หาได้ยากที่เฉินผิงอันจะรู ้สึกสบายทั้งกายสบายทั้งใจเช่นนี้ การ นอนหลับครั้งนี้หลับยาวจนตื่นได้เองตามธรรมชาติ หลับเต็มอิ่มอย่าง แท้จริง ฟ้ ามืดฟ้ าสว่างเพียงแค่หนึ่งคืนก็ไม่รู ้ว่าบุปผาในโลกมนุษย์ผลิ บานและร่วงโรยไปมากน้อยแค่ไหน
รอกระทั่งเขาตื่นขึ้นมาก็สัมผัสได้ว่ามีคนผู้หนึ่งเอาหน้าแนบ ประตูอยู่ในระเบียงนอกห้อง กู้ช่านยืนพิงผนัง นี่ทาให้เฉินผิงอันหลุด หัวเราะพรืด พวกเจ้าสองคนเฝ้ าค่ายกลอยู่หรือไร ข้าไม่ได้ปิดด่าน เสียหน่อย
เฉินผิงอันพลันเปิดประตูออก หลิวเสี้ยนหยางเดินนาเข้ามาใน ห้อง กู้ช่านมีสีหน้าปั้นยาก เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไหนเลยจะมีการลอบ ฆ่ามากมายขนาดนั้น คิดว่าขั้นคืนความจริงขอบเขตปลายทางของ ข้ากินหญ้าหรือไร?”
กู้ช่านมีสีหน้าประหลาดมากกว่าเดิม หลิวเสี้ยนหยางลุกขึ้นยืน ปัดชายแขนเสื้อ “ระมัดระวังขับเรือได้นานหมื่นปี เฉินผิงอัน เจ้าท่อง ยุทธภพยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ไปดีกว่า ไปดีกว่า”
ในที่สุดกู้ช่านก็อดไม่ไหวเปิ ดปากพูดประโยคที่เป็ นธรรมว่า “หลังจากที่เจ้าหลับไปหนิงเหยาก็มาเยือนเรือหลิวเสียรอบหนึ่ง นาง ปรากฏตัวกะทันหัน พวกเราต่างก็สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวไม่ได้
แม้แต่น้อย ยังคงเป็ นนางที่เป็ นฝ่ ายมาทักทายพวกเราก่อน พวกเรา ถึงได้รู ้ว่านางมาถึงแล้ว แต่นางจากไปตอนไหน พวกเราก็ไม่รู ้ เหมือนกัน”
หลิวเสี้ยนหยางทาท่าจะเดินเร็วๆ ออกไปนอกห้อง แต่กลับถูก เฉินผิงอันยื่นมือมากดไหล่เอาไว้ พามาที่ระเบียงด้านนอกราวกับขี่ เมฆขี่หมอกมา กู้ช่านเองก็อยากจะแกล้งหลิวเสี้ยนหยางแล้วเผ่นหนี เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเหมือนกัน แต่เขาก็ถูกเฉินผิงอันคว้า ไหล่ไว้เช่นเดียวกัน “พวกเจ้าจะหนีกันทาไม ในเมื่อมีเหตุมีผลเต็ม เปี่ยมก็ไม่ต้องใจฝ่อ ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะเข้าใจผิดไม่ใช่หรือ?”
คนทั้งสองต่างก็ถูกเฉินผิงอันรั้งคอเอาไว้ พาเดินไปในระเบียง ด้วยกัน เฉินผิงอันยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “สมกับเป็ นพี่น้องคนดีที่มี ความชอบธรรมสูงเสียดฟ้ า ทาเอาข้าซาบซึ้งใจแทบแย่”
กู้ช่านกล่าว “ข้าเพิ่งมาไม่นานเท่าไร แต่เซียนกระบี่หลิวน่าจะ แอบฟังที่มุมกาแพงมาทั้งคืนแล้ว”
หลิวเสี้ยนหยางก่นด่า “ผายลมเจ้าน่ะสิ เท้าหน้าของข้าผู้อาวุโส เพิ่งมาถึง เท้าหลังของเจ้าก็ตามมาติดๆ เลย ข้าไม่มา เจ้าจะกล้ามา หรือ? ข้ามาแล้ว เจ้าจะตัดใจไม่มาได้หรือ?!”
