เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1098

ไม่ว่าเฉินผิงอันจะรู ้จริงหรือแกล้งท าเป็ นเข้าใจ หม่าขู่เสวียนก็ ตกใจจริงๆ แล้ว ฉวยโอกาสตอนที่ความคิดของหม่าขู่เสียน หยุดชะงัก ในเสี้ยวเวลาที่เขาอึ้งค้างไป เฉินผิงอันเหมือนได้รับการ อภัยโทษ ประหนึ่งนกในกรงที่หลุดออกจากกรงขัง ขยับเท้าถอยไป ข้างหลังหนึ่งก้าวอย่างว่องไว ริ้วคลื่นกระเพื่อมเป็ นระลอก ด้านหลังก็ มีประตูบานหนึ่งเปิดออกมาจากความว่างเปล่า เรือนกายของเฉินผิง อันผลุบหายเข้าไปในพื้นที่ลับภูเขาสายน้าที่ถูกโจวมี่เปรียบเปรยว่า เป็ นรังไหม แล้วออกไปจากฟ้ าดินมายาของกาแพงเมืองปราณกระบี่ ทั้งอย่างนี้

ชุดสีแดงสดสะดุดตาหายไปจากการมองเห็น หม่าขู่เสวียนเห็น ไม่ชัดนัก แต่กลับไม่มีสีหน้าร ้อนใจแม้แต่น้อย ทว่าโจวมี่กลับมอง เบาะแสออก จึงอธิบายว่า “ใช ้วิธีการย้ายภูเขาคือวิชาอภินิหารที่ให้ ภูเขาตามมาอิงแอบข้า การขยับเท้าครั้งนั้นของเขาเป็ นแค่เวทอา พรางตาที่จงใจทาเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คืออยู่ในถิ่นของเขา เขา สามารถสับเปลี่ยนตาแหน่งของพื้นที่ลับได้ตลอดเวลา เทียบกับหด ย่อพื้นที่พันลี้แล้วตรงไปตรงมามากกว่า ลึกลับอาพรางมากกว่า การ ช่วงชิงกันระหว่างคนขอบเขตเดียวกันทั่วไปจะทาให้อยู่ในสถานะมิ พ่ายได้”

หม่าขู่เสวียนเอ่ย “เวลามีจ ากัด อย่ามัวพูดไร ้สาระอยู่เลย รีบพา ข้าตามไปเถอะ”

โจวมี่พยักหน้ายิ้มรับ ปัดเหนือหัวตัวเองเบาๆ หนึ่งทีก็มีสามบุป ผามารวมตัวกันจ าแลงออกมาเป็ นกวานเต๋าสีทองที่คล้ายเอาสถานที่ อย่างป๋ ายอวี้จิง นครเซียนจานและภูเขาทัวเยว่มาประกอบเข้าด้วยกัน เกิดเป็ นภาพบรรยากาศนับพันหมื่น หม่าขู่เสวียนย่อเรือนกายให้เล็ก เท่าเมล็ดงาแล้วกลายร่างเป็ นแสงรุ ้งเส้นหนึ่งที่ผลุบหายเข้าไปใน กวานเต๋า ประหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลที่นั่งพิทักษ์อยู่ในใจกลาง ของสรวงสวรรค์ โจวมี่เพ่งตามอง ไล่ตามเบาะแสของกลิ่นอายมรรคา ที่เฉินผิงอันทิ้งไว้ไป ก้าวยาวๆ ดุจดาวตก มือสองข้างกระชากประตู บานหนึ่งออกแล้วร่างก็วูบหายเข้าไปข้างใน มาถึงตลาดคึกคักแห่ง หนึ่งที่มีสะพานเล็กๆ พาดผ่านน้าไหลและบ้านเรือนผู้คน บริเวณ ใกล้เคียงคือลานผลิตเต้าเจี้ยว ขอแค่คนธรรมดาขยับเข้าใกล้โจวมี่ก็ จะเหมือนหิมะละลาย เรือนกายสลายหายไปกลายเป็ นความว่างเปล่า ได้ด้วยตัวเอง

โจวมี่โบกชายแขนเสื้อก็มีลมปราณมหาศาลขุมหนึ่งถูกซัด ออกไป คนทุกคน สิ่งปลูกสร ้าง ภูเขาทั้งหมดที่อยู่ในฟ้ าดินแห่งนี้ถูก ปาด “ท่อนครึ่งบน’ ทิ้งไป จากนั้นโจวมี่ก็กระทืบเท้า โลกมนุษย์ซึ่ง เป็ น “ท่อนครึ่งล่าง” ของสถานที่แห่งนี้เหมือนเต๋าอ๋าวพลิกหลัง ทุก พื้นที่ดินยุบพังถล่ม เพียงแค่ชั่วพริบตาก็กลายเป็ นซากปรักหักพัก หมื่นสรรพสิ่งกลายเป็ นผุยผงที่ปลิวหายไประหว่างฟ้ าดิน ห่างไปไกล

