เฉินผิงอันสูดลมหายใจเข้าลึก
เลือกที่จะทาภารกิจทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในศึกเดียว ก็ดูเหมือนใช่ ว่าจะท าไม่ได้?
โจวมี่ไม่สนใจการโต้คารมของคนวัยเดียวกันที่มาจากบ้านเกิด เดียวกันสองคนนี้อีก เขาเอาแต่พูดกับตัวเองว่า “คนบนโลกต่างก็ เข้าใจผิดคิดว่าการปรากฏตัวของหลิวไฉที่เป็ นผู้ฝึกกระบี่ไร ้ชื่อเสียง ได้เลื่อนติดอันดับสิบคนรุ่นเยาว์ของหลายใต้หล้าก็เพราะเป็ นการถือ กาเนิดขึ้นมาตามโชคชะตา ผงาดขึ้นตามแนวโน้มสถานการณ์ ได้รับความโปรดปรานจากฟ้ าดิน รู ้สึกว่าวิถีแห่งฟ้ าไม่ยินดีให้หนิง เหยาโดดเด่นเหนือใคร ก็เหมือนในกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่บนเส้นทางวร ยุทธมีเฉาสือนาไปก่อน ภายหลังก็มีเซียนกระบี่เฉินตามมา วิถีกระบี่ ก็ดูเหมือนว่าควรจะเป็ นเช่นนี้เหมือนกัน หลิวไฉถึงได้ถูกนามา เปรียบเทียบกับหนิงเหยา รู ้สึกว่าหากหลิวไฉได้หลอมกระบี่ไปอีกร ้อย ปี ในขอบเขตที่เท่ากันบางขอบเขต หลิวไฉก็มีโอกาสที่จะช่วงชิง ความสูงต่าบนวิถีกระบี่กับหนิงเหยา แต่กลับไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่ ผู้ฝึกกระบี่หลิวไฉต้องเผชิญหน้าด้วยอย่างแท้จริง ไม่ใช่หนิงเหยา แต่ เป็ นเซียนกระบี่เฉิน”
ความคิดของหม่าขู่เสวียนไม่เหมือนกับคนปกติทั่วไป ไม่ เพียงแต่ไม่รู ้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น กลับกันยังเสียดาย ที่ทาไมตนถึงไม่มีศัตรูคู่อาฆาตเช่นนี้บ้าง?
แน่นอนว่าเฉินผิงอันก็ถือเป็ นศัตรูคู่อาฆาตของเขาเช่นกัน แต่ผู้ ฝึกกระบี่หลิวไฉกลับเป็ นกุญแจสาคัญในการตัดสินแพ้ชนะที่โจวจื่อ สร ้างขึ้นมาเพื่อเฉินผิงอันโดยเฉพาะ ความหมายย่อมแตกต่างกัน
แต่ความเข้าใจผิดๆ ที่คิดว่าหลิวไฉมีโอกาสจะงัดข้อกับหนิง เหยาบนวิถีกระบี่เช่นนี้ ในช่วงเวลานั้นก็สมเหตุสมผลจริงๆ เพราะคน ส่วนใหญ่ต่างก็รู ้สึกว่านครบินทะยานย้ายไปอยู่ใต้หล้าห้าสี ไม่ใช่ อดีตกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่มีโชคชะตาวิถีกระบี่เข้มข้นอีกต่อไป ตามหลักแล้วความเร็วในการฝ่ าทะลุขอบเขตของหนิงเหยาก็น่าจะ ชะลอช ้าลง ทุกครั้งที่ขอบเขตของนางเลื่อนขึ้นหนึ่งขั้น วันเวลาใน การหยุดชะงักของขอบเขตถัดไปก็จะยิ่งนานมากกว่าเดิม ถ้าอย่าง นั้นก็มีความเป็ นไปได้ที่หลิวไฉซึ่งในมือได้ครอบครองน้าเต้าเลี้ยง กระบี่สองใบของมรรคาจารย์เต๋าจะไล่ตามมาทัน
แต่ความจริงล่ะเป็ นอย่างไร? ยังจะเป็ นอย่างไรได้อีก แน่นอนว่า ต้องรู ้สึกตัวอย่างเชื่องช ้าว่าตัวเองเข้าใจหนิงเหยาผิดไป
ที่แท้ไม่ว่านางจะหลอมกระบี่อยู่ในกาแพงเมืองปราณกระบี่ หรือไม่ ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างเลย
เมื่อหมื่นปีก่อน ผู้ฝึ กกระบี่ในโลกมนุษย์ก็มีอยู่แค่สองประเภท นั่นคือเฉินชิงดูกับผู้ฝึกกระบี่คนอื่นเว้นจากเฉินชิงตู
ทุกวันนี้หนิงเหยากลับมีลางและมีวี่แววว่าจะมาเสริมในส่วนของ เฉินชิงตูที่ขาดไปแล้ว
เพียงแต่ไม่รู ้ว่าด่านสวรรค์ที่ขอบเขตบินทะยานต้องผสานมรรคา เป็ นขอบเขตสิบสี่จะขัดขวางนางไว้ได้หรือไม่?
