ต่อให้จะเป็ นเนื้อหาที่แต่งออกมาอย่างส่งเดช แต่แต่งทีเดียวได้ มากขนาดนี้โดยที่พูดไม่หอบสักคา นั่นก็ถือว่ามีสติปัญญาสาหรับ แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าแล้วกระมัง?
เพียงแต่ว่าเมื่อเฉินหลิงจวินได้ยินประโยคสุดท้ายก็รีบแอบยกเท้า เตะเจิ้งต้าเฟิงทันทีเจ้าพูดจาระวังปากหน่อย อย่าไม่รู ้จักเด็กไม่รู ้จัก ผู้ใหญ่เช่นนี้
ชิงเจียหยุดเดิน ผินตัวเบี่ยงข้างก้มหัวคารวะชายฉกรรจ์ เอ่ย อย่างจริงจังว่า “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยสั่งสอน ประหนึ่งก้อน เมฆเคลื่อนออกมองเห็นแสงตะวันดุจปัญญาที่สว่างวาบขึ้นใน ฉับพลัน”
เจิ้งต้าเฟิ งรีบเบี่ยงตัวหลบ ยิ้มเอ่ยว่า “ก็แค่คุยเล่นกันไม่กี่คา เท่านั้น มิอาจรับพิธีการใหญ่เช่นนี้จากสหายยวนหูได้”
ชิงเจียมีสีหน้าสดใสทาให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกหลายส่วน ความ งามก็ยิ่งถูกขับให้โดดเด่น ชวนให้คนมองจิตใจสะท้านไหวอย่าง แท้จริง “หลังจากนี้จะไปรบกวนที่เรือนของท่านอาจารย์บ้างได้ หรือไม่?”
เจิ้งต้าเฟิงส่ายหน้า ยิ้มพลางตบหน้าท้องของตัวเอง “วิชาความรู ้ ตื้นเขิน ไม่เหลืออะไรแล้ว หากยังคุยกันอีกจะต้องปล่อยไก่แน่แล้ว”
ไม่ยอมให้อีกฝ่ายพูดอะไรอีก เจิ้งต้าเฟิงก็ทะยานลมจากไปทันที
ชิงเจียยังอยากรั้งตัวเขาไว้ นางยื่นมือออกไป เพียงแต่ลังเลอยู่ ชั่วขณะ สุดท้ายก็ปล่อยมือลง
ยอดฝีมือนอกโลกีย์ล้วนเป็ นเช่นนี้กันทั้งนั้น
ส่วนบุรุษที่จากไปไกลอย่างสง่างามกลับยังแอบลอบยินดีอยู่กับ ตัวเอง “การแสร ้งปล่อยเพื่อจับในครั้งนี้ ชานาญเข้าขั้น ฝีมือสุดยอด จริงๆ!”
