เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1096

ทุกวันนี้หากเจอกันบนเส้นทางอีกครั้ง หรือเจอกันในวังของเมือง หลวงต้าหลี เจ้าส านักหร่วนจะยังต้องเป็ นฝ่ ายหลีกทางให้กับเซียน กระบี่เฉินด้วยหรือไม่?

และยังมีความประหลาดอีกหนึ่งอย่างก็คือผู้ถวายงานพิทักษ์ ภูเขาของภูเขาลั่วพั่ว ทุกวันนี้โลกภายนอกรู ้กันแค่ว่าแซ่โจว มีความ เป็ นมายิ่งใหญ่ ขอบเขตสูงจนมิอาจประมาณการณ์ได้

พูดถึงแค่ช่วงเวลาระหว่างที่นางเข้าร่วมงานพิธีที่ภูเขาตะวันเที่ยง นางถึงกับจงใจกดขอบเขตไว้ที่ขอบเขตถ้าสถิตซึ่งเป็ นขอบเขตต่า ที่สุดอยู่ตลอดเวลา คือผู้ฝึ กตนเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่เห็นเซียนกระบี่ ของภูเขาตะวันเที่ยงอยู่ในสายตาถึงเพียงนี้

อย่าว่าแต่ภูเขาตะวันเที่ยงจะมีผู้ฝึกกระบี่มากมายดุจก้อนเมฆเลย ไม่มีค่าพอให้นางลงมือแม้แต่น้อย ถึงขั้นที่ไม่มีค่าพอให้นางเผยกลิ่น อายมรรคาแม้แต่เศษเสี้ยว

อย่าเห็นว่านางมีรูปโฉมเป็ นแม่นางน้อยชุดด า ตบะของนาง จะต้องลึกล้าอย่างมากแน่นอน เปลี่ยนจากคนแก่ไปเป็ นเด็ก ตบะลึก จนมองไม่เห็นก้นบึ้งแล้ว

ทว่าบางครั้งก็มีความเห็นต่างอยู่บ้าง คาดเดากันว่าจะมีความ เป็ นไปได้หรือไม่ที่แท้จริงแล้วขอบเขตของผู้ถวายงานโจวก็คือ ขอบเขตที่ทุกคนเห็นๆ กันอยู่?

เพียงแต่ไม่นานก็มีข่าวมาพิสูจน์ว่าคากล่าวประเภทนี้เหลวไหล ไร ้สาระ ก าจัดความสงสัยและข้อโต้แย้งทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง ข่าว ที่ว่านี้แรกเริ่มมาจากเจ้านครของกาแพงเมืองปราณกระบี่ แพร่มาถึง ภาพลวงตากลางทะเลที่อยู่ทางทิศเหนือ แล้วจึงผ่านภูเขาห้อยหัวแพร่ ไปถึงเรือข้ามทวีปทั้งหลายของนครมังกรเฒ่า หมุนเวียนไปมาตลอด ทางถึงได้มาถึงแจกันสมบัติทวีป ผู้ฝึกตนของทั้งทวีปเพิ่งจะมารู ้กัน ภายหลังว่าเรื่องนี้สาคัญกว่าเรื่องที่เซียนกระบี่เฉินเป็ นอิ่นกวานคน สุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่เสียอีก ที่แท้ที่กาแพงเมืองปราณ กระบี่แห่งนั้น ผู้ถวายงานโจวก็ยังเป็ นบุคคลที่มีชื่อเสียงเช่นกัน มักจะ ถูกผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นพูดถึงเป็ นประจา เรียกขานอย่างให้ความ เคารพว่าภูตน้าใหญ่แห่งทะเลสาบคนใบ้

กาแพงเมืองปราณกระบี่คือสถานที่แบบใด ผู้ฝึกกระบี่ในท้องถิ่น ของที่นั่นสายตาสูงมองไม่เห็นหัวใคร แม้กระทั่งใต้หล้าไพศาลก็ยังดู แคลน แล้วจะเห็นค่าคนต่างถิ่นสักกี่คน?

