ชุยตงซานที่ได้สติในฉับพลันรู ้สึกเหมือนถูกคนบีบคอ พูดอะไร ไม่ออกอีกแม้แต่ค าเดียว
เขาหันหน้าไปมองช ้าๆ แล้วถามหยั่งเชิงว่า “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ คง ไม่ใช่ว่า?”
เผยเฉียนพยักหน้า “ต้องโทษข้า”
ต่อให้เป็ นขุยตงซานก็ยังนึกอยากจะเกาหัว ไม่รู้ว่าควรจะพูด อย่างไรดี
หากเปลี่ยนไปเป็ นคนอื่น พูดจาทานองนี้ต่อหน้าชุยตงซาน ชุย ตงซานคงกระโดดตบปากอีกฝ่ ายไปนานแล้ว เจ้าเป็ นใครกัน คือหอม ต้นไหน กล้าพูดจาใหญ่โตเช่นนี้ แค่ผู้ฝึ กยุทธชั้นคืนความจริง ขอบเขตปลายทางตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็กล้าแน่ใจว่าตัวเองเป็ นคนแย่ง โชคชะตาบู๊ของอาจารย์ข้าได้เลยหรือ? ไม่รู ้ฟ้ าสูงแผ่นดินต่า ต้อง ผ่านคาว่าแข็งแกร่งที่สุดมากี่ครั้ง คว้า “การประทานชะตาบู๊” มาไว้ใน มือได้กี่หนกัน…
ผลคือค าตอบเป็ นเผยเฉียน
ดังนั้นชุยตงซานจึงอึ้งตะลึงไปเล็กน้อย
เผยเฉียนเอ่ยเสียงเบา “เดิมทีคิดจะสร ้างความตกตะลึงระคนยินดี เล็กๆ ให้กับอาจารย์พ่อ ตอนนี้กลับดีนัก ข้าสมกับเป็ นตัวขาดทุน จริงๆ ใช่ไหม?”
ต่อให้ชุยตงซานจะมีเหตุผลอยู่ในใจหลายร้อยข้อก็ไม่คิดว่า ตัวเองสามารถพูดให้เผยเฉียนคล้อยตามได้ว่าอย่าได้คิดเช่นนี้ นี่ไม่มี
ประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นชุยตงซานจึงได้แต่ใช ้วิธีการที่ไม่ถือเป็ นวิธีอะไร ยื่นมือมา ป้ องข้างปาก แข็งใจเอ่ยเรียกชื่อของอาจารย์ตัวเองตรงๆ เสียงเบา “เฉินผิงอัน เฉินผิงอัน….”
ไฟโทสะของเผยเฉียนลุกโชนสามจั้ง หันมาถลึงตาใส่ “ห่าน ขาวใหญ่ เจ้าอยากตายหรือไร?!”
พริบตานั้นดูเหมือนเฉินผิงอันจะรู ้เรื่องนี้ผ่านการฟ้ องของชุยตง ซาน เขาจึงใช ้วิชาอภินิหารบางอย่างอย่างไม่ลังเล ปล่อยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชุดขาวตนนั้นออกมาชั่วคราว ใช ้เสียงในใจพูดคุยกับลูกศิษย์ทั้งสอง ไกลๆ ในน้าเสียงยากจะปกปิดความขบขันของเขาเอาไว้ได้ “แล้วไม่ บอกแต่แรก ไม่เข้าท่าเลยนะ มะเหงกครั้งนี้เหลือค้างไว้ก่อนแล้วกัน คงไม่พูดเยอะแล้วช่วยอาจารย์พ่อสั่งสอนลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจ บางคนที่ทาผิดกฎล่วงเกินเบื้องสูงเสียก่อน”
ชุยตงซานน้อยใจอย่างถึงที่สุด พูดโอดครวญว่า “อาจารย์ท่าน อารมณ์ดีแล้ว ศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็สบายใจแล้ว แต่กลายเป็ นว่าข้าต้อง กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหรือหา….หาๆๆ”
คาว่าหารัวๆ ที่พูดต่อท้าย อันที่จริงเป็ นคาที่ชุยตงซาน เตรียมพร ้อมไว้ล่วงหน้า จงใจร ้องทุกข์จากอาจารย์
แต่ไม่ว่าอย่างไรห่านขาวใหญ่ก็คิดไม่ถึงว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่จะ ไม่ได้ลงมือ
ชุยตงซานที่รู ้สึกกระอักกระอ่วนอย่างหาได้ยากเกาแก้ม ไฟแรง เกินไปหรือนี่ ผิดแผนเสียแล้ว
เผยเฉียนเงยหน้ากรอกเหล้าเข้าปาก ยกหลังมือเช็ดมุมปาก พลังอานาจทั่วร่างพลันแปรเปลี่ยน สีหน้าไม่อัดอั้นเหมือนเดิมอีกแล้ว พูดด้วยสีหน้าเบิกบาน “ศิษย์พี่เล็ก ขอบคุณนะ!”
