หม่าขู่เสวียนกล่าว “ค่อนข้างน่าเสียดาย ต้องโทษที่ข้าประมาท เกินไป สุดท้ายก็ไม่อาจเชิญเทพองค์ที่สามออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แบบ”
โจวมี่ยิ้มเอ่ย “ข้าบอกแต่แรกแล้วว่าถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็ น บัณฑิต มีข้อพิถีพิถันที่ว่าระมัดระวังแม้ในยามอยู่เพียงล าพังในห้อง มืด ไม่ทาอะไรที่ผิดศีลธรรม เป็ นเหตุให้ในสมองของเขาไม่มีทางที่จะ เรียกชื่อของเฉินชิงตูออกมาตรงๆ”
หม่าขู่เสวียนเบ้ปากอย่างไม่เห็นเป็ นส าคัญ
โจวมี่กล่าว “เลือกเฉินชิงตูไม่สู้เลือกจั่วโย่ว”
หม่าขู่เสวียนพูดด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ “คิดจะจัดขบวนให้เอิกเกริก แน่นอนว่าต้องเลือกคนที่มีเวทกระบี่สูงที่สุด”
ต่อให้จะเป็ นตบะแค่ครึ่งเดียวของเฉินชิงตู เป็ นเวทกระบี่ที่ถูก ลดทอนไปครึ่งหนึ่ง ทว่าพลานุภาพก็คงไม่อ่อนด้อยกระมัง?
โจวมี่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม สีหน้าอ่อนใจเป็ นทบทวี
ที่แท้ในฟ้ าดินภาพสะท้อนจิตใจของหม่าขู่เสวียนก็มีกระถางธูป บูชาเทพเจ้าสามใบตั้งวางไว้พร ้อมกัน ทว่าในกระถางแต่ละใบกลับ ปักธูปไว้แค่ก้านเดียว ควันธูปลอยกรุ่น บูชาคนสามคน
นอกจากมหาสมุทรความรู ้โจวมี่ เฉาสือชุดขาวแล้วก็ยังมีผู้เฒ่า พกกระบี่อีกคนหนึ่งซึ่งก็คือเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสแห่งกาแพงเมือง ปราณกระบี่ เฉินชิงตู
เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับสองคนแรก ใบหน้าของเฉินชิงตูค่อนข้าง จะพร่าเลือน เรือนกายล่องลอยไม่อยู่นิ่ง
การนิมิตภาพของหม่าขู่เสวียนคล้ายคลึงกับ “การสร ้างและการ หล่อหลอม” ที่ลี้ลับมหัศจรรย์บางอย่าง สามารถสร ้างเทวรูปไม้ แกะสลัก “ไร ้ใบหน้า” ไว้บนแท่นบูชาเทพได้
แน่นอนว่าระดับความสูงร่างทองของพวกเขาก็มีจากัดเช่นกัน นี่ ย่อมต้องเกี่ยวพันกับขอบเขตของหม่าขู่เสวียนเอง ผู้ฝึกลมปราณ หยุดอยู่ที่ขอบเขตบินทะยาน ผู้ฝึกยุทธหยุดอยู่ที่ขอบเขตปลายทาง
ไม่อย่างนั้นหม่าขู่เสวียนที่ขวัญกล้าเทียมฟ้ า ในเมื่อขนาด มหาสมุทรความรู ้โจวมี่ก็ยังกล้านิมิตออกมาแล้ว ไฉนถึงไม่ยกบรรพ จารย์สามลัทธิมาตั้งบูชาไว้บนแท่นบูชาโดยตรงเลยเล่า?
