เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1108

โยวอวี้จึงถามคาถามที่ผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นของกาแพงเมือง ปราณกระบี่อยากถามมาก ปี นั้นอาจารย์ท่านพ่ายแพ้ให้แก่เซียน กระบี่ผู้อาวุโสคนใด?

คาถามนี้ของลูกศิษย์เหมือนถามโดนจุดที่คันที่สุดในชีวิตของ เฒ่าหูหนวกพอดี ที่แท้กานถังที่มีฉายาว่าหลงเซิง ปีนั้นเป็ นฝ่ ายขึ้น ไปยังหัวกาแพงเมืองเพียงลาพัง ถือกระบี่ด้วยมือเดียว เชื่อมั่นใน ตัวเองอย่างแรงกล้า มองข้ามผู้ฝึกกระบี่กลุ่มใหญ่ ป่าวประกาศว่าจะ ท้าทายเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสให้ต่อสู้กันตัวต่อตัว

เหมือนล่างภูเขาที่ตอนอายุน้อยหวังมีชื่อเสียง แม้ต้องแลกด้วย สิ่งใดก็ไม่เสียดาย

ทางฝั่งของหอบูชากระบี่นี้ นอกจากกวอจู๋จิ่วที่มักจะออกไปข้าง นอกเพียงลาพังบ่อยๆ แล้วก็ยังมีแม่นางน้อยสองคนอย่างน่าหลันอวี้ เตี้ยกับเหยาเสี่ยนแหยน คนหนึ่งนับผู้คุมกฎฉางมิ่งเป็ นอาจารย์ อีก คนหนึ่งกราบเด็กชายผมขาวที่เรียกตัวเองว่าคงโหวเป็ นอาจารย์ อัน ที่จริงอาจารย์ของพวกนางต่างก็ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ แต่อาจารย์และศิษย์ สองฝ่ายต่างไม่เคยมีปัญหาใดๆ ต่อกัน

หยวนฮว่าจิ้งที่ตั้งใจจะมาถามความรู ้อย่างถ่อมตัวแวะมาเยือน เฒ่าหูหนวกก็ยอมตอบทุกคาถามที่ตัวเองรู ้ เพียงแต่ในใจอดทอด

ถอนใจไม่ได้ นี่เพิ่งกี่วันเองก็ต้องเริ่ม โต้กลอนกันไปมา” แล้วหรือ? น่ากลุ้มเหลือเกิน ตนไม่สอดคล้องกับมหามรรคาของภูเขาลั่วพั่วจริง เสียด้วย

เซี่ยโก่วมาขานชื่อกับเจ้าประมุขกวอ เด็กชายผมขาวที่ถูกตัด ชื่อออกชั่วคราวก็อยู่ที่นี่ด้วยพอดี เขากับเหยาเสี่ยวแหยนผู้เป็ นลูก ศิษย์หัวเราะฮ่าๆ กระโดดแข่งความสูงกัน คนหนึ่งถามอาจารย์ว่าจะ ฝึ กกระบี่หรือไม่? อีกคนตอบลูกศิษย์ว่าจะร ้อนใจไปใย เจ้าคือผู้มี พรสวรรค์ที่ได้ครอบครองกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตสามเล่ม วิชาหลอม กระบี่สามประเภทที่ข้าสอนให้เจ้า ค่อยๆ เรียนรู ้ค่อยๆ หล่อหลอมไปก็ พอ รับรองว่าบรรพบุรุษอิ่นกวานเร่งรัดใครก็ไม่มีทางเร่งรัดมาถึงเจ้า เด็ดขาด

เซี่ยโก่วหันไปส่งสายตาให้เด็กชายผมขาว อีกฝ่ายรู ้ใจได้โดยไม่ ต้องเอื้อนเอ่ย

พวกเราไปเที่ยวหาหมี่ลี่น้อยกันไหม?

นางก าลังลาดตระเวนภูเขาอยู่นะ ไปเล่นกัน!