แล้วนับประสาอะไรกับที่เผ่าพันธ ์ภูต หากคิดจะหยัดยืนอยู่ที่ กาแพงเมืองปราณกระบี่ให้ได้อย่างมั่นคงก็มีตัวอย่างอยู่ข้อหนึ่ง หาก จาไม่ผิด ก็มีเซียนกระบี่ใหญ่อย่างเฒ่าหูหนวกอยู่ไม่ใช่หรือ?

มีโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ตอนอายุยังน้อยก่อนจะ ร่ารวยเป็ นเศรษฐี เซียนกระบี่เฉินก็สามารถเชื้อเชิญแม่ทัพผู้กล้า หาญจากอุตรกุรุทวีปให้มาพิทักษ์ภูเขา ปกป้ องขุนเขาสายน้าได้แล้ว

ชิงเจียใช ้เสียงในใจถาม “สหายจิ่งชิง คงไม่ใช่ว่าท่านผู้นี้ก็คือผู้ ถวายงานโจวของภูเขาลั่วพั่วพวกเจ้าหรอกกระมัง?”

เฉินหลิงจวินยื่นมือมาโบกทักทายหมี่ลี่น้อยพลางใช ้เสียงในใจ พูดกลั้วหัวเราะไปด้วยว่า “ใช่แล้ว นางชื่อว่าโจวหมี่ลี่ กาลัง ลาดตระเวนภูเขาอยู่ อยู่ที่บ้านของพวกเราก็เป็ นนางที่แหละที่มียศขุน นางเยอะที่สุด เรื่องบางอย่าง ศิษย์พี่สองท่านของนายท่านเจ้าขุนเขา พวกเรายังต้องฟังนางเลยนะ อ านาจบารมีของผู้พิทักษ์โจวของพวก เรายิ่งใหญ่มากเลยล่ะ”

คนพูดไร้เจตนา แต่คนฟังกลับมีใจ

ชิงเจียหัวใจสั่นสะท้าน

ศิษย์พี่สองท่าน?

เหวินเซิ่งมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดรวมกันแล้วก็แค่ไม่กี่คน พวกศิษย์พี่ ทั้งหลายของอิ่นกวานหนุ่ม ไม่ว่าเลือกใครออกมาสักสองคน ชุยฉาน จั่วโย่ว หลิวสือลิ่ว ฉีจิ้งชุน…..

เดิมทีชิงเจียมั่นใจแล้วว่าภูตน้าตนนี้ตรงข้ามกับข่าวลือที่แพร่อยู่ ข้างนอก อันที่จริงเป็ นแค่ขอบเขตถ้าสถิต จริงแท้แน่นอน

เวลานี้นางกลับไม่กล้าที่จะให้ข้อสรุปอย่างไม่มีหลักฐานแล้ว

แม่นางน้อยชุดดาที่เดิมทีเดินกระโดดโลดเต้นมาตามทาง พอ เห็นจิ่งชิงโบกมือให้แล้วมองไปเห็นหญิงสาวแปลกหน้าที่แต่งกาย สุภาพเรียบง่าย

นางก็รีบกลั้นลมหายใจทาสมาธิ เดินด้วยท่าทางจริงจัง ก้าวเร็วๆ มาถึงที่ศาลา ขณะเดียวกันก็กอดไม้เท้าไผ่เขียวและคานหาบสีทอง ไว้ในอ้อมอก คารวะพลางเอ่ยว่า “คารวะเซียนซือ เป็ นเกียรติที่ได้พบ เป็ นเกียรติที่ได้พบ”

โดยทั่วไปแล้ว สามารถขึ้นเขามาได้ ล้วนไม่ถือว่าเป็ นคนนอก สักเท่าไร

ชิงเจียคารวะกลับคืน “เจิ้งชิงเจียแห่งนครจินชุ่ยรู ้สึกเป็ นเกียรติที่ ได้พบผู้ถวายงานโจว”