เป็ นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าที่ได้รับการแต่งตั้งเช่นเดียวกัน การแต่งตั้งของศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง ราชวงศ์สกุลซ่งต้าหลีและแคว้น เล็กใต้อาณัติบางแห่งของแจกันสมบัติทวีป แม้ว่าทั้งสามฝ่ ายจะเป็ น ระบบการสืบทอดที่ชอบธรรมสมเหตุสมผล แต่ระดับขั้นกลับต่างกัน ราวก้อนเมฆกับดินโคลน และการจินตนาการกับความคิดที่เกี่ยวข้อง กับคนบางคนของเฉินผิงอันก็จะเท่ากับว่าเป็ นการ “เปิ ดใบหน้า”
รวมถึงทาสีลงทองให้กับเทวรูปนั้น ทาให้เทวรูปมีชีวิตชีวาเหมือนจริง ยิ่งขยับเข้าใกล้ความเป็ นจริงมากกว่าเดิม
หม่าขู่เสวียนได้ตั้งใจจัดเตรียม “เทวรูป” สามองค์ไว้ให้เฉินผิงอัน โดยเฉพาะ
มรรคกถาของโจวมี่ วรยุทธของเฉาสือ เวทกระบี่ของเฉินชิงตู
บังเอิญพอดีที่สามคนนี้ต่างก็ทยอยกันปรากฏตัวที่กาแพงเมือง ปราณกระบี่
ในฟ้ าดินพื้นที่ลับแห่งหนึ่งที่ขุนนางบุ๋นคนหนึ่งกาลังตั้งโต๊ะขอ ฝนอยู่ริมล าคลอง และชาวบ้านที่เดินไปตามถนนก็เผากระดาษรูป ราชามักร เฉินผิงอันใช ้มือข้างหนึ่งกดกระบี่ ยื่นมืออีกข้างไปเช็ด คราบเลือดที่ไหลจากหูมาจนถึงจอนผม
ถูกตีอยู่ตลอด บาดเจ็บไม่เบา โชคดีที่ไม่ได้ทาร ้ายไปถึงร่างจริง จิตวิญญาณและรากฐานมหามรรคา
หากจะบอกว่าการปรากฏตัวของโจวมี่คือปริศนาที่หม่าขู่เสวียน ให้เบาะแสไว้นานแล้ว ถ้าอย่างนั้นคาตอบของปริศนาข้อนี้ก็คือคาว่า จินตนาการ
สมมติว่าสิ่งที่หม่าขู่เสวียนพูดคือเรื่องจริง เขาไม่ยอมรับคาเชิญ จากโจวมี่เดินขึ้นสวรรค์ไป ถ้าอย่างั้นไม่ว่าจะเป็ นตบะขอบเขตของ โจวมี่หรือวิชาหมัดที่แท้จริงของเฉาสือแน่นอนว่าเฉินผิงอันต้องเข้า ใกล้ความจริงได้ดียิ่งกว่าหม่าขู่เสวียน
ซึ่งก็หมายความว่าวิชาอภินิหารที่มองดูคล้ายเป็ น…..กลโกงนี้ ของหม่าขู่เสวียน มีขีดจ ากัดตามธรรมชาติ ไม่อาจอาศัยแค่นิมิตของ เขาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเป็ นจินตนาการที่เฉินผิงอันมอบให้ด้วย
ก็เหมือนการตกปลาที่ต้องได้กาไรไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน มหาสมุทรความรู ้โจวมี่ที่ถูกหม่าขู่เสวียนจินตนาการออกมา มือหนึ่ง ถือคันเบ็ด ปลาที่ตกก็คือ “ชื่อ” ของคนบางคนที่เฉินผิงอันคิดถึง
ขอแค่เฉินผิงอันงับเหยื่อ คิดถึงใครคนหนึ่ง หม่าขู่เสวียนก็จะ ฉวยโอกาสนี้ยกคันเบ็ดขึ้นทันทีแล้วเก็บปลาใส่ข้อง ทาให้มันกลาย มาเป็ น “ความจริง” และคนผู้นี้ก็คือผลเก็บเกี่ยวที่หม่าขู่เสวียนได้ รับมา
ซึ่งก็จะกลายมาเป็ นศัตรูในจินตนาการของเฉินผิงอันในตอนนี้
ยกตัวอย่างเช่นเฉาสือ
เพราะความคิดของเฉินผิงอันก็คือแม่น้าที่น้าไหลเชี่ยวกรากสาย หนึ่ง บุคคลทุกคนที่เฉินผิงอันรู ้จักก็คือปลาเล็กปลาใหญ่ที่ว่ายอยู่ใน น้า
ไม่ถูกสิ นอกจากเฉาสือแล้วยังมีโจวมี่นั่นด้วย!
