บทที่ 973 ยาเม็ด
ฝนตกหนักทั่วฟ้า หยดน้ำราวไข่มุขตกเป็นสาย
สายฝนราวกับกระบี่กระหน่ำ แต่ละหยดทะลวงโคลนแตกกระเซ็น เปื้อนเต็มร่างของจ้าวอู่เจียง
หลี่ชางเซิงล้มลงในแอ่งน้ำ ร่างขาดเป็นท่อน ๆ เลือดเนื้อแข็งเกร็ง
สายฝนเริ่มซา
ม่านหมอกน้ำรอบด้านกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว จ้าวอู่เจียงถือกระบี่ ท่าทีสงบนิ่ง
เสียงฝนกลบบทสนทนาที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
ไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังจะให้คำมั่นสัญญาอะไรที่ทำให้จ้าวอู่เจียงวางกระบี่ลง หรือว่าจ้าวอู่เจียงจะมีใจแน่วแน่ดั่งเหล็กกล้าปฏิเสธทุกอย่าง และต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสดใสและชัดเจน
บางสิ่งบางอย่างเปรียบเหมือนตอนที่จ้าวอู่เจียงอยู่บนดาวสีน้ำเงินและได้ดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งชื่อว่า ‘เดอะ เมทริกซ์’ ซึ่งตัวเอกในเรื่องต้องเผชิญกับปัญหาว่าจะเลือกยาเม็ดสีน้ำเงินหรือยาเม็ดสีแดง แต่เรื่องราวตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของยาเม็ดสีฟ้าหรือยาเม็ดสีแดง
แต่กลับเหมือนว่า เขาไปซื้อบริการ…และสาวงามถามเขาว่า ต้องการกินยาหรือไม่?
คำตอบของเขาคือ
“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้!”
ฝนเริ่มซาลงแล้ว ท้องฟ้าทั้งสี่ทิศกลับมาแจ่มใส ยังมีความสดชื่นและสว่างไสวหลงเหลืออยู่บ้าง เพียงแต่น่าเสียดายที่ยามนี้ท้องฟ้ากำลังมืดลง ราตรีใกล้มาเยือน
จ้าวอู่เจียงมุ่งหน้าไปชั้นที่สามสิบเอ็ด
ต้องหาที่หลบภัยก่อนความมืดจะปกคลุม
ด้วยภายในชั้นที่สามสิบขึ้นไป วิญญาณอาฆาตที่ออกมาในยามค่ำคืนส่วนใหญ่ล้วนแต่น่าสะพรึงกลัวและทรงพลัง
ใช่แล้ว
ทรงพลัง ทรงพลังอย่างยิ่ง!
นี่คือความคิดที่แท้จริงของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรมากมายที่ก้าวเข้าสู่ชั้นที่สามสิบเอ็ด
เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏภูเขาลูกหนึ่ง
พูดให้ถูกต้องก็ไม่ใช่ภูเขา แต่เป็นปีศาจร้ายที่มีขนาดเท่าภูเขาลูกเล็ก ปีศาจร้ายมีร่างเป็นหมาป่า ขนเกือบขาวโพลนทั้งตัว ขนหนาดูนุ่ม แต่ดวงตาสีเทาดำเย็นชาอย่างยิ่ง สายตาที่กวาดมองทุกคนไม่ได้แสดงเจตนาฆ่า แต่กลับทำให้ทุกคนสะท้านและกลิ่นอายแห่งความตาย
สวรรค์ชั้นที่สามสิบเอ็ดเป็นอาณาจักรของสัตว์ปีศาจสิบสองเทือกเขา ภูเขาเขียวนับหมื่นลี้ มีสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังสิบสองตนครอบครองภูเขาเป็น สัตว์ปีศาจครอบครองภูเขาเป็นราชา อย่างน้อยก็มีวรยุทธ์ขั้นจักรพรรดิระดับหนึ่งหรือสอง
ส่วนสัตว์ปีศาจที่มีวรยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ หากเป็นโลกภายนอกจะได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ปีศาจ
ภายใต้ขั้นพลังเดียวกัน สัตว์ปีศาจจะแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียร
อย่างหลินเสี่ยวเคอ นางมีวรยุทธ์ขั้นจุดไฟวิญญาณ แต่หากแปลงกายเป็นจิ้งจอกก็สามารถต่อสู้กับผู้ฝึกฝนที่ผ่านขั้นจักรพรรดิระดับหนึ่งได้
หมาป่าตรงหน้าก็เช่นกัน ปกติควรมีวรยุทธ์เทียบเท่ากับขั้นจักรพรรดิระดับสามถึงสี่ของมนุษย์ แต่ทุกคนกลับรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะปีศาจหมาป่าเหมือนจะมีพลังปราณที่แข็งแกร่งกว่าหลี่ชางเซิงผู้ที่บรรลุขั้นจักรพรรดิระดับสี่เสียอีก
“ท่านปีศาจผู้สูงศักดิ์” เซี่ยวไป๋แห่งตระกูลจูกัดถูกทุกคนเลือกให้เป็นตัวแทนในการเจรจา เขาก้าวออกมาจากแถว ท่าทางนอบน้อม มีมารยาท
“พวกข้าบุกรุกเข้ามาอย่างกะทันหัน แท้จริงแล้วเป็นเพราะความจำเป็น ท่านก็เห็นว่าฟ้าใกล้มืดแล้ว จะอนุญาตให้พวกข้าหาที่พักพิงสักแห่งได้หรือไม่?”
“พวกข้าน้อยรู้มารยาท เข้าใจกฎระเบียบ ต้องมีการตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน”
กล่าวจบ จูกัดเซี่ยวไป๋ก็ล้วงขวดยาออกมา ภายในมียาเม็ดกลมหนึ่งเม็ดที่ใช้สำหรับการแปลงกาย และเป็นสิ่งที่สัตว์ปีศาจที่ยังไม่แปลงกายโหยหาเป็นที่สุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า