สตรีที่บุรุษของตนแค่ไปดื่มเหล้ากับสหายข้างนอกหนักหน่อยก็ ปิดประตูไม่ให้เข้าบ้านมีอะไรดีกันนะ
อิ่นกวานหนุ่มดีไปหมดทุกอย่าง มีแค่รักเดียวใจเดียวเกินไปที่ไม่ ค่อยดีนัก หากเขาเอ อย่างเซียวสวิ้นอิ่นกวานคนก่อน ทรยศออกไป จากกาแพงเมืองปราณกระบี่ นั่นต่างหากถึงจะสาแก่ใจ ไปถึงใต้หล้า เปลี่ยวร ้าง รับรองว่าหนึ่งปีสามร ้อยหกสิบห้าวันจะได้เปลี่ยนคู่รักทุก วันเลย!
ใครบ้างที่ไม่รู ้ว่าผู้ฝึกกระบี่เฝยหรานผู้ครองเปลี่ยวร ้างในทุกวันนี้ กับโจวชิงเกาลูกศิษย์คนสุดท้ายของโจวมี่ พวกเขาสองคนขึ้นชื่อว่า เป็ นสาวกที่เหนียวแน่นสองคน คนหนึ่งอักษรฟ้ า อีกคนอักษรดิน ของอิ่นกวานหนุ่ม?
เรือหลิวเสียลานี้ชะลอความเร็วลงคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนา ตอนที่ผ่านอาณาเขตของทะเลสาบซูเจี่ยน จ้งซู่แห่งเกาะหวงหลี มองเห็นคนหนุ่มสวมชุดลัทธิขงจื๊อตรงหัวเรือ ผู้ฝึกตนก่อก าเนิดเฒ่า ที่เหมือนผู้ฝึกตนทาเนียบที่สุดของทะเลสาบซูเจี่ยนผู้นี้เป็ นฝ่ ายเดิน ขึ้นเรือมาด้วยตัวเอง เขาเปลี่ยนใจแล้ว ยินดีออกจากทาเนียบของ สานักเจินจิ้งมาสวามิภักดิ์ต่อกู้ช่าน คิดไม่ถึงว่ากู้ช่านจะบอกว่าเขา เองก็เปลี่ยนใจแล้ว ต่อให้วันนี้เจ้าจังซูยินดีเข้ามาอยู่ในส านักของข้า
ก็ไม่อาจเป็ นผู้คุมกฏคนแรกได้แล้ว ต้องเริ่มจากเป็ นผู้ถวายงานที่ ได้รับการบันทึกชื่อซึ่งธรรมดาอย่างถึงที่สุดก่อน สีหน้าของจ้งซูมืด คล้าลงหลายส่วน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงไปจากเรือ กลับกันยังโยน ยันต์แผ่นหนึ่งลงไปที่เกาะหวงหลี ให้กลุ่มลูกศิษย์ผู้สืบทอดของลูก ศิษย์ผู้สืบทอดที่เขาหมายตาขึ้นเรือมา
ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันพูดคุยกับเจิ้งชิงเจียอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากไม่รู ้ว่าสหายยวนหูจะมาที่ใต้หล้าไพศาลจึงทาการค้ากับ เถาถิงที่ทุกวันนี้กลายเป็ นนักพรตเนิ่นไปแล้ว ฝ่ ายหลังมอบเวทลับ หลายชนิดในการท าชุดคลุมอาคมของนครจินชุ่ยมาให้ ผลประโยชน์ ที่ได้รับ นักพรตเนิ่นจะได้ไปครองส่วนหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายจะคิดบัญชีกัน ทุกๆ หกสิบปี
เจิ้งชิงเจียไม่มีท่าทีใดๆ ต่อเรื่องนี้ พูดแค่ว่าใต้เท้าอิ่นกวานไม่ ต้องสนใจความคิดเห็นของนครจินชุ่ย เวทลับในการถักทอของนคร จินชุ่ยที่อยู่ในมือของผู้อาวุโสเถาถึงถือเป็ นปฏิทินเหลืองเก่าแก่ที่ตก ยุคไปแล้ว ทุกวันนี้นครจินชุ่ยมีวิชาเฉพาะในการสร ้างชุดคลุมอาคม “ออกแบบลายผ้าด้วยกี่ทอผ้าใหม่ที่ไม่เหมือนใคร บุกเบิกเส้นทาง สายใหม่” แล้วนับประสาอะไรกับที่ไพศาลมีเก้าทวีป ต่อให้ชุดคลุม อาคมของนครจินชุ่ยจะขายได้ดีแค่ไหน หากได้กินส่วนแบ่งการค้า มาสักสองสามทวีปก็ถือว่าเป็ นขีดจ ากัดในการผลิตของนครจินชุ่ย แล้ว คนฉลาดคบค้าสมาคมกับคนฉลาดก็มักจะเป็ นเรื่องง่ายเสมอ
