เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1097

เฉินผิงอันที่เปลี่ยนมาสวมชุดคลุม

ฟ้ าดินกว้างใหญ่ไพศาลหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ชุดคลุมอาคมเป็ นสี แดงสด

ต้นไม้สูงท่ามกลางหิมะ สีแดงประหนึ่งเปลวเพลิง

ตรงจุดสูงของหัวก าแพง ไม่รู ้ว่าเหตุใดเรือนกายของโจวมี่ถึงหด เล็กลงเหลือสูงเท่าคนธรรมดา

กระทั่งนาทีนี้ หม่าขู่เสวียนถึงเพิ่งจะรู ้ว่าในที่สุดตัวเองก็ได้พบ ตัวการหลักแล้ว เขาตกใจไม่น้อย เจ้าเฉินผิงอันผู้นี้เข้าไปในศาล บรรพชนตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้ตนก็นั่งอยู่หน้าประตู แต่ถึงกับ สัมผัสไม่ได้เลยแม้แต่น้อย? หม่าขู่เสวียนคิดว่าตัวเองไม่ได้ประเมิน ตบะของเฉินผิงอันต่าไป เขาถึงกับยอมเสี่ยงอันตราย ยอมผิดต่อ ความตั้งใจของตัวเองใช ้วิชาอภินิหารเวทอสนีที่แรกเริ่มเขาเกลียดชัง อย่างถึงที่สุด พอถึงท้ายที่สุดกลับกลายเป็ นว่าเฉินผิงอันเอาแค่ร่าง แยกมารับมือกับตนเท่านั้น?

เดิมทีนึกว่าเอาโจวมี่ที่วางแผนอย่างตั้งใจมานานผู้นี้ออกมาใช ้ งาน ต่อให้จะสังหารเฉินผิงอันไม่ได้ ก็ควรจะท าให้ตบะของเขาได้รับ ความเสียหาย เพิ่งจะเลื่อนเป็ นเซียนเหรินก็ต้องขอบเขตถดถอย กลับไปที่หยกดิบ

หม่าขู่เสวียนใช ้เสียงในใจถาม “เรื่องปล่อยจิตมารของเฉินผิงอัน ออกมาเกิดข้อผิดพลาดหรือ? ถูกเขามองออกแล้วอย่างไร เจ้าก็แค่ ต้องฉวยโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร ้อนเท่านั้น ไอ้หมอนี่ผ่าน ประสบการณ์การเข่นฆ่าสังหารมานาน กลอุบายมีมากมาย อย่าได้ หลงกลถูกเขาหลอกตบตาเอาได้”

นี่ก็คือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้หม่าขู่เสวียนรู ้ตัวว่าตกอยู่ในค่ายกล ใหญ่แต่กลับไม่ยี่หระแม้แต่น้อย จะปล่อยให้เจ้าเฉินผิงอันได้เปรียบไป ก่อน แต่กลับไม่รู ้เลยว่าตั๊กแตนจับจักจั่นนกขมิ้นรออยู่เบื้องหลัง คิด อยากจะสลับตาแหน่งสาคัญกลับไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ตามหลักแล้ว จิตมารของผู้ฝึ กตนมีฤทธิ์รุนแรงที่สุดก็ตอนที่ถึงคอขวดขอบเขต ก่อกาเนิด ยามที่ปิดด่านต้องการจะฝ่ าทะลุขอบเขตสู่ห้าขอบเขตบน เพราะนี่ก็คือเส้นทางที่นักพรตยุคบรรพกาลจ าเป็ นต้องเดินผ่าน ไม่ ทาลายจิตมารข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปก็ไม่ถือว่าเป็ นเซียนดิน ขอแค่ อาศัยมือของโจวมี่ ใช ้วิชาอภินิหารบรรพกาลบางอย่างที่หาย สาบสูญไปนานแล้วเปิ ดกรงขังหัวใจ ปล่อยจิตมารของเฉินผิงอัน ออกมา ถ้าอย่างนั้นค่ายกลที่สกัดกั้นฟ้ าดินช่วยให้เฉินผิงอันได้ดิน อวยพรไปอยู่ในมือนี้ก็จะกลายมาเป็ นด่านยากที่ใหญ่ที่สุดยามที่เฉิน ผิงอันต้องเผชิญหน้ากับจิตมาร ยิ่งฟ้ าดินแห่งนี้ไม่แปดเปื้อนฝุ่ นใน โลกีย์มากเท่าไรก็ยิ่งเป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ไร ้มลทินสาหรับจิต มารมากเท่านั้น จิตมารที่เฉินผิงอันต้องเผชิญหน้าก็จะยิ่งเหมือน

