กู้ช่านกล่าว “หลิวเสี้ยนหยางคิดจะจัดงานแต่งวันที่ห้าเดือนห้า”
เฉินผิงอันท าท่าจะพูดแต่ก็หยุดไป จมสู่ความเงียบงันอันยาวนาน
เขาพยายามทาหน้าขึงเกร็ง ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้น เดินไปที่ริม หน้าต่าง มองไปข้างนอก
คาตอบนี้ของกู้ช่านคือเรื่องที่เฉินผิงอันไม่แม้แต่จะกล้าคิด
ไม่กล้าคิด
กู้ช่านเองก็หันหน้าไปมองทางหน้าประตูเงียบๆ
เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ เด็กหนุ่มรองเท้าสาน เจ้าขี้มูกยึดน้อย
พวกเขาในอดีตมักจะเดินไปบนคันนาด้วยกัน ปากคาบหญ้าหาง สุนัข บางทีอาจเป็ นเพราะบ้านเกิดเล็กเกินไป อายุน้อยเกินไป วิสัยทัศน์คับแคบเกินไป พวกเขาจึงไม่กล้ามองอนาคตไว้ยิ่งใหญ่มาก นัก
……
หลิวเถาจือจ าเป็ นต้องรีบเดินทางข้ามทวีปไปยังศูนย์ใหญ่ของผู้ ล้างมลทินทันทีเพื่อมอบชุดคลุมอาคมตัวนั้นของเซียวผู่ ขอให้ยอด ฝีมือช่วยสาวเส้นไหม ตรวจสอบว่ามีเบาะแสอะไรอย่างอื่นซ่อนไว้อีก หรือไม่
ก่อนที่เขาจะออกมาจากอารามฉงหยางได้กาชับเซียวผู่ไปรอบ หนึ่ง บอกให้นางช่วยปกป้ องมรรคาให้กับอาจารย์ลุงเฉิงอย่าง ระมัดระวัง
เขาเดินทางมาเยือนแจกันสมบัติทวีปก็ด้วยเรื่องสามเรื่อง ช่วย ปกป้ องมรรคาให้กับอาจารย์ลุงเฉิงช่วงระยะเวลาหนึ่ง พาหยวนเฉา เซียนแห่งฮู้โจวไปขึ้นเขาฝึกตน โน้มน้าวให้เฉินผิงอันมาเป็ นเค่อชิง อันดับหนึ่งของสายซีซานเจี้ยนอิ่น
เซียวผู่ถาม “หยวนเฉาเซียนจะทาอย่างไร ปล่อยนางไว้ที่นี่สี่ห้าปี เพื่อขัดประกายเฉียบคมก่อนหรือ?”
ที่ศูนย์ใหญ่มียอดฝี มืออยู่คนหนึ่งที่คาดการณ์ได้นานแล้วว่า หยวนเฉาเซียนคือวัตถุดิบชิ้นใหญ่จากในป่าเขาเงินทอง จาเป็ นต้อง พานางออกจากแจกันสมบัติทวีปกลับมาที่ภูเขาให้จงได้
หลิวเถาจือพยักหน้าเอ่ย “แม้ว่าเคราะห์กรรมบนภูเขาจะมีอยู่ถึง แปดเก้าในสิบส่วนยากที่จะหลบหนีได้ แต่ผู้ฝึกบาเพ็ญตนหล่อหลอม จิตวิญญาณภายใน สะสมก าลังภายนอกจะสามารถลดทอนเคราะห์ กรรมให้เบาลงได้ในระดับที่แน่นอน นางยังต้องฝึกประสบการณ์ใน โลกโลกีย์ให้มากขึ้นอีกหน่อย”
เซียวผู่กล่าว “แม้จะเป็ นเช่นนี้จริง แต่ศิษย์พี่หลิวก็ไม่ควรถ่วงรั้ง ช่วงเวลาอันดีที่สุดในการฝึกตนของนางนะ”