ตะวันออก ใต้ ตะวันตก เหนือ กลาง ในฟ้ าดิน มักจะต้องมีการ รวมตัวกันและการแยกย้าย ต่างคนต่างก็ต้องมุ่งไปด้านหน้า
เทียนจวินเฉาหรงที่อยู่ในสายของนครหนันหัวป๋ ายอวี้จิงพาจ้าวฝู หยางกลับไปที่ตาหนักหลิงเฟย ตอนนี้ยังไม่ได้รับการบันทึกชื่อ ให้ เขาปิดประตูทบทวนความผิดอยู่ในอารามที่เงียบลงบของภูเขาลูก หนึ่ง เตรียมจะให้อีกฝ่ ายได้ฝึกบาเพ็ญตนโดยที่ยังมีความผิดติดตัว ต้องทาความดีชดใช ้ความผิด เฉาหรงออกคาสั่งข้อหนึ่งให้กับจ้าวฝู หยาง จะได้เป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของตนหรือไม่ก็ต้องดูว่าจ้าวฝูหยาง จะเดินไปบนเส้นทางของการล้อมภูเขาเลือนเป็ นขอบเขตก่อก าเนิด ได้หรือไม่ หากท าส าเร็จก็จะกลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเขาเฉา หรงได้ หากไม่สาเร็จก็จะถูกขับไล่ออกจากภูเขาไปอีกครั้ง ไปเป็ นผู้ ฝึกตนอิสระรอความตายไปก็แล้วกัน
นอกจากนี้เด็กสาวตัวดาผอมแห้งที่ชื่อว่าหนีชิงผู้นั้น นางก็ได้ ฉายาว่า “ชิงหนี” ไปจากในศาลบรรพจารย์ตาหนักหลิงเฟยที่มีกลิ่น อายเซียนล่องลอยจริงๆ
นางยังกลายมาเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของเฉาเทียนจวิน กลายมา เป็ นศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มีลาดับศักดิ์เดียวกันกับเซียงจวินเจ้าต าหนัก คนปัจจุบันที่มีฉายาว่า “ต้งถิง”
ความฝันงดงามกลายเป็ นความจริง มักจะท าให้คนอดไม่ไหว อยากจะตบบ้องหูตัวเองแรงๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็ นจริงหรือเท็จกันแน่
เด็กสาวยังคงจาได้ว่าค่าคืนที่ม่านราตรีหนาหนักนั้น มีนักพรต หนุ่มสวมกวานดอกบัวคนหนึ่งเอ่ยกับนางว่า “สหายชิงหนี เจ้าร่วมมือ กับพวกเราสองคน สามารถสังหารขอบเขตสิบสี่ได้
โชคดีที่นักพรตท่าทางลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้ใจคนนั้นไม่ลืมอธิบาย ให้นางฟังเสริมมาอีกประโยคว่า “ก็คือผู้ฝึกลมปราณขอบเขตหนึ่งสิบ สี่คน
บนโลกมนุษย์มีคนและเรื่องราวกี่มากน้อยที่ตอนนั้น บอกว่า เป็ น เพียงแค่เรื่องปกติธรรมดาทั่วไป
โชคดีที่สตรีซึ่งถือว่ามี “มิตรภาพ” ของคนร่วมบ้านเกิดครึ่งตัว ทุกวันนี้ก็ฝึกตนอยู่ในตาหนักหลิงเฟยด้วย บางครั้งก็จะมา “รบกวน” การฝึกตนของนาง อันที่จริงหนีชิงก็รู ้ว่าอีกฝ่ ายวางแผนจะท าอะไร เพียงแค่นางไม่คิดมาก ในภูเขาเงียบสงบจนน่าเหลือเชื่อ ดูเหมือนว่า ขนาดเสียงใบไม้ร่วงก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน มีคนมาพูดคุยอยู่เป็ น เพื่อน คุยเรื่องของบ้านเกิดก็ดีเหมือนกัน
