โจวไห่จิ้งเป็ นคนพูดจาไม่เกรงหน้าอินทร ์หน้าพรหมมาตั้งแต่ ไหนแต่ไร นางแสร ้งท าเป็ นเอ่ยอย่างตกตะลึง “ว้าว ได้เปิดโลกกว้าง แล้ว นี่ก็เหมือนคากล่าวที่ว่าร ้านใหญ่รังแกลูกค้าสินะ”
เจิ้งต้าเฟิงมองเฉาเกิงซินแวบหนึ่ง น้องสะใภ้พูดจาเป็ นสาลีซ่อน เข็มแบบนี้ เจ้าไม่ควบคุมหน่อยหรือ หรือจะบอกว่าเจ้ากลัวเมีย?
ใบหน้าของเฉาเกิงซินประดับยิ้มน้อยๆ แสร ้งโง่ไม่รับรู ้ สายตา ของเจิ้งต้าเฟิงคล้ายกับโยนอ่างขี้มาให้เฉาเกิงซิน เขาจึงยืนกรานว่า จะไม่รับไว้เด็ดขาด
หยวนฮว่าจิ้งใช ้เสียงในใจเอ่ยเตือน “โจวไห่จิ้ง เจ้าอย่าลืมว่า ตัวเองอยู่ในฐานะอะไร”
หนึ่งเพราะคนสิบสองคนของแผนภูมิดินต้าหลี ในนามเป็ นเฉา เกิงซินที่เป็ นผู้ดูแล แต่ความจริงเป็ นเช่นไร ทุกคนล้วนรู ้กันดีอยู่แก่ใจ
พูดให้ง่ายหน่อยก็คืออย่างมากเฉาเกิงซินก็แค่ดูแลเรื่องราว แต่ เฉินผิงอันกลับสามารถควบคุมคน หรือควบคุมได้ทั้งคนและเรื่องราว อยู่แค่ว่าเฉินผิงอันจะเต็มใจทาหรือไม่เท่านั้น
อีกอย่างเจ้าไม่รู ้หรือว่าทุกวันนี้เฉินผิงอันคือราชครูต้าหลีแล้ว? หากไม่เป็ นเพราะเฉินผิงอันกับฮ่องเต้จงใจเก็บไว้เป็ นความลับ ป่านนี้ ข่าวนี้ก็คงแพร่ให้คนทั้งทวีปรู ้กันทั่วแล้ว
จากนั้นเจิ้งต้าเฟิงก็นาทางพาแขกสูงศักดิ์จากเมืองหลวงกลุ่มนี้ เดินเท้าไปยังภูเขาลั่วพั่วด้วยขบวนที่ยิ่งใหญ่
เฉินหลิงจวินที่เห็นตัวเองเป็ น “บรรพบุรุษจิ่งชิง” จริงๆ หางชี้ขึ้น ฟ้ าแล้ว แต่กลับร่ายเวทเคลื่อนเมฆโปรยฝน ขี่ไปบนเมฆขาว ลอยตัว อยู่กลางอากาศช ้าๆ
คนทั้งสิบหกคนเห็นภาพตระกูลเซียนนี้ อารมณ์ก็แตกต่างกัน ออกไป
พวกเขาไม่ได้รู ้จัก “เทพเซียนผู้เฒ่าขอบเขตก่อก าเนิด’ ที่มีแซ่ เดียวกับอิ่นกวานหนุ่มผู้นี้มากนัก รู ้แค่ว่าบรรพจารย์จิ่งชิงที่รูปโฉม เปลี่ยนจากคนแก่กลับไปเป็ นเด็กผู้นี้ชอบความสงบ ไม่ชอบออกไป ข้างนอก เกินครึ่งก็น่าจะเป็ นนักพรตเที่ยงแท้ที่ไม่แก่งแย่งชิงดีกับโลก ภายนอก เพียงแค่ฝึกตนอยู่ในภูเขาเงียบๆ ใจคิดแต่อยากจะพิสูจน์ มรรคาเป็ นอมตะไม่เสื่อมสลายเท่านั้นแล้ว เป็ นเหตุให้เพียงครั้งเดียวที่ ปรากฏตัวอยู่ในสายตาของคนนอกก็คือครั้งที่ “เข้าร่วมงานพิธีภูเขา ตะวันเที่ยง” แต่ได้ยินมาว่าบรรพจารย์จิ่งชิงท่านนี้สนิทสนมกับเย่ โหยวเสินจวินของภูเขาพีอวิ๋นมาก