หลิวเถาจือกล่าว “ข้าจะไปพบนางสักหน่อย ถ่ายทอดเวทกระบี่ บทหนึ่งไว้ให้นางก่อนศิษย์น้องเซียวไม่จาเป็ นต้องคอยชี้แนะ พวกเรา ลงจากภูเขาช่วยเหลือผู้คนไปตามวาสนาพวกเขาขึ้นเขาฝึกตนกลับ ต้องช่วยเหลือตัวเอง”
เซียวคู่ส่ายหน้า “ข้าผ่านหายนะนี้มาได้ ตอนนี้ไหนเลยจะมีความ
กล้าหาญนั้น จะหลบอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
เดิมทีเรือนกายของนักพรตวัยกลางคนก็แกร่งกายา อีกทั้งกลิ่น อายแห่งมรรคายังเข้มข้น เป็ นเหตุให้สร ้างแรงกดดันให้กับคนอื่น อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีที่ความสูงอยู่ระดับกลางๆ ยาม ที่ต้องสบตากับเขาก็เหมือนมีขุนเขากดทับลงมาเหนือศีรษะ
ดังนั้นเป่ าซู่จึงรู ้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เมื่ออีกฝ่ ายมอบตาราเต๋า เล่มนั้นมาให้โดยที่ไม่สนว่านางจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ นักพรตวัย กลางคนแค่อธิบายเรื่องของตัวเองไปเท่านั้น นางที่เป็ นผู้ฟังรู ้สึกเพียง ว่าหัวสมองว่างเปล่า
จงซานที่ผอมสูงราวกับลาไม้ไผ่ไปที่ตรอกเก่าโทรมแห่งหนึ่งใน อาเภอฉางหนิงแล้วก็วิ่งกลับมาที่อารามฉงหยาง ได้เจอกับนักพรต เฒ่าแล้ว เด็กหนุ่มก็เอ่ยด้วยสีหน้าเสียดายว่า “ป๋ ายอวิ๋นย้ายบ้านไป กับท่านปู่ของเขาแล้ว ข้าถามเพื่อนบ้านไม่มีใครรู ้สักคน พอไปถาม คนที่ให้พวกเขาเช่าบ้านก็บอกว่าไม่รู ้ว่าพวกเขาไปที่ไหน พูดแค่ว่าปู่ หลานสองคนทิ้งเศษเงินส่วนหนึ่งไว้ในบ้าน”
นักพรตเฒ่าลูบหนวดยิ้มเอ่ย “วาสนาไม่ถึง เรียกร ้องอย่างไรก็ไม่ ได้มา เจ้ากับสหายป๋ ายอวิ๋นก็ปล่อยให้เป็ นไปตามชะตาลิขิต ไม่ จาเป็ นต้องเสียใจ พรุ่งนี้จะยังได้พบเจอกันอีกครั้งหรือไม่ พรุ่งนี้ก็จะรู ้ เอง”
จงซานอืมรับหนึ่งที
ซ่งจวี้ชวนนักพรตร่างเล็กเตี้ยพลันถามว่า “จิ้งซือ ท่านผู้อาวุโส เคยได้ยินคากล่าวที่ว่า“กระเรียนพัก” บ้างหรือไม่?”
เจินเหรินผู้เฒ่าร้องเอ๊ะ “เจ้าไปรู้ค าศัพท์ของลัทธิเต๋าประเภทนี้ได้ อย่างไร?”
ซ่งจวี้ชวนตะลึงพรึงเพริด “มีจริงๆ หรือ?”
เฉิงเพิ่งเสวียนยิ้มเอ่ย “แน่นอนว่าต้องมี แต่คากล่าวบนภูเขาคานี้ ไม่ได้เอามาใช้กันทั่วไป ค่อนข้างจะฟังยาก อาจารย์รู ้จักคาศัพท์ว่า “กระเรียนพัก” แต่คนธรรมดาทั่วไปกลับไม่แน่เสมอไปว่าจะเคยได้ยิน มาก่อน”
ซ่งจวี้ชวนนินทาในใจไม่หยุด เจ้าหมอนั่นช่างเจ้าเล่ห์เหลือเกิน!