ชุยตงซานฉวยโอกาสตอนที่นางอารมณ์ดีมากหัวเราะร่าเอ่ยว่า “นอกจากอวี้เจวี้ยนฟูกับหลิ่วสุ้ยอวี๋แล้ว ยังมีหลิวโยวโจวก็อยู่ในเมือง หลวงด้วย”
เผยเฉียนกระตุกมุมปาก
อยู่กับอาจารย์พ่อของตัวเอง ข้าสามารถแสร ้งฟังความนัย บางอย่างนอกเหนือจากค าพูดไม่ออก แต่ถ้าอยู่กับห่านขาวใหญ่ อย่างเจ้า ข้ายังต้องท าหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยหรือ ก็แค่หลิวโยวโจวชอบ ตน เรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว
เขาชอบของเขาไป ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเผยเฉียน
โตเป็ นสาวแล้วต้องออกเรือนเสมอไปหรือ? ต่อให้เปลี่ยนเป็ นสาว แก่ แล้วจะอย่างไร?
ระหว่างฟ้ าดินแห่งนี้มีอาจารย์พ่อแล้ว และนางเองก็มียุทธภพให้ ต้องออกท่องไป
ชุยตงซานจุ๊ปาก “หากรู ้ความคิดของศิษย์พี่หญิงใหญ่ ไม่รู ้ว่า หลิวโยวโจวควรจะรู ้สึกโชคดีที่ตัวเองไม่ต้องถูกเอาถุงกระสอบป่ าน ครอบหัวหรือต้องเสียใจปวดร ้าวเหมือนใจถูกขมวดเป็ นปมกันแน่”
เผยเฉียนเผยรอยยิ้มที่เป็ นป้ ายทองคาประจาตัวนาง
ชุยตงซานรีบเปลี่ยนคาพูดทันใด ดีดตัวลุกขึ้นยืน ตบหน้าท้อง หัวเราะร่าเอ่ยว่า “ท้องไส้ว่างเปล่าเหมือนเสียงฟ้ าค าราม เชิญท่านไป กินหอยโข่งด้วยกัน หม้อไฟก็ได้ ไป ไปกินอาหารมื้อดึกกัน!”
เผยเฉียนลุกขึ้นตาม “ไปที่เรือถงอินก็แล้วกัน”
ชุยตงซานพยักหน้ารัวๆ ราวไก่จิกเมล็ดข้าวเปลือก “ศิษย์พี่หญิง ใหญ่ท่านไม่รู ้อะไรทุกวันนี้เซียนกระบี่ใหญ่หมี่ทาตัวเด่นมากเลยนะ มี หน้ามีตาอย่างถึงที่สุด”
ทะยานลมไปที่ท่าเรืออวี๋หลินด้วยกัน
แคว้นอวิ๋นเหยียนที่ตั้งอยู่ภาคกลางของใบถงทวีปเป็ นแคว้นเล็กๆ ภูมิประเทศราวแอ่งกระทะ พื้นที่เล็กเท่าฝ่ามือ
แม้จะไม่ใช่พื้นที่ใต้อาณัติของราชวงศ์ใด สิ่งที่พอจะเอามาอวด ได้ก็มีแค่ชื่อของนครแห่งน้าส้มสายชู เหล้าลูกเดือยและการทาหมึก เท่านั้น
ทว่าทุกวันนี้กลับเป็ นแคว้นที่มีชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในใบถงทวีป สกุลฉินอวิ๋นเหยียนสร ้างท่าเรืออวี๋หลินขึ้นมาชั่วคราวเพื่อสะดวกให้
เซียนซือบนภูเขาเดินทางไปมา
ก่อนหน้านี้ตอนที่เรือข้ามฟากเฟิงยวนมาจอดเทียบท่าที่นี่ หมื่อ กี้ที่ไม่ย่างเท้าออกจากห้อง บางครั้งที่มายืนพิงราวรั้วก็จะต้องมีเสียง ซุบซิบดังมาจากท่าเรือ สายตาที่มองมาอย่างเหม่อลอยหลงใหล สี หน้าลิงโลดยินดี หรือแม้กระทั่งเสียงกรีดร ้องของสตรีก็ยังมี พวกนาง มาเฝ้ าตอรอกระต่ายอยู่ที่นี่โดยไม่สนใจความยากลาบาก ขอเพียงได้ เห็นเซียนกระบี่หมี่อยู่ไกลๆ ก็พอ
นี่ทาให้หมี่อวี้รู ้สึกราคาญอย่างมาก หากเป็ นสตรีจากตระกูลชน ชั้นสูงของแคว้นต่างๆ ก็ยังพอทาเนา แต่นี่พวกเจ้าเป็ นผู้ฝึกตนกัน แล้ว ไม่ควรจะเกิดตัณหาเพราะเห็นความงามเช่นนี้กระมัง?
