สุดท้ายพวกเขาก็ช่วยกันคิดหาแผนการที่ไม่ใช่แผนการอะไร ออกมาได้ พวกเราพี่น้องไม่ต้องเป็ นพันธมิตรอะไรกันแล้ว มาเปิด ภูเขาสร ้างพรรคอยู่ที่นี่ไปเลยก็แล้วกัน ต้องเฝ้ าทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวัน ใช ้ได้หมดแห่งนี้เอาไว้ให้ได้!
บอกว่านี่ก็คือรากฐานในการหยัดยืนของสานักแห่งหนึ่งใน อนาคต ถึงขั้นที่สามารถคิดการณ์ไกลใหญ่กว่านั้นได้! ปีนั้นสกุล หลิวธวัลทวีปร่ารวยมาได้อย่างไร? ก็ไม่ใช่เพราะสายแร่เงินเกล็ดหิมะ เส้นนั้นหรอกหรือ?!
น่าเสียดายที่ใต้หล้านี้ไม่มีกาแพงใดที่ลมไม่เล็ดลอดผ่าน
เพียงไม่นานหน้าประตูของภูเขาเฉวียนเจียวก็มีการสร ้างท่าเรือ ตระกูลเซียนแห่งหนึ่งขึ้นมา ร ้านค้าตั้งเรียงราย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ จอแจ ในตลาดมีของขายสารพัดอย่าง อย่าว่าแต่เหลาสุราเลย หอ โคมเขียวก็ยังมี
ส่วนยาวิเศษ ชุดคลุมอาคม อาวุธและของโบราณล้าค่าสารพัด อย่างก็ยิ่งมีมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว ถึงขั้นที่ว่าแม้กระทั่งร ้าน ขายของงานมงคลกับร ้านขายโลงศพงานอวคลก็ยังมี คนที่มาที่นี่มี ทั้งกองกาลังเบื้องหลังของแต่ละฝ่ ายที่แฝงตัวมาสืบข่าวแสวงหาเงิน ทอง แล้วก็มีคนที่ตั้งใจออกมาเที่ยวเล่นภูเขาสายน้าโดยเฉพาะ รวม
ไปถึงพวกคนที่คิดอยากจะจับปลาในน้าขุ่น จะได้ไม่ได้พุทราก็ฟาด ลงไปก่อนค่อยว่ากัน
ราชสานักจินผูที่เพิ่งกอบกู้ชะตาแคว้นได้แค่ไม่กี่ปีสร ้างเส้นทาง ใต้ดินที่ค่อนข้างจะมั่นคงขึ้นมาเส้นหนึ่ง เรือข้ามฟากสองลาสามารถ แล่นสวนกันได้พอดี วกวนอ้อมค้อม ระยะทางยาวไกลร ้อยกว่าลี้ สิ้นเปลืองกาลังคนและทรัพยากรไปไม่น้อย คลังสมบัติของแคว้น หายไปครึ่งหนึ่ง แต่ทางฝั่งกรมคลังกลับค้นพบด้วยความตกตะลึง ระคนยินดีว่าแค่ท่าเรือแห่งเดียวนี้ ใช ้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็จะ ได้ทุนคืนกันแล้ว
ทุกวันนี้ทั้งในและนอกมีคนดีคนเลวจากสามสานักเก้าสาขา ปะปนกัน ไม่ว่าจะในทางลับหรือทางแจ้งก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ หลายครั้ง ความขัดแย้งที่มีคนตายก็เกิดขึ้นไปแล้วถึงเจ็ดแปดครั้ง ยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงการอ าพรางท าลายศพอย่างลับๆ ล่อๆ เดิมทีราชส านัก จินผูที่เพิ่งกอบกู้แคว้นก็ควบคุมได้ไม่ทั่วถึงอยู่แล้ว ระหว่างนี้ช่วง แรกเริ่มยังอยากจะสาแดงบารมี เชือดไก่ให้ลิงดู ดังนั้นผู้ถวายงาน เชื้อพระวงศ์หลายคนจึงต้องเอาชีวิตไปทิ้ง ตายอย่างไรก็ยังไม่รู ้ หา ศพไม่เจอด้วยซ้า ส่วนการท้าทายการต่อยตี การเข่นฆ่าที่อาพราง ระหว่างผู้ฝึกลมปราณด้วยกันเอง หากไม่ใช่พวกงูเจ้าถิ่นที่เรียกหา พรรคพวกมาได้ง่ายๆ ก็เป็ นมังกรข้ามแม่น้าของทวีปอื่น เป็ นเหตุให้ น้าบ่อนี้ยิ่งนานก็ยิ่งขุ่นคลั่ก