แม่นางน้อยชุดด าพยักหน้า นางไม่ถนัดการโอภาปราศรัยกับคน แปลกหน้าบรรยากาศจึงค่อนข้างจะอึดอัด

ชิงเจียเป็ นฝ่ ายเปิดปากยิ้มคุยก่อนว่า “เมื่อก่อนอยู่ที่นครจินชุ่ย ของเปลี่ยวร ้าง ข้าก็เคยได้ยินชื่อเสียงยิ่งใหญ่ของร ้านเหล้าเจ้า ขุนเขาเฉินและเหล้าทะเลสาบคนใบ้มานานแล้ว”

แม่นางน้อยเขินอาย ถามหยั่งเชิงว่า “จริงหรือ?”

ชิงเจียยิ้มเอ่ย “ไม่โกหกแน่นอน”

หมี่ลี่น้อยหน้าบานเป็ นกระดังทันใด

ชื่อเสียงอันดีงามระบือไกล ฮ่า ทุกครัวเรือนล้วนรับรู ้ฮ่าๆ

ภูตน้าใหญ่แห่งทะเลสาบคนใบ้ ตัวไม่สูง ชื่อเสียงไม่เล็ก โด่งดัง เป็ นที่รู ้จักไปทั่วใต้หล้าทั้งยังไม่ใช่แค่แห่งเดียวด้วย โอ้ว้าว โอ้ว้าว

ส่วนขอบเขตอะไรนั่นล้วนเป็ นความเข้าใจผิดกัน หึ ความเข้าใจ ผิดเล็กๆ น้อยๆ หึหึ

ชิงเจียยังคงมองประเมินตบะที่แท้จริงของ “แม่นางน้อย’ ที่อยู่ ตรงหน้า คงไม่ใช่ว่าเป็ น “เจินเหรินผู้บรรลุมรรคา” ที่หวนกลับคืนสู่ ธรรมชาติความจริง ได้ครอบครองจิตใจที่บริสุทธิ์อย่างที่กล่าวถึงใน ต ารากระมัง?

เดิมทีก็เป็ นการลาดตระเวนภูเขาอยู่แล้ว นางยินดีที่จะไปเยือนที่ ยอดเขาจี้เซ่อพร ้อมกับจิ่งชิงและยวนหูเซียนจ่างอีกรอบ

ชิงเจียมอง “แม่นางน้อย” ที่นาทางอยู่เบื้องหน้าแล้วโคลงศีรษะ ภู เขาลั่วพั่วคือสถานที่พยัคฆ์ซ่อนมังกรหมอบ ไม่มีอะไรให้ต้อง ประหลาดใจ คงไม่เดาตบะของผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาผู้นี้อีกแล้ว

เฉินหลิงจวินพลันชี้ไปยังตัวอักษรแกะสลักบนหน้าผาข้างทาง “สหายยวนหู เจ้าคิดว่าตัวอักษรพวกนี้เขียนเป็ นอย่างไรบ้าง?”

