มนุษย์ฝึกตนอยู่ในภูเขา สายลมพัดเกิดคลื่นต้นสน เหมือนเสียง
กระบี่เสียงง้าว นกนอกหน้าผาบินหานกบนฟ้ า ก้อนเมฆผุดลอยจาก
ก้อนเมฆ
แม่นางน้อยชุดดาลาดตระเวนภูเขามาถึงที่ริมหน้าผา ยังคงมีตัว
ภาระสองคนอย่างโจวอันดับหนึ่งและเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ติดตามมา
นั่งลงแล้วหมี่ลี่น้อยก็เริ่มแจกจ่ายเมล็ดแตง ต่อให้ไม่ต้องเปิดปาก
พูด ไม่ว่าใครก็ไม่รู ้สึกว่าบรรยากาศกระอักกระอ่วน
เฉินผิงอันแทะเมล็ดแตง แล้วจู่ๆ ก็ถามค าถามประหลาดว่า “เจียง
ซ่างเจินในอดีตกลายมาเป็ นโจวอันดับหนึ่งในทุกวันนี้ จะรู ้สึกเสียดาย
อย่างใหญ่หลวงหรือไม่?”
เจ้าแห่งยอดเขาจิ่วอี้แห่งสานักกุยหยก เจ้าโจรเจียงแห่งอุตรกุรุ
ทวีป โจวเฝยแห่งตาหนักคลื่นวสันต์ของพื้นที่มงคลดอกบัว เจ้า
ประมุขสกุลเจียงที่เคยเปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ในพื้นที่มงคลถ้าเมฆา
เจ้าประมุขเจียงที่อยู่ในสานักเจินจิ้งทะเลสาบซูเจี่ยนซึ่งทาให้ผู้ฝึกตน
อิสระหลิวเหล่าเฉิงไม่กล้าเกิดใจเป็ นอื่นแม้แต่น้อย เจียงซ่างเจินที่ถูก
ขว้างเก้าอี้ในศาลบรรพจารย์ยอดเขาเสินจ้วน
หากเจียงซ่างเจินปรับตัวเข้ากับภูเขาลั่วพั่วได้จริงก็เท่ากับว่า
ย้ายมาอยู่ในภูเขาลั่วพั่วแล้ว เท่ากับว่าเจียงซ่างเจินไม่ใช่เจียงซ่าง
เจินในอดีตอีกแล้ว จุดที่ยุ่งยากที่สุดนั้นอยู่ที่ว่าบนภูเขาลั่วพั่วมีคน
ฉลาดอยู่ไม่น้อย หากเจียงซ่างเจินเพียงแค่เสแสร ้งแกล้งท า ตอนอยู่
ข้างในและตอนอยู่ข้างนอกภูเขาลั่วพั่วคือคนสองคน ก็เท่ากับว่า
ภายนอกปรองดองภายในแตกแยก ความสัมพันธ ์ถูกก าหนดมาแล้ว
ว่าจะมิอาจคงอยู่ยาวนานได้ ดังนั้นเจียงซ่างเจินที่ไม่ว่าจะการฝึกตน
หรือการวางตัวในสังคมล้วนท าตามใจปรารถนา ไม่เคยถูกบีบให้ต้อง
เลือกหรือสละสิ่งใด” ก็ดูเหมือนว่าจะต้องเลือกหนึ่งจากในสองแล้ว
เจียงซ่างเจินหัวเราะปากกว้าง “ก่อนหน้านี้ได้พบเจอกับเจ้า
สานักชุยที่ใบถงทวีปอีกครั้ง เขาก็ถามคาถามที่คล้ายคลึงกันนี้กับข้า
ไม่เสียแรงที่เป็ นอาจารย์และศิษย์กัน มีความคิดที่ไม่ต่างกันเท่าไร
จริงๆ”
เฉินผิงอันถาม “ตอนนั้นเจ้าตอบไปว่าอย่างไร?”
เจียงซ่างเจินยิ้มกล่าว “ลืมไปแล้ว”
เฉินผิงอันก็ไม่ซักไซ ้ต่ออีก แต่เปลี่ยนหัวข้อพูดแทน “ไม่ต้องรีบ
กลับไปที่ใบถงทวีปกระมัง?”