พูดถึงแค่ผู้ฝึ กตนในพื้นที่ของฝูเหยาทวีป กองกาลังพันธมิตร น้อยใหญ่ก็มีถึงเจ็ดแปดฝ่ าย พากันมา “ตั้งถิ่นฐาน” อยู่ในมุมต่างๆ ของถ้าที่กว้างใหญ่ราวกับนครยักษ์
ส่วนพรรคที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาชั่วคราวซึ่งมองเห็นได้จากภายนอก พวกนี้ เบื้องหลังจะมีสานักของทวีปอื่นคอยให้การสนับสนุนหรือไม่
สวรรค์เท่านั้นที่รู ้
พูดถึงแค่สกุลหลิวธวัลทวีปที่มือเติบใจกว้าง ตาหนักชิงกงของ หลิวเสียทวีปที่แทบไม่ได้กระเทือนถึงเส้นเอ็นและกระดูก และยังมีถ้า สวรรค์เทียนอวี๋ จะไม่เข้าร่วมได้หรือ? จะท าเพียงแค่นั่งมองอยู่ไกลๆ จริงหรือ?
ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าทางฝั่งศาลบุ๋นแผ่นดินกลางมีท่าทีที่ลุ่มลึกต่อ เรื่องนี้ แม้จะบอกว่าศาลบุ๋นยึดหลักว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิง ผลประโยชน์ของผู้ฝึ กตนมาโดยตลอด แต่หากศาลบุ๋นส่งตัวเจ้า ขุนเขาของสานักศึกษามาจริงๆ แค่เอ่ยตรงๆ ว่าสายแร่เส้นนี้เป็ นของ ศาลบุ๋นทั้งหมด กลับกลายเป็ นว่าจะทาให้เรื่องง่ายขึ้น ทุกคนต่างก็ ต้องถอดใจ หากจะบอกว่าศาลบุ๋นทาเช่นนี้ต้องได้รับคาติฉินนินทา อย่างแน่นอน แต่อย่างมากก็เป็ นแค่เรื่องที่ผู้คนกล้าโกรธแต่ไม่กล้า พูดออกมา หนึ่งเพราะการทาสงครามกับใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ศาลบุ๋ นต้องขาดเงินอยู่แล้ว เอามาจากใต้หล้าก็เอาไปใช ้กับใต้หล้า ก็ถือว่า มีเหตุผลให้พอเข้าใจได้ อีกอย่างทุกวันนี้ศาลบุ๋นท าอะไรรวดเร็ว เฉียบไว ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน กฎระเบียบที่กาหนดไว้ หากใครกล้า
ละเมิดจะต้องถูกพาตัวไปอ่านตาราอริยะปราชญ์ที่สานักศึกษาใน พื้นที่ทั้งหมด หากใช ้คากล่าวของเวินอวี้รองเจ้าขุนเขาแห่งส านัก ศึกษาเทียนมู่ใบถงทวีปก็คือ “เสริมหลักการ เหตุผล อ่านต าราอย่าได้ รังเกียจว่าช ้าไป หากผู้ฝึกลมปราณท าความผิดร ้ายแรงอีกสักหน่อย ก็สามารถไปอยู่สวนกงเต๋อได้เลย ไม่แน่ว่าหากโชคดีอาจจะยังได้พบ หลิวชาแห่งเปลี่ยวร ้างด้วย
ในเมื่อศาลบุ๋นแผ่นดินกลางไม่แสดงท่าที ราชส านักจินผูก็ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ สานักชั้นสูงของทวีปอื่นที่มีขอบเขตบิน ทะยานพิทักษ์ภูเขา แต่ละคนก็หลบซ่อนอ าพราง ไม่มีใครกล้าออก หน้า นี่จึงทาให้สถานการณ์ของที่แห่งนี้ยิ่งแปรปรวนแปลกประหลาด คลื่นใต้น้าชัดรุนแรงขึ้นทุกที