กู้ช่านหัวเราะร่วน “มีเหตุผล มีเหตุผล เจ้าพูดถูกทั้งหมดนั่น แหละ”
เดินผ่านระเบียงมาถึงที่หัวเรือ กู้หลิงเยี่ยนยืนอยู่บนดาดฟ้ าอย่าง ขลาดๆ ลมบนฟ้ าพัดโชยมา เสื้อผ้าพลิ้วเอียงไปแถบหนึ่ง เรือนกาย อรชรจึงปรากฏเส้นเว้าเส้นโค้งให้เห็นอย่างชัดเจน
กู้ช่านขมวดคิ้ว “ไม่ควบคุมเรือหลิวเสีย วิ่งมากินลมตะวันตก เฉียงใต้อยู่ที่นี่ทาไม?”
กู้หลิงเยี่ยนถูกใส่ร ้ายแล้วจริงๆ นางรีบใช ้เสียงในใจพูดคุยกับ พวกเขาทันที “เมื่อคืนวานหนิงเหยามาหาข้า นางถามเรื่องลับ เกี่ยวกับผู้ฝึกตนแผนภูมิฟ้ าของเปลี่ยวร ้าง สุดท้ายนางให้ข้าน าสอง ประโยคมาบอกต่อเฉินอิ่นกวาน ประโยคแรกคือให้เดินทางตาม เส้นทางเดิมที่กาหนดไว้ แวะไปดูที่ฝูเหยาทวีป ประโยคที่สอง หนิง เหยาพูดแค่สี่คาเท่านั้นว่า “สังหารผีตนนั้นแล้ว”
เนื่องจากก่อนหน้านี้เฉินผิงอันอ่อนระโหยโรยแรงจึงไม่ได้พูดคุย เรื่องถูกลอบโจมตีที่อารามฉงหยางให้คนทั้งสองฟัง ดังนั้นพอได้ยินสี่ คาที่กู้หลิงเยี่ยนช่วยนาความมาบอกต่อพวกเขาจึงมึนงงกันอยู่บ้าง
เฉินผิงอันจึงได้แต่อธิบายต้นสายปลายเหตุคร่าวๆ “ก่อนหน้านี้ อยู่ในอารามฉงหยางมีผีตัวสารองขอบเขตสิบสี่ที่เป็ นบินทะยานขั้น สมบูรณ์แบบตนหนึ่ง เนื่องจากมันถูกขวางอยู่นอกธรณีประตูของ การผสานมรรคามานานเกินไป จึงอยากจะเดินทางลัดด้วยการสะสม คุณความชอบเพิ่มเติม อาศัยบุญลับที่สมบูรณ์แบบมาผสานมรรคา ฝ่ าทะลุขอบเขต อาศัยเรือนกายและชุดคลุมอาคมของผีจากสายอิง เถาชิงอีที่อยู่ในอารามฉงหยางมาเป็ นท่าเรือที่ข้ามผ่านระหว่างโลก
มืดกับโลกสว่าง ตั้งปณิธานยิ่งใหญ่เอาไว้ บอกกล่าวแก่ดินแดน ปรโลกว่าจะต้องร ้องทุกข์ขอความเป็ นธรรมให้กับผีทุกตนที่ตายไป ในกาแพงเมืองปราณกระบี่และใต้หล้าไพศาล มันจะสังหารเฉินผิงอัน ผลคือข้าไม่ได้หลบเลี่ยง แต่เลือกที่จะแบกรับเอาไว้แผนการของมันก็ เลยล้มเหลว แล้วยังเป็ นการเปิดเผยร่องรอยของตัวเอง เทพอภิบาล เมืองโจวแผ่นดินกลางเร่งรุดเดินทางไปยังอาณาเขตของปรโลก ส่วนหนิงเหยาไปที่ยมโลกได้อย่างไร แล้วสังหารผีตนนั้นอย่างไร ข้า ก็ไม่รู ้แล้ว”
หลิวเสี้ยนหยางยื่นมือมาตบท้องของเฉินผิงอัน “ข้าล่ะประหลาด ใจนัก จ าได้ว่านับแต่เด็กมาเจ้าก็ท้องไส้ดีมากนะ น้อยครั้งนักที่จะกิน อะไรเข้าไปแล้วท้องเสีย ไฉนพอออกไปจากบ้านเกิดก็ปรับตัวเข้ากับ น้าและดินไม่ได้แล้วล่ะ กลายเป็ นว่ากินข้าวหยาบไม่ได้ กินได้แต่ข้าว นิ่มอย่างเดียวเท่านั้น?”
