เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1099

ไม่รู ้ว่าเหตุใดกู้ช่านถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหัน พาสาวใช ้หลิงเยี่ย นและราชครูหวงเลี่ยหวนกลับไปทางเดิม กลับไปยังอารามเล็กที่ประตู หน้าเล็กมากแห่งนั้น

กู้ช่านเดินไปที่หน้าประตู ยื่นมือไปหยิบห่วงทองแดงหน้าประตู ขึ้นมาแล้วเคาะลงไปเบาๆ สามที เนิ่นนานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ

กู้หลิงเยี่ยนคร ้านจะรอต่อ นางตรงดิ่งไปที่ข้างกายคุณชายของ ตัวเอง ก าหมัดทุบลงหน้าประตูดังปึงๆๆ

ในอารามฉงหยางที่ชื่อสมัยโบราณคือเลี่ยนตัน คล้ายว่าในที่สุด ก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวนอกประตู ประตูใหญ่เปิดออกดังแอด มี นักพรตเด็กหนุ่มร่างผอมแห้งสองคนเดินออกมา คนหนึ่งสูงคนหนึ่ง เตี้ย ทว่าใบหน้ากลับเหลืองแห้งตอบเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

เป็ นศาลที่เงียบเหงาจริงๆ หากจะมีน้ามันไว้ผัดกับข้าวก็เป็ นเรื่อง แปลกแล้ว

กู้ช่านคารวะตามขนบลัทธิเต๋ต่อนักพรตเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ ด้านในของธรณีประตู จากนั้นยิ้มเอ่ยว่า “รบกวนการฝึ กตนอย่าง สงบของเซียนถงทั้งสองท่านแล้ว อยากจะขอเข้าไปดื่มน้าชาใน อารามสักจอก ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่”

้/

นักพรตตัวสูงใบหน้าแดงก่า อีกๆ อักๆ ไม่รู ้ว่าควรจะตอบอย่างไร ส่วนนักพรตร่างเล็กเตี้ยที่อยู่ข้างกันซึ่งเดิมทีทาสีหน้าเคร่งขรึม ขาด ก็แค่ไม่ได้เขียนคาสั่งไล่แขกไว้บนหน้าผากพอได้ยินกลับค่อยๆ คลี่ ยิ้ม “ข้าชื่อซ่งจวี้ชวน นี่คือจงซานศิษย์น้องของข้า พวกเราศิษย์พี่ ศิษย์น้องสองคนยังไม่ได้รับธรรมโองการ ตอนนี้จึงยังไม่มีฉายา เวลา ปกติแค่คอยเป็ นผู้ช่วยอาจารย์หลอมยาวิเศษที่สามารถต่ออายุขัยให้ ยืนยาวให้กับพวกคนตระกูลสูงศักดิ์ที่เข้าแถวกันมาจากเมืองหลวง เท่านั้น”

นาพาแขกผู้สูงศักดิ์เหล่านี้เข้ามาในอารามแล้ว ซ่งจวี้ชวนก็จง ใจกดเสียงลงต่าเอ่ยว่า“ใต้เท้าราชครูกับอาจารย์ของพวกเราเรียกหา กันเป็ นสหาย เวลาปกติก็มักจะมาดื่มเหล้าพลางถกมรรคากันใน อารามของพวกเราเป็ นประจ า”

หวงเลี่ยที่เดินอยู่ด้านหลังสุดของขบวนหัวเราะหึหึ ไฉนข้าถึงไม่รู ้ เลยว่าตัวเองเคยมาที่นี่ด้วย ยิ่งไม่รู ้ว่ายาของอารามฉงหยางได้รับ ความนิยมจากคนในเมืองหลวงมากถึงขนาดนี้

กู้หลิงเยี่ยนเหล่ตามองไปทางขอบฟ้ า เพียงแค่เห็นสภาพการณ์ คร่าวๆ ของภาพเหตุการณ์ผิดปกตินี้เท่านั้น นางเห็นว่าแสงสีทองที่ บริสุทธิ์เส้นหนึ่งเปล่งวาบแล้วจางหายและนางก็พอจะเดาออกว่ามี ยอดฝีมือบางคนที่สละกายทิ้งร่าง ลอกคราบสละศพ

แม้จะไม่อาจเทียบกับการยกร่างบินทะยานที่เป็ นรูปแบบดั้งเดิมได้ แต่ก็ถือว่าเป็ นการสละศพชั้นสูงที่ได้เปลี่ยนรกผลัดกระดูก กู้หลิง