เจียงซ่างเจินพยักหน้า “ข้าคือผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของสานัก
เบื้องบนนะ”
หมี่ลี่น้อยมองไปทางหมี่อวี้ ยื่นมือมาป้ องข้างปาก กดเสียงต่าเอ่ย
ว่า “อวี๋หมี่ อวี๋หมี่ โจวอันดับหนึ่งพูดแซะท่านอยู่นะ”
หมี่อวี้ที่เดิมที่ยังคิดอยากจะแกล้งโง่ก็ได้แต่เอ่ยอย่างจนใจว่า “ใต้
เท้าอิ่นกวาน ในเมื่อเฒ่าหูหนวกก็มาแล้ว ช่วยให้เขาไปเป็ นผู้ถวาย
งานอันดับหนึ่งของสานักกระบี่ชิงผิงแทนข้าได้ไหม ข้ายินดียก
ตาแหน่งให้กับผู้ที่มีความสามารถ!”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “อย่าเชียว หากยังเพิ่มภาระให้กับเฒ่าหูหนวก
อีก เขาคงม้วนเสื่อเผ่นหนีแล้วจริงๆ”
หมี่อวี้ยังคงไม่ถอดใจ “ให้ข้าลองไปโน้มน้าวดูไหม?”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าทาหน้าที่ของตัวเองไป
เถอะ”
หมี่อวี้จึงได้แต่ล้มเลิกความคิด
เจียงซ่างเจินยิ้มถาม “เจ้าขุนเขาคิดได้แล้วหรือว่าจะมอบอะไร
เป็ นของขวัญจากลา?”
เฉินผิงอันพยักหน้า “พอจะมีสมบัติเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง มอบ
ยันต์ให้คนละแผ่น”
หมี่อวี้กระแอมหนึ่งที
เฉินผิงอันพลันคืนสติ ผิดแผนเสียแล้ว
ชุยตงซานเคยพูดประโยคหนึ่งที่สมกับเป็ นชุยตงซานอย่างมาก
ความหมายคร่าวๆ ก็คือเขาที่เป็ นลูกศิษย์เชี่ยวชาญแค่เรื่องทาลายใจ
คนเท่านั้น แต่เฉินผิงอันที่เป็ นอาจารย์กลับเชี่ยวชาญเรื่องการ
ซ่อมแซมใจคนอย่างมาก
ประโยคชมเชยนี้ถึงอย่างไรก็มีความจริงใจอยู่บ้าง เฉินผิงอันจึง
ไม่ขบคิดให้ลึกซึ้ง
แต่เฉินผิงอันกลับจาประโยคนี้ของชุยตงซานไว้อย่างแม่นย า ฟัง
เป็ นคาเตือนที่มีน้าหนักอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่ามองเป็ นการตักเตือน
อย่างหนึ่ง
ดังนั้นเฉินผิงอันจึงคอยถามตัวเองอยู่ตลอดว่าคาพูดและการ
กระท าของคนเป็ นอาจารย์คู่ควรกับประโยคนี้ของลูกศิษย์ตัวเอง
หรือไม่
นี่ก็สมกับเป็ นเฉินผิงอันอย่างมากแล้ว
นี่ก็คงจะเป็ นหนึ่งในสาเหตุที่ทาให้เฉินผิงอันเป็ นเฉินผิงอัน
กระมัง?