มากมีจุดแสงจุดหนึ่งเปล่งวาบแล้วหายไป โจวมี่ยิ้มบางๆ หาเจอแล้ว หม่าขู่เสวียนที่นั่งนิ่งอยู่ในกวานเต๋าสีทองทามุทรากระบี่ก็มีแสงกระบี่ เส้นหนึ่งพุ่งออกจาก “ยอดเขา” เหมือนมังกรเดินลงน้า วิถีของแสง กระบี่มองดูคลายจะคดเคี้ยวหักเห แต่แท้จริงแล้วในทางลับกลับสอด รับกับลาคลองของแม่น้าแห่งกาลเวลาเส้นหนึ่งเท่ากับไหลตรงไปตาม กระแสน้า เป็ นเหตุให้นี่จึงเป็ นเส้นทางที่ตรงที่สุดและใกล้ที่สุด

แสงกระบี่เส้นนั้นพุ่งไปกระแทกเรือนกายจุดแสงที่ห่างออกไปพัน หมื่นลี้ซึ่งหลบไม่ทันฝ่ ายหลังใช ้พายุหมัดต้านรับปราณกระบี่ ดื้อดึงที่ จะต้านทานให้ถึงที่สุด หนึ่งโจมตีหนึ่งป้ องกัน สะเก็ดน้าจึงสาด กระเซ็นออกมา

หม่าขู่เสวียนได้ยินอย่างชัดเจนว่าเจ้าหมอนั่นสบถด่ามารดา ประหนึ่งสุนัขไร ้บ้านตัวหนึ่งที่หนีหายเข้าไปในที่ซ่อนตัวอย่าง กระเซอะกระเซิง หลบประกายเฉียบคมต่ออีกครั้ง ถ่วงเวลาไว้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีในการเล่นงานศัตรู โจวมี่กล่าว “อีกฝ่ ายน่าจะมั่นใจแล้วว่าข้าไม่ใช่ร่างจริงของโจว มี่”

หากโจวมี่ใช ้หม่าขู่เสวียนเป็ นท่าเรือร่างมนุษย์ที่เชื่อมต่อกับฟ้ า ดินเพื่อมาเล่นงานเฉินผิงอันที่นี่จริง ก็ไม่จาเป็ นต้องยุ่งยากสิ้นเปลือง กาลังเช่นนี้ เพราะสามารถปิ ดฉากได้ตั้งแต่ตอนอยู่ที่กาแพงเมือง ปราณกระบี่นั่นแล้ว

หม่าขู่เสวียนกล่าวอย่างมีโทสะ “ข้ายังนึกว่าประโยคสุดท้ายนั่น ของเจ้าเป็ นคาพูดที่มีแค่เจ้าเท่านั้นถึงจะพูดได้ สามารถทาให้เขายิ่ง มั่นใจว่าเจ้าคือร่างจริง คิดไม่ถึงว่ากลับกลายเป็ นทาให้เขาเกิดความ สงสัยขึ้นมา?”

โจวมี่ยิ้มบางๆ “เป็ นเจ้าที่วาดงูเติมขาเอง ตอนนั้นข้าก็เตือนเจ้า แล้วว่าให้หยุดแค่พอสมควร เดิมที่ควรแสร ้งทาเป็ นปลอมให้ถึงที่สุด แต่กลับกลายเป็ นการเปิดเผยความจริงทั้งหมด ก็เหมือนภาพวาด ภูเขาสายน้าที่ใช ้ฝี แปรงประณีตละเอียดลออ ทว่ากลับจงใจแต้ม ดอกไม้หนึ่งดอกด้วยฝีแปรงแบบเขียนตามอารมณ์เข้าไป ไม่ว่าใคร มาเห็นก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม”

ระหว่างที่พูด โจวมี่ก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าวแล้ว คราวนี้ใช ้เรือน กายพุ่งชนปราการที่กางกั้นระหว่างฟ้ าดินมายาสองแห่งโดยตรง ข้าม ผ่านดินแดนเปลี่ยนสถานที่ รอบด้านจึงเกิดเป็ นภาพที่แก้วใสแตก กระจายส่องประกายแสงพร่างพราว

ฝนใหญ่ตกกระหน่า กองทัพกองหนึ่งที่กาลังหนีภัยอยู่บน เส้นทางดินโคลนเฉอะแฉะสองข้างทางคือหีบที่กระจัดกระจายซึ่ง อาจจะหล่นร่วงลงมาเอง หรือไม่ก็ถูกสารถีผลักทิ้งลงมา หีบหลายใบ เปิดอ้า หนังสือที่อยู่ด้านในกระจายออกมา ตาราฉบับสมบูรณ์ที่การ สืบทอดมีระเบียบ มีตราประทับมากมายพวกนี้ผ่านอัคคีภัย ผ่านมอด กัดแทะ แต่กลับหนีภัยงครามครั้งนี้ไม่พ้น ในโลกที่เกิดสงคราม