หม่าขู่เสวียนพลันสังเกตเห็นถึงความแปลกประหลาดบนสีหน้า ของเฉินผิงอัน
ท าไม พอพูดถึงหนิงเหยาคนรักของเจ้า เจ้าเลยคิดถึงเรื่องที่ ตัวเองกินข้าวนิ่ม? ก็เลยรู ้สึกไม่ดีขึ้นมา?
ใต้หล้าไพศาลในทุกวันนี้แทบทุกคนต่างก็รู ้ถึงประวัติผลงานการ สู้รบของบรรพบุรุษย้ายภูเขาแห่งภูเขาตะวันเที่ยงว่ายอดเยี่ยมจนทา ให้คนต้องเดาะลิ้น สร ้างวีรกรรมยาวเป็ นพรวนที่จนถึงทุกวันนี้พอมอง ย้อนกลับไปก็ยังรู ้สึกตะลึงพรึงเพริด ตอนที่อยู่ในถ้าสวรรค์หลีจูก็ท า ร ้ายหลิวเสี้ยนหยางให้บาดเจ็บสาหัสก่อน ต่อมาก็บีบให้เฉินผิงอัน กับหนิงเหยาต้องร่วมมือกันต่อต้านศัตรู ทั้งสองฝ่ ายประมือกันอยู่ นาน แล้วยังเคยปล่อยหมัดใส่ซ่งจ่างจิ้ง สุดท้ายดูเหมือนว่าจะยังเคย ท้าทายฉีจิ้งชุน เพียงแค่เพราะอยากจะย้ายภูเขาพีอวิ๋นขุนเขาเหนือที่ ทุกวันนี้ตกเป็ นของเย่โหยวเสินจวินไป….
แต่กลับไม่รู ้ว่าแท้จริงแล้วปีนั้นหม่าขู่เสวียนก็เคยท้าทายพวกเขา มาก่อนเช่นกัน
หม่าขู่เสวียนในเวลานั้นมีความคิดผิดแผกไปจากคนปกติทั่วไป เขากลับรู ้สึกว่าเด็กสาวต่างถิ่นกับเจ้าคนบ้านนอกตรอกหนีผิง พวก เขาที่สถานะของคนหนึ่งคือฟ้ า ของอีกคนคือดิน หากสามารถเคียงคู่ กัน อสนีสวรรค์ชักนาอัคคีปฐพี กลิ้งผ้าห่มอะไรกัน ก็คงจะดีอย่าง มาก ดอกไม้สวยสุดปักบนกองขี้วัว ค่อนข้างจะน่าสนใจ
เฉินผิงอันส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “ตัวปลอมก็คือตัวปลอม ถึงอย่างไรก็ ไม่ใช่ตัวจริง ได้แต่หาม้าตามแผนที่ (เปรียบเปรยว่ายึดติดตามทฤษฎี ไม่มีความคิดสร ้างสรรค์) คิดอะไรแปลกใหม่ไม่เป็ น”
โจวมี่กล่าว “อ้อ? ถ้าอย่างนั้นก็ขอเซียนกระบี่เฉินช่วยชี้แนะ หน่อยเถิด”
เฉินผิงอันกล่าว “จะแนะนาชื่อแรกเริ่มสุดของกระบี่บินแห่งชะตา ชีวิตสองเล่มของข้าให้รู ้จักก็แล้วกัน พวกมันมีชื่อว่านกในกรงกับ จันทร์กลางบ่อ แล้วก็ขอแก้หน่อย ป๋ ายจวีกระบี่บินของหลิวไฉ แรกเริ่มเอามาใช ้รับมือกับนกในกรง กระบี่บินปี้ลั่วต่างหากที่ใช ้รับมือ กับจันทร ์กลางบ่อ แน่นอนว่าการวิเคราะห์ของเจ้าในเวลานี้ก็ไม่ได้มี ปัญหาใดๆ ข้าเอาเงินเหรียญทองแดงแก่นทองหลายถุงมาหลอมเป็ น แม่น้าแห่งกาลเวลาสายหนึ่ง คือความคิดเพ้อฝันของคนปัญญาอ่อน ไม่รู ้จักเจียมตน พยายามจะสร ้างพันโลกธาตุขนาดเล็กขึ้นมาในนก