เด็กชายชุดเขียวก็ไม่เดินสะบัดชายแขนเสื้อสองข้างอีกแล้ว จาเป็ นต้องหากาลังเสริมมาช่วยเสียแล้ว เขาใช ้เสียงในใจเรียกพี่ น้องต้าเฟิงมาก่อน บอกว่าโอกาสมาแล้ว สหายยวนหูถามคาถามที่ดี มาก เจ้ารีบมาช่วยให้ค าตอบเร็วเข้า ไม่แน่ว่านางอาจจะมองเจ้าใหม่ ….เจิ้งต้าเฟิงกลับไม่สนใจ เฉินหลิงจวินจึงได้แต่ท่องฉายา “เย่โหยว” ของเว่ยป้ อในใจซ้าไปซ้ามา เว่ยป้ อถามว่ามีเรื่องอะไร? เฉินหลิงจวิน รีบอธิบายเหตุการณ์ให้ฟัง เว่ยป้ อกลับมอบค าว่าไสหัวไปมาให้ เฉิน หลิงจวินทาอะไรไม่ได้จึงได้แต่ใช ้เสียงในใจตะโกนเรียกเจิ้งต้าเฟิงต่อ หากยังไม่มาช่วยกันอีก วันหน้าก็ไม่ต้องเป็ นพี่น้องกันแล้ว เจิ้งต้าเฟิง ที่กาลังชี้แนะวิชาหมัดให้กับเด็กสาวเฉายางอยู่ที่ภูเขาด้านหลังได้แต่ เอ่ยขอตัว ทะยานลมมาถึงที่เส้นทางภูเขาเส้นนี้ พลิ้วกายลง ยามที่ สองเท้าสัมผัสพื้น ชายฉกรรจ์ก็สะบัดชายแขนเสื้อ คลี่ยิ้มให้กับชิง เจีย

หากไม่พูดถึงรูปโฉมและบุคลิกก็พอจะมีมาดของปรมาจารย์อยู่ บ้างจริงๆ

เจิ้งต้าเฟิงรวมเสียงให้เป็ นเส้นบ่นเฉินหลิงจวิน “ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู ้ เสียหน่อยว่าข้าเคยชินกับการอาศัยใบหน้าหาข้าวกินยามท่องยุทธ ภพ เรื่องการศึกษาหาความรู ้ไม่ใช่เรื่องที่ข้าถนัดเลยสักนิด”

เฉินหลิงจวินกลอกตาใส่ “พูดจาไร ้สาระให้น้อยหน่อย ทาเรื่อง เป็ นการเป็ นงาน อย่าได้ให้คนนอกรู ้สึกว่าภูเขาลั่วพั่วของพวกเราไม่ มีความรู ้”

เจิ้งต้าเฟิงอ่อนใจเป็ นทบทวี ได้แต่ให้ชิงเจียถามคาถามนั้นซ้าอีก ครั้ง พอฟังแล้วก็โล่งอก ท าเอาข้าตกใจแทบแย่ ที่แท้ก็คือคาถามที่ เป็ นความรู ้ของนักเรียนชั้นประถมนี่เอง

มารดามันเถอะ ยังนึกว่าพี่หญิงยวนหูจะถามว่าทาอย่างไรถึงจะ เดินขึ้นฟ้ าบินทะยานกลางวันแสกๆ ได้ในก้าวเดียวเสียอีก

ทว่าเจิ้งต้าเฟิงก็ยังจงใจแสร ้งทาท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ถึงได้ให้ คาตอบว่า “หลี่เซิ่งสร ้างตัวอักษร แต่การอธิบายตัวอักษรและให้ค า จ ากัดความของเขากลับมีไม่มาก หากข้าจ าไม่ผิด หนึ่งในนั้นก็มี ประโยคว่า “วิญญาณคือความแข็งแกร่งของผี” ต้องรู ้ว่าภาษา โบราณที่ใช ้แรกเริ่มสุดของคาว่าจิตวิญญาณ อักษรคาว่าวิญญาณ จิตก็คืออักษรอวิ๋น (เมฆ) อยู่ข้างบน อักษรกุ่ย (ผี) อยู่ข้างล่าง ส่วนตัว อักษรค าว่าวิญญาณกายคือซ ้ายคืออักษรป๋ าย (ขาว) ขวาคืออักษร