เขาหรือจะรู ้ว่าจิตใจในการถามหามรรคาของพี่หญิงคนนั้นจะไม่ หนักแน่นมากพอนางที่ยืนอยู่ที่เดิมทาเพียงแค่ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วก็ตัดใจไปทั้งอย่างนี้
เจิ้งต้าเฟิงไปถึงที่หน้าประตูภูเขาก็ไม่มีเวลามาพูดคุยกับเซียนเว่ ยอีก วิ่งตุปัดตุเป๋ ไปพับผ้าห่ม ลองเขย่าขาเตียงดู มั่นคงอย่างมาก ต้องไม่ส่งเสียงดังออดแอดแน่นอน
เซียนเว่ยรู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้างจึงเดินตามไปที่เรือน เห็นเจิ้งต้า เฟิงเช็ดปาก แต่ฝีเท้ากลับก้าวรวดเร็วราวกับบิน โหวกเหวกว่า “ข้า จะช่วยเฝ้ าประตูให้เอง เจ้าไปพักผ่อนได้เลย”
เซียนเว่ยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ยินดีที่จะมีเวลาได้แอบ อู้ จึงไปที่ห้องของตัวเอง กรอบป้ ายห้องหนังสือแผ่นนั้น เขาขอให้ เจิ้งต้าเฟิงจับพู่กันเขียนด้วยตัวเอง พ่อครัวเฒ่าช่วยท ากรอบให้ เป็ น
ค าว่า “ซวีเสวียน” สองคาใหญ่ที่เขียนด้วยแบบอักษรโบราณทาสี ทอง
หรูหรา
เป็ นการทาทองอย่างแท้จริงเลยนะ
อันที่จริงเซียนเว่ยยังเตรียมชื่อห้องหนังสือไว้อีกหลายชื่อ ยกตัวอย่างเช่นเรือนต าราทีไม่เคยอ่าน หรือไม่ก็เรือนตาราอ่านซ้า ผ่านตา
ก็ชีวิตคนนี่นะ ต้องการความสบายกายสบายใจ ต้องได้เสพสุข ก็หนีไม่พ้นว่าได้อ่านตาราเล่มใหม่ที่ไม่เคยอ่านมาก่อนและการได้พบ เจอกับคนรู ้จักเก่าที่สนิทสนมกันอีกครั้ง
เพียงแต่ว่าคิดไปคิดมาเซียนเว่ยก็ยังรู ้สึกว่าเป็ นคนไม่ควรลืม กาพืดตัวเอง ฉายานี้อยู่เป็ นเพื่อนตนมานานหลายปีแล้ว แขวนไว้ตรง นั้นก็ถือเป็ นการเตือนอย่างหนึ่งว่าตนเคยล าบากมาก่อน
เซียนเว่ยเข้ามาในห้องหนังสือ หยิบต าราเป็ นการเป็ นงานสอง เล่มออกมาจากชายแขนเสื้อ ข้าวของทุกชิ้นที่อยู่บนโต๊ะล้วนเป็ นของ ที่หน่วนซู่นามามอบให้แทบทั้งหมด ทุกครั้งที่ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ จะต้องเพิ่มของให้ใหม่หนึ่งชิ้น จึงสะสมจากน้อยมาเป็ นมาก
นั่งลงบนเก้าอี้หมวกขุนนางตัวหนึ่ง ดึงตาราเต๋าเล่มหนึ่งออกมา จากกองภูเขาตาราเล็กๆ บนโต๊ะ ชื่อของตาราเล่มนี้ค่อนข้างยาว นั่น
คือ “ต ารับปรุงยาอายุวัฒนะอันเป็ นคัมภีร ์ลับล้าค่าดุจหีบทองแห่ง สวรรค์
เซียนเว่ยมีความเคยชินอย่างหนึ่งเวลาอ่านหนังสือ คือจะต้อง อ่านบทน าและบันทึกท้ายเล่มก่อน
มาอยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว ตาราวิชาลับทั้งหลายที่เมื่อก่อนแม้แต่ฝันก็ ยังไม่กล้าคิดถึงล้วนได้มาอยู่ในมือหมดแล้ว ทว่าความเคยชินนี้ก็ยัง ไม่เปลี่ยนไป เหตุผลก็เรียบง่ายมาก ตัดหัวกับท้ายออก ส่วนที่อยู่ตรง กลาง อ่านไม่รู ้เรื่อง