บนเส้นทางภูเขาของยอดเขาจี้เช่อ แม่นางน้อยชุดดาท่าทางมี ความสุขคนหนึ่งกับเด็กชายผมขาวที่หัวเราะเสียงดังจับมือกันเดินหัน ข้าง เอามือวางทับกันทาเกี้ยวยกเจ้าสาวให้เด็กสาวสวมหมวกขน เตียวนั่ง ขยับเข้าใกล้ศาลบรรพจารย์ก็มีนักพรตกลุ่มหนึ่งเดินตรงมา พอดี คนที่เป็ นผู้นาคือเซวียเทียนจวินแห่งตาหนักเฟยเขียนคนนั้น

นักพรตเฒ่าเห็นบรรยากาศกลมเกลียวของพวกนางก็ยิ้มอย่างชอบ ใจ ผงกศีรษะให้พวกนาง ก่อนจะเป็ นฝ่ ายเบี่ยงตัวแนบติดไปกับผนัง หลีกทางให้พวกนางไปก่อน นักพรตหลายคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็ท า ตามอย่าง

หมี่ลี่น้อยปลุกความกล้าเอ่ยขอบคุณพวกนักพรตทั้งหลาย เซวีย เทียนจวินมีสีหน้าอ่อนโยน ยิ้มเอ่ยว่าสหายเกรงใจแล้ว

เด็กชายผมขาวที่ยกเกี้ยวแสร ้งทาเป็ นคนตาบอด เด็กสาวสวม หมวกขนเดียวที่นั่งอยู่บนเกี้ยวก็แสร ้งเป็ นคนใบ้ มีแค่หมี่ลี่น้อยที่คิด ในใจว่าอยากจะพูดกับจิ่งชิงสักค าว่า ดูสิดูพวกเขาเป็ นคนดีกันจริงๆ นะ

เดิมทีในมือก็มีเงินเหลืออยู่แล้ว แล้วยังได้เงินเหรียญทองแดง แก่นทองอีกหนึ่งพันเหรียญมาจากเงินเหรินผู้เฒ่าอวี๋ บวกกับอีกสอง ร ้อยกว่าเหรียญที่อวี่สืออู้ยืนกรานจะมอบให้ ไม่รับไว้ก็ไม่ได้นั่นอีก

เฉินผิงอันจึงเริ่มลงมือหลอม ‘จันทร ์กลางบ่อ ยกระดับขั้นให้ สูงขึ้น หวังว่าจะจาแลงกระบี่บินออกมาได้แปดแสนเล่มอย่างที่ คาดการณ์เอาไว้ หากได้ถึงหนึ่งล้านเล่มก็ถือว่าเป็ นเรื่องน่ายินดีที่ไม่ คาดฝัน

เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน เฉินผิงอันคิดไปคิดมาก็ยังบอก ให้เซี่ยโก่วมาช่วยปกป้ องด่านให้ ขณะเดียวกันก็ขอให้เฒ่าหูหนวก ไปช่วยถ่ายทอดวิชาคาถาที่ภูเขาเที่ยวอวี่แทนเซี่ยโก่ว

เซี่ยโก่วรู ้สึกว่าเฉินผิงอันทาเรื่องเล็กให้เป็ นเรื่องใหญ่เกินไป อยู่ ในภูเขาลั่วพั่วที่เจ้าแห่งถ้าปี้เซียวมอบค่ายกลใหญ่มาให้แห่งนี้ ยัง ต้องทาแบบนี้ด้วยหรือ?

เซี่ยโก่วตบหมวกขนเดียว นึกออกแล้ว ต้องโทษที่ตัวเองเผลอ หลุดปากพูดออกไปว่าเวทกระบี่ของตนสามารถสะบั้นเส้นด้ายแห่ง ผลกรรม ไม่เป็ นรองฉุนหยางหลวี่เหยียนมากนักอะไรนั่น…..

สองมือวางทับซ ้อนกันต่างหมอน นอนอยู่บนพื้นระเบียงด้านนอก เซี่ยโก๋วยกขาไขว่ห้าง โยกขาไปมา เสี่ยวโม่ไม่อยู่บ้าน ช่างน่าเบื่อ จริงๆ

