บทที่ 448 ความหนาวเย็นและความสงบสุข
ชายฉกรรจ์ทั้งเจ็ดจากเผ่าจินจางรีบหยิบอาวุธขึ้นมา บุคคลแปลกหน้าซึ่งปรากฏตัวขึ้นนั้นท่าทางไม่ใช่คนของเผ่าอวี้จาง แต่เหมือนเป็นคนของแผ่นดินต้าเซี่ยที่บันทึกอยู่ในข้อมูลของพวกมันมากกว่า
บัดนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของเผ่าย่อยจากชนเผ่าโหลวหลาน เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่มาจากแผ่นดินต้าเซี่ย ถ้าไม่ได้มีข้อตกลงกันก่อนหน้า ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ก็คือการหยิบอาวุธฆ่าฟันกันเท่านั้น
ชายฉกรรจ์ทั้งเจ็ดจากเผ่าจินจางรีบกระโดดขึ้นไปบนหลังม้า บางคนน้าวสายธนู บางคนหยิบดาบและกระบี่ พร้อมส่งเสียงตะโกนด้วยความอาฆาตแค้นใส่คนที่มาเยือนจากแดนต้าเซี่ยที่อยู่ไม่ไกล
แต่พวกมันกลับต้องถึงแก่ความตายในลมหายใจต่อมา
บุรุษหนุ่มผู้นั่งยิ้มอยู่บนหลังเจ้าม้าสีน้ำตาลแดงตัวนั้นค่อย ๆ ยกมือขึ้น แล้วสายลมและหิมะที่หมุนเวียนอยู่รอบ ๆ ก็แปรเปลี่ยน เป็นคลื่นพลังห่อหุ้มตัวของกลุ่มชายฉกรรจ์จากเผ่าจินจางเอาไว้
เพียงพริบตาเดียว เสียงของการฆ่าฟันก็ลอยหายไปในสายลม และหลงเหลือเพียงรูปปั้นน้ำแข็งเจ็ดตัวที่อยู่ในท่วงท่าข่มขู่เอาชีวิตผู้คนเท่านั้น ในลมหายใจต่อมา รูปปั้นน้ำแข็งทั้งเจ็ดตัวนั้นก็ระเบิดกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยอยู่บนพื้นน้ำแข็ง
เจ้าม้าสีน้ำตาลแดงย่างเท้าตรงไปยังเด็กสาวใกล้ตาย บุรุษหนุ่มผู้อยู่บนหลังม้ากระโดดลงไป พร้อมก้มตัวลงใช้มือสัมผัสลมหายใจของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะอุ้มนางขึ้น วางลงบนหลังม้า
ชายหนุ่มกระตุกสายบังเหียน กวาดสายตามองทุ่งหิมะอันกว้างไกล เหมือนเขากำลังจ้องมองไปยังอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นเขาและเจ้าม้าคู่ใจก็เดินทางหายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ามกลางม่านหิมะที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
…
เนินเขาที่ตั้งอยู่บนทุ่งน้ำแข็งแห่งนั้นมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง
ภายในถ้ำก่อกองไฟ เสียงเปลวไฟปะทุตัวดังเปรี๊ยะปร๊ะ!
กองไฟให้แสงสว่างภายในถ้ำ ทว่าก็ยังคงได้ยินเสียงสายลมกรีดดังอยู่นอกถ้ำตลอดเวลา
หมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋นอนอยู่บริเวณปากถ้ำ ส่วนเจ้าม้าสีน้ำตาลแดงคุกเข่าอยู่บนพื้นเคียงข้างมัน ดวงตาของเจ้าหมาป่ากำลังสะท้อนภาพของบุรุษหนุ่มที่กำลังตรวจสอบอาการบาดเจ็บให้แก่เด็กสาว
เมื่อมันตื่นขึ้นมา เจ้าหมาป่าก็พบว่าตนเองกำลังอยู่บนหลังม้าตัวหนึ่ง เช่นเดียวกับเจ้านายของมันผู้เป็นองค์หญิงจากเผ่าอวี้จาง
บุคคลที่กำลังควบขี่ม้าตัวนี้สวมชุดเสื้อคลุมสีดำและสวมหมวกไม้ไผ่สาน แม้เสี่ยวไป๋จะเป็นหมาป่า แต่มันก็รับรู้ได้ทันทีว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นมนุษย์ที่หล่อเหลายิ่งนัก
โดยเฉพาะในแผ่นดินของชาวเผ่าโหลวหลาน ที่นี่หาบุรุษผู้มีความอ่อนโยนและนุ่มนวลเช่นนี้ได้ยากยิ่ง เสี่ยวไป๋จึงเกิดความรู้สึกอยากจะใกล้ชิดกับเขาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
บัดนี้ เสี่ยวไป๋กำลังนอนอยู่บริเวณปากถ้ำเพื่อคอยป้องกันสายลมและหิมะ ดวงตาของมันจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มและเด็กสาว ซึ่งกำลังฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บอยู่ภายในถ้ำ
ส่วนเจ้าม้าสีน้ำตาลแดงที่คอยจะขยับเข้ามาเบียดมันอยู่เสมอเหมือนเป็นลาโง่นั้น เสี่ยวไป๋ไม่ได้คิดใส่ใจแม้แต่น้อย
แม้พวกมันจะเป็นสัตว์เหมือนกัน แต่มันเป็นหมาป่าหิมะที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเสี่ยวไป๋ ไม่ทราบว่าเจ้าม้าตัวนี้มีชื่อเป็นของตนเองหรือไม่?
“เสี่ยวหง มานี่ซิ”
บุรุษหนุ่มที่กำลังตรวจสอบอาการของเด็กสาวขมวดคิ้ว ก่อนจะออกคำสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เจ้าม้าสีน้ำตาลแดงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเสี่ยวไป๋ลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปหาชายหนุ่มทันที บริเวณลำตัวฝั่งซ้ายมือของมันห้อยหีบใส่ยาสมุนไพรเอาไว้
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋เบิกตาโต เสี่ยวหงอย่างนั้นหรือ? เจ้าม้าตัวนี้มีนามว่าเสี่ยวหง?
นับเป็นชื่อที่ประเสริฐยิ่งนัก แต่ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า