คนอื่นขึ้นเขาล้วนเป็ นการขึ้นเขาฝึ กตน เด็กชายชุดเขียวขึ้น เขากลับเป็ นแค่การขึ้นเขาอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ
เดินอยู่บนทางภูเขาของท่าเรือหนิวเจี่ยว โจวไห่จิ้งพลันถาม คาถามที่เป็ นกุญแจสาคัญกับเจิ้งต้าเฟิง “ทั้งๆ ที่เป็ นยอดฝีมือนอก โลกที่จิตใจพิเศษไม่เหมือนใคร ไฉนถึงแสร ้งทาตัวเป็ นคนถ่อย ชวน
ให้คนรังเกียจ มีความหมายหรือ?”
เทพเซียนบนภูเขาที่เหยียบอยู่กลางความว่างเปล่าย่าก้อนเมฆ ย้าสายหมอก ผู้ฝึ กลมปราณบางคนชอบแสร ้งทาเป็ นสูงส่งลึกล้า ปรมาจารย์วิถีวรยุทธบางคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย คนในยุทธภพที่ แสร ้งท าเป็ นไม่ยึดติดกับพิธีรีตอง แต่แท้จริงกลับเห็นแก่ได้ไร ้ หลักการนางเองก็เห็นมาไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ทว่าอย่างเจิ้งต้าเฟิงที่กลัว ว่าคนอื่นจะเห็นเขาเป็ นยอดฝีมือกลับพบเห็นได้น้อยมาก
เฉาเกิงซินครุ่นคิด ก่อนจะตอบอย่างจริงจังว่า “คนที่รู ้จักข้าดี เกินไปก็ยิ่งเหมือนจอกแหไร ้รากล่องลอยไปตามกระแสน้า ก่อนจะ ไหลลงสู่มหาสมุทรก็อยากจะพูดกับชายฝั่งให้มากหน่อย ทั้งกลัวว่า จะถูกจดจ ามากเกินไป แล้วก็กลัวด้วยว่าจะถูกหลงลืมเร็วเกินไป”
โจวไห่จิ้งถามชวนคุย “ทาไมราชสานักต้าหลีถึงได้ไม่ยกระดับ สัดส่วนของผู้ฝึก ลมปราณที่อยู่ในกลุ่มขุนนางให้สูงขึ้น”
นอกจากสกุลซึ่งต้าหลีแล้ว แต่ละแคว้นในหนึ่งทวีปที่คิดอยากจะ ให้ในราชส านักมีผู้ฝึกลมปราณมากขึ้น ไม่ว่าจะรับหน้าที่เป็ นขุนนาง
ปุ่นแม่ทัพบู๊ก็ดี หรือจะเป็ นเค่อชิงเป็ นผู้ถวายงานก็ช่าง ล้วนปรารถนา อยากได้มาครองมาก ใช่ว่าไม่อยาก แต่เป็ นเพราะท าไม่ได้
เฉาเกิงซินตอบอย่างไม่ใส่ใจ “กลิ่นอายของความเสื่อมโทรม เหมือนซึ้งนึง ง่ายที่จะชักนาให้กลิ่นอายความกระตือรือร ้นล่าถอย”
