เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1112

เด็กสาวเฉามู่กลับได้ครอบครองกระบี่บินสองเล่มคือ “พางถัว” และ “หงหนี” ระดับขั้น แบ่งออกเป็ น ‘สองล่าง’ กับ ‘สามบน

สามระดับหนึ่งสองสามมีการแบ่งอีกสามขั้นเป็ นบนกลางและล่าง มีทั้งหมดเก้าระดับขั้น อันที่จริงการที่ติดอันดับได้ ต่อให้จะอยู่อันดับ สองและสาม ก็ยังถือว่าเป็ นกระบี่แห่งชะตาชีวิตที่ดีแล้ว

และการประเมินที่มาจากคฤหาสน์หลบร ้อนนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะ พิจารณาดูจากการลงสนามรบเข่นฆ่า ไม่เหมาะกับการจับคู่ถาม กระบี่ระหว่างผู้ฝึกกระบี่ด้วยกัน

กาแพงเมืองปราณกระบี่ในปี นั้น คฤหาสน์หลบร ้อนเก่า ผู้ฝึ ก กระบี่สายอิ่นกวานมีทั้งหมดสิบหกคน ผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นมีหกคน

นอกจากเฉินผิงอันที่รับหน้าที่เป็ นอิ่นกวานคนสุดท้ายแล้วก็ยังมี หลินจวินปี้ เติ้งเหลียง เฉากุ่น เสวียนเขินและซ่งเกาหยวน

ปีนั้นหลินจวินปี้คือคนแรกในบรรดาผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นที่ออกไป จากคฤหาสน์หลบร ้อนกลับไปถึงราชวงศ์เส้าหยวนของทวีปแดนเทพ แผ่นดินกลางที่เป็ นบ้านเกิด ผ่านไปได้ไม่นานเท่าไร หลินจวินปี้ก็รับ หน้าที่เป็ นราชครู กลายมาเป็ นราชครูที่อายุน้อยที่สุดของสิบราชวงศ์ ใหญ่แห่งไพศาล

เติ้งเหลียงจากภูเขาจิ่วตูธวัลทวีป ในปีชุนเจียที่เจ็ดของใต้หล้า ห้าสี ได้ไปเยือนนครบินทะยาน ปีนั้นออกจากภูเขาห้อยหัวยังเป็ น ขอบเขตก่อกาเนิด ในที่สุดก็ได้เลื่อนเป็ นห้าขอบเขตบนที่ต่างบ้าน ต่างเมือง

เฉากุ่น เสวียนเขิน ซ่งเกาหยวน ต่างคนต่างกลับบ้านเกิดกลับ ส านักของตัวเอง ผู้ฝึกกระบี่หนุ่มสามคนนี้ต่างก็ได้ประสบพบเจออะไร ใหม่ๆ พวกเขาสามคนถือว่าเป็ นเพื่อนบ้านใกล้เคียง ต่างก็อยู่ในสาม ทวีปทางทิศตะวันตกของไพศาล เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเฉากุ่นสนิทกับ เสวียนเซินมากกว่า

แม้ว่าผู้ฝึ กกระบี่สายอิ่นกวานใหม่ของนครบินทะยานจะยังคง รักษา “คนเก่าแก่” เอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับ “รุ่นก่อน” ก็ดู เหมือนว่าในภาพรวมจะด้อยกว่าไม่น้อย

เพราะถึงอย่างไรเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ที่เป็ น “ลูกพี่ใหญ่” ก็ไม่อยู่ ในคฤหาสน์หลบร ้อนใหม่แล้ว

เฉากุ่นเคยพูดประโยคจากใจจริงว่า ขอแค่วันใดข้าผู้อาวุโสมี ชีวิตรอดเดินออกมาจากคฤหาสน์หลบร ้อนได้ ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่อยาก เปิดต าราอีกแม้แต่เล่มเดียวแล้ว

และหลังจากที่พวกเขาออกมาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ ตั้งแต่ตัวพวกเขาเองที่ปิดปากแน่นไม่พูดถึง ไปจนถึงส านักของแต่ละ

คนที่ไม่เอ่ยอะไรแม้แต่คาเดียว ดูเหมือนว่าต่างก็จงใจลดทอน ความสาคัญในการเดินทางไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ลง

คฤหาสน์หลบร ้อนเคยเกือบจะเกิดความขัดแย้งภายใน เกือบจะ มีการถามกระบี่กันแล้ว หากมีการลงมือกันจริงๆ เกรงว่าผู้ฝึกกระบี่ใน พื้นที่กับผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นคงต้องแตกหักกันอย่างสิ้นเชิง