สตรีที่ทุกวันนี้ช่วยทวงความเป็ นธรรมให้กับหมี่อวี้มีอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจานวนของพวกนางจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกือบจะ สามารถก่อตั้งพรรคอยู่ในแคว้นอวิ๋นเหยียนได้แล้ว
หมี่อวี้ที่เป็ นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของสานักกระบี่ชิงผิง เซียน กระบี่ใหญ่หมี่กลับไม่มีพื้นที่อยู่ในศาลบรรพจารย์ที่สร ้างขึ้นมา
ชั่วคราวแห่งนั้น เขายกตาแหน่งให้กับคนหนุ่มผู้หนึ่งที่ชื่อว่าเฉาฉิง หล่างแห่งยอดเขาจิ่งซิง พวกนางคิดไปคิดมาก็หาเหตุผลได้แค่ข้อ เดียว นี่ก็น่าจะเป็ นสภาพจิตใจที่มีเฉพาะของเซียนกระบี่ที่มีนิสัยเรียบ ง่ายกระมัง พอคิดได้อย่างนี้ พวกนางก็ยิ่งรักและเลื่อมใส “หมี่หลาง” ที่มีมาดสูงส่งสง่างามมากยิ่งขึ้นไปอีก
พวกนางมิอาจจินตนาการได้เลยว่าอยู่บนหัวก าแพงเมืองของ กาแพงเมืองปราณกระบี่ เซียนกระบี่หมี่ที่มักจะนอนเมามายอยู่บน เมฆเรืองรองเพียงล าพังเป็ นประจ าจะมีมาดน่าหลงใหลถึงเพียงใด?
สานักกระบี่ชิงผิงที่เป็ นสานักเบื้องล่างของภูเขาลั่วพั่ว ในฐานะ มังกรข้ามแม่น้า มีเซียนกระบี่หมี่นั่งบัญชาการณ์แล้ว แต่กลับไม่ยอม เปิ ดบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้า จะไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร สวรรค์แย่หรือ?
ลาบากหมี่หลางของพวกเราแล้ว
มิน่าเล่าก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ได้เจอกัน เซียนกระบี่หมี่ผู้หล่อเหลา ดุจต้นไม้หยกรับลมถึงยากจะปกปิ ดความอ้างว้างเหงาหงอยของ ตัวเองได้
ทว่าสภาพจิตใจที่แท้จริงหมี่อวี้กลับเรียบง่ายอย่างยิ่ง ข้าก็คือคน ไร ้ประโยชน์ ข้าท าไม่ได้ ข้าไม่คู่ควร
“รีบดูเร็วเข้า รีบดูเร็วเข้า วันนี้เซียนกระบี่หมี่อารมณ์ดีมากเลย นะ ยินดีที่จะดื่มเหล้ากับคนอื่น จิบเหล้าเล็กๆ น้อยๆ แค่ให้พอรื่นรมย์”
“หมี่หลางของข้า เวลาที่เดินเอามือข้างเดียวไพล่หลัง อีกมือหนึ่ง ใช ้สองนิ้วคีบกาเหล้าช่างสง่างามชวนให้คนหลงใหลเหลือเกิน”
“สามารถดื่มเหล้าร่วมโต๊ะกับเซียนกระบี่หมี่ได้ เขาเป็ นใครกัน แน่?”