ตัวอักษรแน่นอนว่าต้องอ่านออก แต่พอเอามาร ้อยเรียงเข้า ด้วยกัน เซียนเว่ยกลับรู ้สึกเหมือนตกอยู่ในดงเมฆหมอก มึนงงสับสน มักจะอ่านไม่รู ้เรื่อง ไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ ไม่พูดถึงว่าตาราเต๋ที่ ค่อนข้างมุ่งเน้นไปในทางนามธรรมเล่มนี้ก็คือตาราลับในการฝึกตน ตระกูลเซียนที่อธิบายถึงขั้นตอน ระบุพิกัดของแต่ละด่านและวิธีการ ฝึกตนไว้อย่างละเอียด เซียนเว่ยอ่านแล้วก็เหมือนกับไม่ได้อ่าน ไม่ได้ มีความเข้าใจใดๆ กลับกันยังรู ้สึกง่วง อยากจะงีบหลับ…
สาหรับเรื่องนี้เขาไม่ได้หงุดหงิด เขารู ้มาโดยตลอดว่าตัวเอง ไม่ใช่เมล็ดพันธ ์เทพเซียนที่แท้จริงอะไร ไม่มีรากฐานในการฝึกตน สามารถจับผลัดจับผลูมาฝึ กวิชาคาถา กลายเป็ นผู้ฝึ กลมปราณ ขอบเขตสองได้ก็ถือเป็ นความบังเอิญโชคดีล้วนๆ
เรื่องของการเฝ้ าประตู อันที่จริงก็แค่ขานชื่อแล้วนั่งลงเท่านั้น ยามอยู่ว่าง เซียนเว่ยก็จะมาจิบเหล้าเก่าพร ้อมกับแกล้มอีกสองจาน อยู่ในห้องหนังสือแห่งนี้พลางอ่านตารา เล่นหมากล้อมไปด้วย
อย่าเห็นว่านักพรตเซียนเว่ยต้องเฝ้ าประตูทุกวัน เป็ นงานที่ต้อง ทาตลอดทุกเช ้าค่า แต่เขากลับไม่เคยละทิ้งหน้าที่ ไม่กล้าเกียจคร ้าน กังวลว่าจะเสียชามข้าวไปแล้วต้องกลับไปเร่ร่อนอยู่ในยุทธภพอีกครั้ง เพียงแต่เซียนเว่ยคิดว่าตัวเองนั้นติดขัดอยู่ที่คุณสมบัติ การพัฒนาจึง เชื่องช ้าเท่านั้น เมื่อก่อนไม่เคยร ้อนใจเพราะรู ้ว่าภูเขาลั่วพั่วไม่เคยให้ ความส าคัญกับขอบเขตสูงต่า แค่พอให้ผ่านไปได้ก็ได้แล้ว ทว่าทุก วันนี้เขารับลูกศิษย์แล้ว แล้วยังเป็ นลูกศิษย์เข้าห้องอย่างเป็ นทางการ บวกกับที่ทุกวันนี้ขอบเขตของหลินเฟยจิงก็ไม่ต่า ตามคากล่าวของ เว่ยซานจวินก็คือเด็กคนนี้มีรากฐานมรรคาลึกล้าแน่นหนา กระดูก เขียนก็ไม่เบากราบเซียนเว่ยเป็ นอาจารย์ได้ก็ถือว่าเป็ นความโชคดี อันใหญ่หลวงแล้ว กุญแจส าคัญก็คือขอบเขตของลูกศิษย์ยังสูงกว่า อาจารย์ นี่ก็ไม่เข้าท่าแล้ว นักพรตเซียนเว่ยของพวกเราจึงเริ่มไม่รู ้จะ เอาหน้าไปไว้ที่ไหน
อันที่จริงคากล่าวนี้ของเว่ยป้ อคือหนึ่งประโยคสองความหมาย มองดูเหมือนก าลังแสดงความยินดีกับนักพรตเซียนเว่ย แต่แท้จริง แล้วกลับชมว่าหลินเฟยจิงมีโชควาสนาลึกล้า ไม่ธรรมดา สามารถก ราบเขาเป็ นอาจารย์ กลายเป็ นลูกศิษย์ใหญ่ในนามของ “นักพรต” เซียนเว่ยได้
