ภูเขาใหญ่แสนลี้ บนยอดเขาที่สูงที่สุดซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง เฉินผิง อันเพิ่งจะพลิ้วกายลงพื้นก็มองเห็นผู้เฒ่าหลังค่อมที่เดินเอาสองมือ ไพล่หลัง ผอมแห้งราวกับท่อนฟืน แก้มสองข้างเว้าตอบ เหลือแต่หนัง หุ้มกระดูก ทว่าบุคคลที่แก่ชราเหมือนไม้ใกล้ฝั่งผู้นี้ แม้กระทั่งพื้นที่ ประกอบพิธีกรรมก็ยังหยั่งรากอยู่ที่นี่มานหมื่นปี กลับสามารถทาให้ บรรพบุรุษใหญ่ของภูเขาทัวเยว่จนปัญญา มิอาจข้ามออกไปเพื่อ เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบห้าได้แม้แต่ครึ่งก้าว จาได้ว่าป้ ายจึงเคยให้คา วิจารณ์เรื่องนี้ บอกว่าหากเปลี่ยนนางไปเป็ นผู้ครองเปลี่ยวร ้าง ป่านนี้ ก็คงยกภูเขาทัวเยว่ทั้งลูกมาทุ่มใส่ภูเขาใหญ่แสนลี้ไปนานแล้ว
เฉินผิงอันกุมหมัดเอ่ย “ผู้เยาว์เฉินผิงอันคารวะผู้อาวุโสจือสือ”
เฒ่าตาบอดเอ่ย “แม่หนูหนิงเพิ่งจากไปไม่นาน น่าเสียดายที่ ขอบเขตของเจ้าต่า เพิ่งจะเป็ นแค่เซียนเหริน ต่อให้ออกเดินทาง ตอนนี้ก็คงไล่ตามนางไปไม่ทัน แม่หนูหนิงใกล้จะไปถึงฝูเหยาทวีป แล้ว”
เฉินผิงอันพูดเข้าประเด็นว่า “มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอถามผู้ อาวุโส”
เฒ่าตาบอดกล่าว “อยากจะเค้นถามข้าว่าทาไมปีนั้นถึงเอาแต่ มองดูแม่หนูหนิงได้รับบาดเจ็บอยู่ในถ้าสวรรค์หลีจูหรือ?”
เฉินผิงอันเอ่ย “ไม่ได้เค้นถาม แค่อยากจะขอค าอธิบาย”
เฒ่าตาบอดลูบคลึงปลายคาง “จากนิสัยของข้าแล้วต้องลงมือ อย่างแน่นอน ก าแพงเมืองปราณกระบี่แห่งหนึ่ง ในเวลาหมื่นปี ผู้ฝึก กระบี่ที่ข้าถูกชะตาด้วยมีน้อยจนนับนิ้วได้ นับตั้งแต่หลงจวินมาจนถึง จงหยวนที่ไม่ว่าอะไรก็ดีไปหมด เพียงแค่ว่าขาดความโชคดีไปสัก หน่อย ยังมีต่งซานเกิงที่เดินทางผ่านที่แห่งนี้แล้วโดนหมากัด แล้วจึง เป็ นหนิงเหยา มีอยู่แค่ไม่กี่คนนี้เท่านั้น นับรวมๆ กันแล้วก็ไม่เกินหนึ่ง มือนับ แต่ดูเหมือนเฉินชิงตูจะกินยาผิดขนานตอนนั้นกลับขัดขวาง ข้าไว้ บอกว่าไม่จ าเป็ นต้องลงมือ เจ้าว่าประหลาดหรือไม่ล่ะ?”
เฉินผิงอันถาม “เป็ นเพราะก่อนที่จี้กวานคนสุดท้ายจะออก เดินทางได้แพร่งพรายความลับสวรรค์อะไรให้เซียนกระบี่ใหญ่ผู้ อาวุโสรู้หรือ?”
เฒ่าตาบอดตอบรับอย่างขอไปที “เฉินชิงตูตายไปแล้ว ทว่า แยนกั๋วผู้นั้นกลับยังไม่ตาย เมื่อไหร่ที่เจ้าขอบเขตสูงแล้ว มีความกล้า มากพอแล้ว ในที่สุดก็ไม่ต้องเป็ นเต่าหดหัวที่ได้แต่อดทนข่มกลั้นรับ ความอัปยศแบกภาระยิ่งใหญ่อีกต่อไป กล้าไปเดินเตร็ดเตร่อยู่ในใต้ หล้ามืดสลัว ใต้เท้าอิ่นกวานก็สามารถไปถามแยนกั๋วด้วยตัวเองได้”
เฉินผิงอันรู ้ว่าคงถามถึงความลับที่ถูกปกปิ ดไว้ไปมากกว่านี้ ไม่ได้ จึงกุมหมัดเอ่ยขอตัวลา คิดจะไปดูซากปรักของเมืองมายาใน ทะเลสักหน่อย
ผลคือดันชนกาแพง ต้องย้อนกลับมาที่เดิม
เฒ่าตาบอดยิ้มตาหยี “อยากมาก็มา อยากไปก็ไป ใต้เท้าอิ่นก วานคิดว่าที่นี่คือห้องส้วมหรือ?”
มองสีหน้าใดๆ จากบนใบหน้าของเฉินผิงอันไม่ออก แล้วก็ไม่มี เสียงในใจแม้แต่ค าเดียว จิตแห่งมรรคาประหนึ่งบ่อน้าโบราณที่ไร ้ริ้ว คลื่น
เฒ่าตาบอดที่ดวงตากลวงโบ๋เงยหน้าขึ้น มองประเมินผู้ฝึกกระบี่ ที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้เซียนกระบี่อายุไม่ถึงห้าสิบปี ในประวัติศาสตร ์ของ กาแพงเมืองปราณกระบี่ก็ถือว่าโดดเด่นมากพอแล้ว เขาจุ๊ปากพูด ออกเสียงว่า “ต้องฆ่าเฉินผิงอันไปมากน้อยแค่ไหนถึงกลายมาเป็ น เฉินผิงอันคนนี้ได้? เคยลองค านวณคร่าวๆ บ้างไหม?”
