หลิวเสี้ยนหยางถาม “ทาไมถึงไม่มอบเรือหลิวเสียให้เฉินผิงอัน บอกตามตรงนะ ข้ากับสานักกระบี่หลงเฉวียนไม่ค่อยต้องการของสิ่ง นี้สักเท่าไร แต่คนโลภในเงินทองอย่างเขาซึ่งทุกวันนี้ทาการค้าใหญ่ มากกลับต้องการของสิ่งนี้มาเป็ นบุปผาที่เพิ่มลงบนผ้าแพรอย่าง เร่งด่วน”
สานักบ้านตนรวมๆ กันแล้วก็มีคนอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ช่างห ร่วนยังไม่ชอบโอ้อวดฐานะด้วย
กู้ช่านกล่าว “เอาหน้าร ้อนๆ ไปแนบกันเย็นๆ เขาไม่มีทางรับไว้ ข้าจะเอาไปมอบให้ท าไมล่ะ”
หลิวเสี้ยนหยางเงียบไปพักหนึ่งก็เอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า “อิจฉา พวกเจ้าสองคนจริงๆ ที่มีพี่ชายที่ดี”
กู้ช่านไม่ได้ขัดคออย่างที่หาได้ยาก “หวังว่าวันหน้าร ้อยปีพันปี ทุกครั้งที่พวกเราได้กลับมาพบกันอีกครั้งก็ไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไรดี อย่าได้ไม่มีอะไรให้พูดคุยกันจนเหลือแค่ค าพูดเกรงใจตามมารยาท เท่านั้น”
แต่หลิวเสี้ยนหยางกลับเอ่ยประโยคทาลายบรรยากาศ “ข้าสงสัย มากมาโดยตลอดขี้มูกอร่อยหรือ? เค็มหรือว่าจืด?”
้่
กู้ช่านกล่าว “ยังจาได้หรือไม่ว่าเช ้าตรู่วันหนึ่ง ข้ามอบซาลาเปา ไส้เนื้อของร ้านเหมาต้าเหนียงให้เจ้าลูกหนึ่ง? อันที่จริงเจ้าได้กินขี้มูก ข้าไปแล้วด้วย”
หลิวเสี้ยนหยางกระจ่างแจ้งทันใด “ที่แท้ก็เป็ นเช่นนี้นี่เอง ต้องใส่ ไปไม่น้อยแน่ๆ มิน่าเล่า มิน่าเล่า ข้าก็ว่าแล้วว่าท าไมรสชาติของ
ชาลาเปาไส้เนื้อถึงได้อร่อยเป็ นพิเศษ”
กู้ช่านยิ้มเอ่ย “บ้านเกิดของพวกเรามีขนบธรรมเนียมที่เรียบ ง่าย”
หลิวเสี้ยนหยางพยักหน้า “ข้ายังขาดความหมายบางอย่างอยู่ บ้าง แต่เจ้ากับเฉินผิงอันล้วนเป็ นขุนนางผู้มีคุณูปการ”
เจินเหรินผู้เฒ่าลู่แห่งต าหนักพยัคฆ์เขียวมาถึงภูเขาลั่วพั่วก็ไม่ ค่อยได้ออกไปข้างนอก การที่ช่วยขอสถานะเค่อชิงให้กับจ้าวจูผู้เป็ น ลูกศิษย์ก็เหมือนคนเฒ่าคนแก่ที่ช่วยวางแผนอนาคตให้กับลูกหลาน ลู่ยงจึงรู ้สึกล าบากใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
เจิ้งชิงเจียกลับตรงกันข้ามพอดี เซียนหญิงที่มีฉายาว่ายวนหูผู้นี้ หากมีโอกาสก็จะต้องออกมาเดินเล่นข้างนอก ช่วยไม่ได้จริงๆ ทุก ครั้งที่นางกลับไปถึงเรือนก็จะต้องสะบัดเอาตี๋ก่วงอวิ้น ฉายา “อวิ๋น แยน” ลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจออกมาจากชายแขนเสื้อ อีกฝ่ าย จะต้องตอแยถามโน่นถามนี่จากอาจารย์ หลักๆ ก็คือตี๋ก่วงอวิ้นจะพูด ประโยคเดิมซ้าไปซ้ามา ถามว่าอาจารย์ออกจากบ้านไปคราวนี้ได้
้่
เจอกับเฉินอิ่นกวานแล้วหรือยัง? ใต้เท้าอิ่นกวานยังไม่กลับมาที่ภูเขา อีกหรือ