ในกรง นี่ก็ต้องยกคุณความชอบให้การปรากฏตัวของหลิวไฉ กระบี่ บินสองเล่มนั้นของเขาได้มอบแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับข้า”
ความนัยในประโยคนี้ก็คือทั้งๆ ที่รู ้ว่าหลิวไฉรอตนอยู่บนเส้นทาง เบื้องหน้า เฉินผิงอันก็ไม่เพียงแต่ไม่เดินอ้อมผ่านไป กลับกันยังเดิน ขึ้นหน้าไปอีกก้าว ป๋ ายจวีของเจ้าสามารถมองเมินการกักกันของ แม่น้าแห่งกาลเวลาได้ไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะใช ้ทุกวิธี รวบรวมเงินเหรียญทองแดงแก่นทองมาจากทุกหนทุกแห่ง แล้วทุ่ม เงินลงไปตลอด ปี้ลั่วของเจ้าถูกเรียกขานว่าหนึ่งกระบี่ทาลายหมื่น กระบี่หรือ? ถ้าอย่างนั้นก็มาดูกันสิว่าสรุปแล้วเจ้าจะสามารถท าลาย กระบี่ได้กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านเล่ม?
โจวมี่กระจ่างแจ้งในฉับพลัน “ไม่กลัวว่าจะต้องกอดมรรคาตาย ไป คิดแต่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเท่านั้น ที่แท้ผู้ฝึกกระบี่ก็เป็ นเช่นนี้”
หม่าขู่เสวียนจุ๊ปาก “หัวแข็งจริงๆ”
โจวมี่เผยสีหน้าชื่นชม ยิ้มเอ่ยว่า “เชื่อในชะตากรรมแต่ไม่ ยอมรับชะตากรรม ก็คือความเคยชินที่ดี”
หม่าขู่เสวียนใช ้เสียงในใจถาม “หมายความว่าอย่างไร?”
โจวมี่ตอบ “ค่อนข้างจะยุ่งยาก ดึงเส้นไหมไม่ง่ายแล้ว กลัวก็แต่ ว่านอกรังไหมยังมีรังไหม ข้าพอจะอนุมานได้ว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือ หนึ่งในฟ้ าดินมายา นอกจากที่นี่แล้วยังมีฟ้ าดินส ารองอีกหลายสิบ แห่ง ตอนนี้ส่วนที่ข้าหารากฐานเจอก็มีสามสิบสองแห่งแล้ว แม้จะ
บอกว่าระดับความแข็งแกร่งของพวกมันธรรมดามาก ยังสู้ก าแพง เมืองปราณกระบี่แห่งนี้ไม่ได้ด้วยซ้า แต่หากเขาจะเอามาถ่วงรั้งมือ เท้าของเจ้าในช่วงเวลาที่เป็ นกุญแจสาคัญ ทาลายความตั้งใจเดิม ของเจ้า ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”
หม่าขู่เสวียนพยักหน้า “ไอ้หมอนี่มีความคิดกลอุบายลึกล้ามา ตั้งแต่เด็กแล้ว เสแสร ้งก็เก่ง ปลิ้นปล้อนมาก หากว่ากันเรื่องกลอุบาย ปีนั้นซ่งจี๋ชินยังไม่เหมาะจะถือรองเท้าให้เขาด้วยซ้า ไม่เสียแรงที่เป็ น คนบนเส้นทางเดียวกัน ข้าแกล้งโง่ เขาก็แกล้งเป็ นคนดี ปีนั้นพวกเรา ต่างก็ท าส าเร็จ”
ดูเหมือนเฉินผิงอันจะเดาจุดประสงค์ของพวกเขาออก จึงยิ้ม บางๆ พูดด้วยน้าเสียงที่แฝงไว้ด้วยแววเย้ยหยัน “ให้โอกาสพวกเจ้า แล้ว แต่กลับไม่ยอมใช ้กันนะ”