วุ่นวาย สิ่งที่ไร ้ค่ายิ่งกว่าของโบราณ คาดว่าก็น่าจะเป็ นตาราแล้ว ทั้ง หนักทั้งเอาไปแลกเปลี่ยนเป็ นเงินไม่ได้ ไม่ทิ้งพวกมันแล้วจะทิ้งอะไร

โจวมี่ที่สวมกวานสีทองทรุดตัวลงนั่งยอง หยิบตาราเล่มหนึ่งที่ เปื้อนโคลนขึ้นมา หม่าขู่เสวียนเอ่ยเร่งรัดบอกว่าให้รีบหาร่องรอยของ เฉินผิงอัน โจวมี่บอกเขาว่าไม่ต้องร ้อนใจไป เขาพลิกเปิดหน้าต ารา อย่างว่องไว ยื่นมือไปชี้ที่อักษรคาว่า “เฉิน” แล้วกดไว้ครู่หนึ่ง จากนั้น ก็หาคาว่าผิงและคาว่าอันจากหน้าอื่น ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ ตารา ฉบับสมบูรณ์ที่หนึ่งหน้ามีค่าเท่าทองหนึ่งตาลึงเล่มนี้กลับถูกทาลาย ทิ้งไปทั้งอย่างนี้ เหลือไว้เพียงตัวอักษรสีทองสามคาที่ลอยอยู่กลาง อากาศ

จากนั้นโจวมี่ก็กระทืบเท้าเบาๆ ใช ้วิธีการที่คล้ายคลึงกับการ อัญเชิญเทพ ออกคาสั่งต่อพื้นดิน

ตัวอักษรสีทองสามตัวนั้นโงนเงนจะร่วงมิร่วงแหล่ สีสันหม่นหมอง สุดท้ายกลายมาเป็ นผุยผงไร ้ประกาย หล่นลงไปในดินโคลนตามสาย ฝน แต่กลับยังคงไม่เห็นเรือนกายของเฉินผิงอัน

หม่าขู่เสวียนกุมท้องหัวเราะก๊าก “เป็ นแรงไฟของเจ้าที่ยังไม่พอ หรือว่าร่างจริงของเจ้าเฉินผิงอันผู้นั้นเก็บกลั้นความโมโหไว้ได้เก่ง เกินไป?”

โจวมี่คลี่ยิ้ม จากนั้นก็หยิบเอาตาราสองสามเล่มจากบนพื้น ขึ้นมา ประกอบชื่อคาว่า “เฉินผิงอัน” จากตาราที่เป็ นกระดาษขาว ตัวอักษรสีดาอีกครั้ง

จากนั้นพลิกหาคาว่า ‘ลั่วพั่ว’ และค าว่า “ภูเขา” ก่อนจะหาค าว่า อื่นจากคาว่า “เสินอิ่น และค าว่ากวานจากค าว่า ‘กวานโหยว

หลีกเลี่ยงไม่ให้ขายหน้าอีกครั้ง โจวมี่ก็ยังประกอบคาศัพท์ ออกมาเป็ นค าว่า “ก าแพงเมืองปราณกระบี่” “ถ้าสวรรค์หลีจู’ และ ‘ตรอกหนีผิง” ไปพร ้อมกันด้วย

เมื่อเป็ นเช่นนี้ เบื้องหน้าโจวมี่ก็มีตัวอักษรที่มีประกายแสง ศักดิ์สิทธิ์เอ่อล้นอยู่สองแถวแบ่งออกเป็ นค าว่า “เฉินผิงอันแห่งภูเขา ลั่วพั่ว” และ “อิ่นกวานแห่งกาแพงเมืองปราณกระบี่

นอกจากนี้ด้านข้างอักขระแต่ละตัวยังมีตัวอักษรเล็กๆ แถวหนึ่ง เขียนเป็ นค าอธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า ตรอกหนีผิง ถ้าสวรรค์หลีจู

โจวมี่เอ่ย “ต้องสาเร็จแน่นอน”

หม่าขู่เสวียนรู ้ใจ รอกระทั่งริมฝีปากของโจวมี่ขยับเบาๆ เขาก็ ออกคาสั่งถัดไป หม่าขู่เสวียนที่เฝ้ าตอรอกระต่ายปล่อยหมัดออกไป ก่อนหมัดหนึ่ง ยังคงเป็ นวิชาหมัดและพละก าลังของเฉาสืออยู่ เหมือนเดิม

ปณิธานหมัดยังเหนือกว่าหมัดที่เฉาสือปล่อยออกไปในศึกเขียว ขาวที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางระดับหนึ่ง นี่แสดงให้เห็นว่าตอนนั้นไม่ว่า

บทที่ 1098.1 พร่างพราว 1

บทที่ 1098.1 พร่างพราว 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!