เซี่ยซงฮวาแต่งกายสะอาดสะอ้านคล่องตัว สะพายกล่องไม้ไผ่ใบ หนึ่ง
ลูกศิษย์สองคนของนาง จวี่สิงกับเฉามู่ เด็กน้อยสองคนในอดีต ทุกวันนี้กลายเป็ นเด็กหนุ่มเด็กสาวแล้ว คนหนึ่งสะพายหีบไม้ไผ่ คน หนึ่งถือไม้เท้าเดินป่า
แม้ว่าบ้านเกิดของนางจะคือธวัลทวีป แต่นางกลับมีความรู ้สึกที่ ติดลบอย่างมากต่อธวัลทวีป กับเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวที่มี ความสามารถในการหาเงินเป็ นอันดับหนึ่ง ในอดีตนางก็ยิ่งมีความ ประทับใจที่ธรรมดามาก
ใช ้ชีวิตพเนจรไม่อยู่กับที่ ล่องลอยเหมือนเมฆและสายน้า หลังจากสร ้างโอสถแล้วส่วนใหญ่มักจะท่องเที่ยวอยู่ในสองสถานที่ อย่างเกราะทองทวีปและหลิวเสียทวีปมากกว่าในอดีตนางยังเคยมีการ ประมือกับซือถูจีอวี้ เป็ นความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ เพียงแต่ว่าตอน นั้น “ผู้ฝึ กตนอิสระ” สองคนปิดบังสถานะ กดขอบเขต ไม่ว่าใครก็ ไม่ได้ลงมืออ ามหิตต่ออีกฝ่ าย ภายหลังไปอยู่กาแพงเมืองปราณกระบี่ ตอนที่ดื่มเหล้าร่วมโต๊ะ บังเอิญพูดคุยถึงเรื่องในวันวานถึงได้รู ้ว่าเป็ น อีกฝ่าย
อีกทั้งทุกวันนี้ยังมีข่าวลือเล็กๆ อย่างหนึ่ง เล่าลือกันว่ามีความ เป็ นไปได้มากที่ในเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบปี เซี่ยซงฮวาจะสามารถเลื่อน เป็ นขอบเขตเซียนเหรินได้
ดังนั้นก่อนหน้านี้การที่นางตอบตกลงเป็ นผู้ถวายงานให้กับสกุล หลิวธวัลทวีปอย่างที่อยู่เหนือการคาดการณ์ของทุกคนจึงท าให้เกิด ความครึกโครมไม่น้อย
เพราะในศาลบรรพชนสกุลหลิวธวัลทวีปมีผู้เฒ่าที่ลาดับอาวุโส ไม่ต่าคนหนึ่งเคยเชื้อเชิญให้เซี่ยซงฮวามารับหน้าที่เป็ นเค่อชิงอยู่ หลายครั้ง ต่อให้เป็ นแค่เค่อชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อก็ยังไม่เป็ นปัญหา
ผลคือถูกเซี่ยซงฮวาที่หมดความอดทนตอบกลับไปประโยคหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็ นคาพูดที่ “สมกับเป็ นเซี่ยซงฮวาอย่างมาก” “ตาเฒ่าเบื่อที่ จะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ อย่างเจ้านี่เรียกว่าต้องการถามกระบี่”
ทว่าสุดท้ายเซี่ยซงฮวาก็ยังมารับหน้าที่เป็ นผู้ถวายงานบันทึกชื่อ ถึงขั้นที่ไม่ใช่เค่อชิงอะไรด้วยซ้า
ทุกวันนี้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสองคนของเซี่ยซงฮวาอย่างจวี่สิงและ เฉามู่ ก่อนที่พวกเขาจะเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตบน ค่าใช ้จ่ายทุกอย่าง นับตั้งแต่วัตถุดิบวิเศษแห่งฟ้ าดินที่ต้องใช ้ในการหลอมกระบี่ วัตถุแห่ง ชะตาชีวิตที่เสริมเพิ่มเติมเข้ามา ไปจนถึงการกินอยู่ สกุลหลิวธวัล ทวีปล้วนออกให้ทั้งหมด