เจิ้งชิงเจียไม่กล้าให้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนนี้ออกมาปรากฏตัวข้าง นอก ถึงขั้นไม่กล้าให้นางออกไปจากชายแขนเสื้อของตัวเอง ได้แต่ กักตัวเจ้าเด็กชอบเพ้อฝันผู้นี้เอาไว้ กลัวก็แต่ว่านางจะปากไร ้หูรูด ท าลายความสัมพันธ ์อันดีระหว่างตนกับภูเขาลั่วพั่ว
แม้ว่าจะสวามิภักดิ์ต่อนครจักรพรรดิขาวแล้ว แต่กระนั้นเจิ้ง ชิงเจียก็ยังรู ้สึกว่าผู้ฝึกลมปราณของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างแบ่งแยกความ รักความแค้นชัดเจนกว่าคนของใต้หล้าไพศาล ทุกวันนี้บนภูเขาของ เปลี่ยวร ้างมีสตรีที่ชื่นชมเลื่อมใสอิ่นกวานชุดแดงอยู่มากมาย
เวลาปกติเจิ้งชิงเจียจะออกลาดตระเวนภูเขาไปพร ้อมกับโจวหมี่ลี่ ผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาผู้มีสถานะสูงศักดิ์ พอจานวนครั้งมากเข้า นานวันเข้า เจิ้งชิงเจียก็เริ่มตระหนักได้ว่าแม่นางน้อยชุดด าแต่งกาย ประหลาดที่มองดูเหมือนพูดคุยทุกเรื่องอย่างไม่มีข้อห้ามใดๆ แท้จริง แล้วข่าวสารที่มีประโยชน์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็ น “ความลับ” ของบนภูเขา ลั่วพั่วกลับมีอยู่ไม่มากน้อยจนนับนิ้วได้ กลับเป็ นเจิ้งชิงเจียที่ถูกแม่ นางน้อยชุดดาถามเรื่องวงในเกี่ยวกับนครจินชุ่ยและบนภูเขาของ เปลี่ยวร ้างไปมากมาย คงไม่ใช่ว่าภูตน้าใหญ่แห่งทะเลสาบคนใบ้ที่ มองดูเหมือนเป็ น “ขอบเขตถ้าสถิต” ผู้ไร ้เดียงสาไร ้พิษภัยผู้นี้จะกาลัง พูดย้อนตนแบบอ้อมๆ หรอกนะ?
้่
แรกเริ่มเจิ้งชิงเจียยังกึ่งเชื่อกึ่งกังขา กระทั่งมีครั้งหนึ่งระหว่างที่ ลาดตระเวนภูเขา โจวหมี่ลี่คล้ายพูดคุยไปตามสถานการณ์ กาลังเล่า ว่าจิ่งชิงมีสหายกว้างขวาง เป็ นเพื่อนรักที่ชอบดื่มเหล้าทายหมัดกับ ‘เฉินจั๋วหลิว’ และ ‘อาจารย์เหม่ยฉิน” ฟังมาถึงตรงนี้จิตแห่งมรรคา ของเจิ้งชิงเจียก็สะท้านสะเทือน คนแซ่ชินผู้นั้นในมือถือกระบี่ยาวเล่ม หนึ่ง แล้วยังพก “บทกวีท าลายขบวนทัพ” ติดตัวไว้อีกสามพันบท ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้างก็ได้สร ้างคลื่นลมมรสุมลูก ใหญ่กับบัณฑิตบางคนที่สวมกวานสูงพกกระบี่เหล็ก คนนอกอาจจะ ไม่รู ้เรื่องนี้ แต่เจิ้งชิงเจียกลับเคยได้ยินมาก่อน
ผลคือนางยังได้ยินแม่นางน้อยผู้ไร ้เดียงสาพูดอีกว่าทุกวันนี้จิ่งชิง ชอบบ่นว่า วันหน้าหากได้เจอกับ “หลานเจิ้ง” ที่ชอบใส่ชุดสีขาว มองดูเหมือนเป็ นคนมีเงินผู้นั้นอีก จะต้องมอบของขวัญพบหน้า ชดเชยไปให้เสียหน่อย เพื่อแสดงถึงน้าใจของคนเป็ นผู้ใหญ่…เซียน หญิงยวนหูได้ยิน จิตแห่งมรรคาก็เกือบแหลกสลายเป็ นเสี่ยงๆ!
หลังจากนั้นมาเจิ้งชิงเจียก็ไม่ได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกอีกเลย
นางมั่นใจอย่างมากว่าผู้ถวายงานโจวคนนั้นพูดจามีนัยแอบแฝง ทุกค าพูดล้วนมีความเร ้นลับซ่อนอยู่ ทุกประโยคล้วนมีการพุ่งเป้ า กาลังแซะนาง “เจิ้ง” ชิงเจีย!