โจวมี่พลันใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “ต้องระวังแล้ว”
หม่าขู่เสวียนหลุดหัวเราะพรืด “ระวังอะไร เจ้าท าลายปราการ ต่อไป สามารถชัดให้แหลกสลายไปได้ทั้งหมดเลยยิ่งดี ไม่สาเร็จก็ไม่ เป็ นไร ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ปล่อยเขาไว้อยู่แล้ว”
ทันใดนั้นฟ้ าดินพลันแปรเปลี่ยน ฟ้ าครามหมื่นลี้สวยงามน่ามอง ไม่เหลือเกล็ดหิมะอีกแม้แต่ชิ้นเดียว พื้นดินที่เดิมทีมีหิมะสะสมหนา ชั้นก็ไม่เหลือหิมะสีขาวให้เห็นอีกต่อไป
ขณะเดียวกันบนหัวกาแพงเมืองก็มีเส้นเส้นหนึ่งฟันผ่ามาในแนว ขวาง แต่กลับมองไม่เห็นแสงกระบี่
ระดับความสูงที่เส้นแนวขวางนั้นพุ่งผ่านบังเอิญอยู่ตรงช่วงเอว ของหม่าขู่เสวียนและโจวมี่พอดี ราวกับว่ามีเซียนกระบี่ที่มองไม่เห็น คนหนึ่งวาดกระบี่ฟันผ่าฟ้ าดิน
โจวมี่ยังคงมีสีหน้าเป็ นปกติ ยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ร่างถูกฟันขาด ออกเป็ นสองท่อนไม่มีภาพที่เลือดสดสาดกระเซ็นออกมา แม้ว่าเรือน กายจะไม่ใช่ภาพมายา สิ่งที่แสงกระบี่ฟันไปก็เป็ นของที่จับต้องได้จริง เพียงแต่ว่าตรงช่วงเอวที่ถูกฟันขาดออกเป็ นสองท่อนกลับมีล าแสง แก้วใสพร่าตาไหลนองออกมาเป็ นระลอก ลาแสงสองเส้นหนึ่งลอยสูง หนึ่งลดต่าคล้ายกับพยายามจะเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อยากจะประกอบ ร่างกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่กลับถูกปณิธานกระบี่ที่ยังหลงเหลืออยู่ ขัดขวาง เรือนกายนี้เหมือนเปลือกว่างเปล่าคล้าย“กระสอบฟาง” เพียงแต่ว่ากระสอบฟางภายใต้เนื้อหนังมังสานี้กลับมีมูลค่าควรเมือง อย่างแท้จริง ถึงกับเป็ นร่างแก้วใสที่จาแลงออกมาจากเงินเหรียญ ทองแดงแก่นทองจ านวนมาก
ดูเหมือนว่าจะได้รับคาสั่งบางอย่างจากหม่าขู่เสวียน โจวมี่ยื่นมือ ออกไปหมายจะคว้า “บ่อสายฟ้ า” ขนาดเท่าเมล็ดพุทรามาไว้ในมือ แต่กลับมีแสงกระบี่อีกเส้นพุ่งตกลงมาที่หัวก าแพง ฟันแสกหน้าร่าง ของโจวมี่ร่างนี้ เรือนกายที่เดิมที่ถูกตัดแบ่งออกเป็ นบนกับล่าง กลายเป็ นถูกแบ่งสี่ส่วน แสงกระบี่สองครั้งนี้ อันที่จริงไม่อาจพูดว่า
เป็ นแสงกระบี่หนึ่งเส้นได้เพราะรอยผ่าขนาดมโหฬารนั้นเรียบเนียน เป็ นแผ่นเดียว แสงกระบี่เปล่งประกายพาดขวางไปทั่วทั้งฟ้ าดินขนาด เล็กแห่งนี้

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!