โลกภายนอกได้ยินเรื่องนี้ก็อดทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง ไม่ได้ว่า บนภูเขามีเงินเล็กน้อยไม่นับเป็ นอะไรได้ แต่มีเงินอย่างสกุล หลิวธวัลทวีป ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ล้วนนับได้หมด
ในถ้าใต้ดินขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตั้งชื่อชั่วคราวว่า “ถ้าเฟิงสุ่ย” ใน เรือนส่วนตัวแห่งหนึ่งที่อยู่สูงที่สุดสร ้างขึ้นด้วยการเจาะผนัง ศาลาหอ เรือนล้วนลอยอยู่กลางอากาศ
ส่วนลาคลองใต้ดินเส้นนั้น สองฝั่งมีบ้านเรือนเรียงรายทอดยาว แสงไฟจุดสว่างราวกับเวลากลางวันประหนึ่งมังกรเพลิงตัวหนึ่งที่นอน ทอดตัวยาว เสียงร ้องร าท าเพลงดังแว่วเป็ นระลอก ตลอดทั้งวันตั้งแต่ เช ้าจรดค่ามีแต่เสียงผู้คนสรวลเส
ในห้องรับรองแขกที่ประดับตกแต่งอย่างเรียบง่ายของจวนที่ลอย อยู่สูง มีผู้ฝึกกระบี่อายุน้อยสามคนมารออยู่ที่นี่นานแล้ว พวกเขารอ คนพลางพูดคุยกันไปด้วย
คือผู้ฝึ กกระบี่โอสถทองอายุน้อยสามคน น่าจะอยู่ในวัยสวม กวานทั้งหมด ยังไม่ทันถึงวัยตั้งตัวกันเลย
คนทั้งสามได้แก่ซ่งเกาหยวน เสวียนเซิน เฉากุ่น
คนทั้งสามต่างก็เป็ นผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนอันดับหนึ่ง คือ บุรุษมากความสามารถบนภูเขาอย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็ น ขอบเขต หน้าตา บุคลิก สติปัญญา ชาติก าเนิดและส านักล้วนอยู่ใน อันดับต้นๆ ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฉากุ่นที่รูปโฉมโดดเด่น สวมกวานสีม่วงทอง สวมชุดคลุมอาคมสีเขียว ตรงเอวเหน็บขลุ่ยหยกขาว คือคุณชายผู้ หล่อเหลาสง่างาม
พวกเขาไม่ได้ไปรอต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูแต่เนิ่นๆ เวลานี้ก็แค่ ลุกขึ้นกุมหมัดเท่านั้น ไม่ได้มีพิธีการยิบย่อยอะไร
ต่อให้เวลานี้จะได้เจอกับผู้ฝึกกระบี่ที่เป็ นผู้อาวุโสหลายท่านก็ยัง ไม่มีค าพูดตามมารยาทอย่างเช่นว่าคารวะเซียนกระบี่อะไร
ภาพนี้ทาให้คนแก่หลายคนที่ไม่ได้ไปเยือนกาแพงเมืองปราณ กระบี่รู ้สึกสะท้อนใจมากกว่าเดิมเป็ นเท่าตัว ในใจทอดถอนใจไม่หยุด ไม่เสียแรงที่เป็ นคนหนุ่มซึ่งเคยไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่มา ก่อน
ทว่าแม้กระทั่งเซียนกระบี่ที่ขึ้นชื่อว่านิสัยแย่เจ้าอารมณ์อย่างผู เหอและซือถูจือวี้ก็ยังไม่รู ้สึกว่ามีตรงไหนผิดปกติ