ยกตัวอย่างเช่นสวีหนิงเคยลากเอาบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของ เสวียนเซินมาด่ารอบหนึ่ง

ศึกโต้คารมในครั้งนั้นทุกคนล้วนมีส่วนร่วม แต่ละคนด่าคนอื่น แต่ละคนล้วนถูกคนอื่นด่า

เว้นจากสามคนที่ไม่ได้เปิดปาก นั่นคืออิ่นกวานหนุ่มที่นั่งตกปลา อยู่บนแท่น เซียนกระบี่โฉวเหมียวที่ก็อดทนข่มกลั้นได้เช่นกัน และยัง มีกวอจู่จิ๋วที่จดจาทุกคาหยาบไว้เงียบๆ ได้เรียนรู ้แล้ว ได้เรียนรู ้แล้ว

อันที่จริงเป็ นหลินจวินปี้ที่น่าสงสารที่สุด คิดอยากจะเป็ นกาว ประสานใจช่วยไกล่เกลี่ยให้ทุกคน ผลกลับถูกต่งปู้ เต๋อที่คว้าโอกาส ได้ในที่สุดด่าหลินจวินปี้เสียจนไม่เหลือชิ้นดี

สุดท้ายยังคงเป็ นเฉินผิงอันกับโฉวเหมียวที่ร่วมมือกันถึงได้ทาให้ เหตุการณ์ที่ยิ่งนานก็ยิ่งรุนแรงไม่ได้บานปลายเลวร ้ายต่อไป

สายอิ่นกวานของคฤหาสน์หลบร ้อนในอดีต

ผู้ฝึ กกระบี่ทุกคนต่างก็เคยลงสนามรบ อีกทั้งจานวนครั้งยังไม่ น้อย ทุกคนต่างก็เคยได้รับบาดเจ็บ แต่มีแค่คนเดียวที่รบตาย

ผู้ฝึกกระบี่โฉวเหมียว

ผู้ฝึ กกระบี่ในท้องถิ่นผู้นี้ขอบเขตสูง คุณสมบัติดี มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล นิสัยหนักแน่นมั่นคง ความคิดความอ่านรอบคอบรัดกุม แทบไม่เคยโกรธใคร…ข้อดีของโฉวเหมียวมีมากมายเหลือเกิน

แม้กระทั่งหลินจวินปี้ที่เย่อหยิ่งก็ยังยินดียอมรับจากใจจริงว่า เซียนกระบี่โฉวเหมียวต่างหากถึงจะเป็ นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการสืบ ทอดต่าแหน่งอิ่นกวานต่อ ตัวเองสู้โฉวเหมียวไม่ได้จริงๆ

ประโยคแรกที่เฉากุ่นเปิดปากพูดวันนี้น่าตกใจอย่างมาก “พวก เราจาเป็ นต้องตั้งสมมติฐานว่าที่นี่มีปีศาจใหญ่ขอบเขตบินทะยานตน หนึ่งซ่อนตัวอยู่”

เสวียนเซินเอ่ยเสริมว่า “มีศักยภาพเทียบเท่าปี ศาจใหญ่บน บัลลังก ์ราชาเก่า”

รูปโฉมของพวกเฉากุ่นสามคนในทุกวันนี้ต่างก็เป็ นคนหนุ่ม หน้าตาหล่อเหลาดุจหยกผุดผ่อง เพียงแต่ว่าเฉากุ่นมีความพิเศษอยู่ ข้อหนึ่ง นั่นคือเวลาพูดเขาจะติดสาเนียงบ้านเกิดเป็ นน้าเสียงที่อ่อน นุ่ม แล้วก็มักจะหลุดคาท้องถิ่นออกมาเป็ นประจา เช่นคาว่าเคี้ยว แหลกๆ โอ๊ะโอ๊ะโอ้ย แซ่บจริงๆ…ประโยคพวกนี้เป็ นหัวข้อสนทนาใน คฤหาสน์หลบร ้อนของปีนั้นมาโดยตลอด ต่งปู้ เต๋อกับกวอจู๋จิ่วจะชอบ

เลียนแบบค าพูดของเฉากุ่นมากเป็ นพิเศษ เดิมทีเฉาก นก็มีผิวพรรณ ขาวนวล ใบหน้าอ่อนเยาว์ จึงมักจะถูกพวกนางหยอกล้อจนหน้าแดง เป็ น ประจ า

ก็ไม่แปลกที่ปีนั้นใต้เท้าอิ่นกวานแนะนาพวกเขาว่าตอนที่ออก จากเมืองไปเข่นฆ่า เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ทางที่ดีที่สุดควรให้ ผู้หญิงแต่งกายเป็ นผู้ชาย ส่วนผู้ชายน่ะหรือ ก็หลักการเดียวกัน