กู้หลิงเยี่ยนต้องมองเจ้าสานักหลิวผู้นี้ใหม่อีกครั้ง เขาถึงกับกล้า พูดเหน็บแนมต่อหน้าเฉินผิงอันว่าเฉินผิงอันกินข้าวนิ่มเลยหรือ?
กู้ช่านถามเสียงหนักจริงจัง “สังหารผีตัวสารองขอบเขตสิบสี่ไป ตนหนึ่งในอาณาเขตของปรโลก? หนิงเหยาท าได้อย่างไรกันแน่?”
หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะร่วน “คาถามนี้ถามได้ไม่เหมือนกู้ช่า นเลยนะ นอกจากจะใช ้สถานะของผู้ฝึ กกระบี่บริสุทธิ์เลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่แล้ว จะยังหาเหตุผลข้อที่สองอะไรได้อีกล่ะ?”
กู้ช่านเพียงแค่จ้องเป๋ งไปที่เฉินผิงอัน คาดเดาก็ส่วนคาดเดา แต่ ความจริงเป็ นเช่นไรยังคงต้องให้เฉินผิงอันเป็ นผู้ให้ค าตอบ เฉินผิง อันพยักหน้า
กู้ช่านถอนหายใจ ไม่ว่าจะเป็ นใคร คิดจะเปรียบเทียบเรื่อง พรสวรรค์ด้านการฝึกตนกับหนิงเหยา ก็ดูเหมือนว่าบนโลกมนุษย์ใบ
นี้จะไม่มีผู้มีพรสวรรค์แล้ว
หลังจากกู้หลิงเยี่ยนรู ้ความจริงแล้วก็ให้หวาดผวาภายหลัง ไม่ใช่ เสแสร ้งแกล้งท าเพียงแค่เพราะใบหน้าของนางสามารถแปรเปลี่ยนได้ นับพันนับหมื่นรูปแบบ เวลานี้ใบหน้าของนางจึงกลายเป็ น “หนิง เหยา” ที่อยู่ในใจนาง นางพยายามสร ้างความมั่นคงให้กับจิตแห่ง มรรคาอย่างสุดชีวิต ยื่นมือมาดึงรั้งใบหน้าเอาไว้ถึงได้กลับคืนมาเป็ น โฉมหน้าของจื่ออู่เมิ่งได้อีกครั้ง กู้หลิงเยี่ยนมาเป็ นแขกที่ไพศาลครั้ง นี้ไม่ได้รู ้สึกหวาดกลัวเฉินผิงอันที่เป็ นอิ่นกวานสักเท่าไร เพราะว่ามี กู้ช่านอยู่ แล้วนับประสาอะไรกับที่นางก็ไม่ได้เข้าร่วมศึกโจมตีก าแพง เมืองปราณกระบี่ด้วย ถึงขั้นที่ว่าไม่ได้ย่างเท้าเข้ามาในใต้หล้า ไพศาล เฉินผิงอันก็คงไม่ถึงขั้นใช ้กระบี่ฟาดฟันสังหารเพียงแค่เพราะ นางเป็ นเผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างหรอกกระมัง
ทว่าหนิงเหยาผู้นั้นคือผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่ คือบุคคลอันดับ หนึ่งแห่งใต้หล้าห้าสีสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตหยกดิบที่มีรากฐานจาก เปลี่ยวร ้างคนหนึ่ง จะไม่เหมือนเล่นสนุกเลยหรือ?
