เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1099

และยังมีเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งยองอยู่ ตรงเอวพกดาบผ่าฟื นเล่ม หนึ่ง มีชื่อว่าเกาหมิงเขากับหม่าขู่เสวียน อาจารย์ไม่เหมือนอาจารย์ ลูกศิษย์ไม่เหมือนลูกศิษย์ ชอบเรียกหม่าขู่เสวียนว่า “เหล่าหม่า

ถึงขั้นที่ว่ายังถามหม่าขู่เสวียนต่อหน้าว่า เขาสามารถย้ายไปอยู่ กับภูเขาลั่วพั่วได้หรือไม่เหตุผลมีอยู่สองข้อ หนึ่งคือรู ้สึกว่าจะได้ดิบ ได้ดีมากกว่า สองไม่ต้องถูกคนอื่นดูแคลน ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ ล้วนได้รับการต้อนรับ

เด็กหนุ่มพกดาบผ่าฝืนขมวดคิ้วถาม “เกิดอะไรขึ้น? เหล่าหม่า

แพ้แล้วหรือ?”

วั่งจู่เงียบไม่ตอบ เรื่องที่เห็นชัดเจนขนาดนี้ไม่จาเป็ นต้องเปลือง น้าลายพูดกันอีก

เกาหมิงถอนสายตากลับมา เอ่ยว่า “ศิษย์พี่ ไล่ตามก็ตามไปไม่ ทันหรือ? ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะตามหาอาจารย์ที่กลับชาติมาเกิด ใหม่เจอได้อย่างไร?”

ดูจากทิศทางแล้วน่าจะมุ่งตรงไปที่ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง นี่ จะยังให้พวกเขาตามหาอย่างไรได้อีก หากไปทางเหนือยังดี ไม่ผิด จากที่คาดก็คงต้องเป็ นอุตรกุรุทวีป แต่หากไปทางใต้ อย่างมากสุดก็ อาจเป็ นทวีปแห่งนี้หรือไม่ก็ใบถงทวีป อย่างน้อยก็ยังพอมีความหวัง

อันเลืองราง แต่ไปทางทิศตะวันตกเช่นนี้ ฟ้ าดินกว้างใหญ่ หากนี่ ไม่ใช่การงมเข็มในมหาสมุทรแล้วจะเรียกว่าอะไร

วั่งจู่มีสีหน้าเศร ้าหมอง เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า “เว้นเสียจากเป็ น เซียนเหรินถึงพอจะไล่ตามแสงสีทองเส้นนั้นไปได้ทัน แล้วนับประสา อะไรกับที่อาจารย์ก็เคยบอกไว้แล้วว่า ขอแค่เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้ ครั้งนี้ก็ไม่ต้องตามหาเขา เพราะถูกกาหนดมาแล้วว่าจะเป็ นการ เปลืองแรงเปล่า”

เกาหมิงเอ่ยต่ออีกว่า “อาจารย์ยังบอกด้วยว่าขอแค่เขาตายไป ท่านก็จะได้สถานะและชื่อจริงกลับคืนมา ชื่อซูชิงเซินใช่ไหม ช่างเป็ น ชื่อที่ดีจริงๆ อาจารย์ให้ข้านาความมาบอกต่อท่าน ท่านไม่ต้องคิดจะ วางแผนแก้แค้นอะไรอีกแล้ว วันหน้าเดินอยู่บนถนนเจอกับคนแซ่เฉิน ผู้นั้นก็จาไว้ว่าต้องโขกหัวคานับเขา ถือเสียว่าเป็ นการขอบคุณที่เขา มีบุญคุณช่วยแก้แค้นแทนท่าน”

สตรีเงียบไม่เอ่ยอะไร สีหน้าซับซ้อนถึงขีดสุด ใบหน้าซีดขาว หม่าขู่เสวียนทิ้งปริศนาสามข้อไว้ให้กับเฉินผิงอัน เพียงแค่ให้เฉินผิงอันระวังแล้วระวังอีก และระวังอีกคาตอบเหล่านั้นอยู่บนร่างของสามคนนี้