“จะไปสนท าไมว่าเขาเป็ นใคร ขอแค่ไม่ใช่สตรีก็พอแล้ว”
ก่อนหน้านี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวของหลิวเสียทวีปเข้า ร่วมงานพิธีของสานักกระบี่ชิงผิง ได้จ่ายเงินมือเติบ มอบเรือข้าม ฟากถงอินลาหนึ่งมาให้โดยตรง
แม้ว่าถงอินจะไม่ใช่เรือข้ามทวีป แต่ปริมาณการบรรทุกสินค้า กลับเหนือกว่าเรือมังฟานโม่ของภูเขาลั่วพั่วซึ่งเป็ นสานักเบื้องบน
ทุกวันนี้เรือถงอินจึงเข้ามาแทนที่เรือเฟิ งยวน จอดอยู่ที่ท่าเรือ อวี่หลินจนใกล้จะกลายเป็ นเรือนส่วนตัวเซียนกระบี่ที่เป็ นของหมี่อวี้ โดยเฉพาะแล้ว
บนดาดฟ้ าเรือชั้นสองคืนนี้ หมี่อวี้ตั้งโต๊ะตัวหนึ่ง วางเหล้าไว้สอง กา เฝิงเซวี่ยเทาที่ดื่มเหล้าร่วมโต๊ะเข้าครัวท ากับแกล้มเย็นๆ (อาหาร จ าพวกย า) กินแกล้มสุราด้วยตัวเองสองสามจาน
เฝิงเซวี่ยเทาที่เป็ นผู้ฝึกตนอิสระมีดีอยู่ข้อหนึ่ง สามารถทาอะไร พิถีพิถัน แล้วก็สามารถท าให้พอเป็ นพิธี ท าอะไรเป็ นหลายอย่าง
หากไม่เป็ นเพราะเจ้าส านักชุยก็อยู่ด้วย เซียนกระบี่ใหญ่หมี่ก็ อยากจะออกจากตาแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของสานักกระบี่ชิง
ผิง ประหารก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลังแล้วพรุ่งนี้จะได้ไปเยือนภูเขา ลั่วพั่วทันที
ด่าว่าข้าโยนภาระหน้าที่ทิ้ง? เชิญด่าได้ตามสบาย รับรองว่าจะ ไม่ด่าคืน ก็แล้วมันตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ข้าหมื่อวี้สามารถแบกรับ ภาระหน้าที่ใหญ่หลวงได้?
ชุยตงซานยิ้มตาหยียื่นมือข้างหนึ่งออกไปตบไหล่ของเซียนกระบี่ ใหญ่หมี่ “เซียนกระบี่ใหญ่หมี่ เอาคนมากความสามารถมาใช ้ในงาน เล็กน้อย ภาระบนบ่ายังเบาไปนะ”
หมี่อวี้ไม่รู ้ด้วยซ้าว่าควรจะตอบโต้อย่างไรดี
ชุยตงซานยิ้มหน้าทะเล้น “โชคดีที่เซียนกระบี่ใหญ่หมี่เป็ นคน กันเอง ตัดใจด่าข้าไม่ลงไม่อย่างนั้นหากอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เปลี่ยนเป็ นข้าที่ได้ด่าก็ต้องมีสองประโยคนี้แน่ “ตอนเด็กหน้าตาหล่อ เหลาปานนี้ น่าเสียดายที่ไม่ใช่คนใบ้” “ข้าผู้เป็ นเซียนกระบี่หากไม่ อาจใช ้หนึ่งกระบี่ฟันให้เจ้าอึราดได้ ก็ถือว่าเจ้ากินไม่อิ่ม”
หมี่อวี้ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็ นหมี่อวี้ ได้ห่อสัมภาระใบนั้น เขาก็ อารมณ์ดีมากแล้ว
ไม่นับใต้เท้าอิ่นกวาน ขอแค่มีใครก็ตามที่สามารถใช ้คาพูดมา สร ้างความโมโหให้ข้าหมี่อวี้ได้ ก็ถือว่าข้าฝึกฝนจิตใจได้ไม่ดีพอ
ชุยตงซานโบกมือให้หมี่อวี้ ยิ้มเอ่ย “หมี่อันดับหนึ่ง จะให้เจ้าได้ หยุดพัก หนึ่งเดือนก็แล้วกัน อนุญาตให้เจ้ากลับสานักเบื้องบน ไป เล่นสนุกกับหมี่ลี่น้อย”
หมี่อวี้ดีใจมาก “จริงหรือ?” ชุยตงซานย้อนถาม “ถ้าเจ้าไม่คิดว่าจริง ถ้าอย่างนั้นก็โกหกรี?”
หมี่อวี้ยิ้มเอ่ย “จริงสิ ต้องคิดว่าจริงอยู่แล้ว”
ชุยตงซานยิ้มเอ่ย “ข้าคือเจียงซ่างเจินไง (ค าว่าจริงภาษาจีนคือ ค าว่าเจิน) คล้องจองหรือไม่ล่ะ?”