ทว่าเซียนเว่ยหรือจะรู ้ความวกวนอ้อมค้อมของเรื่องนี้ ดังนั้นใน ที่สุดจึงเริ่มมีใจคิดอยากเอาชนะจากเดิมที่หมดอาลัยตายอยากกับ เรื่องของการฝึกตน
นับตั้งแต่ที่จาความได้ นักพรตที่จะต้องฝันแทบทุกวันถึงกับไม่ได้ ฝันมาติดต่อกันเก้าวันแล้ว
เซียนเว่ยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าใดนัก
เก็บตัวเงียบอยู่ในภูเขา ปิดประตูไม่ออกจากบ้าน จุดธูปกลางดึก ปัดเป่ าความง่วงให้ออกห่าง ใช ้ชีวิตอย่างสงบสุขเรียบง่าย เพิ่มพูน ความรื่นรมย์ด้วยการอ่านตารา ก็ยิ่งเป็ นกลยุทธยอดเยี่ยมอันดับหนึ่ง สาหรับผู้ใฝ่ศึกษาที่ต้องการความสงบทางจิตวิญญาณอย่างเราๆ
อ่านต าร าเต๋ าอ ยู่พักห นึ่ ง ก็อ้า ปา กห าว ต้อ งทาตัว ใ ห้ กระปรี้กระเปร่าสักหน่อย เซียนเว่ยจึงเปลี่ยนมาเป็ นตาราเล่มหนึ่งที่ สามารถอ่านข้ามโดยเลือกจากหน้าที่พับเอาไว้แล้วได้ ทันใดนั้นก็ เหมือนมีเทพคอยช่วยเหลือ ขับไล่แมลงง่วงนอนนับล้านตัวให้ถอยร่น ไปได้ทันที
อ่านตาราเหมือนกัน เว่ยป้ อที่หลบมาหาความสงบในสถานที่ อ่านต าราบนขุนเขาเหนือบ้านตน ก่อนหน้านี้จัดงานเลี้ยงท่องราตรี ยุ่งวุ่นวายมาก ต้องพักสักหน่อย
เมื่อก่อนเป็ นเพราะเจอคนไม่ดีจึงต้องพยายามคิดหาสารพัดวิธี ในการจัดงานเลี้ยงท่องราตรี ขอแค่หาข้ออ้างเหมาะๆ ได้ก็จะต้องจัด
ทันที ตอนนี้ได้ครอบครองฉายาเทพแล้วก็น่าจะถึงคราวยุติได้แล้ว กระมัง
แต่ตอนนี้กลับมีเรื่องหนึ่งที่เขาต้องปรึกษากับเฉินผิงอัน ที่แท้ทาง ฝั่งของราชสานักต้าหลีก็กาลังจะส่งตัวอ่อนด้านการฝึ กตนที่มี พื้นฐานของตระกูลเซียนและหยกงามวัตถุดิบยอดเยี่ยมสาหรับฝึกวร ยุทธตั้งแต่เด็กกลุ่มหนึ่งมาให้อย่างลับๆ มีจานวนรวมทั้งสิ้นสิบหกคน
ครึ่งหนึ่งในนั้นถือเป็ นคนที่มีสายสัมพันธ ์ ล้วนเป็ นลูกหลาน ตระกูลชนชั้นสูงของต้าหลีบ้างก็เป็ นต้นกล้าดีที่ทางตระกูลหาตัวเจอ แล้วน ามาอบรมปลูกฝัง
จานวนอีกครึ่งหนึ่งคือผู้มีพรสวรรค์บนวิถีกระบี่และคนมี ความสามารถด้านการเรียนวรยุทธที่จานกานหลางของต้าหลี คัดเลือกจากแคว้นต่างๆ ทางทิศใต้ของแจกันสมบัติทวีปมาอย่าง ตั้งใจ
อีกทั้งยังบอกอีกว่าผ่านไปอีกปี สองปี จะยังส่งกลุ่มที่สองมาให้ ด้วย พยายามจะให้เป็ นผู้ฝึกกระบี่กันทุกคน
ถูกเฉินหลิงจวินรบกวนไปรอบหนึ่ง เว่ยป้ อจึงวางหนังสือในมือลง เดินเท้าเปล่าออกไปนอกห้อง ไปยืนอยู่ใต้ชายคา ยื่นมือมาขยับต่าง หูสีทองด้วยความเคยชิน



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!