้/

เยี่ยนคิดว่าตัวเองพอจะมีแววตาเช่นนี้อยู่บ้าง อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ก็มักจะมีผู้ฝึกตนใหญ่ที่เลื่อนขั้นตามลาดับไม่สาเร็จ แต่สวรรค์ไม่ไร ้ หนทางให้คนเดิน จึงถอยมาเลือกระดับรอง เลือกดินแดนหยินแห่ง หนึ่งมาสร ้างสุสานหรือไม่ก็ตาหนักใต้ดิน ใช ้วิธีเป็ นเจ้าของสุสาน หรือไม่ก็เจ้าของศาลที่สืบทอดมาจากยุคโบราณมาเลื่อนขั้นเป็ น เซียน วางแผนอย่างตั้งใจ แสวงหาในเรื่องของการสละร่างย่อยสลาย หรือไม่ก็ตายแล้วฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ มีเรือนกายเป็ นผีเซียน หรือไม่ก็ช่วงชิงโอกาสในการสยายปีกบินทะยานให้กับร่างที่ไปเกิด ใหม่

นางที่เพิ่งจะไปเยือนกองโหราศาสตร ์มารอบหนึ่งตัดสินใจได้แล้ว ว่า วันหน้าจะต้องขอความรู ้จากคุณชายอย่างนอบน้อมและตั้งใจ เรียนศาสตร ์แห่งการมองลมปราณอย่างจริงจังแล้ว

กู้หลิงเยี่ยนใช ้เสียงในใจสอบถาม “คุณชาย รู ้ผลแล้วหรือยัง?”

กู้ช่านพยักหน้า

กู้หลิงเยี่ยนอดไม่ไหวซักถามต่อ “ใช่หม่าขู่เสวียนฝีมือสู้คนอื่น ไม่ได้ ไม่อาจสู้เจ้าขุนเขาเฉิน จึงถูกฟันเรือนกายที่มีเลือดเนื้อและ ทาลายตบะทั้งชีวิตทิ้งไป เพียงแต่น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วหม่าขู่ เสวียนก็ยังใช้วิชารักษาชีวิตรอดโชคดีหนีไปได้ใช่ไหม? หรือว่าเหนือ ชั้นยิ่งกว่านั้น หม่าขู่เสวียนทานายได้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องมีวันนี้ ดังนั้นจึงวางแผนมานานแล้ว แรกเริ่มก็อยากจะใช ้เวทกระบี่ของเจ้า

้/

ขุนเขาเฉินมาช่วยให้ตัวเองสละร่าง เพื่อที่จะได้ฉวยโอกาสนี้หลุดพ้น จากหายนะแล้วจากไป หวังว่าชีวิตหน้าค่อยย้อนกลับมาแก้ตัวใหม่?”

กู้ช่านไม่ได้เงยหน้าขึ้น “ขอแค่เขาใช ้ความคิดอย่างลึกซึ้ง ครุ่นคิดซ้าไปซ้ามาแล้วค่อยตัดสินใจลงมือ ก็ต้องไม่มีทางเกิดเรื่องไม่ คาดฝันอะไรแน่ แล้วนับประสาอะไรกับที่ศาสตร ์การมองลมปราณ และการสละศพ เจ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จึงได้แต่ชมเรื่องสนุกเท่านั้น”

กู้หลิงเยี่ยนถามอย่างประหลาดใจยิ่ง “ขอถามคุณชาย สรุปแล้ว หม่าขู่เสวียนมีจุดจบอย่างไรกันแน่?”

นั่นคือหนึ่งในตัวสารองสิบคนของหลายใต้หล้าเชียวนะ! หรือว่า จะจบเห่ไปง่ายๆ อย่างนี้? หากหม่าขู่เสวียนเปลี่ยนไปเป็ นผู้ฝึ กตน ของเปลี่ยวร ้างต้องสามารถติดอันดับแผนภูมิฟ้ าได้แน่นอน และ อนาคตบนมหามรรคาก็จะสว่างไสว

อันที่จริงนางเองก็รู ้ว่าความเป็ นไปได้อย่างที่สองที่ตัวเองคิดไว้คง จะ…เป็ นไปไม่ได้เท่าใดนัก หม่าขู่เสวียนนิสัยเป็ นอย่างไร แค่ดูจาก เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งหลายก็สามารถแน่ใจได้แล้ว ในใต้หล้าไพศาลซึ่ง เต็มไปด้วยกฎระเบียบแห่งนี้ หม่าขู่เสวียนคือบุคคลจานวนน้อยที่นาง ได้ยินเรื่องเล่าของเขาแล้วเกิดใจสนิทชิดเชื้อได้อย่างเป็ นธรรมชาติ

กู้ช่านกล่าว “ข้าก็ไม่รู ้ความจริงเหมือนกัน คราวหน้าเจ้าลองไป ถามเขาเองเถอะ”

้/

กู้หลิงเยี่ยนทอดถอนใจ สายตาฉายแววไม่พอใจ “ข้าหรือจะกล้า เจอกับใต้เท้าอิ่นกวานก็ฟันกระทบกันดังกึกๆ แล้ว”

