากาศ เขาตอบคำขอร้องของเอลิซาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่จำเป็น”
“จ้าวอู่เจียง จริง ๆ นะ ฉันสัญญา…” เอลิซาถูกบาปทั้งเจ็ดกลืนกินความสงบในใจไปเรื่อย ๆ เธอพยายามกดข่มความบ้าคลั่งในใจ แล้วขอร้องอีกครั้ง
“ปล่อยฉันสิ ฉันจะปลดวงเวทให้เดี๋ยวนี้เลย แล้วฉัน เอลิซา จะไปจากที่นี่ทันที จะไม่มารบกวนนายอีก”
“งั้นคุณต้องตอบคำถามผมข้อหนึ่งก่อน…” จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะมีท่าทีตกลง
บางทีสันตะปาปาอาจเห็นพรสวรรค์ของคุณ และต้องการรับคุณเป็นสาวก…
ด้วยพรสวรรค์ของคุณ หากเข้าร่วมศาสนจักรแห่งแสงสว่างจริง ๆ ตราบใดที่ไม่หลงผิด อนาคตคุณอาจเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของท่านบิชอป…
คุณ… จะปล่อย… ฉันได้หรือยัง?”
“ขอบคุณ…”
ยันต์ที่อยู่ข้างกายจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ลุกไหม้ในขณะที่เอลิซาตอบคำถามของเขา และเมื่อเธอพูดจบ ยันต์ก็ไหม้จนสิ้น และกลายเป็นเถ้าถ่านปลิวไป
เขาแสดงท่าทางเจ้าเล่ห์ พลางหัวเราพลางพูดว่า
“ตอนนี้ผมจะปล่อยคุณแล้วนะ”
เขาปล่อยมือจริง ๆ
เอลิซารู้สึกในใจว่า จ้าวอู่เจียงถึงจะน่ารำคาญ แต่เขาก็ยังถือว่าเป็นคนรักษาคำพูด ตอนนี้เธอสามารถขยับร่างกายได้แล้ว แม้ในใจจะอยากลงมือกับจ้าวอู่เจียงมากแแค่ไหน แต่ในสถานการณ์นี้เธอก็ยังพอรู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน จึงยังคงรักษาสติไว้ได้บ้าง
เธอต้องปลดกลไกลวงเวทให้ได้ก่อน หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะสู้ หนี หรือจะเรียกเฉียนอู่ฟางมาช่วยดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า