นักพรตเฒ่าใคร่ครวญอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจว่าควรจะต้องไป เยือนเรือนผีในตรอกจู๋กานอาเภอหย่งเจียสักรอบ เขาจึงจุ่มยันต์น้า ร่ายเวทเปิดตา แล้วก็ได้เห็นหญ้าอ้ายฉ่าวที่แขวนไว้หน้าประตูจริงๆ อีกทั้งยังมีสองต้น เพียงแต่ว่าไม่ได้ติดแนบไปกับประตูเรือน
ไม่มีหน้าจะไปเอาของคนอื่นมาโดยไม่บอกกล่าว นักพรตเฒ่าจึง เคาะประตูเบาๆ เพียงไม่นานก็มีสตรีผู้หนึ่งมาเปิ ดประตู นางมอง ประเมินเขาอยู่พักหนึ่งแล้วถามคาถามประหลาดว่า “นักพรตอู๋?”
นักพรตเฒ่าคลางแคลงไม่เข้าใจ “แม่นางเซวียใช่หรือไม่? ผิน เต้าแซ่เฉิง ฉายาหุยลู่ฝึกตนอยู่ในอารามฉงหยาง มาเยือนที่นี่ก็เพราะ นักพรตอู๋เป็ นคนบอกเตือนจริงๆ ละลาบละล้วงมาถึงที่นี่ก็เพราะ อยากจะขอซื้อหญ้าอ้ายฉ่าวที่แขวนไว้หน้าประตูจากแม่นางเซวีย”
เซวียหรูอี้อัดอั้นอยู่มาก นางมองแล้วมองอีก แต่กลับยังมองไม่ เห็นอะไร “มีหญ้าอ้ายฉ่าวอยู่ตรงไหนกัน?”
ก่อนหน้านี้มีนักพรตหนุ่มคนหนึ่งพูดจาตลกขบขัน แสดงความ กระตือรือร ้นต่อนางอย่างไรต้นสายปลายเหตุ เอ่ยประโยคท านองว่า มอบหญ้าอ้ายฉ่าวคู่หนึ่งให้เจ้าจริงๆ
บ้านเรือนของชาวบ้านทั่วไปแขวนต้นชางผูและหญ้าอ้ายฉ่าว เพื่อใช ้ขับไล่ผีและสิ่งชั่วร ้าย นั่นก็ยังพอทาเนา แต่เซวียหรูอี้เป็ นผี จะ เอาหญ้าอ้ายฉ่าวมาแขวนไว้ในเรือนผีอย่างนั้นหรือ? นักพรตนักต้ม ตุ๋นผู้นั้นก็อุตส่าห์คิดได้นะ!
เพียงแต่เชวียหรูอี้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แล้วก็คร ้านจะเถียงกับ นักพรตเฒ่า หมุนตัวได้นางก็จากไปทันที ประตูใหญ่ปิดลงด้วยตัวเอง นางแค่ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ว่า “เอาไปได้เลยไม่ต้องพูดเรื่องเงินกับข้า มอบให้เท่านั้น ไม่ขาย”
การกระทาเช่นนี้ของนางสยบนักพรตเฒ่าได้ทันที ในใจคิดว่าไม่ เสียแรงที่เป็ นผีสาวที่ทาให้ถงเสินจวินเยื้องกรายมาเยือนที่แห่งนี้ได้ ขอบเขตไม่สูง แต่กลับมีบุคลิกดีเยี่ยม
เซวียหรูอี้ไม่สนหญ้าอ้ายฉ่าวหรืออารามฉงหยางอะไรทั้งนั้น นาง มีท่าทางหมดอาลัยเชื่องซึม ลอยตัวเท้าไม่ติดพื้นกลับไปถึงที่ชิงช ้า ไกวชิงช ้าเบาๆ รองเท้าปักลายคู่นั้นเดี่ยวลอยขึ้นสูงเดี๋ยวลดลงต่า
ดูเหมือนว่าขอแค่นางไม่หันหน้าไปมอง ด้านหลังก็จะมีนักพรต คนหนึ่งถือชามนั่งยองอยู่ แต่พอนางหันไปกลับว่างเปล่าไม่มีใคร
มองต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นแล้วนางก็ขยี้ตา พอเพ่งตามองไปอีก ครั้งก็แน่ใจแล้วว่าไม่ได้ตาฝาด ขาดดอกไม้กระถางที่นักพรตเรียก ขานว่าเป็ น “แม่ทัพหลัก” แห่งการต้อนรับวสันต์ไปจริงๆ
ดวงตานางเป็ นประกาย คลี่ยิ้มราวบุปผาผลิบาน ราวกับว่า รอยยิ้มนี้ได้เข้ามาแทนที่ว่างของกระถางดอกไม้ใบนั้น
……
เผยเฉียนยิ้มกว้าง ประโยคนี้น่าฟัง สตรีที่นางเคยเรียกว่าพี่หญิง เหยา หรือก็คือเหยาจิ้นจือฮ่องเต้หญิงในทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่สตรีคนหนึ่ง ในนั้นหรอกหรือ?