ดูจากข้างนอกเห็นว่าประตูอารามมีขนาดเล็ก ง่ายที่จะก่อให้เกิด ความเข้าใจผิด คาดการณ์ว่าขนาดของอารามคงไม่ใหญ่ แต่พอเข้า มาข้างในถึงได้รู ้ว่ามีฟ้ าดินอีกแห่งหนึ่ง อาณาเขตกว้างขวางน่าดูชม เดินผ่านประตูบานแล้วบานเล่า ลอดทะลุระเบียง เดินวกวนไปมา หลายตลบ

นักพรตเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าซ่งจวี้ชวนคือคนคุยเก่ง เขานาพาแขก กลุ่มนี้เดินเข้าไปในอารามพลางพูดจ้อไปด้วย “อาจารย์ของพวกเรา คือเจ้าอาวาสของอารามแห่งนี้ ชาติกาเนิดดี ความรู ้สูง ตอนอยู่ในวัย หนุ่มฉกรรจ์เคยเป็ นขุนนางอยู่ในราชส านัก ภายหลังเกิดหมดอาลัย ตายอยาก ไม่อยากจะไหลไปตามกระแสชั่วทาสิ่งโสมมร่วมกับผู้อื่น ก็ เลยกลายมาเป็ นคนในภูเขาตอนแก่”

“ท่านผู้อาวุโสชอบขึ้นเขาไปเก็บเห็ดหลิงจือ เลิกทาอาหารนาน แล้ว เวลาปกติก็กินแค่หวงจิงกับฝูหลิง สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ผักดอง สีเหลืองก็คือผักกาดขาวที่ปลูกในแปลงผักของอารามที่เอามาดอง เอง ในอารามยังมีเหล้าที่หมักเองอีกประเภทหนึ่ง แม้ว่าจะเป็ นเหล้า ต้มพื้นบ้าน แต่ถึงอย่างไรต่อให้คนที่อื่นมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ อาจารย์ ของพวกเราคือเทพเซียนผู้เฒ่าอย่างแท้จริง อายุเกินร้อยปีแล้วก็ยัง แข็งแรง ขนาดยามที่หิมะใหญ่ตกอากาศหนาวเย็น ท่านผู้อาวุโสก็ยัง

้/

ไม่ยอมสวมชุดผ้าฝ้ ายบุนวม เวลาฝึ กยืนท่าหุนหยวนหรือไม่ก็ นั่งขัดสมาธิ ทั่วร่างยังมีไอขาวผุดลอยขึ้นมาด้วยนะ”

นักพรตร่างสูงฟังจนเหงื่อซึมออกมาบนหน้าผาก ศิษย์พี่ซึ่งคุย เก่งเกินไปแล้ว แต่พอคิดถึงว่าควันธูปในอารามบ้านตนบางเบา จง ซานก็ทั้งรู ้สึกเลื่อมใสและรู ้สึกซาบซึ้งในความตั้งใจอันดีของศิษย์พี่

ซ่ง

กู้ชานยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้าแค่เคยได้ยินมาว่าเวลาที่เจินเหริน ลัทธิเต๋านั่งเข้าฌานหลอมลมปราณ รูหูจะมีควันที่เป็ นสีขาวและสี เขียวต่างกันไปผุดออกมา จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตบะของคนผู้นั้น ในต าราของลัทธิเต๋าตั้งชื่อให้ภาพเหตุการณ์นี้ว่า “กระเรียนพัก”

ซ่งจวี้ชวนใช ้หมัดทุบฝ่ ามือ “ใช่แล้ว จ าได้ว่าอาจารย์เคยอธิบาย ให้ข้าฟังเหมือนกันกลุ่มควันพวกนั้นเรียกว่ากระเรียนพัก!”

กู้ช่านเงียบไปพักหนึ่งก็ยิ้มเอ่ยว่า “คาว่ากระเรียนพัก ข้าแต่งขึ้น เองส่งเดช”

ซ่งจวี้ชวนตะลึงไปทันใด สีหน้าอึ้งค้างทาอะไรไม่ถูก จบกัน ไม่มีเงินค่าควันธูปแล้ว แล้วทางอารามยังต้องชดใช ้ด้วยน้าชาอีกกาหนึ่งด้วย? อาจารย์ไม่ใช่คนใจกว้าง ยังเจ้าคิดเจ้าแค้นมากด้วยนะ

้/

ต้นป่ายโบราณเขียวขจี ร่มเงาแผ่ปกคลุมสระน้า ดอกไม้ร่วงหล่น ดุจนกโฉบต่า ปลาที่ว่ายอยู่ในน้าจิกดอกไม้กินเป็ นอาหาร