ตัวเฉินผิงอันเอง ถึงเวลานั้นก็จะเป็ นธรรมะสูงหนึ่งฉื่อ อธรรมสูงหนึ่ง จั้ง…

ถึงเวลานั้นคนที่เฉินผิงอันต้องเผชิญหน้าด้วย นอกจากหม่าขู่ เสวียนแล้วก็ยังมีโจวมี่ตัวปลอมที่เกิดจากการนิมิตภาพ บวกกับเฉิน ผิงอันที่เป็ นจิตมาร นั่นก็เป็ นเซียนเหรินถึงสามคนแล้ว

โจวมี่ยิ้มตอบ “ใช่ว่าจะปล่อยออกมาไม่ได้ แต่ไม่มีความจาเป็ น จิตมารของเฉินผิงอันประหลาดมาก ส าหรับพวกเราแล้วไม่มีพลัง พิฆาตใดๆ ให้เอ่ยถึง ไม่ได้มีความหมายใดๆ เลย จะให้ข้าสิ้นเปลือง ตบะปล่อยจิตมารที่ได้มาไม่ง่ายออกมา ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบมันกลับ ทาแค่นั่งชมงิ้วอยู่เฉยๆ ก็คงไม่ดีกระมัง”

หม่าขู่เสวียนอดไม่ไหวด่ามารดาไปคาหนึ่ง “ข้าก็บอกแล้วว่าไอ้ หมอนี่คือตัวประหลาด!”

โจวมี่กล่าว “การดารงอยู่ของข้าทาให้เขาหวาดเกรง นี่แสดงให้ เห็นว่าร่างจริงของข้าสร ้างความทรงจาที่ลึกล้าไม่ธรรมดาให้กับเขา”

หม่าขู่เสวียนพูดชวนคุย “จะมีสักกี่คนที่ควรค่าให้ชุยฉาน กับฉีจิ้งชุนร่วมมือกันต่อกร? หลังจากนั้นก็ยิ่งต้องเชิญให้บรรพจารย์ สามลัทธิร่วมแรงกันสยบก าราบ?”

หมื่นปีที่ผ่านมา มีแค่คนผู้นี้ผู้เดียว

หม่าขู่เสวียนกวักมือเรียก ท่วงทานองมรรคาที่หลงเหลืออยู่ของ ทัณฑ์สวรรค์ห้าอสนีที่กระจายไปตามฟ้ าดินประหนึ่งได้รับคาสั่งให้มา

รวมตัวกันที่หัวกาแพงเมือง กระตุกดึงให้เกิดเส้นด้ายห้าสีที่ตัดฟัน เกล็ดหิมะจ านวนนับไม่ถ้วนให้แหลกกระจุยกระจาย

เฉินผิงอันก็ไม่ขัดขวาง ปล่อยให้หม่าขู่เสวียนเก็บเอาไป

โจวมี่ส่ายหน้า “เส้นทางพังเละไปแล้ว ไม่จาเป็ นต้องเก็บกลับมา รอให้เจ้าเอาชนะเขาได้ก่อนค่อยว่ากัน ระวังว่าจะไปสัมผัสโดน ปณิธานกระบี่แล้วจะเป็ นการชักศึกเข้าบ้าน”