เซี่ยโก่วไพล่นึกไปถึงหย่างจื่อ นางไม่อยากจะเรียกฉายาของอีก ฝ่ าย แต่หย่างจื่อมีวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตบทหนึ่งที่มิอาจดูแคลน ได้ เมื่อหย่างจื่อเรียนรู ้มา ก่อนจะถึงขอบเขตบินทะยาน แน่นอนว่า ต้องถือเป็ นโชควาสนาใหญ่เทียมฟ้ าครั้งหนึ่ง แต่พอเลื่อนเป็ นบิน ทะยานแล้ว ตบะของหย่างจื่อยิ่งสูงเท่าไรก็ยิ่งเป็ นซี่โครงไก่มาก เท่านั้น ถึงขั้นที่อาจจะขัดขวางการพิสูจน์มรรคาของหย่างจื่อด้วยซ้า แต่เซี่ยโก่วกลับรู ้สึกน้าลายสออย่างมาก การที่นางไม่ค่อยรีบร ้อนกับ เรื่องของการผสานมรรคา ก็เพราะคิดว่าเมื่อไหร่ที่ไปเยือนใบถงทวีป คนบ้านเดียวกันเจอคนบ้านเดียวกัน น้าตากลบสองตา ข้ามอบ ของขวัญให้เจ้า เจ้ามอบของขวัญกลับคืน กล้าไม่มอบของขวัญคืน ก็จะฟันเจ้า…โอ้โห ฟังแล้วคล้องจ้องอยู่ไม่น้อย มาอยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว

ความรู ้ก็เพิ่มพูนขึ้นเยอะเลยนะ ยิ่งเหมาะสมกับเสี่ยวโม่มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจริงๆ

ไม่รู ้ว่าเป็ นตอนไหน เจ้าขุนเขาเฉินที่อยู่ในห้องถึงเสียกิริยา จู่ๆ ก็โพล่งด่ามารดามาค าหนึ่ง

เซี่ยโก่วเข้ามาในห้องแทบจะเสี้ยววินาที ขณะเดียวกันก็ร่ายเวท กระบี่และมรรคกถาออกมาหกเจ็ดชนิด แต่กระนั้นนางก็ยังหาเบาะแส ใดๆ ไม่พบ

เฉินผิงอันสีหน้ามืดทะมึน ยื่นมือไปกุมอยู่ตรงลาคอ ยังก่นด่าไม่ หยุด

แรกเริ่มเซี่ยโก่วยังนึกว่าเจ้าขุนเขาแสดงละครให้นางดู

ผลคือนางเห็นว่าตรงร่องนิ้วของเฉินผิงอันมีเลือดสดซึมออกมา

เซี่ยโก่วถามเสียงหนัก “เกิดอะไรขึ้น?”

เฉินผิงอันปล่อยฝ่ ามือออก เห็นเพียงว่าตรงล าคอมีรอยแผล เลือดโชกอยู่เส้นหนึ่งคล้ายกับรอยแผลที่มนุษย์ธรรมดาถูกคนเอา เหล็กเส้นมารัดคอ

เซี่ยโก่วหรี่ตาถาม “เจ้าถูกใครคว้าจับจุดอ่อนไว้ได้ใช่ไหม อย่างเช่นพวกแปดอักษรยามเกิด หรือไม่ก็เศษเครื่องกระเบื้องแห่ง ชะตาชีวิต? นอกจากนี้แล้วข้าก็มั่นใจเลยว่าคนที่ทาเช่นนี้ได้ต้องเป็ น ผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่แน่นอน ไม่มีทางที่จะเป็ นตาเฒ่ากลุ่มน้อยพวก

นั้นถึงอย่างไรก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน นับจานวนคนได้เลย หากพวกเขาจะ ลงมือคงลงมือกันไปนานแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นถ่วงเวลามาถึงวันนี้แล้ว ค่อยเล่นงานเจ้า ลูกหลานกลุ่มนั้นของอวี๋เสวียนหรือ? ทุกวันนี้พวก เขาก็อยู่กันบนภูเขา อยู่ใกล้ก็จริง แต่ปัญหาคือไม่น่าจะเป็ นไปได้นี่ นา ข้าตรวจสอบพวกเขาจนรู ้ตับไตไส้พุงหมดแล้ว ตบะน้อยนิด เท่านั้นของพวกเขาไม่มีทางมีความสามารถนี้แน่นอน หรือว่าจะมี ขอบเขตสิบสี่บางคนซ่อนตัวอยู่ในจุดที่หางไปไกลมากแล้วแอบเล่น งานเจ้า เฉินผิงอัน ขอโทษนะ ข้าสามารถสะบั้นผลกรรมได้ก็จริง แต่ เลียบเส้นด้ายแห่งผลกรรมบางส่วนทวนกระแสน้าขึ้นไปเบื้องบน ตอนนี้ข้ายังทาไม่ได้”