ริมสระมีแมวอยู่สองตัว ตัวหนึ่งขนขาวทั้งตัว มีแค่ตรงหางที่เป็ นสี เหลือง พวกชาวบ้านมักจะเรียกกันว่าสายทองแขวนขวดเงิน มันนั่ง มองน้าทาท่าเหมือนจะจับปลา อีกตัวหนึ่งตัวเหลืองท้องขาวเท้าขาว มีชื่อว่าผ้าห่มท้องเตียงเงิน กาลังทาท่ากระโจนจับผีเสื้อเล่น

ซ่งจวี้ชวนยิ้มกว้าง “แมวจรน่ะ ชอบแอบไปขโมยของกินที่ ห้องครัว”

ในท้องของจงซานผู้เงียบขรึมมีค าพูดอยู่ ต่อให้พวกมันไปขโมย ก็ไม่มีอะไรให้ขโมยไปกินหรอก

เมื่อเทียบกับศิษย์พี่ซ่งแล้ว จงซานพูดไม่เก่ง ไม่ว่าอะไรก็เรียนรู ้ ได้ช ้า อาจารย์มักจะบอกว่าเขาคือตอไม้ดื่มที่อไม่มีสติปัญญา หาก เขาฝึกมรรคกถาได้ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครที่ไม่อาจฝึกเซียนได้อีกแล้ว

ในอารามมีนักพรตเฒ่าคนหนึ่งอยู่ใต้ต้นสน เส้นผมตรงจอนหู เป็ นสีขาว สวมรองเท้าสาน บนไหล่แบกจอบ ในมือคล้องตะกร ้าไม้ไผ่ ในตะกร ้ามีฝูหลิงที่เปื้อนดินอยู่สี่ห้าชิ้น

เขาร ้องเอ๊ะแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้ า นักพรตเฒ่านับนิ้วคานวณ แล้วส่ายหน้า เจตนารมสวรรค์ของวิถีทางโลกในทุกวันนี้มักจะทาให้ คนยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจเสมอ

้/

นักพรตเฒ่าเดินเนิบช ้า เห็นคนกลุ่มนั้นก็อดเกิดความสงสัย ไม่ได้ โดยทั่วไปแล้วอารามของตนจะปิดประตู แต่พวกเขาถึงกับเป็ น ผู้มีจิตศรัทธาที่มาเคาะประตูด้วยตัวเองเชียวหรือ?

เอาเงินมาส่งให้ถึงที่หรือไร? จะมีเรื่องดีแบบนี้จริงๆ หรือ? กลัวก็ แต่ว่าผู้มีเจตนาดีไม่มาเยือน ผู้มาเยือนมีเจตนาไม่ดีน่ะสิ

นักพรตน้อยสองคนคารวะ “ศิษย์คารวะจิ้งซือ”

ผู้เฒ่ายังมีสีหน้าเป็ นปกติ ผงกศีรษะตอบรับ ยื่นส่งจอบและ ตะกร ้าไม้ไผ่ให้กับลูกศิษย์ทั้งสอง เตรียมจะรับรองแขกด้วยตัวเอง

พอผู้เฒ่ามือว่างแล้วก็คารวะตามขนบลัทธิเต๋า คลี่ยิ้มสง่างามเอ่ย ว่า “ผินเต้าเฉิงเฝิงเสวียน ลูกศิษย์ทั้งสองต่างก็เคยชินที่จะเรียกผิน เต้าว่าจิ้งซือ ภูมิล าเนาของผินเต้าอยู่ที่จังหวัดซวีชื่อ พื้นที่ประกอบ พิธีกรรมอยู่ที่ภูเขาตูเหลียง เป็ นผู้ฝึกตนอิสระพเนจร เมื่อหลายปีก่อน เดินทางจากทวีปอื่นมาหยุดอยู่ที่นี่ ไม่มีฉายาที่จริงจังอะไร ส่วนที่ตั้ง ขึ้นมาด้วยตัวเองก็ไม่อาจคิดเป็ นจริงเป็ นจังได้ ไม่ได้ต่างอะไรจาก ฉายานามที่คนในแวดวงวรรณกรรมตั้งกันขึ้นมา อย่าพูดถึงเลยจะ ดีกว่า หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็ นที่ขบขันของผู้คน”

กู้ช่านถาม “ใช่ภูเขาตูเหลียงที่อยู่ใกล้กับจังหวัดซวีชื่อสุย หรือไม่?”

เฉิงเพิ่งเสวียนพยักหน้าบอกว่าใช่ เขารู ้สึกประหลาดใจอย่าง มาก ถึงกับจุ๊ปากออกมา “คุณชายมีความรู้กว้างขวางจริงๆ คนบน

บทที่ 1099.1 เป็ นใคร 1

บทที่ 1099.1 เป็ นใคร 2

บทที่ 1099.1 เป็ นใคร 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!