หม่าขู่เสวียนรับฟังเพียงครึ่งเดียว ยังคงไม่ได้ถอนคาสั่งนั้น แต่ กลับล้มเลิกความคิดที่จะเก็บมันมาไว้ในชายแขนเสื้อของตัวเอง เส้น แสงหลากสีหลายหมื่นเส้นมารวมตัวกันอยู่ข้างกายหม่าขู่เสวียนแล้ว ผสานรวมกันเป็ นลูกกลมขนาดใหญ่เท่าปมเชือก แสงศักดิ์สิทธิ์ส่อง ประกายเรืองรองพร่าตา เหมือนกับแหตกปลาเวทอสนีที่สามารถบด บังฟ้ าดินได้ และหม่าขู่เสวียนก็คือคนที่ถือแห

มนุษย์ธรรมดาไม่รู ้ถึงความต่างระหว่างคาถาเซียนกับวิชา อภินิหาร มองเป็ นวิธีการบนภูเขาเหมือนกันทั้งหมด นี่ก็เพราะไม่รู ้ ความต่างระหว่างเทพกับเซียน

สืบยอดไปถึงต้นก าเนิด พูดถึงแค่รากฐานมหามรรคา วิชาคาถา นับพันหมื่นและเคล็ดลับตระกูลเซียนในคามหมายที่เข้มงวดก็คือเส้น สายทั้งหลายที่ผู้ฝึกลมปราณยุคบรรพกาลสร ้างขึ้นมาเพื่อใช ้ในการ แสวงหามรรคา แต่โดยรวมแล้วไม่พ้นจุดสาคัญที่ว่าเก็บลมปราณ หล่อหลอมลมปราณแล้วจึงใช ้ปราณวิญญาณฟ้ าดิน จากนั้นจาแลง

มันออกมาด้านนอกทว่าวิชาอภินิหารกลับเป็ นจุดสาคัญที่ทาให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลมีอานาจมากมายในมือ นักพรตยุคบรรพกาล บ้างก็แกะสลักต าราม่วง บันทึก ‘เส้นทาง” พวกนั้นไว้ในตารา นี่ก็คือ ความเป็ นมาของตาราลับส่วนหนึ่งในโลกยุคหลัง และยิ่งมีผู้ที่เก็บ รวบรวมร่องรอยของวิชาอภินิหารมากมายที่ทิ้งไว้ในฟ้ าดิน ย้ายพวก มันมาสลักไว้ตามเส้นเอ็น กระดูก หน้าประตูใหญ่หรือไม่ก็ผนัง กาแพงของช่องโพรงลมปราณแห่งชะตาชีวิต ประหนึ่งแกะสลัก ตัวอักษรใหญ่ไว้บนหน้าผา และการสละร่างไปเกิดใหม่ของเซียนดิน ผู้บรรลุมรรคายุคบรรพกาลประเภทนี้ ชาติหน้ายามเกิดมาก็มักจะสืบ ทอดส่วนหนึ่งที่อดีตชาติทิ้งไว้ จึงกลายมาเป็ นพื้นฐานความส าเร็จบน มหามรรคา คือโชควาสนาในการขึ้นเขาของพวกเขา และนี่ก็คือ สาเหตุที่ว่าทาไมการขึ้นเขาฝึกบาเพ็ญตนกลายเป็ นเซียนในโลกยุค หลังถึงต้องพิถีพิถันในเรื่องที่ว่า คนคนหนึ่งมีรากแห่งเซียนรองรับ ฐานแห่งมรรคาได้หรือไม่