หม่าขู่เสวียนทั้งให้พวกเขาแต่ละคนเก็บความลับของตัวเอง เอาไว้ ทั้งยังบอกกับพวกเขาว่าวันใดคิดอยากจะไปภูเขาลั่วพั่วเพื่อ สวามิภักดิ์ต่อเฉินผิงอัน หรือวันใดเฉินผิงอันหาตัวพวกเขาเจอก็

สามารถบอกค าตอบของปริศนาออกไปได้ ส่วนจะเป็ นอิฐเคาะประตู หรือจะเป็ นยันต์รักษาชีวิต ก็ไม่สนว่าพวกเขาจะเลือกอย่างไร ล้วนท า ได้ตามใจ

คาตอบของปริศนาคือชื่อคนสามคน สามคนนี้ล้วนเป็ นคนรุ่น เยาว์ของถ้าสวรรค์หลีจูเหมือนกันกับหม่าขู่เสวียน ยกตัวอย่างเช่น

คนผู้นั้นที่เกาหมิงรู ้จัก ชื่อว่าหลูเจิ้งฉุน

ดูเหมือนว่าจะเป็ นลูกหลานสกุลหลุถนนฝูลู่ ทุกวันนี้พึ่งพา สกุลสวี่นครลมเย็น

ในศาลเทพอภิบาลเมืองประจาเมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนมี “คน ต่างถิ่น” สองคนมาเยือน เห็นได้ชัดว่าหดย่อพื้นที่ข้ามทวีปมา แต่ กลับไม่ท าให้นายท่านเทพอภิบาลเมืองประจ าท้องถิ่นตกอกตกใจ

หากจะต้องยกตัวอย่างเพื่อนามาใช ้บรรยายภาพฉากยามที่คน ทั้งสองนี้มาถึง ก็น่าจะเป็ นฮ่องเต้ผู้เฒ่าน าพาใต้เท้าเจ้ากรมปลอมตัว ออกไปตรวจงานราชการข้างนอก เข้าไปยังที่ว่าการอาเภอในท้องถิ่น อย่างที่กล่าวถึงในบทละคร

คนผู้หนึ่งคือชายฉกรรจ์ร่างเล็กเตี้ยหน้าดาคล้า อีกคนหนึ่งคือ ขายหนวดงามที่ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยก

ส่วนสูงของฝ่ ายแรกยังสู้เผยเฉียนไม่ได้ด้วยซ้า สวมชุดสีดา ตรง เอวรัดเข็มขัดหยกสีขาว ชายฉกรรจ์ใช ้สองมือจับประคองเข็มขัด หยก

น่าเสียดายที่คุณชายเครางามท่าทางสุภาพอ่อนโยนข้างกายเขา สูงกว่าเขาอย่างน้อยหนึ่งช่วงศีรษะ

แม้เผยเขียนจะตกใจ แต่กระนั้นก็ยังคลี่ยิ้มกว้างสดใสอย่างเป็ น ธรรมชาติ ใช ้วิธีรวมเสียงให้เป็ นเส้น กุมมือคารวะ “เผยเฉียนคารวะ เทพอภิบาลเมืองโจว แม่ทัพฟ่ าน”

ชายฉกรรจ์ร่างเล็กเตี้ยพยักหน้ารับ “แม่ทัพฟ่ านมีภาระหน้าที่ ติดตัวจึงต้องออกลาดตระเวนศาลเทพอภิบาลเมืองในแต่ละจังหวัด ตอนกลางวัน ส่วนข้านั้นถือว่าอยู่ว่างไม่มีอะไรท าก็เลยออกมาเดิน เล่นเป็ นเพื่อนเขา”

บุรุษเครางามยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เจ้าหนอนหนังสือน้อย เจอกันอีก

แล้วนะ”

เผยเฉียนยิ้มกว้าง

จาได้ว่าอาจารย์ของอาจารย์พ่อเคยชมเทพอภิบาลเมืองโจวที่อยู่ ตรงหน้าผู้นี้ต่อหน้าว่าเป็ นเทพอภิบาลเมืองตาแหน่งสูงอันดับหนึ่ง ของโลกมนุษย์

ไม่เคยเห็นใครที่ตัวเล็กเตี้ยขนาดนี้ แต่กลับมีพลังอานาจบารมี สูงใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคาใดมาพรรณนา!”