เวลานี้เฉินผิงอันพลันกระจ่างแจ้ง เจ้าหม่าขู่เสวียนชาติสุนัข มี มันสมองแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?! โจวมี่ที่ปรากฏตัวบนหัวกาแพง เมืองเป็ นครั้งแรกก็คือการบอกเป็ นนัยต่อเฉินผิงอันชัดๆ
เป็ นเหตุให้โจวมี่ผู้นั้น ช่วงแรกยังเป็ นแค่ชั้นวางดอกไม้ เป็ นแค่ การข่มขู่เท่านั้น คาดว่าตอนนั้นวิธีการของเขาก็คงจะไม่สูงส่งไปยังไง รอกระทั่งหม่าขู่เสวียนร่ายวิชาอภินิหารในการนิมิตภาพ โจวมี่ที่เฉิน ผิงอันคอยระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา อันที่จริงถือว่าเป็ นเฉินผิงอันที่ มอบความสมจริงให้กับอีกฝ่ าย เป็ นเหตุให้นาทีนั้นโจวมี่ที่เป็ นของ ปลอมถึงได้กลายมาเป็ นผลงานจริงระดับรองตามความหมายที่ แท้จริง ก็เหมือนคนผู้หนึ่งที่ชื่อยังคงอยู่แต่ตัวตายไปแล้ว ในที่สุดก็ได้ กลายมาเป็ นคนมีชีวิต
ในบางความหมายแล้ว นี่เป็ นการรนหาเรื่องใส่ตัวของเฉินผิงอัน เอง เพราะในใจกลัวอะไรก็จะเจอกับสิ่งนั้นเข้าจริงๆ
ห ม่ า ขู่ เ ส วีย น ห ล อ ก เ ฉิ น ผิง อัน อ ย่ า ง เ จ็ บ แ ส บ โ ด ย ไ ม่ กระโตกกระตาก ก็เหมือนงานพิธีแต่งตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้า ครั้งหนึ่ง หม่าขู่เสวียนรับผิดชอบ “ในนาม” เฉินผิงอันรับผิดชอบ “ลง มือปฏิบัติจริง” สุดท้ายจึงมีการแต่งตั้งองค์เทพที่ถูกต้องตามระบบ เกิดขึ้น
มนุษย์ธรรมดายามเข้าวัดต้องจุดธูป โดยทั่วไปแล้วจะจุดธูปสาม ดอก
คิดดูแล้ววิถีแห่งการอัญเชิญเทพของหม่าขู่เสวียนก็น่าจะเป็ นพิธี การที่ไม่ต่างกันสักเท่าไร
ทางที่ดีที่สุดขอให้เป็ นเช่นนี้
หากหม่าขู่เสียนจุดธูปเก้าดอกอะไรขึ้นมา…เฉินผิงอันก็ต้องฝืน ทนไว้ให้ได้นานขนาดนั้น
ไม่กล้ารั้งรออยู่ที่นี่นานนัก ไม่รู ้ว่าโจวมี่ผู้นั้นใช ้วิธีการใดถึงได้ เหมือนวิญญาณร ้ายตามติดเช่นนี้ เฉินผิงอันไม่รอให้อีกฝ่ ายไล่ตาม มาถึงที่นี่ก็ฝื นเปลี่ยนลมปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์ไปเฮือกหนึ่งแล้ว เปลี่ยนสถานที่ทันที จริงดังคาด เท้าหน้าของเฉินผิงอันเพิ่งจากไป ฟ้ าดินแห่งนี้ก็มีฝนกระหน่าตกลงมา เมล็ดฝนใหญ่เท่าเมล็ดถั่วเหลือง ทุกเมล็ดล้วนเกิดจากการรวมตัวกันของปราณกระบี่ ตกกระทบให้ ภูเขาสายน้าบนพื้นดินกลายเป็ นเหมือนตะแกรงที่มีรูอยู่นับไม่ถ้วน


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!