หลิวเสี้ยนหยางลูบหัวของเฉินผิงอันแล้วส่งเสียงจีรัวๆ “ไม่มี ความแค้นอะไรที่นานข้ามคืนเลยนะ น้องสะใภ้ก็ช่วยแก้แค้นให้เจ้า แล้ว”
กู้ช่านไม่ยินดีให้คนนอกรู ้เรื่องวงในมากเกินไป จึงบอกให้กู้ห ลิงเยี่ยนกลับไปคุมเรือที่ห้องควบคุมเรืออีกครั้ง กู้หลิงเยี่ยนเองก็อยาก กลับไปใจจะขาดอยู่แล้ว นางจะได้ไม่ต้องคอยตกอกตกใจ บั่นทอน จิตแห่งมรรคาตัวเองไปเปล่าๆ
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ข้าหวนกลับสู่ขั้นคืนความจริงเป็ นครั้งที่สอง ไม่ได้รับการประทานโชคชะบู๊อย่างที่คาดการณ์เอาไว้”
หลิวเสี้ยนหยางถามอย่างสงสัย “พลาดของที่ควรจะคว้ามาอยู่ใน มือไป ในใจรู ้สึกผิดหวังอย่างมาก แต่กลับต้องคอยฝืนยิ้มให้กับพี่น้อง ของตัวเอง? ไม่มีความจาเป็ นหรอกนะ ไหนลองร ้องไห้สิ ให้พวกพี่ น้องได้เบิกบานใจกันหน่อย”
กู้ช่านถาม “ไม่ควรจะเป็ นเช่นนี้ถึงจะถูก ในชั้นปราณโชติช่วง ของขอบเขตปลายทางนี้เจ้ามีความมั่นใจที่จะช่วงชิงความแข็งแกร่งที่ มากที่สุด มีเพียงขอบเขตนี้ที่เฉาสือไม่มีความได้เปรียบใดๆ”
แน่นอนว่าคุณสมบัติในการฝึกวรยุทธของเฉาสือย่อมดีกว่าเฉิน ผิงอัน แต่ปราณโชติช่วงของขอบเขตปลายทางกลับมีข้อพิถีพิถัน “เยอะมาก’ เพราะเฉาสือคุณสมบัติดีเกินไปกลับง่ายที่จะพลาดมันไป
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็ นเช่นนี้จริง
เฉินผิงอันกล่าว “พวกผู้หลิ่วติดตามอยู่ข้างกายเจ้า วันหน้าจะมี ต าแหน่งมีสถานะอะไรอยู่ในสานักก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้า”
กู้ช่านพยักหน้า “ข้ารู ้ว่าต้องท าอย่างไร”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “หวงเลี่ยเป็ นราชครูอยู่ในแคว้นอวี้เซวียนมา นานหลายปี ย่อมติดความเคยชินบางอย่างในวงการขุนนางมาอย่าง เลี่ยงไม่ได้ เจ้าก็ใจกว้างกับเขาสักหน่อย มีความอดทนกับเขาให้มาก หน่อย นอกจากจะโยนคัมภีร ์ที่ล้าค่าให้เขาสักเล่มสองเล่ม ช่วยชี้ทาง