ชุยตงซานยิ้มเอ่ย “ส่วนโจวอันดับหนึ่งที่วิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อยไม่เคย บ่นของพวกเรา ทุกวันนี้จิตใจกระวนกระวายยิ่งนัก เป็ นครั้งแรกที่ได้ เจอกับอาจารย์เสี่ยวโม่ที่ต่อให้มีการช่วงชิงบนมหามรรคาก็ไม่แน่ เสมอไปว่าจะช่วงชิงได้ชนะ กาลังอดทนข่มกลั้นคิดอยากจะพิสูจน์ ตัวเองอย่างสุดความสามารถ เขาพาผู้ฝึ กกระบี่สี่คนที่ถือกาเนิด ขึ้นมาตามโชควาสนาในพื้นที่มงคลรากบัวมาถึงใบถงทวีปเร็วกว่าข้า และเฉาฉิงหล่างเสียอีก โจวอันดับหนึ่งยังพาสตรีที่เป็ นนักรบพลีชีพ ใช ้นามแฝงว่าสวี่เจียวเชี่ย ชื่อจริงคือ ‘เซียวสิง” ไปเยือนส านักศึกษา เทียนมู่มารอบหนึ่ง นางกับเวินอวี้รองเจ้าขุนเขาเวินแห่งส านักศึกษา เทียนมู่ร่วมมือกันอย่างไร ้ช่องโหว่ เพื่อที่จะได้ทาให้พวกคนที่มองอยู่ ซึ่งหลบอยู่เบื้องหลังตกใจขวัญผวาไปตามๆ กัน”
ชุยตงซานยิ้มเอ่ย “ตอนนี้ก็มีเรื่องแค่นี้แหละ รายงานเสร็จสิ้น ขอ ศิษย์พี่หญิงเผยโปรดชี้แนะด้วย”
เผยเฉียนเพียงเอ่ยว่า “อันที่จริงอยากจะออกเดินทางท่องไปทั่ว ไพศาลกับอาจารย์พ่ออย่างมาก แต่ข้าพูดไม่ออก”
ชุยตงซานหัวเราะฮ่าๆ “ที่แท้ก็กลุ้มเรื่องนี้เองหรือ?”
เผยเฉียนเหล่ตามอง “ตลกมากหรือ?”
ชุยตงซานรีบประกบสองนิ้วปาดไปที่ริมฝีปาก ส่ายหน้าแรงๆ ราว กลองป๋ องแป๋ ง
เผยเฉียนกล่าว “อาจารย์พ่อให้ข้าน าความมาบอกเจ้า กากเดน แห่งเปลี่ยวร ้างที่ก่อกวนสถานการณ์พวกนั้น เขามีเบาะแสแล้ว ในใจ มีภาพเหมือนภาพหนึ่งโผล่มา ก็คือผู้ฝึ กกระบี่แห่งเปลี่ยวร ้างที่ใช ้ นามแฝงว่าโต้วโค่ว อาจารย์พ่อบอกให้เจ้าท าใจให้สบาย เขาย่อมมี วิธีการ มีโอกาสที่จะสืบสาวเบาะแส ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถลากตัวผู้ ฝึกตนสายยันต์ขอบเขตโอสถทองคนนั้นออกมาพร ้อมกันได้ด้วย”
ชุยตงซานชูแขนตะโกนเสียงดังเอาอย่างเด็กชายผมขาว “อาจารย์ฉลาดเฉลียวอาจารย์องอาจกล้าหาญ อาจารย์ไร ้ศัตรูเทียม ทานยิ่งกว่าผู้ไร ้ศัตรูเทียมทานที่แท้จริงเสียอีก!”
