บทที่ 751 ม่านตาคู่
จ้าวอู่เจียงดวงตาสั่นไหว เซวียนหยวนจิ้งมองเขาด้วยความประหลาดใจ แล้วถามด้วยความห่วงใยออกมาว่า
“เจ้าเป็นอะไรไป?”
ดูเหมือนว่าจิ้งเอ๋อร์จะไม่ได้ยินเสียงนั้น ประโยคนี้คงตั้งใจพูดให้เขาฟังเท่านั้น…จ้าวอู่เจียงรู้สึกตื่นเต้นในใจ แล้วตอบกลับในใจว่า
“ขอ…ท่านผู้อาวุโส…โปรดชี้แนะ”
“ทุกพื้นที่ลับของผู้มีพลังกำเนิดเดิม คือหนึ่งในสามพันโลกที่แตกสลายและหลงเหลืออยู่จากยุคโบราณ” เสียงสตรีดังขึ้นในสมองของจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง คราวนี้มีความรู้สึกเป็นมนุษย์มากขึ้น
จ้าวอู่เจียงตอบกลับในใจ
“ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสบอกเรื่องเหล่านี้กับข้าน้อยเพื่ออะไร?”
ความเงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับอีก
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่พื้นที่ลับดอกบัวสวรรค์ ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาก็หมุนอีกครั้ง
จิตสำนึกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในโลกลับที่แผ่นดินต้าเซี่ยตั้งอยู่ ได้ส่งประโยคหนึ่งมายังดินแดนลับเต๋อเหลียนแห่งนี้
นี่คือประโยคที่ทำให้ทุกดินแดนลับที่มีอยู่แต่เดิมสามารถตอบสนองได้
“ได้โปรดดูแลเขาให้ดี”
นี่คือคำพูดที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำเกินมาแม้แต่คำเดียว
ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนเซียนหลิงตะวันออกอันห่างไกล ในเขตหวงห้ามของสำนักเติมฟ้าที่ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้าไปนานนับพันปี
ใต้ต้นไม้โบราณที่เชื่อมต่อสวรรค์และพื้นพิภพ ชายชราในชุดคลุมขาวที่แทบจะเติบโตรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ พลันลืมตาขึ้น
ดวงตาคู่ที่มีม่านตาซ้อนกันสองชั้นปรากฏขึ้น
ภายในม่านตาซ้อนนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด แสงสว่างในสวรรค์และพื้นพิภพต่างบิดเบี้ยวเมื่อเข้าใกล้ประกายตาคู่นี้
สายตาของชายชราทอดข้ามระยะทางนับล้านลี้ หยุดอยู่บนใบหน้าของจ้าวอู่เจียง
“อาอู๋…”
สองคำที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ทำให้ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน อำนาจกดดันตลอดกาล ไม่รู้ว่าเป็นอานุภาพของชายชรา หรือเป็นเพราะสองคำว่า “อาอู๋” กันแน่
ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียน จ้าวอู่เจียงหลังจากถามคำถามอีกครั้ง ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ อีกเลย
ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มมีคำถามอยากรู้คำตอบอีกหลายข้อ
เช่น
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหินเสริมพลังวิญญาณหรือไม่?”
“ขออนุญาตถามนามของท่านผู้อาวุโส?”
“ท่านผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน!”
“……”
ผู้คนไม่น้อยเข้าใจแล้วว่าจ้าวอู่เจียงนั้นเก่งกาจเพียงใด แม้แต่การได้ซดน้ำแกงตามเขาก็ยังดีกว่าไม่ได้รับประทานสิ่งใดเลย ด้วยวิธีนี้บางทีตนเองอาจก้าวไปสู่กลีบบัวชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปยิ่งขึ้น สุดท้ายอาจโชคดีได้รับเมล็ดบัวสักครึ่งเมล็ดหรือแม้แต่หนึ่งเมล็ดก็เป็นได้
สายตาของผู้คนมากมายเปล่งประกายร้อนแรง แต่มีเพียงจ้าวอู่เจียงที่รู้สึกว่าเรื่องราวช่างแปลกประหลาดมากเกินไป
เขาส่ายหน้าพลางกล่าวอย่างจริงจัง
“เมื่อสักครู่นี้มิใช่การกระทำของข้า”
“ท่านอย่าได้ปฏิเสธเลย!” ทันทีที่จ้าวอู่เจียงเพิ่งปฏิเสธ ผู้บำเพ็ญจากสำนักเติมฟ้าที่มาไขข้อข้องใจให้ทุกคนก่อนหน้านี้ ก็กระโดดออกมา ชี้นิ้วไปที่จ้าวอู่เจียงพลางกล่าวด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ท่านคิดว่าปฏิเสธแล้วข้าจะเชื่อหรือ? ไร้ประโยชน์! ท่านเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งเช่นนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็เปรียบดั่งหิ่งห้อยในความมืดมิด โดดเด่นและเป็นเลิศเกินผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นดวงตาอันเศร้าสร้อยของท่าน ใบหน้าอันหล่อเหลา วิชาฝ่ามือที่มหัศจรรย์ รวมถึงเสื้อคลุมสีดำลึกล้ำดั่งราตรีนี้ ล้วนสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งแก่ทุกคน”
“แต่ไม่ว่าท่านจะเก่งกาจเพียงใด แต่การเป็นคนต้องรู้จักรักษามารยาท ไม่ว่าอย่างไรทุกคนก็เห็นว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของท่าน! ท่านยังจะหลอกลวงพวกข้าอีกหรือ?”
จ้าวอู่เจียงกระแอมเบาๆ มองไปรอบๆ ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรอีกแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นเอาเช่นนี้แล้วกัน หินวิญญาณเหล่านี้ ข้าขอมอบให้แก่ทุกท่าน หวังว่าจะมีประโยชน์กับพวกท่านบ้างไม่มากก็น้อย”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา กลุ่มคนที่อยู่โดยรอบต่างตะลึงงัน ตามด้วยเสียงขอบคุณดังกึกก้องไปทั่ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า