สว่างแก่เขาแล้วก็ยังต้องช่วยให้เขาลบเลือนกลิ่นอายของโลกมนุษย์ ทิ้งไป ให้เขาย้อนกลับไปเป็ นหยกดิบก้อนหนึ่งอีกครั้ง อย่าได้เห็นว่า ทุกวันนี้พวกเราสามคนต่างก็ขอบเขตไม่ต่าแล้ว ต่างคนต่างมี วิสัยทัศน์และเคยเห็นโลกกว้างกันมาแล้ว บุคคลและเรื่องราวที่พูดคุย ก็จะต้องเป็ นของบนยอดเขาทั้งหมด รู ้สึกว่าคาว่าเขียนดินไม่มีค่า ขอบเขตหยกดิบไม่อาจนับเป็ นอะไรได้ เขียนเหรินก็แค่เท่านี้เอง บิน ทะยานแค่พอใช ้ได้ เอ่ยประโยคที่ระลึกถึงความขมขื่นในอดีตเพื่อ ชาบซึ้งในความหวานชื่นของปัจจุบันสักคา เสิ่นเค่อที่มองดูเหมือน ไม่ได้เรื่องที่สุดบนเรือตอนนี้ หากปีนั้นเขาไปเยือนตอนที่ถ้าสวรรค์ หลีจูเพิ่งจะปริแตกแล้วร่วงลงพื้น พวกเราสามคนยืนเรียงกัน คาดว่า คงต้านรับครึ่งหมัดของปรมาจารย์ผู้เฒ่าเสิ่นไม่ได้ด้วยซ้า”
กู้ช่านกล่าว “จ าไว้แล้ว”
หลิวเสี้ยนหยางพูดยุแยงอยู่ข้างๆ “บ่นรู ้จี้จุกจิกเป็ นสตรีไปได้ ไม่ ราคาญบ้างหรือไร คิดว่าเป็ นอาจารย์ในโรงเรียนที่อบรมสั่งสอนเด็ก นักเรียนประถมสวมกางเกงเปิดก้น หรือคิดว่าเป็ นพ่อที่กลับบ้านมา ด่าลูกกันล่ะ”
ผลคือไหล่ถูกเฉินผิงอันถอง หลังเท้าก็ถูกกู้ช่านเหยียบ แล้ว กู้ช่านยังใช ้ปลายเท้าขยี้ซ้าหนักๆ อีกทีด้วย
หลิวเสี้ยนหยางแค่นเสียงหนักๆ ในลาคอ ทาท่ากดลมปราณลงสู่ จุดตันเถียน “แน่จริงก็ท าอีกสิ! หากเซียนกระบี่หลิวส่งเสียงร ้องคร่า ครวญว่าเจ็บก็เท่ากับเป็ นท่านปู่ของพวกเจ้า”
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ หมุนตัวกลับ “พวกเจ้า นับญาติกันต่อไปเถอะข้าจะกลับห้องไปนอนหลับให้สบายอีกสักรอบ ถึงอาณาเขตของฉู่โจวค่อยเรียกข้าแล้วกัน”
หลิวเสี้ยนหยางยิ้มเอ่ย “เจ้าตัวดี เห็นตัวเองเป็ นนายท่านใหญ่ แล้วจริงๆ กล้าบังอาจเรียกใช ้เซียนกระบี่หลิวกับเจ้าสานักกู้เช่นนี้เลย
หรือ”
กู้ช่านใช ้เสียงในใจพูดคุย “เจ้าตั้งใจจัดงานแต่งงานไว้วันที่ห้า เดือนห้าซึ่งเป็ นวันเกิดของเขา ข้าบอกเขาไปแล้ว”
ที่เมืองเล็กอันเป็ นบ้านเกิดต่างก็มองวันที่ห้าเดือนห้าเป็ นวันห้า พิษ เด็กที่เกิดมาในวันนี้ก็คือดาวหายนะ คือเทพแห่งโรคระบาดมา ตั้งแต่เกิด
ถ้าอย่างนั้นการที่หลิวเสี้ยนหยางยืนกรานจะจัดงานแต่งในวันนี้ก็ ต้องเป็ นเพราะเขารู ้สึกว่านี่คือวันที่ดีมากวันหนึ่ง
หลิวเสี้ยนหยางนอนฟุบตัวบนราวรั้ว เอ่ยอย่างเกียจคร ้านว่า “เจ้าเด็กนั่นคงไม่ได้ร ้องไห้น้ามูกน้าตาไหลหรอกนะ?”
กู้ช่านพูดเรียบๆ ว่า “ยังดีอยู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!