โจวไห่จิ้งมองผีขี้เหล้าเฉาที่ผู้คนให้การยอมรับว่านั่งยองอยู่ใน ส้วมไม่ยอมถ่าย แต่กลับสามารถเดินไปบนเส้นทางการเป็ นขุนนาง ได้อย่างราบรื่นผู้นี้ด้วยสายตาลึกล้า โอ้โหถือว่ามีความเห็นไม่เหมือน ใครเลยนะ
เจิ้งต้าเฟิงจงใจไม่หันไปมองการส่งสายตาให้กันไปมาระหว่าง ชายหญิงมีรักสองคนนี้ขนลุก! แล้วก็รู ้สึกเสียใจนิดๆ ด้วย จะต้องทน กับวันเวลาที่ยากลาบากไปถึงเมื่อไหร่ ที่แห้งแล้งก็แห้งแล้งตาย ที่น้า ท่วมก็น้าท่วมตายจริงๆ
ผู้เฒ่าหลังค่อมสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวสวมรองเท้าผ้าคนหนึ่ง มายืนรออยู่ที่หน้าประตูภูเขาของภูเขาเที่ยวอวี่อยู่นานแล้ว
และยังมีเด็กชายผมขาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย ใบหน้าของเขาเต็ม ไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างถือสมุด ท่าทางลิงโลดกระเหี้ยนกระหือรือ
รวยแล้วๆ
คราวนี้มีคนมาตั้งสิบหกคนเชียวนะ ล้วนเป็ นผู้ฝึ กลมปราณ ขอบเขตต่ากว่าเซียนดินและผู้ฝึกยุทธที่ต่ากว่าขอบเขตสามหลอม จิตวิญญาณลงไป
เรื่องน่ายินดีมีมาทุกปี แต่ปีนี้มีเยอะมากเป็ นพิเศษ!
ข้างกายพ่อครัวเฒ่ายังมีเฉินยวนจีที่ไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้ยืนอยู่
ด้วย
เฉินยวนจีเอ่ยด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “อาจารย์จู ข้าสามารถ สอนหมัดให้คนอื่นได้จริงๆ หรือ?”
จูเหลี่ยนหัวเราะร่วน “เจ้าคือหนึ่งในสองตัวเลือกคนสอนหมัด หลักกับรองที่เจ้าขุนเขาเลือกมาด้วยตัวเอง เจ้าไม่ต้องสงสัยใน สายตาการมองคนของเจ้าขุนเขาหรอก”
ปีนั้นนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น เฉินยวนจีก็ไม่เคยสงสัยใน ‘แวว ตา” ของเจ้าขุนเขาเฉินมาก่อน อีกทั้งยังเชื่อมั่นอย่างหนักแน่น ภายหลังผ่านมานานมากแล้วเฉินยวนจีถึงจะเริ่มค่อยๆ เปลี่ยน ความคิดของตัวเอง
ประโยคนี้ของอาจารย์จูคือหนึ่งคาพูดสองความหมายหรือ? ทั้ง บอกว่าเจ้าขุนเขาเฉินไม่ได้มองตนผิด แล้วก็เป็ นการบอกเป็ นนัยด้วย ว่าตนไม่ได้มองเจ้าขุนเขาเฉินผิด?