สตรีผู้นั้นชื่อว่าอวี๋อี๋โหยว นางกับอวี๋หรงอวี่ที่สนิทสนมกันเหมือน พี่สาวน้องสาวต่างก็เคยเป็ นสาวใช ้ของอวี๋แยนจือเจ้าจวนเฝิ่นหวาน พวกนางต่างก็มีวาสนาเป็ นของตัวเอง อวี๋อี๋โหยวกราบเซียนดินโอสถ ทองคนหนึ่งของตาหนักหลิงเฟยเป็ นอาจารย์ เพิ่งจะกลายเป็ นผู้ฝึก ตนทาเนียบที่บันทึกชื่อในศาลบรรพจารย์ของตาหนักหลิงเฟย อวี่หร งอวี่ก็กลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของสิงจื่อแห่งอารามจินเซียนซึ่ง เป็ นภูเขาบรรพบุรุษของพรรคจินแชว อวี๋อี๋โหยวรู ้สึกดีใจแทนเพื่อน
สนิทของตัวเอง แล้วก็รู ้สึกว่ายังคงเป็ นตนเองที่โชคดีกว่า เพราะถึง อย่างไรอารามจินเซียนก็เป็ นหนึ่งในสานัก ‘ล่างภูเขา” ของต าหนักห ลิงเฟย
เพียงแต่ว่าสตรีสองคนที่ได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งในต่างบ้าน ต่างเมือง ทุกวันนี้ล าดับอาวุโสของพวกนางกลับต่างกันค่อนข้างมาก อวี่อี๋โหยวที่ยังไม่ได้รับธรรมโองการ ยังไม่มีฉายาต้องเรียกหนีชิงว่า “บรรพจารย์ชิงหนี”
เหนียงเนียงเทพภูเขาของภูเขาจุ้ยยวนก็ไปอยู่ที่ราชสานักอวิ๋น เซียวแล้ว ต้องไปเสริมตาแหน่งที่ว่างอยู่ กลายเป็ นเหนียงเนียงเทพ ภูเขาที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องจากทางราชส านัก
ผู้ฝึกยุทธหญิงหลี่โม่ไปที่ทะเลสาบร ้อยบุปผา เพราะเฉาเทียนจวิ นออกคาสั่งที่คลุมเครือไม่ชัดเจนให้นางโดยเฉพาะ พูดแค่ว่าที่นั่นมี โชควาสนารอให้นางไปคว้ามา “หากพลาดแล้วก็จะพลาดเลย”
ในซากปรักจวนวารีที่เละเทะแห่งหนึ่ง หลวี่โม่ได้เจอกับตะพาบ เฒ่าแบกศิลาตนหนึ่งที่เอาสถานที่แห่งนี้เป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม อย่างไม่เต็มใจนัก คือ “ผู้ฝึกตนหนุ่ม” ที่พูดจาเนิบช้า แต่มักจะมีวลี ติดปากว่า นิสัยเจ้าอารมณ์ของข้านี้เป็ นเช่นไร เป็ นเช่นไร
หนีชิงมิอาจเอาเด็กหนุ่มสะพายกระบี่กับนักพรตหนุ่ม และอิ่นก วานหนุ่มกับเจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้
นางมักรู ้สึกว่าสองคนนั้นเหมือนกับชายโสดสองคนที่มานั่งยอง อยู่หน้าหมู่บ้าน สวมชุดผ้าฝ้ ายเก่าขาดเผยให้เห็นปุยนุ่นด้านใน สอง มือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ หน้าละห้อยไม่มีสง่าราศี สายตาลอกแลก เหลือบมองสตรีที่เดินผ่านไปมา ราวกับว่าต้องเป็ นแบบนี้ถึงจะใช่พวก เขา
จวนชิงป๋ ายแห่งสันเขาเซียจื่อไม่ได้ย้ายบ้าน ยิ่งไม่ต้องพบเจอกับ หายนะทางสงครามเจ้าจวนป๋ ายเหมายังได้รับโชควาสนาเพราะเหตุนี้ เขามีนงงไม่เข้าใจ รู ้สึกเพียงว่าตอนที่พูดคุยกับเงินเหรินผู้เฒ่าเฉิง เฉียนกับราชส านักแคว้นชิงซิ่ง ดูเหมือนอีกฝ่ ายจะโปรดปรานเขา เป็ นพิเศษจนน่าเหลือเชื่อ เจ้าจวนป๋ ายคิดเป็ นร ้อยตลบก็ยังไม่เข้าใจ หรือว่าบรรพบุรุษของข้าเคยมียอดฝีมือ เคยเป็ นเทพเซียนบนภูเขา มาก่อน? ทว่าตอนที่ป้ ายเหมายังเป็ นหนุ่มก็เคยเปิดท าเนียบล าดับ วงศ์สกุลอ่านอย่างละเอียดมาก่อน ไม่มีเรื่องแบบนี้เลยสักนิด ป๋ าย เหมา คิดถึงสหายใหม่สองคนที่เพิ่งรู ้จักกันได้ไม่นานยิ่งนัก คนหนึ่ง ชอบคุยโวเสียงดัง อีกคนหนึ่งคงเป็ นเพราะชีวิตบีบคั้นถึงจาต้องทา เรื่องอย่างการบังคับซื้อบังคับขาย…