กุ่ย (ผี) หากจะบอกว่าท าไมเหมือนจะขัดแย้งกับหลักปรัชญาของ ลัทธิเต๋า ก็แค่ว่าหยินหยาง พลังธรรมชาติและมหามรรคาล้วน สัมพันธ ์เกื้อหนุนกันเพียงเท่านี้เอง ผู้หลอมลมปราณ โบราณเรียก นักพรต เรื่องที่ทา เดิมทีก็เป็ นการเดินทวนกระแส ขโมยหยินหยาง ช่วงชิงพลังธรรมชาติ ขับเคลื่อนด่านฟ้ าพลิกหมุนแกนดิน อาศัยสิ่งนี้ มาหลุดพ้นความเป็ นมนุษย์ธรรมดากลายเป็ นอริยะ กลายเป็ นเซียน เป็ นบรรพจารย์”

ชิงเจียได้ยินแล้วก็เหมือนจะเข้าใจขึ้นมา

เจิ้งต้าเฟิ งยิ้มเอ่ย “คุยเรื่องนอกประเด็นสักสองสามประโยค ไหม?”

ชิงเจียพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ยินดีรับฟังอย่างละเอียด ล้างหูรอฟัง แล้ว”

เจิ้งต้าเฟิงเดินเคียงบ่าไปกับนาง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เมื่อหมื่นปีก่อน คือยุคบรรพกาล ศึกเดินขึ้นสวรรค์บุกโจมตีสรวงสวรรค์เส้นทางเทพ พังทลาย หลังจากนั้นมาใต้หล้าสงบสุขสามลัทธิและเมธีร ้อยสานักที่ เดิมทีก็เริ่มเป็ นรูปเป็ นร่างอยู่แล้วต่างก็มีการพัฒนาอย่างเต็มที่พวก วัตถุดิบแห่งเซียนพวกคนมีความสามารถที่ชะตาลิขิต มีโชควาสนา ได้บรรลุธรรมพิสูจน์มรรคาบินทะยาน ต่างคนต่างบุกเบิกและตามหา ถ้าสวรรค์พื้นที่มงคล มีชีวิตอิสระเสรีคิดอยากจะอยู่ร่วมกับฟ้ าดิน รองลงมาก็คือคนที่มีอายุยืนยาว กลายเป็ นเงินเหรินพสุธาได้ส าเร็จ ประจาการอยู่ในโลกมนุษย์ ต่อจากนั้นคือได้รับความสุขชั่วครู่ชั่ว

ยาม สุดท้ายจิตวิญญาณก็ต้องแหลกสลาย ขอบเขตของหยินหยาง มืดและสว่างไม่ชัดเจน เมื่อเจ็ดพันปีก่อนก็คือยุคโบราณ กากเดนสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลกลุ่มหนึ่งยังหลงเหลืออยู่ ครอบครองต าแหน่ง เทพเก่าส่วนหนึ่ง แต่ละฝ่ ายมีหน้าที่ต่างกันไป ก็แค่ว่าอานาจถูก ลดทอนลงเท่านั้น เจียวหลงยังคงรับผิดชอบเคลื่อนเมฆโปรยฝน โลก มนุษย์เริ่มมีศาลเทพอภิบาลเมือง รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่เอี่ยมที่ ทางราชสานักแต่งตั้งอย่างเป็ นทางการ ถือเป็ นการสืบทอดระบบที่ ถูกต้อง และยังมีศาลเถื่อนในพื้นที่ต่างๆ ที่มากมายราวกับขนวัว ร่วมกันเสวยสุขกับควันธูปในโลกมนุษย์ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์เก่าซ่อนตัวอยู่ภายใน ฉวยโอกาสเป็ นขี้เถ้าที่ติดไฟอีกครั้ง พูดง่ายๆ ก็คือ “แต่งตั้งเทพ” ก็เพื่อ “แบ่งแยกเทพ’ นานซ้าปีแล้วปีเล่า บอกลาเก่าต้อนรับใหม่ ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางสร ้างระบบสืบทอดที่ทุก ปีจะต้องมีการตีกลองบอกกล่าวถึงการมาเยือนของวสันตฤดู อันที่ จริงก็เพื่อเป็ นการบอกกล่าวแก่ฟ้ าดิน เป็ นการย้าเตือนแก่นอกฟ้ า อย่างหนึ่ง เมื่อห้าพันปีก่อนคือยุคกลาง เมื่อสามพันปีก่อนซึ่งมีศึก พิฆาตมังกรเป็ นจุดสาคัญ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ถูกผู้ฝึกลมปราณบน ภูเขาเรียกรวมกันว่ายุคใกล้ฝนตกในครั้งนี้ ข้าและเจ้าได้เห็นกันพอดี ก็น่าจะถือเป็ นจุดหักเหใหม่อีกจุดหนึ่ง ส่วนโลกหลังจากนี้จะให้คา จ ากัดความว่าอย่างไร ก็คงต้องรอให้เวลาผ่านไปอีกพันปีถึงจะได้”