สองครั้งที่แอบเดินผ่านเรือนของเจิ้งชิงเจียเห็นว่าประตูปิดอยู่ทั้ง สองครั้ง แม่นางน้อยชุดดาที่สะพายกระเป๋ าผ้าฝ้ ายพาดไหล่ก็เกาแก้ม ใช่สินะ คงเป็ นเพราะพี่หญิงชิงเจียรู ้สึกว่าการลาดตระเวนภูเขาน่าเบื่อ
้่
แต่ไม่สะดวกจะพูดออกมาอย่างชัดเจน ก็เลยใช ้วิธีนี้มาปฏิเสธตน อย่างละมุนละม่อม เข้าใจแล้วๆ ฮ่า พี่หญิงชิงเจียกาลังบอกนาง ทางอ้อมอยู่นะ กบาลเล็กๆ ของข้านี่ช่างฉลาดเสียจริง!
เรือกองทัพของต้าหลีลาหนึ่งจอดเทียบท่าที่ท่าเรือหนิวเจี่ยว
บนเรือมีผู้ถวายงานกรมอาญาที่ห้อยป้ ายสงบสุขไว้ตรงเอว ปรากฏตัวหลายคน รวมไปถึงผู้ฝึกตนติดตามกองทัพของต้าหลีที่ สวมเสื้อเกราะพกดาบอีกกลุ่มหนึ่ง
นี่แสดงให้เห็นว่าแม้เรือข้ามฟากลานี้จะไม่ใหญ่ แต่ขบวน เดินทางครั้งนี้กลับไม่ธรรมดาเลย
คนมีใจบางคนที่อยู่ตรงท่าเรือแค่มองก็รู ้ได้แล้วว่าต้องมีคน ส าคัญของต้าหลีอยู่บนเรือแน่นอน
คนดูแลหลักคือบุรุษหน้าตาหล่อเหลาที่ตรงเอวพกน้าเต้าบรรจุ เหล้าสีชาดใบหนึ่ง ก็คือเฉาเกิงซินรองเจ้ากรมขุนนางแห่งเมือง หลวงต้าหลี ได้หวนกลับมาเยือนสถานที่ที่เคยมาอีกครั้ง เขาก็ให้รู ้สึก สะทกสะท้อนใจยิ่งนัก
และยังมีสมาชิกแผนภูมิดินของต้าหลีอีกสองคนอย่างหยวนฮ ว่าจิ้งผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตก่อกาเนิดลูกหลานสกุลหยวนเสาค้ายัน แคว้น และโจวไห่จิ้งปรมาจารย์หญิงขอบเขตยอดเขาที่มาเสริม แผนภูมิดินให้ครบถ้วน
้่
พวกเขาเดินทางลงใต้มาเยือนฉู่โจวในครั้งนี้ก็เพื่อคุ้มกันคนสิบ หกคนที่จะเข้ามาฝึกตนอยู่กับภูเขาลั่วพั่วมาส่ง ตัวอ่อนผู้ฝึกตนและผู้ มีพรสวรรค์ด้านการฝึกวรยุทธเหล่านี้มีอายุตั้งแต่เก้าขวบจนถึงสิบ แปดปี
ทางฝั่งของภูเขาลั่วพั่ว คนที่รับหน้าที่มาต้อนรับก็มีแค่เด็กชาย ชุดเขียวที่ตีหน้าเคร่งจริงจังและชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่นั่งยองอยู่บนราว รั้ว แคะขี้มูกแล้วก็ดีดทิ้ง
เนื่องจากไม่มียันต์กระบี่ ตามกฎแล้วคนต่างถิ่นกลุ่มนี้จาเป็ นต้อง เดินเท้าไปยังภูเขาเที่ยวอวี๋ ระยะทางไม่ถือว่าสั้น
ก่อนหน้านี้อยู่บนแท่นประลองของเมืองหลวงต้าหลี โจวไห่จิ้งได้ ประมือกับอวี๋หงมาก่อนแล้ว นางพ่ายแพ้ แต่นางก็เชื่อว่าใช ้เวลาอีก แค่ไม่กี่ปี ตนจะต้องสังหารตาเฒ่าผู้นั้นได้แน่นอน
เฉินหลิงจวินหัวเราะร่า “เผยเฉียนหรือ เป็ นแม่นางใหญ่แล้ว นาง ยุ่งมาก มาแล้วก็จากไป เรื่องการขุดเจาะลาน้าใหญ่ที่ใบถงทวีป นาง
้่
ต้องออกแรงหน่อย คนมีความสามารถก็มักต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นนี่ นะ”
แล้วก็เพราะนายท่านเจ้าขุนเขาห้ามเอาไว้ ไม่อย่างนั้นในศาล บรรพจารย์ที่เป็ นดั่งฝูงมังกรไร ้ผู้นาของแคว้นอวิ๋นเหยียนแห่งนั้น จะ เป็ นเจ้าเด็กเฉาฉิงหล่างก็ดี หรือจะอาจารย์จังก็ช่าง ล้วนต้องยก