ทุกวันนี้ป๋ ายเหมามักจะชอบคิดว่า ตอนที่ตนอยู่ริมบ่อน้าของ เมืองเล็กตีนเขาในอาณาเขตของภูเขาเหอฮวาน ดูเหมือนจะตบหัว เด็กหนุ่มสะพายกระบี่ไปทีหนึ่งด้วย
หากว่าได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งจะลองทาดูอีกทีดีไหมนะ?
เซี่ยโก่วที่ไม่รู ้ว่าไปเตร็ดเตร่อยู่ที่ใดยังไม่กลับมายังภูเขาลั่วพั่ว กลับกลายเป็ นว่าอาจารย์และศิษย์คู่ของเฒ่าหูหนวกและโยวอวี้กลับ มาถึงก่อน
ตรงหน้าประตูภูเขา เฒ่าหูหนวกได้เจอกับเด็กชายผมขาวที่ สมองไม่ค่อยจะดีผู้นั้นอีกครั้ง อีกฝ่ ายคือคนคุ้นเคยในคุกของกาแพง เมืองปราณกระบี่
เนื่องจากโยวอวี้ใช ้ยันต์สามภูเขาเป็ นครั้งแรก ขอบเขตไม่สูง มากพอ ร่างกายไม่แข็งแกร่งมากพอ เพิ่งจะยืนนิ่งก็เวียนหัวตาลาย ต้องหันไปอาเจียนอีกทาง
เดิมทีเด็กชายผมขาวนึกว่าเฒ่าหูหนวกเป็ นแขกที่ผ่านทางมา เยือนภูเขาบ้านตนเท่านั้น พอได้ยินว่าเฒ่าหูหนวกจะมาเป็ นผู้ถวาย งานบ้านตนก็ไม่สบอารมณ์ทันใด
เฒ่าหูหนวกเองก็มองออกว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ ายขาดก็แค่ ไม่ได้เขียนค าว่ารังเกียจเอาไว้เท่านั้น ในใจรู ้สึกอ่อนใจยิ่งนัก เรื่องที่ เขาจนใจยิ่งกว่าก็คือเด็กชายผมขาวผงกปลายคาง เฒ่าหูหนวกที่ได้ รับค าเตือนจึงได้แต่เรียกอีกฝ่ายว่าท่านปู่
แต่เฒ่าหูหนวกก็ไม่ลืมใช ้เสียงในใจ
แต่เฒ่าตาบอดกลับไม่เห็นความซาบซึ้งใจของเถาถึงอยู่ใน สายตา เพียงแค่บอกให้เขาไสหัวไป อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตา
นักพรตเนิ่นหวนกลับมายังริมลาน้าของใบถงทวีปอีกครั้ง ขณะที่ คืนสติ ข้างหูก็ยังได้ยินสองประโยคที่วนเวียนไม่จางหาย
“ทุกวันนี้เจ้าเพิ่งจะเป็ นขอบเขตบินทะยาน วิสัยทัศน์ยังคับแคบ เห็นข้าก็เหมือนกบใต้บ่อที่เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร ์
รอวันใดเจ้าโชคดีได้เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ เมื่อเห็นข้าก็จะ เหมือนแมงเม่าที่เห็นฟ้ าคราม “
เซี่ยโก่วก็กลับมายังภูเขาลั่วพั่วแล้วเช่นกัน บอกว่าออกไป เตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกมาแค่ไม่กี่วัน คิดถึงเจ้าขุนเขาเฉินและเจ้า ประมุขกวอยิ่งนัก
เฉินผิงอันบอกว่าวันหน้าจะให้เสี่ยวโม่ไปถ่ายทอดวิชาที่ภูเขา เที่ยวอวี๋
ความนัยบางประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา เรียบง่ายอย่างถึงที่สุด เซี่ยอันดับรอง ในเมื่อตอนนี้เสี่ยวโม่ของเจ้าไม่ได้อยู่บนภูเขา?