เฉินผิงอันส่ายหน้า “ไม่มีอะไรให้ต้องขอโทษ เดิมทีก็เป็ น กระบวนท่าชั่วร ้ายบนยอดเขาที่ป้ องกันอย่างไรก็ป้ องกันไม่ไหวอยู่ แล้ว ได้แต่เพิ่มการระวังให้มากขึ้นเท่านั้น”

เซี่ยโก่วลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังเก็บคาพูดนั้นเอาไว้ หายนะ ที่มาเยือนไม่คาดฝันนี้มองดูเหมือนไร ้ต้นสายปลายเหตุ แต่แท้จริง ต้องมีสาเหตุแน่นอน

เฉินผิงอันที่รู ้ดีอยู่แก่ใจก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นเดียวกัน

วันนี้บนภูเขาลั่วพั่วมีแขกมาเยือนอีกแล้ว เด็กชายผมขาวไม่รอ ให้นักพรตเซียนเว่ยเปิดปากถามก็กระโดดออกมา หัวเราะร่าถาม ก่อนแล้วว่า “เทพเจ้าจากฝ่ายใด จงบอกชื่อมา”

นี่ทาให้เด็กชายผมขาวมีความสุขยิ่งนัก ทุกวันนี้ภูเขาลั่วพั่วของ พวกเรามีกิจการรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมาจริงๆ นี่ก็มีโอสถทอง น้อยมาเยือนอีกไม่ใช่หรือ

บุรุษหน้าตาหล่อเหลาที่ท่าทางค่อนข้างอ่อนล้ากุมหมัดเอ่ยอย่าง นอบน้อม “เวินจื่อซี่แห่งตาหนักหลิงเฟย ครั้งนี้ละลาบละล้วงมาเยี่ยม เยือนเพราะอยากจะถามหมัดกับปรมาจารย์เผยอย่างจริงจังสักครั้ง”

เวินจือซี่ไม่อาจรวบรวมสมาธิหลอมลมปราณมาได้นานมากแล้ว หากยังปล่อยให้เป็ นแบบนี้ต่อไป มหามรรคาของเขาก็จะขาดสะบั้น อย่างสิ้นเชิง จะไม่มาก็ไม่ได้จริงๆ ทุกครั้งที่หายใจเข้าออก พอ หลับตา ในหัวก็จะเต็มไปด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประหลาด ยิ่งมองยิ่ง

ชวนขนลุกนั้น คือลางของจิตมารผู้ฝึกตนอย่างไม่ต้องสงสัย เวินจื่อซี่ ที่ปณิธานสูงส่งยาวไกลหรือจะกล้าไม่เห็นเรื่องนี้เป็ นสาคัญ ได้แต่ บากหน้ามาที่นี่เพื่อขอให้นาง…..สอนหมัดอย่างจริงจัง

เด็กชายผมขาวมองนักพรตเซียนเว่ย นางเป็ นแค่ขุนนางผู้เรียบ เรียงต ารา ไม่ได้มีหน้าที่รับรองแขก แล้วนับประสาอะไรกับที่แขกยัง มาหาเผยเฉียน หากพูดมากกว่านี้อีกนิดเดี๋ยวจะถูกเซี่ยโก่วเอาไป ฟ้ องเจ้าประมุขกวอเอาได้ เซียนเว่ยไม่รู ้ว่าทุกวันนี้เผยเฉียนอยู่ที่ไหน จึงได้แต่เบิกตาใหญ่มองตาเล็กอยู่กับเด็กชายผมขาว ต่างก็จน ปัญญากันทั้งคู่ เวินจื่อซี่อ่อนใจยิ่งกว่า ได้แต่บอกกล่าวกับนักพรต คนนั้นไปว่าช่วงนี้ตนจะไปหาที่พักอยู่ในอาเภอไหวหวงอาจจะมา รบกวนที่นี่บ่อยๆ จนกว่าปรมาจารย์เผยจะยินดีเผยกายมาประลอง

หมัดด้วยกัน

เด็กชายผมขาวรู ้สึกเสียดายเล็กน้อย ในเมื่อโอสถทองผู้นี้ขึ้น เขาไปไม่ได้ก็มิอาจบันทึกชื่อได้แล้ว

ในอาเภอฉางหนิงของเมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียน สตรีกระโปรง เขียวอยู่ในอารามฉงหยางที่เป็ นดั่งศาลาใกล้น้าได้ยลแสงจันทร ์ก่อน นางรู ้สึกเบื่อหน่ายมากจริงๆ จึงอยากจะออกไปผ่อนคลายอารมณ์สัก หน่อย ไม่สู้ไปเยือนภูเขาลั่วพั่วดีไหมนะ?

