บทที่ 586 อวดอ้างความดีความชอบ
ดังนั้น ตั้งแต่หนึ่งปีก่อน เซียวเฉิน ผู้นำของสำนักเทพโลหิต จึงเริ่มอาศัยความเข้าใจของตนเอง ฝึกฝนวิชากลืนนภาขั้นพื้นฐาน
วิชานี้ไม่ได้ใช้พลังงานมากนัก ไม่ต้องเสียสละวัตถุดิบล้ำค่า เพียงแต่ทุกครั้งที่ฝึกฝนก็ต้องเสียสละชีวิตคนเพียงหนึ่งคนเท่านั้น
วัตถุดิบล้ำค่าหายาก แต่คนในแคว้นอู๋ทางตอนใต้ของอาณาจักรแห่งนี้มีมากมายนัก!
ในโลกนี้ สิ่งที่ขาดแคลนน้อยที่สุด ก็คือคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีกำลังภายในต่ำ หรือแม้กระทั่งไม่มีกำลังภายในเลย
หาคนไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกหรือ?
เซียวเฉินจึงส่งลูกศิษย์ของสำนักเทพโลหิตออกไปจับคนกลับมาให้เขาเป็นระยะๆ
แม้กระทั่งเพื่อให้มวลพลังฟื้นตัว ค่อยๆ ฝึกฝน เขาสั่งให้ลูกน้องอย่าไปปล้นหมู่บ้านใกล้เคียงทั้งหมู่บ้านในครั้งเดียว แต่ให้จับจากแต่ละหมู่บ้านมาบ้าง จับจากหลายๆ หมู่บ้านครั้งละไม่ต้องมากมายอันใด
ด้วยวิธีนี้ เขาก็จะมีทาสไว้ใช้ดูดพลังอย่างต่อเนื่อง
หลังจากฝึกฝนมาหนึ่งปี เขารู้สึกว่ากำลังภายในเพิ่มขึ้นมาก ยิ่งใกล้ถึงขอบเขตจักรพรรดิ
เพียงแต่เขาก็รู้ดีว่าวิชาพื้นฐานนี้ ความเข้าใจของเขายังไม่สมบูรณ์
แต่เขาไม่กังวล ตราบใดที่ตัวเขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิอย่างเป็นทางการในไม่ช้า บางทีอาจจะมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นก็เป็นได้
หวังโหย่วฝู่ หนึ่งในผู้พิทักษ์ของสำนักเทพโลหิต เดินตามหลังท่านเจ้าสำนัก เขามีความคิดที่ละเอียดอ่อน สังเกตเห็นปฏิกิริยาของเซียวเฉิน จากนั้นยืดตัวตรง รายงานว่า
“ท่านประมุข ครั้งนี้ ข้าพบว่าหมู่บ้านตระกูลจ้าวมีผู้คนมากมาย จึงได้นำทาสกลับมายี่สิบห้าคนขอรับ”
ผู้พิทักษ์คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ มองหวังโหย่วฝู่อย่างเย็นชาจากด้านหลังของเซียวเฉิน ในใจพวกเขาคำรามเย็นชาที่ถูกแย่งชิงความดีความชอบไปต่อหน้าต่อตา
“อืม ทำได้ดี” เซียวเฉินพยักหน้า เขาพบว่าทาสจากหมู่บ้านตระกูลจ้าว อาจเพิ่งมาถึง สีหน้าและจิตใจของพวกเขาดูดีกว่าคนจากหมู่บ้านอื่นมาก
หวังโหย่วฝู่ยิ้มประจบต่อท่านประมุขเซียวเฉิน ชกหมัดใส่หน้าอกจ้าวอู่เจียงอย่างแรง จ้าวอู่เจียงร้องโอ๊ยพ่นเลือดสดออกมาคำหนึ่ง ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม และลมหายใจไม่อ่อนแรงลงแม้แต่น้อย
เซียวเฉินมองด้วยสายตาเป็นประกาย ประเสริฐ พลังลมปราณของทาสผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ถ้าใช้พื้นฐานของวิชากลืนนภาดูดกินเลือดเนื้อเขาล่ะก็ คงจะเพิ่มพลังขึ้นไม่น้อย คนๆ เดียวคงเทียบเท่ากับทาสอีกเจ็ดแปดคน
พลังที่คั่งค้างอยู่ในร่างกายของจ้าวอู่เจียงคลายตัวออกไปอีกส่วนหนึ่ง เขาพยักหน้าขอบคุณหวังโหย่วฝู่อยู่ในใจ ดวงตาใสซื่อโง่เขลาอย่างที่สุด แต่ในส่วนลึกของดวงตากลับมีแสงสว่างลึกล้ำยิ่งขึ้นเป็นประกายแวววาว
หวังโหย่วฝู่หัวเราะเสียงดัง คนโง่ก็คือคนโง่ ข้าต่อยเจ้าทีหนึ่ง เจ้ายังยิ้มอีกหรือ
เขาชกหมัดหนักๆ ใส่หน้าอกจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง จ้าวอู่เจียงอาเจียนเลือดสดออกมาอีกคำหนึ่ง คราบเลือดข้นเหนียวเปื้อนเต็มปากและจมูก ยิ้มเต็มหน้า ดูน่าสมเพชเวทนายิ่งกว่าเดิม
เซียวเฉินมีแววตาเป็นประกายระยิบระยับ พยักหน้าอย่างพอใจ
ด้านหลังบรรดาผู้พิทักษ์คนอื่น ๆ ต่างก้มหน้างุด ในดวงตาล้วนเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาหวังโหย่วฝู่ที่สามารถหาทาสที่มีพลังลมปราณเข้มข้นถึงเพียงนี้มามอบให้แก่ท่านประมุขได้สำเร็จ
หวังโหย่วฝู่ทุบตีจ้าวอู่เจียงทีละหมัด จ้าวอู่เจียงหัวเราะหน้าบานร่าเริงแจ่มใส

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า