เซี่ยโก่วรู ้ใจ นางขยี้หมวกขนเตียวเหนือศีรษะ วางท่าว่าหาก ไม่ใช่ข้าแล้วใครจะท าได้ “เจ้าขุนเขา เจ้าขุนเขา ข้าเอง ข้าเอง!”
ไปถึงภูเขาเที่ยวอวี๋ เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวพบกับผู้ฝึ ก ลมปราณแปดคนนั้นแล้วก็พูดเข้าประเด็นว่า “ข้าชื่อเซี่ยโกว คือคน รักของเสี่ยวโม่ ช่วงนี้ข้าจะสอนวิชาให้ดี พวกเจ้าก็ตั้งใจเรียนให้ดี พยายามให้ตัวเองได้อยู่ต่อเพื่อดื่มสุรามงคลระหว่างข้ากับเสี่ยวโม่”
คนทั้งแปดที่ได้ยินหันมามองหน้ากันตาปริบๆ พวกเขาคิดถึง รูปแบบยามที่ได้พบหน้าผู้ถ่ายทอดมรรคาไว้มากมายหลายรูปแบบ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็ นคนผู้นี้ในฉากสถานการณ์เช่นนี้
เซี่ยโก่วนึกถึงค ากับชับของเจ้าขุนเขาได้นางจึงเอ่ยเสริมไปว่า “หนึ่งในฉายาของข้าคือป๋ ายจิ่ง มาจากใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง เคยฟัน ปี ศาจใหญ่บนบัลลังก ์มาหลายตน แนะน าตัวเสร็จแล้ว เตรียม ถ่ายทอดมรรคา ทาตัวให้กระปรี้กระเปร่าหน่อย พวกเจ้าต้องเริ่มฟัง คาสั่งสอนแล้ว”
ไม่สนใจพวกเจ้าตัวน้อยที่ปากอ้าตาค้าง เซี่ยโก่วถูหมัดถูฝ่ ามือ ของตัวเองไป ได้ยินว่าช่วงนี้เจ้าขุนเขาคิดจะไปเยือนสานักฉงหลิน อุตรกุรุทวีปรอบหนึ่ง พอเซี่ยโก่วได้ยินเรื่องนี้ก็ฮึกเหิมทันใด ไม่ง่วง นอนอีกต่อไป ส่วนเรื่องที่มาแทนที่เสี่ยวโม่ถ่ายทอดวิชาให้เศษสวะทั้ง
แปด…เอ๊ะ จะพูดแบบนี้ไม่ได้สิ ไม่แน่ว่าวันหน้าพวกเขาคนหนึ่งหรือ หลายคน อาจจะเป็ นผู้ฝึกตนทาเนียบศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เซ่อ บ้านตนก็ได้ เรื่องเล็กน้อยอย่างการช่วยถ่ายทอดวิชาให้กับพวกเขา แคะออกมาจากซอกเล็บของนางก็มากพอจะช่วยให้เจ้าคนพวกนี้ เรียนรู ้ได้ดีๆ ไปนับร ้อยนับพันปีแล้ว
ส่วนจะไปทาอะไรที่สานักฉงหลิน เซี่ยโก่วไม่อยากถาม ยังจะทา อะไรได้อีกล่ะ? ไม่ใช่ถามกระบี่ก็รื้อศาลบรรพจารย์น่ะสิ
เซี่ยโก่วมีความสุขกับเรื่องนี้มาก ชื่อนี้ของตนตั้งได้ยอดเยี่ยม จริงๆ
สถานที่แห่งอื่น สุนัขอาศัยอานาจของคน แต่เจ้าขุนเขากลับดี นัก คนกลับอาศัยอ านาจของสุนัข (โก่วภาษาจีนแปลว่าสุนัข)

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!