อันดับแรกก็ทะยานลมมาที่อาเภอหงจู่ก่อน นางเดินทางผ่าน ภูเขาฉีตูนแล้วก็เดินเตร็ดเตร่จนมาถึงหน้าประตูภูเขา นั่งลงข้างโต๊ะที่ ว่างเปล่าด้วยตัวเอง นักพรตหนุ่มที่ปักปิ่นไม้ก็ยกน้าชามาให้

สตรีชุดกระโปรงเขียวที่เดิมทีอารมณ์ไม่เลว พอเห็นเงาร่างของ คนผู้หนึ่งสีหน้าก็ซีดขาวทันใด ฝ่ ายหลังก็ยิ่งใจฝ่ อ กาลังคิดจะหลบ เลี่ยงประกายเฉียบคม สามสิบหกกลยุทธเผ่นหนีคือกลยุทธที่ยอด เยี่ยมที่สุด แต่กลับถูกสตรีชุดกระโปรงเขียวชิงเอ่ยเสียงเย็นขึ้นมา เสียก่อน “อดีตเจ้าส านักเจียงจะรีบไปไหนล่ะ หากจ าไม่ผิด ท่านเป็ น ผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของที่นี่แล้วไม่ใช่หรือ ไม่อยู่รับรองแขกหรือ ไร?”

เจียงซ่างเจินอ่อนใจเป็ นทบทวี ได้แต่พลิ้วกายลงมาที่พื้นแต่โดย ดี เค้นรอยยิ้มส่งไปให้ “ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากลาไปนาน ได้พบเจออีกครั้งก็นึกว่าฝันไป รูปโฉมหลังจากลาไม่เคยแปรเปลี่ยน กาลเวลาปฏิบัติต่อแม่นางเซียวดีเป็ นพิเศษจริงๆ”

ป๋ ายเสวียนกับหมี่อวี้ที่อยู่ข้างกันต่างก็สงสัยใคร่รู ้อย่างยิ่ง

สตรีกระโปรงเขียวที่ร่ายเวทอาพรางตาผู้นี้ก็คือเซียวผู่หนึ่งในตัว ส ารองผู้น าของสายอิงเถาชิงอี เจียงซ่างเจินไม่เคยไปหาเรื่องนาง เพียงแต่ว่าในอดีตตอนอยู่อุตรกุรุทวีป เวลานั้นอายุน้อยไม่รู ้ความ เคยมีความเข้าใจผิดกับเพื่อนรักคนหนึ่ง อ้อ ไม่ถูกสิ เพื่อนรักสองคน ของนาง ส่วน “เซวียเหนียง” ผู้นี้ ภูมิลาเนาอยู่ที่หยางโจวราชวงศ์ เก่าแก่แห่งหนึ่งของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง หึ เซวียเหนียงหน้า บางยากจะกลั้นน้าตา คิ้วยาวใบท้อกลัดกลุ้มได้ง่าย ไฉนถึงมีรูปโฉม และบุคลิกมากถึงเก้าสิบเหวิน (เปรียบเปรยว่าเลอค่า ราคาสูง สูงส่ง) เช่นนี้ นักฆ่าหรือ? เซวียเหนียงเป็ นนักฆ่าหญิงแล้วอย่างไร คนหนุ่ม

จะเข้าใจกะผายลมอะไร เชวียเหนียงมีสถานะเช่นนี้ก็ไม่ยิ่งเพิ่มสีสัน ให้นางมากเป็ นพิเศษหรอกหรือ ต้องเป็ นเก้าสิบห้าเหวินสิ!

เซียวผู่หัวเราะหยัน ดูเหมือนว่านางจะไม่อยากอยู่ร่วมกับเจียง ช่างเจินนานไปมากกว่านี้ ถึงได้ลุกขึ้นแล้วจากไปทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!