ตอนนั้นสายตาของใต้เท้าอิ่นกวาน หลักๆ แล้วกวาดไปบนร่าง ของหลินจวินปี้กับเฉากุ่น

พอได้ยินว่าอาจต้องเผชิญหน้ากับปี ศาจใหญ่ที่มีพลังพิฆาต เทียบเท่ากับราชาบนบัลลังก ์เก่า พวกซ่งพิ่นย่อมไม่ได้มีท่าทีอะไร แต่ ผู้ฝึกกระบี่โอสถทองอายุน้อยหลายคนที่อยู่ด้านหลังเฉากุ่นกลับหน้า เปลี่ยนสีกันไปเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้ เพียงแต่ว่าไม่นานก็กลับคืน มาเป็ นปกติ สายตาของพวกเขาเด็ดเดี่ยวขึ้นหลายส่วน คนหนึ่งใน นั้นเป็ นผู้หญิง สายตาของนางเรียกได้ว่าฉายประกายเร่าร ้อนเลยด้วย ซ้า แค่มองก็รู ้ว่าเป็ นคนประเภทที่ไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่อง แล้วก็ยิ่งชอบ หาเรื่อง คาดว่าผู้อาวุโสในสานักของนางน่าจะปวดหัวกันไม่น้อยเลย

ซ่งเกาหยวนกล่าว “ไม่น่าจะเป็ นไปได้ หากมีปีศาจใหญ่ขอบเขต บินทะยานจริงๆ คิดดูแล้วทางฝั่งของศาลบุ๋นก็คงไม่มีทางนิ่งดูดายอยู่ เฉยๆ ความเป็ นไปได้ที่มากกว่าคือมีเผ่าปีศาจขอบเขตเซียนเหรินที่ เสแสร ้งเก่งและเก็บงาลมปราณได้อย่างยอดเยี่ยม เชี่ยวชาญด้านค่าย กลซ่อนตัวอยู่ คอยอดทนข่มกลั้นอยู่ตลอด คิดอยากจะก่อคลื่นลม

มรสุมอยู่ที่นี่ อาศัยโอกาสนี้วางแผนสาหรับเรื่องใหญ่อะไรบางอย่าง ข้าจะลองยกตัวอย่างให้ฟังก็แล้วกัน การจัดวางค่ายกลและเปิ ดใช ้ ค่ายกล อย่างน้อยในขั้นตอนบางอย่างก็จาเป็ นต้องมีเงื่อนไขสาคัญที่ มิอาจบอกกล่าวแก่ใครได้”

เฉากุ่นยิ้มเอ่ย “ยกตัวอย่างเช่นว่าสายแร่สายนี้คือคันเบ็ดตกปลา พวกเราคือเหยื่อและตะขอเกี่ยวปลา ส่วนปลาตัวใหญ่ที่ตอนนี้ยังไม่รู ้ ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนตัวนั้น มีโอกาสมากที่มันจะไม่งับเบ็ด แต่กิน เหยื่อหมดเกลี้ยงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นหวังว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่จะ เตรียมใจพร ้อมสาหรับผลลัพธ ์ที่เลวร ้ายที่สุด”

เสวียนเซินลุกขึ้นยืน หยิบม้วนภาพสามชิ้นออกมาจากชายแขน เสื้อแล้วโยนขึ้นไปในที่สูง ภาพแผนที่สามแผ่นก็เรียงกันอยู่กลาง อากาศของห้องโถงใหญ่ บนภาพทุกแผ่นมีการระบุพิกัดและตัวอักษร อธิบายไว้ถี่ยิบ

“ก่อนที่พวกเจ้าจะมาถึง พวกเราสามคนได้สารวจในและนอก ภูเขาเฉวียนเจียวครบถ้วนแล้ว เส้นทางมังกรด้านนอก โครงสร้าง ภายใน การกระจายตัวของกองก าลังฝ่ ายต่างๆ ล้วนมีการตรวจสอบ อย่างคร่าวๆ แล้ว แต่ค่อนข้างจะฉุกละหุก เนื้อหาจึงหยาบอยู่มาก จริงๆ เกี่ยวกับที่พึ่งที่ถูกเก็บงาเอาไว้ของกองกาลังทั้งหลายที่ปรากฏ ให้เห็นภายนอก ขยายออกไปเป็ นแผนภาพความสัมพันธ์ ความ เกี่ยวข้องของพวกเขา ระหว่างกันและกันมีความเชื่อมโยงอะไร หรือไม่ ล้วนมีบันทึกอย่างชัดเจนบนแผนที่เพื่อให้ใช ้อ้างอิงแล้ว