เฉินผิงอันกล่าว “จ านวนมีมากเกินไป นับไม่ไหว”
เฒ่าตาบอดหัวเราะ “ข้าคนนี้ปากเหม็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เวลาพูดคุยกับคนอื่นก็เหมือนพ่นอาจมออกจากปาก เหมือนคนที่ เพิ่งกินอาจมอุ่นๆ มา เจ้าอย่าถือสา”
เฉินผิงอันรู้สึกรับมือไม่ทันอยู่บ้าง
หากต้องสู้กันต้องสู้ไม่ไหวแน่นอน อีกทั้งยามที่ทะเลาะกับคนอื่น ก็กลัวว่าจะต้องเจอกับคนที่ใช ้วิธีการเช่นนี้
เฒ่าตาบอดใช ้เล็บจิกเนื้อหนังส่วนหนึ่งขึ้นมา เอ่ยอย่างปลง อนิจจังว่า “หากเจอกับคนที่ไม่ถูกชะตา ต่อให้จอมปราชญ์น้อย ปล่อยให้เจ้าเข้ามาก็ยังต้องถูกข้าใช ้ฝ่ ามือตบกลับออกไป เจอกับ พวกคนที่เกลียดขี้หน้าเล็กน้อย ข้าก็คร ้านก็พูดจาไร ้สาระให้มาก ความ ดังนั้นอย่าได้รู ้สึกว่าเจ้าสังหารหม่าขู่เสวียนแห่งตรอกซิ่งฮวาที่ เป็ นเจ้าของดวงตาข้างนั้นของข้าครึ่งตัว ได้ แล้วข้าจะต้องรังเกียจ ชิงชังเจ้า อยู่ไกลเกินกว่าจะเป็ นเช่นนี้ ปีนั้นเลือกเขาก็เพราะกลิ่นอาย มนุษย์บนร่างของเจ้าเด็กหม่าขู่เสวียนนั่นอ่อนจางมากที่สุด”
เฉินผิงอันไม่ให้คาวิจารณ์ต่อเรื่องนี้ เพียงแค่ถามว่า “เซี่ยโก่วก็ กลับไปแล้วหรือ?”
เฒ่าตาบอดผงกปลายคาง เอ่ยว่า “ป๋ ายจิ่งตามหาภูเขาในการ บุกเบิกถ้าสถิต ปากบอกว่าจะปิดด่านสองสามวัน แต่อันที่จริงคือหลบ ไปเที่ยวเล่นที่นั่น เพราะอยู่ที่นี่ข้าต้องคอยเร่งให้นางฝ่ าทะลุขอบเขต”
เฉินผิงอันถาม “นางมีแววว่าจะฝ่ าทะลุขอบเขตหรือ?”
เฒ่าตาบอดกล่าว “เปล่าหรอก หากนางหาเส้นทางบางเส้นนั้น เจอจริงๆ มีโอกาสในการฝ่ าทะลุขอบเขต ข้าเร่งรัดนางทุกๆ สามวัน ห้าวัน แบบนั้นจะเหลือความสนุกอะไรล่ะ”
เฉินผิงอันจนค าพูด
อยู่ว่างไม่มีอะไรทาก็เลยคอยหยอกเย้าผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบิน ทะยานขั้นสมบูรณ์แบบเล่นอย่างนั้นหรือ?
ขอบเขตสิบสี่ร ้ายกาจมากจริงๆ
เฒ่าตาบอดหัวเราะร่วน “ต่อให้คุณสมบัติในการฝึกตนจะแย่แค่ ไหน ขอแค่มีชีวิตอยู่ได้นานหมื่นปี ก็ถือว่ามีความสามารถแล้ว กระมัง?”
เฉินผิงอันกล่าว “ความสามารถสูงส่งทะลุฟ้ าที่ใฝ่ หาแม้ในยาม หลับฝัน”
เฒ่าตาบอดถาม “เจ้ารู ้หรือไม่ว่าก่อนที่ช่างหร่วนของศาลลม หิมะจะไปถ้าสวรรค์หลีจูปีนั้นเขามีลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจอยู่คน หนึ่ง ทว่าสองฝ่ ายกลับไม่ได้พบเจอกันด้วยดีแล้ว จากลากันได้ด้วยดี ความสัมพันธ ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์ต้องขาดสะบั้นลง?”
เฉินผิงอันพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองหลวงต้าหลีเคย ตรวจสอบเอกสารคดีของกรมอาญา เขาชื่อว่าหลิ่วจิ่งจวง ชอบการ ทานาย เลื่อมใสหลิ่วชี ว่ากันว่าเนื่องจากคุณสมบัติในการฝึ กตน ธรรมดาจึงเกิดจิตมารขึ้นมา เป็ นฝ่ ายออกไปจากศาลลมหิมะด้วย ตัวเอง และหากดูจากทาเนียบของศาลลมหิมะที่มีบันทึกไว้อย่างลับๆ อันที่จริงหลิ่วจิ่งจวงมีชาติกาเนิดมาจากเชื้อพระวงศ์สกุลหลิ่วของ แคว้นเสินสุ่ยเก่า สถานะนี้ของเขาก็ไม่ต่างจากหยางฮวาเทพวารีที่รับ หน้าที่เป็ นฉางชุนโหวของลาน้าใหญ่ในทุกวันนี้สักเท่าไร”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!