……

อยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็ นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อของภูเขา ลั่วพั่ว เฒ่าหูหนวกที่มีฉายาว่าหลงเซิงเลือกที่จะอ้อมเส้นทาง ไม่ได้ ตรงดิ่งไปหาหลี่ไหว แต่พาลูกศิษย์ออกมาจากภูเขาใหญ่แสนลี้ ขี่ กระบี่ข้ามผ่านกาแพงเมืองปราณกระบี่ไปโดยตรง กานถังทามุทรา ช่วยร่ายเวทอาพรางตาให้กับโยวอวี้ ปิ ดบังร่องรอยการเดินทาง หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝัน โยวอวี้ขี่กระบี่หลุบตาลงมองจาก ที่สูง เห็นว่าบนหัวกาแพงเมืองครึ่งหนึ่งนั้นมีผู้ฝึกตนต่างถิ่นหลายคน จับกลุ่มกันกระจายไปชมทัศนียภาพตามที่ต่างๆ เป็ นกลุ่มก้อนดุจพุ่ม บุปผา

กลางอากาศสูงเหนืออาณาเขตที่เดิมทีเป็ นที่ตั้งจวนส่วนตัวของ เซียนกระบี่ เฒ่าหูหนวกอดไม่ไหวหันกลับไปมองทางหัวก าแพง เดิม คิดว่าจะถูกอริยะปราชญ์ของศาลบุ๋นที่พิทักษ์ที่แห่งนี้ขัดขวางเอาไว้ จาเป็ นต้องบอกกล่าวสถานะยื่นเอกสารผ่านด่าน จะดีจะชั่วก็ต้องท า ตามขั้นตอนให้พอเป็ นพิธี สาหรับเรื่องนี้เฒ่าหูหนวกไม่ได้รู ้สึกยอก แสลงใจใดๆ เพราะถึงอย่างไรตอนที่อยู่กาแพงเมืองปราณกระบี่ก็เคย ชินกับการเก็บหางท าตัวส ารวมมานานแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะข้ามผ่าน หัวกาแพงเมืองมาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ นี่กลับทาให้เฒ่าหูหนวกอด บ่นพึมพ าในใจไม่ได้ว่าศาลบุ๋นไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาขนาดนี้เลย หรือ?

แต่หากถูกขวางไว้จริงๆ กานถังก็น่าจะต้องบ่นอีกหลายประโยค ว่า ต่อให้เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสไม่อยู่แล้ว ก็ยังมีตัวอักษรใหม่ที่อิ่

นกวานหนุ่มเพิ่งแกะสลักไว้ไม่ใช่หรือไร หนิงเหยาก็เพิ่งเลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่ ใต้หล้าห้าสียังมีนครบินทะยาน ศาลบุ๋นของพวกเจ้าจะ คิดว่ากาแพงเมืองปราณกระบี่ไม่อยู่แล้วจริงๆ หรือ?