แล้วก็มีนักพรตยุคบรรพกาลที่พรสวรรค์โดดเด่นส่วนหนึ่งที่ สามารถหยิบพวกมันมาใช ้ได้โดยตรง ตบะค่อยๆ ลึกล้าแล้วก็เปลี่ยน มันให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่ให้สอดคล้อง กับโลกมนุษย์ใหม่เอี่ยมได้ หากจะพูดถึงเรื่องที่ว่าควรจะร่ายใช ้ อย่างไร พูดถึงแค่วิชาอภินิหาร จุดสาคัญก็อยู่ที่คาว่า “ผ่าน” เทพ ผ่าน ผ่านเทพ เส้นทางเทพสายหนึ่งที่เชื่อมโยงฟ้ าดิน นี่ก็คือสาเหตุ หลักที่ลัทธิเต๋าในยุคหลังสร ้างแท่นประกอบพิธีกรรมขึ้นมา เพื่อที่จะ

เลียนแบบเส้นทางเทพ นักพรตรับธรรมโองการ ได้บันทึกชื่อลง ท าเนียบเซียนก็จะสามารถ “ยืมใช ้วิชาคาถา” จากบรรพจารย์ วิธีการ ประเภทนี้จาเป็ นต้องปูทางเส้นหนึ่งเอาไว้ หากคิดจะเดินผ่านทางเส้น นี้ก็ต้องมีเอกสารผ่านด่าน ในมือถือป้ ายคาสั่ง บนร่างพกคัมภีร ์ล้าค่า ถึงจะเดินผ่านไปได้อย่างราบรื่นไร ้อุปสรรค การที่นักพรตต้องรับ ธรรมโองการก็มีความหมายอยู่ตรงนี้ และพวกร่างจาแลงที่แตกกิ่ง ก้านขยายออกไป กายธรรมร่างทองที่ผสานกับกฎแห่งฟ้ าหลักแห่ง ดิน ก็ล้วนเป็ นวิธีการที่ผู้ฝึกลมปราณดึงมาจากฟ้ า เอามาใช ้กับดิน

นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทาไมโจวมี่ถึงได้บอกว่าเส้นทางพังเละแล้ว ด้วยขอบเขตเซียนเหรินของหม่าขู่เสวียนในทุกวันนี้ ระยะเวลาสั้นๆ ย่อมไม่อาจสร ้างสะพานแห่งที่สองขึ้นมาได้

แล้วนับประสาอะไรกับหม่าขู่เสวียนยืมบ่อสายฟ้ าทัณฑ์สวรรค์นี้ มาจากกรมสายฟ้ า เดิมทีก็ตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าเฝ้ าดูเองขโมยใช ้เอง อยู่แล้ว ถือเป็ นการกระทาที่ล้าเส้น คราวหน้าจะต้องถูกกล่าวโทษ อย่างแน่นอน ตอนนี้ที่เรื่องเละเทะนี้เกิดขึ้นก็คือราคาที่หม่าขู่เสวียน ต้องจ่ายจากการที่หม่าขู่เสวียนมองเฉินผิงอันเป็ นศัตรูในจินตนาการ ขอบเขตเซียนเหริน โชคดีที่แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็ นคนประเภทที่ทา อะไรขึ้นอยู่กับอารมณ์ตัวเอง สนแต่หัวไม่สนบั้นท้ายอยู่แล้ว

หม่าขู่เสวียนใช ้เสียงในใจถาม “รื้อถอนค่ายกลเป็ นอย่างไรบ้าง แล้ว?”

โจวมี่เอ่ยอย่างไม่กระโตกกระตาก “ช ้ามาก ช ้ากว่าที่คาดการณ์ ไว้มาก ระดับขั้นของกระบี่บินเขาไม่ต่า แล้วนับประสาอะไรกับที่ยัง ต้องป้ องกันไม่ให้เป็ นการแหวกหญ้าให้งูตื่นด้วย”

บทที่ 1097.1 จินตนาการ 1

บทที่ 1097.1 จินตนาการ 2

บทที่ 1097.1 จินตนาการ 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!