จูเหลี่ยนหลุดข าอย่างอดไม่อยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก หลักการ เหตุผลกลัวค าว่าแต่ว่า เรื่องราวกลัวคาว่าหนึ่งในหมื่นมากที่สุด ส่วน คนบนโลกมนุษย์กลัวความผิดพลาด
ทว่าเฉินยวนจีเข้าใจเจ้าขุนเขาเฉินผิด จูเหลี่ยนไม่รู ้สึกว่ามีอะไร ที่ไม่ดี กลับกันยังเป็ นความงดงามที่เป็ นเอกลักษณ์เฉพาะของภูเขา
ลั่วพั่วบ้านตนด้วย
เจ้าขุนเขาแห่งภูเขาลั่วพั่วผู้ยิ่งใหญ่ เดินเล่นอยู่บนเส้นทางเทพ บนภูเขาในถิ่นของบ้านตัวเอง เดินสวนไหล่กับผู้ฝึกยุทธหญิงที่ฝึกท่า เดินนิ่งไม่หยุด คนหนึ่งรู ้สึกว่าอีกฝ่ ายจงใจไม่มองตนต้องเป็ นท่าทาง ที่มีพิรุธอย่างหนึ่งแน่นอน อีกคนหนึ่งรู ้สึกว่าก็แค่มองผู้ฝึ กยุทธบน เส้นทางเดียวกันอย่างเปิดเผยไม่กี่ที กลับตกเป็ นที่ต้องสงสัยว่าเป็ น อันธพาลเสเพลเสียแล้ว แต่หากไม่มองเลยสักนิดก็รู ้สึกว่าจะไม่ดี มอง หรือไม่มองก็ผิดไปหมด ใส่ร ้ายเขาไหมเล่า?
เฉินยวนจีถามอย่างประหลาดใจ “ต่อให้เจ้าขุนเขามีงานหนัก งานยุ่งจนปลีกตัวมาไม่ได้ เปลี่ยนให้เผยเฉียนมาสอนหมัดแทนจะไม่ ดีกว่าหรอกหรือ? หรือแค่เพราะงานขุดเจาะลาน้าใหญ่ของใบถงทวีป มิอาจขาดนางได้?”
จูเหลี่ยนส่ายหน้า “เผยเฉียนเหมาะแค่เรียนหมัด ไม่เหมาะจะสอน หมัดให้ใคร”
จูเหลี่ยนยิ้มบางๆ “เย่โหยวเสินจวินมาร่วมวงครึกครื้นกับเขาด้วย หรือ ไม่กลัวว่าขบวนต้อนรับจะใหญ่เกินไปทาให้เด็กๆ ที่เพิ่งออกมา เผชิญโลกกว้างกลุ่มนั้นต้องตกใจหรือไร”
เว่ยป้ อคร ้านจะรับค า
คาเรียกขานใหม่นี้ คนของภูเขาลั่วพั่วก็เป็ นเด็กชายชุดเขียวที่ เรียกอย่างเบิกบานใจที่สุด ใครกล้าเรียกเว่ยซานจวิน พี่เว่ยอย่าง ไม่ให้ความเคารพ เขาก็จะโมโหเดือดใส่คนผู้นั้นจะต้องให้อีกฝ่ าย แก้ไขให้ถูกต้องให้ได้ถึงจะยอมเลิกรา
รอกระทั่งเฉินผิงอันกลับมาถึงภูเขาลั่วพั่ว มีคนหนุนหลังแล้ว เฉินหลิงจวินที่อยู่กับเว่ยป้ อก็ยิ่งร ้ายกาจ เก่งกล้าอย่างมาก เว่ยป้ อ อยากจะจัดการกับเฉินหลิงจวินไม่ใช่แค่วันสองวันแล้ว
เว่ยป้ อนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “เฒ่าหูหนวกแห่งกาแพงเมือง ปราณกระบี่ ฉายาว่าหลงเซิง ใช ้นามแฝงว่ากานถัง ขอบเขตถดถอย อยู่บนสนามรบของกาแพงเมืองปราณกระบี่ ไปเยือนพื้นที่ประกอบ
พิธีกรรมในเปลี่ยวร ้างมารอบหนึ่งก็กลับสู่ยอดเขาของขอบเขตบิน ทะยานอีกครั้ง ทุกวันนี้เฒ่าหูหนวกยังเป็ นขอบเขตบินทะยาน และอีก ไม่นานก็จะมารับหน้าที่เป็ นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อของ ภูเขาลั่วพั่ว”
เด็กชายชุดขาวพึมพ า อัปมงคลจริงๆ ไฉนถึงมีผู้ถวายงาน
ขอบเขตบินทะยานโผล่มาอีกแล้วเล่า
เอาอย่างชิงกงไท่เป๋ าจิงเฮาแห่งหลิวเสียทวีปที่ขึ้นเขามาดื่มเหล้า แล้วก็ยอมไสหัวกลับไปแต่โดยดีไม่ได้หรือไร?