เผยเฉียนเอ่ยเตือน “แค่พอสมควรก็พอแล้วนะ”
ชุยตงซานประกบสองนิ้ว ท่องคาถาพึมพา ครู่หนึ่งต่อมาก็มีเก้าอี้ สองตัว “เดินโยกเยกมาแล้วมา “หยุดยืนนิ่ง” อยู่ด้านข้าง
เผยเฉียนยื่นมือมากุมขมับ ทนมองไม่ไหวจริงๆ
ไม่รู ้ว่าเป็ นคาพูดของใครที่พูดขึ้นมาก่อน กลุ่มคนรุ่นเยาว์ของ ถ้าสวรรค์หลีจูถึงได้ค่อยๆ ถูกใต้หล้าไพศาลยอมรับว่าเป็ น “รุ่นเปิด ประตู
ในฐานะลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของอิ่นกวานหนุ่ม ปรมาจารย์ ขอบเขตปลายทางที่อายุน้อยมาก แต่กลับสร ้างชื่อเสียงระบือไกลอยู่ ในเกราะทองทวีปได้ แน่นอนว่าเผยเฉียนต้องอยู่ในกลุ่มคนกลุ่มนี้ ด้วย อีกทั้งอันดับยังอยู่ช่วงหน้าๆ
เผยเฉียนเพิ่งจะนั่งลงก็ต้องลุกขึ้นยืนใหม่ “ข้าจะไปพื้นที่มงคล รากบัวสักหน่อย”
ชุยตงซานกะพริบตาปริบๆ ก าลังจะฝ่าทะลุขอบเขตหรือ?
เผยเฉียนพยักหน้า ฝ่าทะลุขอบเขต!
ในภูเขาลั่วพั่ว เด็กชายชุดเขียวกับแม่นางน้อยชุดด าต่างก็ไม่ ง่วง พวกเขานั่งแทะเมล็ดแตงอยู่ที่โต๊ะหินของเรือนไม้ไผ่ เพียงแต่ทั้ง สองเอาเมล็ดแตงมาชนกันเหมือนชนชามเหล้าก่อนจะแทะเมล็ดแตง
ในเรือนที่ไม่เคยลงกลอนประตูหลังนั้น พ่อครัวเฒ่าที่นอนอยู่บน เก้าอี้หวายฝันไปตื่นหนึ่ง เขาฝันเห็นว่าบนปิ่นหงส์ชิ้นหนึ่งมีผีเสื้อตัว หนึ่งที่มาหยุดอยู่ หรือบางทีอาจจะแนบติดอยู่บนนั้น
ตรงตีนเขา ค่าคืนที่ยาวนานเจิ้งตาเฟิงนอนเดียวดายอยู่บนเตียง ยากจะข่มตาหลับเกาหูเกาแก้ม บ่นพึมพาว่าไม่น่าจะเป็ นเช่นนี้สิ วิธี แสร ้งปล่อยเพื่อจับของตนใช ้ได้อย่างช านาญมากแล้วนะ หรือว่า กระบวนท่าที่เขียนไว้ในตาราล้วนหลอกลวงกัน? นักพรตเซียนเว่ ยที่อยู่ในห้องติดกันกาลังจุดตะเกียงอ่านตาราในห้องหนังสือ คือ ตาราเต๋าเล่มหนึ่งที่จริงจังจนจริงจังไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แล้วก็ เป็ นตาราเต๋จานวนน้อยนิดที่เซียนเว่ยอ่านได้เข้าใจ นิ้วของนักพรต แตะน้าลายพลิกเปิดหน้าหนังสือเบาๆ เป็ นบางครั้ง แค่นักพรตเห็น ตัวอักษรในตาราก็เหมือนเห็นคนที่รู ้จักกันมานาน
บนเรือหลิวเสีย เฉินผิงอันนอนอยู่บนเตียง หลับสนิทอย่างมาก เสียงกรนดังสนั่นราวฟ้ าผ่า
แม้กระทั่งท่านอนเขาก็ยังนอนอย่างเรียบร ้อย สองมือวางทับซ ้อน กันบนหน้าท้อง เม้มปากตามจิตใต้สานึก ขมวดคิ้วน้อยๆ
หนิงเหยานั่งลงริมขอบเตียง นางหน้าแดงเล็กน้อย ขนตากระพือ ไหวเบาๆ พึมพ าเสียงเบาประโยคหนึ่ง ยื่นนิ้วออกไปช่วยคลายหัวคิ้ว ของเขาให้ด้วยท่วงท่าอ่อนโยน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!