เจียงซ่างเจินถาม “ได้ยินมาว่าเจ้าขุนเขาร ้อนใจต้องใช ้เงิน
เหรียญทองแดงแก่นทอง?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ตอนนี้พอใช ้แล้ว ชื่อเสียงอันดีงามน้อยนิดที่
อดีตเจ้าส านักเจียงสะสมมาอย่างไม่ง่ายนั้น อย่าเอามาใช ้ให้
สิ้นเปลืองเลย ทุกวันนี้สิ่งที่ขาดคือสิ่งที่ต่อให้จ่ายเงินก็หาซื้อมาไม่ได้
ค่อนข้างจะจัดการได้ยาก”
เจียงซ่างเจินเข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ ายหมายถึงหินลับกระบี่ที่ทา
มาจากแท่นสังหารมังกร ของชิ้นนี้สาหรับผู้ฝึ กกระบี่แล้วไม่เคย
รังเกียจว่าจะมีมากไปจริงๆ คนที่ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ก็ยินดีจะเก็บรักษา
เอาไว้ คือสิ่งของที่ไร ้ราคาไร ้ตลาดตามแบบฉบับ
จานวนกระบี่บินของผู้ฝึ กกระบี่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพลัง
พิฆาตสูงต่าหรือผลสาเร็จในอนาคตเสมอไป ที่กาแพงเมืองปราณ
กระบี่ เซียนกระบี่ที่มีกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตแค่เล่มเดียวก็สามารถ
เจาะทะลวงค่ายกลใหญ่ของเปลี่ยวร ้างได้ หมื่นปี ที่ผ่านมาก็มีอยู่
มากมาย ทว่าบนโลกมนุษย์กลับไม่มีผู้ฝึกกระบี่คนใดที่จะรังเกียจว่า
ตัวเองมีกระบี่บินเพิ่มมา
ผู้ฝึกกระบี่ที่ได้ครอบครองกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตสองเล่มมีอยู่ไม่
มาก เมื่อเทียบกับเล่มเดียวแล้ว จ านวนจะลดลงฮวบฮาบเหมือนตก
จากหน้าผา
ส่วนผู้ฝึกกระบี่ที่มีกระบี่บินมากถึงสามเล่ม ในประวัติศาสตร ์หมื่น
ปีของก าแพงเมืองปราณกระบี่ ไม่อาจพูดได้ว่ามีน้อยจนนับนิ้วได้ แต่
หากจะมอบกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับคฤหาสน์หลบร ้อน ไม่ว่าอย่างไรก็
เขียนชื่อได้ไม่เต็ม
เจ้าแห่งยอดเขาจิ่วอี้ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร ์ของสานัก
กุยหยก เด็กหนุ่มชิวจื๋อผู้นั้น เขาก็คือคนที่ได้ครอบครองกระบี่บิน
แห่งชะตาชีวิตสามเล่ม
เหยาเสี่ยวแหยนที่ดูไม่สะดุดตามากที่สุดในบรรดาเด็กเก้าคน
นางก็มีอยู่สามเล่ม
เผยหมินแห่งเวทกระบี่หนึ่งในสามสุดยอดของไพศาลก็ยิ่งมีมาก
ถึงสี่เล่ม
และเผยหมินก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่ที่มีจานวนกระบี่บินมากที่สุดเท่าที่
เฉินผิงอันรู ้ในตอนนี้
เจียงซ่างเจินกล่าว “มีเพียงพูดคุยเรื่องนี้ ผู้ฝึกกระบี่ถึงจะรู ้สึกว่า
ขอแค่ยังเหลือกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มหนึ่งก็ยังพอจะมีข้อดีอยู่บ้าง
เล็กน้อย”
หมี่อวี้ใช ้เสียงในใจถาม “ใต้เท้าอิ่นกวาน ข้ากับโจวอันดับหนึ่ง
กลับไปที่ใบถงทวีปอย่างเปิดเผยแล้วค่อยแอบไปที่ภูเขาจี๋หลงสักรอบ
ดีไหม?”
ความนัยนอกเหนือคาพูดของเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ก็คือพวกเรา
แอบฟันไปไม่กี่ก้อนแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เหมือนไฟไหม้ลามขนคิ้ว
ให้ได้ก่อน
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุ น “ทุกวันนี้ข้าผู้อาวุโสคือ
ราชครูต้าหลี เจ้าลองแอบท าให้ข้าดูสิ?!”