ไปถึงซากปรักของเมืองเก่า เฒ่าหูหนวกก็ถอนหายใจ พลิ้วกาย ลงบนพื้นก่อน ได้หวนกลับมายังสถานที่แห่งเดิมอีกครั้ง เห็นของก็ รู ้สึกเสียใจ ยืนแน่นิ่งต่อหน้าชากแห่งอดีตกาลใจพลันแผ่ซ่านด้วย ความคิดคานึงไม่รู ้สิ้น

แน่นอนว่าผู้ฝึกตนใหญ่ต้องมีแววตาของผู้ฝึกตนใหญ่

หลี่เซิ่งสร ้างตัวอักษรให้กับโลกมนุษย์ สาหรับกากเดนสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลแล้ว อันที่จริงก็คือกรงขังที่มองไม่เห็นแห่งหนึ่ง ในฟ้ าดิน ขอแค่เผยกายบนโลกมนุษย์ก็จ าเป็ นต้องเผชิญหน้ากับ “ขวากหนาม” ที่ตัวอักษรในโลกมนุษย์พวกนี้ปูแผ่สร ้างเอาไว้ มนุษย์ ธรรมดาในโลก ผู้ฝึกลมปราณ และยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้า ที่ราชสานักของโลกยุคหลังแต่งตั้งแทบไม่มีความรู ้สึกต่อสิ่งนี้ มีเพียง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลที่ยิ่งขอบเขตสูงเท่าไร ยิ่งร่างทองบริสุทธิ์ เท่าไร ข้อจากัดที่ได้รับก็จะยิ่งใหญ่มากเท่านั้น คนบนโลกเดินอยู่บน เส้นทางแห่งป่ าเขาที่เต็มไปด้วยพงหนามก็ง่ายที่เสื้อผ้าจะถูกเกี่ยว ขาด ผิวหนังถูกกรีดข่วน เหตุผลเดียวกัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาล ที่เผยกายอยู่นอกฟ้ าก็เหมือนเดินอยู่บนเส้นทางแห่งขวากหนาม ตัวอักษร ทุกก้าวที่ก้าวเดิน ร่างทองก็จะต้องถูกกัดกร่อนให้สึกหรอ

ดังนั้นโจวมี่ถึงได้สร ้างตัวอักษรใหม่เอี่ยมขึ้นมาให้กับใต้หล้า เปลี่ยวร ้าง ไม่เพียงแต่ช่วยขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนให้กับเผ่าปีศาจกับใต้ หล้าไพศาลและเผ่ามนุษย์เท่านั้น ยิ่งเป็ นการชักนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุค บรรพกาลที่ซ่อนตัวอยู่นอกฟ้ าอย่างลับๆ เป็ นการปูเส้นทางอย่างหนึ่ง

โยวอวี้ถามเสียงเบา “หนิงเหยากับผู้อาวุโสท่านนั้นได้เจอหน้า กันแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ได้ถามว่าท าไมอาจารย์ถึงหวนกลับสู่ขอบเขต บินทะยานได้?”

กานถังพยักหน้า กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “นี่ก็น่าจะเป็ นความองอาจ ที่ยิ่งใหญ่ของขอบเขตสิบสี่แล้วล่ะ ต่ากว่าสิบสี่ลงไปล้วนเป็ นเรื่องไร ้ สาระ ขอบเขตขึ้นลงของคนอื่นไม่มีอะไรให้พูดถึง”

ลอบเสี่ยงอันตรายหวนกลับไปยังพื้นที่ประกอบพิธีกรรมในครั้งนี้ แน่นอนว่ากานถังไม่เพียงแต่กลับไปดูอย่างเรียบง่ายเท่านั้น

โยวอวี้ถาม “อาจารย์มาทาอะไรที่นี่หรือขอรับ?”

กานถังกล่าว “เคยได้ยินหลักการเหตุผลข้อหนึ่งที่คนอื่นพูดถึง รสชาติที่ตราตรึงใจของบ้านเกิด หากไม่ได้อยู่ที่อาหารก็อยู่ที่สุรา”

โยวอวี้เดาว่านี่เป็ นประโยคที่อิ่นกวานหนุ่มพูดให้อาจารย์ฟัง

เพราะถึงอย่างไรกาแพงเมืองปราณกระบี่ในอดีตก็มีคนแค่ไม่กี่ คนเท่านั้นที่ยินดีจะพูดคุยกับอาจารย์

บทที่ 1099.2 เป็ นใคร 1

บทที่ 1099.2 เป็ นใคร 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!