ก่อนหน้านี้อยู่ที่โรงเตี้ยมท่าเรือจินเซี่ย เซียนกระบี่ที่สนิทสนม คุ้นเคยกันดีกลุ่มนี้ก่นด่ากันไม่หยุด ต่างฝ่ ายต่างขัดคอกัน เวลานี้ กลับเหมือนเข้าร่วมการประชุมศาลบรรพจารย์แต่ละคนอยู่ในกฎใน ระเบียบกันอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาเฒ่าผู้ที่เป็ นที่ยอมรับของบนภูเขาว่า “เด็ก น้อยบ้านใดไม่รู ้จักกฎระเบียบ ขาดมารยาทกับข้าผู้อาวุโส ข้าก็จะ ช่วยสั่งสอนให้พวกเจ้ารู ้จักวางตัวเป็ นคนแทนพ่อแม่ของเจ้าเอง
เวลานี้ก็ไม่ได้มีท่าทางเอ้อระเหยลอยชายเหมือนปกติ กลับกันยัง มีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อครู่ก่อนจะเดินข้ามธรณีประตูเข้ามา เห็นผู้ฝึก กระบี่รุ่นเยาว์ในห้องที่เพิ่งจะเป็ นขอบเขตโอสถทอง ผู้เฒ่ายังถึงกับ เป็ นฝ่ายกุมหมัดก่อนด้วยซ้า
เหตุผล? เหตุผลล้วนอยู่บนสนามรบของกาแพงเมืองปราณกระบี่หมดแล้ว
ในห้องโถงจัดวางเก้าอี้ไว้สองแถว ผู้ฝึ กกระบี่ที่มาจากกาแพง เมืองปราณกระบี่นั่งอยู่ด้านหนึ่ง คนที่ไม่เคยไป นั่งกันอยู่อีกแถวหนึ่ง
บางทีอาจเป็ นเพราะเห็นแก่ความรู ้สึกของฝ่ ายหลัง และบางทีก็ อาจต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้จ านวนคนของสองฝ่ ายต่างกันมาก เกินไป หรือเพื่อให้สะดวกในการนั่งเผชิญหน้าพูดคุยกัน พวกเฉากุ่ นสามคนถึงได้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของพวกเซี่ยซงฮวา นั่งอยู่ด้านหน้าผู้
ฝึกกระบี่เซียนดินเจ็ดคน
มีการนาสุราและอาหารมาวางไว้บนโต๊ะที่ตั้งวางอยู่ระหว่างเก้าอี้ สองตัวนานแล้ว บนโต๊ะมีขนมผงรากบัว เหล้าบ๊วยแช่เย็น ถั่วเขียวต้ม น้าตาล…
เด็กสาวทั้งหลายอย่างพวกซุนจ่าว จินหลวนและเซวี่ยโจวเริ่ม เหลือบมองอาหารที่อยู่ใกล้มือแล้ว รอแค่พวกอาจารย์พยักหน้าให้ พวกนางก็จะเริ่มลงมือกินกันได้แล้ว
ส่วนเนื้อหาการประชุมในค่าคืนนี้ พวกเขาต่างก็รู ้ถึงสติปัญญา ของตัวเองเป็ นอย่างดี รู ้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เปิดปากพูด ถ้าอย่างนั้น แค่นั่งฟังไปก็พอ ขนาดเหย่ตู้ที่มีนิสัยเย่อหยิ่งก็ยังคิดเช่นนี้
นี่แสดงให้เห็นว่าเด็กๆ ที่ปี นั้นออกมาจากกาแพงเมืองปราณ กระบี่ ไม่ว่าคุณสมบัติในการฝึ กกระบี่จะดีหรือไม่ดี ระดับขั้นของ กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตจะสูงหรือต่า หรือแม้กระทั่งรสชาติที่ชอบกิน เป็ นเช่นไร ทางฝั่งของคฤหาสน์หลบร ้อนล้วนรู ้ชัดเจนดี
– เ ซี่ยซงฮวาจุ๊ปากด้วยความประหลาดใจ เรื่องอย่างการเลี้ยงเด็ก ยังคงเป็ นอิ่นกวานที่เชี่ยวชาญมากกว่าจริงเสียด้วย ก็แค่ว่าหน้าบาง ไปสักหน่อย ทนฟังค าสัพยอกไม่ค่อยได้
ผู้ฝึกกระบี่ในท้องถิ่นของฝูเหยาทวีปสองคนต่างก็เป็ นขอบเขต ก่อกาเนิด คนหนึ่งเป็ นผู้ฝึกตนทาเนียบ อีกคนหนึ่งเป็ นผู้ฝึกตนอิสระ
นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกกระบี่อาวุโสขอบเขตก่อกาเนิดอีกสองคน ที่มาจากพายับหลิวเสียทวีปและประจิมเกราะทองทวีป หนึ่งชายหนึ่ง หญิง หลายปีมานี้ต่างก็ปิดด่านกันอยู่ตลอด คนหนึ่งพยายามจะหา วิธีฝ่ าทะลุขอบเขต คนหนึ่งรักษาบาดแผลมานานหลายปี ถือว่าถูก เรียกมาที่ฝูเหยาทวีปให้มาประสมประเสครบจานวน ซ่งพิ่นและผูเหอ แค่ต้องส่งจดหมายกันออกไปคนละฉบับเท่านั้น เซียนกระบี่ทั้งสอง ท่านไม่ได้บอกไปในจดหมายว่าให้มาด้วยเรื่องอะไรหรือคิดจะให้พวก เขาทาอะไร แค่บอกสถานที่ที่ต้องมาเจอกัน และพวกเขาเองก็ไม่ได้ ส่งจดหมายกลับไปถามถึงสาเหตุ ไม่พูดพร่าทาเพลงก็ออกเดินทาง ไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในจดหมายทันที
โอสถทอง? ไม่พอจะเข้าตาด้วยซ้า ไม่มีคุณสมบัติพอให้เซียน กระบี่ทั้งหลายเชื้อเชิญให้เข้าร่วมเรื่องนี้เป็ นการส่วนตัว
เพียงแต่ว่าต่างคนต่างเรียกหากันมา ถึงได้มีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขต โอสถทองที่อายุไม่มากเพิ่มมาสามคน คนทั้งสามต่างก็เป็ นลูกศิษย์ผู้ สืบทอดในศาลบรรพจารย์ของภูเขาตัวเอง อีกทั้งทุกคนต่างก็มีบรรพ จารย์ในสายเป็ นเซียนกระบี่ที่เคยไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ เหมือนกันหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
เป็ นเหตุให้ผู้ฝึกกระบี่ที่ไม่เคยไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่มี ทั้งหมดเจ็ดคน สี่คนเป็ นก่อก าเนิด อีกสามคนเป็ นโอสถทอง
ลูกศิษย์ของเซี่ยซงฮวาคือเฉามู่กับจวี่สิง ลูกศิษย์ของซ่งพิ่นคือ ซุนจ่าวกับจินหลวน ส่วนผู้เหอก็พาเหย่ตู้และเซวี่ยโจวมาจากกาแพง เมืองปราณกระบี่
และยังมีตาแก่ที่หน้าไม่อายที่สุดอย่างอวี๋เยว่ที่ถึงกับไปหลอกเอา ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสองคนมาจากภูเขาลั่วพั่วได้ พวกเขาก็คืออวี๋ชิง จางกับเฮ้อเซียงถิง
จวี่สิงนั่งลงแล้วก็ยังคงสะพายหีบไม้ไผ่ไว้เหมือนเดิม นั่งตัวตรง อย่างส ารวม เฉามู่วางไม้เท้าไผ่เขียวพาดขวางไว้บนหัวเข่า
เหย่ตู้นั่งขัดสมาธิ สองมือกอดอก เริ่มหลับตาทาสมาธิ
เซี่ยซงฮวาพาลูกศิษย์สองคนไปหลอมกระบี่อยู่ที่ที่ราบน้าแข็ง ทางทิศเหนือและที่ศาลเหลยกงของธวัลทวีปอยู่นานหลายปี
เด็กหนุ่มจวี่สิ่งมีกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตแค่เล่มเดียว ชื่อว่า “เหล ยฉือ” (บ่อสายฟ้ า) ปีนั้นถูกคฤหาสน์หลบร ้อนประเมินว่าอยู่ในระดับ “สองกลาง” ถือว่าสูงมากแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!