ฉางมิ่งถาม “พวกเจ้าคิดว่ากวอจู๋จิ่วเป็ นอย่างไร?”
เว่ยป้ อถามอย่างประหลาดใจ “ผู้คุมกฏฉางมิ่งถามแบบนี้ทาไม?”
แต่จูเหลี่ยนกลับเข้าใจชัดเจนดี จึงเอ่ยว่า “สหายฉางมิ่งเพิ่งจะ เป็ นผู้คุมกฏได้แค่ไม่กี่ปีก็อยากจะโยนภาระทิ้งแล้ว แบบนี้ไม่เหมาะ กระมัง?”
เว่ยป้ อถึงกระจ่างแจ้ง
ฉางมิ่งยิ้มเอ่ย “แน่นอนว่าไม่ได้จะออกจากตาแหน่งผู้คุมกฏ ในทันที ก็แค่รู้สึกว่าหากเรื่องนี้ทาได้จริง ข้าก็สามารถเตรียมการไว้ แต่เนิ่นๆ ได้”
ตัวเลือกผู้คุมกฏคนถัดไปของภูเขาลั่วพั่ว อันที่จริงฉางมิ่งก็มี ความคิดอยู่ในใจแล้วจริงๆ นั่นก็คือกวอจู๋จิ่วลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเจ้า
ขุนเขา มาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่และเคยเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ หลบร ้อน
ก่อนหน้านี้พวกนางเดินทางไปเยือนอารามต้ามู่ในพื้นที่มงคล รากบัวเป็ นเพื่อนเจ้าขุนเขา ฉางมิ่งก็ต้องมองกวอจู๋จิ่วเสียใหม่ นาง เห็นดีในตัวอีกฝ่ายอย่างมาก ไม่ว่ามองอย่างไรก็รู ้สึกพอใจนัก
กวอจู๋จิ่วคือ “คู่ปรับ” ของเผยเฉียนศิษย์พี่หญิงร่วมสานัก เด็กชายผมขาวดึงเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวมาเป็ นพวก แต่งตั้งก วอจู๋จิ่วเป็ นเจ้าประมุขร่วมกัน….เรื่องพวกนี้มองดูเหมือนเด็กๆ เล่น สนุกกัน แต่อันที่จริงหากสืบค้นให้ลึกลงไปกลับไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น แล้ว
เรือหลิวเสียลาหนึ่งขยับเข้ามาใกล้อาณาเขตของฉู่โจว เฉินผิง อันเรียกหาผู้หลิ่ว ก่วนคุยและเสิ่นเค่อให้มานั่งในห้อง แล้วพูดเข้า ประเด็นทันที “อีกเดี๋ยวพวกเจ้าจะต้องติดตามกู้ช่านไปเปิ ดส านัก ก่อตั้งพรรคที่ฝูเหยาทวีป กลายเป็ นบรรพจารย์รุ่นแรกของสานักใหม่ เอี่ยม ต้องอยู่ที่นั่นเป็ นเวลานาน ได้รับความเคารพนอบน้อมจากทั้ง คนในและคนนอกภูเขาไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย อย่าได้คิดว่าพอเวลานาน วันเข้าแล้วจะชินไปเอง ก่อนจะจากลากันเรื่องไม่น่าฟังเอามาพูดกัน ก่อน ข้าสามารถส่งพวกเจ้าเข้าไปได้ก็สามารถลากพวกเจ้าออกมา ได้เช่นกัน ถึงเวลานั้นกู้ช่านอยากจะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!