หมี่อวี้มองเจียงซ่างเจิน เรื่องอย่างการเฝ้ าเองขโมยเองนี้ โจว
อันดับหนึ่งทาได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเมฆคล้อยน้าไหลเลยไม่ใช่
หรือ
เจียงซ่างเจินกล่าว “ทุกครั้งที่ผู้ฝึกกระบี่ใช ้หินลับกระบี่หมดไป
หนึ่งก้อน บนโลกก็มีแท่นสังหารมังกรน้อยลงไปหนึ่งก้อน จัดการได้
ยากจริงๆ”
อวี๋เสวียนมีเงิน มีขอบเขต มีสถานะ มีคุณความชอบ มีชื่อเสียง…
สิ่งที่ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งสมควรมี สมควรให้คนอื่นรู ้สึกอิจฉา อวี๋
เสวียนล้วนมีครบหมดแล้ว อีกทั้งยังมีมากกว่าคนอื่นด้วย
ต่อให้จะร่ารวยในทุกด้านเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นตอนที่พูดเรื่อง
การค้าแท่นสังหารมังกรกับเฉินผิงอัน เจินเหรินผู้เฒ่าก็รู ้สึกล าบากใจ
อย่างมาก ไม่กล้ารับรองใดๆ ได้แต่พูดว่าจะช่วยพูดช่วยสาน
ความสัมพันธ ์กับสหายเก่าแก่ทั้งหลายให้ พวกเขาจะยอมขายหรือไม่
จะขายด้วยราคาเท่าใด ล้วนต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนา
พากเพียรอดทนของเขาก็ไม่แย่ ในเมื่อเขาชอบเจ้า เจ้าเองก็ไม่ได้
รังเกียจเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะแสดงท่าทีเสียหน่อย ข้าว่าหิน
สังหารมังกรชิ้นนั้นดีมาก บ้านเกิดเขาก็มีของประเภทนี้อยู่ คนลุ่ม
หลงในทรัพย์สินย่อมรู ้ถึงความล้าค่าของของชิ้นนี้ ทุกวันนี้เขายังเป็ น
ผู้หลอมลมปราณ ยิ่งไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ หากระหว่างทางกลับบ้านเกิด
ยกตัวอย่างเช่นตอนอยู่ในพื้นที่มงคลดอกบัวของเจ้าจมูกโคหน้า
เหม็น เจ้าเด็กนั่นโชคดีสร ้างสะพานแห่งความเป็ นอมตะขึ้นมาได้ วัน
ใดที่เขาขาดเงิน เพื่อการฝ่ าทะลุขอบเขตแล้วตัดใจขายออกไปใน
ราคาสูง หรือไม่ก็เอาของนี้แอบไปจานากับใครก็หมายความว่าแวว
ตาของคนผู้นี้ตื้นเขิน จิตใจไม่มั่นคง ไม่ใช่คู่ครองที่ดี โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งวันหน้าหากได้กลายไปเป็ นผู้ฝึกกระบี่แล้วถูกขอบเขตและ
การหลอมกระบี่ชักนาให้ไขว้เขวแอบลับแท่นสังหารมังกรชิ้นนี้จน
เกลี้ยง แม่หนูหนิงก็อย่าถูกคาหวานของเขาล่อลวง บุรุษที่เป็ นเช่นนี้
ไม่ควรเอามาเป็ นคู่เช่นเดียวกัน
ตอนนั้นหนิงเหยาที่ได้ฟังขมวดคิ้วมุ่น เพียงแต่ว่ารอกระทั่งเฉิน
ชิงตูพูดจบ นางถึงได้บอกความคิดและค าตอบของตัวเองออกไป
ข้าไม่อยากหยั่งเชิงเขาเช่นนี้ และเขาก็ไม่จาเป็ นต้องถูกหยั่งเชิง
เช่นนี้
หากคนที่เอ่ยประโยคพวกนี้ไม่ใช่เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโส หนิง
เหยาก็คงเปลี่ยนคาพูดให้ตรงไปตรงมามากกว่านี้
นี่คือนางกาลังหมิ่นเกียรติเฉินผิงอัน และหนิงเหยาก็เหยียบย่า
ตัวเองด้วย