ต าแหน่งให้ตนแล้ว
โจวไห่จึงยังไม่แน่ใจในฐานะบนภูเขาลั่วพั่วของเด็กชายชุดเขียว ผู้นี้ แต่ฟังจากน้าเสียงคือไม่เห็นเผยเฉียนที่เป็ นขอบเขตปลายทางอยู่ ในสายตาเลยสักนิด? ราวกับว่าเป็ นคนรุ่นเยาว์ของเขาอย่างไรอย่าง นั้น
ในจวนวารีแม่น้าอวี้เจียงของแคว้นหวงถิงที่เป็ นแคว้นใต้ อาณัติต้าหลี เขาเรียกขานตัวเองเป็ นพี่เป็ นน้องกับเทพวารี มีอานาจ บารมี ติดตามเฉินผิงอันขึ้นเขามาก่อนใคร ถือเป็ นบุคคลอาวุโสของ ภูเขาลั่วพั่วได้อย่างสมชื่อ ภายหลังเดินลงน้าที่จี้ตู้ของอุตรกุรุทวีป ส าเร็จเป็ นเจียวน้าขอบเขตก่อกาเนิด…เรื่องพวกนี้นางล้วนรู ้ชัดเจนดี
ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกล กลุ่มคนเงียบสนิทไม่มีใครส่งเสียง
ทั้งสิบหกคนนี้มีชาติกาเนิดภูมิหลังและการสืบทอดทางตระกูล ทางอาจารย์แตกต่างกันไป แต่ละคนมีความคิดไม่เหมือนกัน ต่างก็ แบกรับความหวังจากทางตระกูลและทางพรรคของตัวเอง หรือไม่ก็ เป็ นความคาดหวังที่ตัวเองมีต่อตัวเอง
้่
ทว่าพวกเขาต่างก็สงสัยใคร่รู ้ วาดฝัน ตื่นเต้น กระวนกระวายไม่ เป็ นสุข จิตใจเลื่อมใสใฝ่หาเหมือนกันหมดโดยไม่ได้นัดหมาย
เพียงแค่เพราะอีกไม่นานก็จะได้เห็นภูเขาลั่วพั่วแห่งนั้นกับตา ตัวเอง จะได้เห็นเฉินผิงอันที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าตระการตา หลากหลายในระยะประชิด
บรรพจารย์บุกเบิกภูเขาของภูเขาลั่วพั่วแห่งฉู่โจวต้าหลี เจ้าแห่ง สานักเบื้องบนของสานักกระบี่ชิงผิงของใบถงทวีป อิ่นกวานคน สุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่ ลูกศิษย์ปิดสานักสายเหวินเซิ่ง ศิษย์น้องเล็กของซิ่วหูชุยฉานราชครูต้าหลี คนรักของหนิงเหยา ผู้ที่ สังหารหยวนซงลูกศิษย์คนแรกของบรรพบุรุษใหญ่แห่งเปลี่ยวร ้าง ใช ้ กระบี่ท้าทายภูเขาทัวเยว่จนได้แกะสลักตัวอักษรลงบนหัวก าแพงเมือง ผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทางที่อยู่ในศึกเขียวขาวร่วมกับเฉาสือ คือ คนที่จับมือกับหลิวเสี้ยนหยางไปถามกระบี่ที่ภูเขาตะวันเที่ยง…และยิ่ง เป็ น “เฉินผิงอัน” ตัวเอกในบันทึกขุนเขาสายน้าบางเล่ม
สถานะและยศที่มีมากมาย เรื่องราววีรกรรมหลากหลาย สองมือ นับก็ยังนับไม่พอ
โจวไห่จิ้งคลี่ยิ้มหวาน ช่วยถามคาถามที่สาคัญให้กับเด็กๆ ทั้งหลาย “หรือว่าเจ้าขุนเขาเฉินเป็ นผู้สูงศักดิ์จึงมักหลงลืมเรื่องราว ได้ง่าย? ทาไมถึงไม่ปลีกตัวจากงานที่ยุ่งวุ่นวายมาพบพวกเราเสีย หน่อย?”
้่
เจิ้งต้าเฟิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ “อย่าว่าแต่ได้พบเจ้าขุนเขา เฉินของพวกเราเลย สิบหกคนนี้ ในอนาคตอีกหลายปี เกรงว่า แม้กระทั่งภูเขาลั่วพั่วก็ไม่น่าจะได้ขึ้นไปสักครั้ง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!