เผยเฉียนกล่าว “หม่าขู่เสวียนตายแล้ว อาจารย์พ่อบาดเจ็บไม่ เบา กระบี่ยาวเย่โหยวเล่มนั้นหักออกเป็ นสองท่อนชุดคลุมอาคมแห่ง ชะตาชีวิตที่แบกรับชื่อจริงของเผ่าปี ศาจก็ขาดเหมือนกัน ผลคือ อาจารย์พ่อไปเยือนอารามฉงหยางในเมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนมา รอบหนึ่ง ไม่รู ้ว่าเหตุใดถึงได้รับบาดเจ็บอีกรอบ อาจารย์พ่อบอกกับ ข้าว่าไม่ต้องเป็ นห่วง ข้าก็อยากไม่เป็ นห่วง แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี”
ชุยตงซานพยักหน้า
เผยเฉียนกล่าว “อาจารย์พ่อปิดด่านครั้งนี้ นอกจากเลื่อนเป็ น ขอบเขตเซียนเหรินแล้วยังหวนกลับคืนสู่ขั้นคืนความจริงของ ขอบเขตปลายทางด้วย”
ชุยตงซานลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างสงสัย “นี่เป็ นเรื่องดีนี่ นา ท าไมมองดูเหมือนเจ้ายังกลัดกลุ้มไม่เลิกอีกล่ะ?”
เผยเฉียนเงียบไม่ตอบ แล้วก็ไม่ดื่มเหล้า
ชุยตงซานกล่าว “ตอนที่อยู่นอกฟ้ า ช่วยหลี่เซิ่งร่วมมือกับเหล่า ยอดฝีมือที่ฝีมือสูงส่งจนสูงส่งไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ร่วมกันสกัด กั้นการพุ่งชนของใต้หล้าทั้งสองแห่ง อาจารย์รับหน้าที่เป็ นผู้ควบคุม ค่ายกลใหญ่ สามารถขัดเกลาเรือนกายของผู้ฝึกยุทธได้เป็ นอย่างดี ดังนั้นการที่อาจารย์เลื่อนจากปราณโชติช่วงมาเป็ นคืนความจริงจึง เป็ นเรื่องที่ดั่งน้ามาล าคลองก็ก่อเกิด”
เผยเฉียนพูดอย่างอัดอั้น “อาจารย์พ่อไม่ได้กลับคืนสู่คืนความ จริงด้วยคาว่า “แข็งแกร่งที่สุด”
ชุยตงซานหัวเราะปากกว้าง “เรื่องแบบนี้เดิมทีก็เรียกร ้องไม่ได้อยู่ แล้ว ควรใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แล้วนับประสาอะไรกับที่ทุกวันนี้สอง ใต้หล้าไพศาลและเปลี่ยวร ้างเชื่อมโยงถึงกัน ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในช่วง ระหว่าง “ฝนตก” ที่หมื่นปีก็ยากจะพานพบพอดี ไม่ว่าเรื่องราวหรือ บุคคลประหลาดอะไรก็ล้วนผุดออกมาหมด อาจารย์ไม่ได้ค าว่า
แข็งแกร่งที่สุดมาครอง เสียดายแน่นอนว่าต้องเสียดาย แต่กลับไม่ถึง ขั้นทาให้ศิษย์พี่หญิงต้องอัดอั้นตันใจขนาดนี้กระมัง…”
เผยเฉียนเหม่อมองไปยังทิศไกล ไม่รู ้ว่ามองเห็นเมื่อวาน เมื่อวาน ก่อน หรืออยากจะเห็นพรุ่งนี้ มะรืนนี้กันแน่
ชุยตงซานโคลงศีรษะยักไหล่ สะบัดชายแขนเสื้อ พูดขอความดี ความชอบว่า “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านวางใจเถอะ เจ้าตะพาบที่แย่ง ของของอาจารย์พ่อท่านไป สักวันหนึ่งจะต้องถูกข้าลากตัวออกมา ถึงเวลานั้น…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!