ตอนนั้นเฉินชิงตูหัวเราะร่วน เอ่ยอย่างสะท้อนใจว่า “คาว่ารักมิ
อาจต้านทาน หนิงเหยาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เด็กหนุ่มเด็กสาวต่างก็ชอบพอกันและกัน ช่างเป็ นเรื่องที่งดงาม
จริงๆ
ภายหลังเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสถึงได้เอ่ยเหตุผลข้อหนึ่งที่หนิง
เหยายอมรับได้ บอกว่าของชิ้นนี้ซุกซ่อนโชควาสนาที่ไม่เล็กเอาไว้
จะช่วยในการฝึ กตนของเฉินผิงอันในอนาคตเจ้าเด็กนั่นค่อนข้าง
ฉลาด ไม่แน่ว่าวันใดสติปัญญาอาจจะเปิดออก คิดถึงความลี้ลับที่
ซ่อนอยู่ออก แต่เจ้าห้ามเตือนเขา หากเตือนก็จะพาเขาออกนอก
ประเด็นไปไกล
โชควาสนาครั้งหนึ่ง? เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสต่อให้ท่านเปลี่ยน
ค าพูดใหม่ บอกว่าเป็ น ‘วาสนาทางตัวอักษร ข้าก็อาจจะคิดไป
มากกว่านี้
ไม่อย่างนั้นของแทนใจที่หนิงเหยามอบให้ชิ้นนี้ ข้าต้องไม่มีทาง
คิดอะไรมากอยู่แล้ววาสนาหรือ? การที่ได้อยู่กับหนิงเหยาก็คือวาสนา
ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว
นอกจากทุกครั้งที่นึกถึงและได้เห็น “เทียนเจิน” กับ “หนิงเหยา”
ก็จะคิดถึงแค่นางท่านั้น ยังจะคิดอะไรได้อีก?
นี่ก็น่าจะเป็ นดั่งคากล่าวที่ว่าวาสนายังมาไม่ถึง อย่าว่าแต่ได้แค่
ปรารถนามิอาจได้มาครองเลย จะไขว่คว้าอย่างไรก็ยังไม่รู ้ถึงขั้นที่ว่า
ไม่รู ้เลยด้วยซ้าว่าต้องไขว่คว้ามา
ต่อให้ภายหลังจะทบทวนเรื่องนี้กับหนิงเหยา เฉินผิงอันพอจะเดา
ได้คร่าวๆ ว่าโชควาสนาไม่เล็กที่เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสพูดถึงก็คือ
ถ้าสวรรค์คว่อชางและแท่นสังหารมังกรครึ่งหนึ่งนั้น ต่อให้พลาดพวก
มันไปก็ไม่เป็ นไร
เขาไม่เคยพลาดนางไป
หวนนึกถึงปีนั้น ตอนอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ พวกเจ้าคิด
ว่าแค่ดื่มเหล้าเล็กน้อยกับสหายในร ้านเหล้า หนิงเหยาก็จะไม่ให้ข้า
เข้าบ้านแล้วหรือ?
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องจริง ผิดมหันต์เลย! เจ้าตะพาบคนใดกล้า
เข้าใจข้าผิด ข้าก็จะให้คนผู้นั้นได้รู ้ว่าอะไรที่เรียกว่าบัณฑิต อะไรที่
เรียกว่าขนบธรรมเนียมของเมืองเล็กบ้านข้าเรียบง่ายบริสุทธิ์
นั่นเป็ นเพราะข้าไม่ยินดีจะเข้าบ้านเองต่างหาก นอกประตูลมเย็น
เมากริ่มๆ แล้วเอนกายงีบหลับ มีเสน่ห์เฉพาะตัว พูดคุยเรื่องปฏิทิน
เหลืองเก่าแก่กับท่านปู่น่าหลันที่เฝ้ าประตู น่าสนใจจะตายไป!
ดูท่าภายในปีนี้คงต้องไปเยือนภูเขาเจินอู่สักรอบแล้ว
หนึ่งคือไปคุยเรื่องแท่นสังหารมังกร ดูว่าจะมีพื้นที่เหลือพอให้
ปรึกษากันหรือไม่
ที่สาคัญไปกว่านั้นก็คือเฉินผิงอันอยากจะเจอผู้ปกป้ องมรรคา
ของหม่าขู่เสวียนสักหน่อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!