“นอกจากที่หลี่เซิ่งจะสร้างตัวอักษรและก าหนดมารยาท ตัดขาด การเชื่อมโยงกันระหว่างฟ้ าดินเมื่อหมื่นปีก่อน เมื่อประมาณแปดพันปี

ก่อนยังเคยร่วมมือกับยอดฝี มือกาหนดกฎระเบียบที่ละเอียดยิ่ง กว่าเดิม โลกมนุษย์ของไพศาลทาตามกฎระเบียบมารยาทพิธีการที่ห ลี่เซิ่งเป็ นผู้กาหนดในยุคโบราณ สร ้างศาล ตั้งบูชาเทวรูป จัดทา ท าเนียบล าดับวงศ์ตระกูลใช ้ควันธูปเช่นไหว้ สามวิญญาณจิตเจ็ด วิญญาณกายของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องกับความเป็ นความตาย มนุษย์มีชีวิตอยู่บนโลก พักอยู่ในโลกสว่าง จิตและวิญญาณอยู่ใน ร่างเดียวกัน กายและจิตรวมเป็ นหนึ่ง หลังจากคนตาย วิญญาณจิต ลอยขึ้นฟ้ ากลับสู่สวรรค์วิญญาณกายกลับลงสู่พื้นดิน จิตวิญญาณ อยู่ในศาล เรือนกายถูกฝัง ต่างก็กลับคืนสู่ต าแหน่งของตัวเอง วิญญาณจิตที่เนื่องจากจะต้องกลับสู่ป้ ายวิญญาณในศาลและได้รับ การเซ่นไหว้ จึงไม่ได้ล่องลอยไปไหน ส่วนวิญญาณกายกลับเน่า เปื่อยและย่อยสลายไปตามศพ โครงกระดูกเลือดเนื้อล้วนกลับลงสู่ พื้นดิน นี่ก็คือชะตาที่สวรรค์ลิขิตไว้ ยามที่ถูกฝังต้องมีการร ้องไห้คร่า ครวญสามครั้ง และยังต้องกล่าวถ้อยคาปิดฝาโลงอีกหนึ่งประโยค ถึง จะถือว่าปิดฝาโลง วิญญาณกายสงบลงแล้ว เป็ นเหตุให้วิญญาณจิต และวิญญาณกายนอกจากจ านวนจะแตกต่างกันแล้วก็ยังมีปลายทาง ที่ไปลงเอยที่ไม่เหมือนกัน ยังคงมีการแบ่งหลักและรอง จึงเป็ น วิญญาณจิตที่ลอยขึ้นฟ้ า วิญญาณกายพักอยู่ใต้ดิน”

“แน่นอนว่าบรรพจารย์สามลัทธิต้องเก่งกาจมาก แต่ข้ากลับแค่ เลื่อมใสหลี่เซิ่งเพียงคนเดียวเท่านั้น”

เฉินหลิงจวินฟังด้วยความตกตะลึง ตนมองพี่น้องต้าเฟิงไม่ผิด จริงๆ พอจะมีวิชาความรู ้อยู่บ้าง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!