ขณะเดียวกันก็หวังว่าทุกท่านจะไม่ถูกพวกเราชี้นาให้เข้าใจผิด เพียงแต่ว่าเนื้อหาตัวอักษรที่เขียนด้วยสีแดง อยากขอให้ทุกท่านให้ ความสนใจเป็ นพิเศษ นั่นต้องไม่มีทางผิดพลาดเป็ นแน่”

“ผลลัพธ ์ที่ดีที่สุดก็คือที่นี่ไม่มีแผนการของเผ่าปีศาจเปลี่ยวร ้าง พวกเราเดินทางมาเยือนภูเขาเฉวียนเจียวครั้งนี้ก็เพื่อออกมาหา ประสบการณ์เท่านั้นจริงๆ แต่ความเป็ นไปได้ก็มีไม่มาก”

“พบกันครึ่งทาง ปีศาจตนนี้มีอยู่จริง แต่มันไม่ได้มีความกล้าและ ศักยภาพพอที่จะทุ่มชีวิตเป็ นปลาตายตาข่ายขาด เพียงแค่หลบซ่อน อยู่ในเงามืดคอยปั่นป่วนสถานการณ์เท่านั้น”

สีหน้าของนางงดงามแต่เย็นชา การประทินโฉมก็ชวนให้คน หลงใหล เครื่องประดับก็ยิ่งมีมากมาย นางกับเซี่ยซงฮวาที่เคยชินกับ การแต่งกายเรียบง่ายคือสองขั้วที่แตกต่างกัน

สตรีในโลกมนุษย์ ต่อให้เจ้าจะมีรูปโฉมงดงามล่มบ้านล่มเมือง ปานใด หากสวมใส่เครื่องประดับเงินทองเยอะเกินก็มีแต่จะเกินงาม ทว่าซ่งพื้นที่เอาเครื่องประดับหลากหลายมากองรวมอยู่ด้วยกันกลับ น่ามองอย่างมาก

ผูเหอหัวเราะหึหึ “ดี วิธีนี้ดี ข้าทาเอง ข้าทาเอง ด้วยชื่อเสียงของ ข้าที่อยู่ข้างนอก เพิ่มความแค้นบนภูเขาที่ไม่เจ็บไม่คันแค่ไม่กี่เรื่องนี้ เข้าไปก็ไม่เห็นจะเป็ นไร”

เด็กหนุ่มเหย่ตู้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนหนึ่งของผู้ฝึกกระบี่เฒ่าใช ้ เสียงในใจเอ่ยว่า “ตาเฒ่าผู ได้ยินมาว่าทุกวันนี้ศาลบุ๋นควบคุมอย่าง เข้มงวด ท่านฆ่าคนส่งเดชอยู่ที่นี่ ทาเนียบก็อาจจะรักษาไว้ไม่อยู่

พวกเราลงจากภูเขาครั้งนี้ก็จะกลับไปไม่ได้แล้วหรือ? คิดหาที่ลงหลัก ปักฐานไว้แล้วหรือยัง ทาอะไรอย่าเอาแต่สนหัวไม่สนบั้นท้ายมาก เกินไป ข้ากลับมีความคิดดีๆ สถานที่แห่งนี้ไม่รั้งนายท่านไว้ ย่อมมี สถานที่อื่นที่อยากรั้งนายท่านไว้ พวกเราอาจารย์และศิษย์สามคนไป สวามิภักดิ์กับใต้เท้าอิ่นกวานที่ภูเขาลั่วพั่วกันเลยแล้วกัน”

เด็กสาวเซวี่ยโจวพยักหน้าเอ่ยคล้อยตาม “ดีสิ ดีสิ แต่ทางที่ดี ที่สุดอาจารย์ท่านผู้อาวุโสเป็ นคนท าก็ต้องเป็ นคนรับผิดชอบ ข้ากับ เหย่ตู้รักษาทาเนียบของสานักเอาไว้ สองมือเตรียมการ หลีกเลี่ยง ไม่ให้สานักไม่รั้งพวกเราเอาไว้ ใต้เท้าอิ่นกวานก็ไม่รับพวกเราไว้ เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องไปเป็ นขอทานอยู่ข้างทางแล้ว จริงๆ”

เสวียนเซินจึงได้แต่อธิบายเพิ่มเติมอย่างเกินความจาเป็ นว่า “ผู เหอ ค าว่า “อย่าเก็บไว้” ของซ่งพิ่น ไม่ได้หมายความว่าให้ส่งพวก เขา “ออกเดินทาง” นะ”

ซ่งเกาหยวนกล่าว “ยังไม่ต้องรีบร ้อนจับพวกเขาโยนออกไป พวกเราจับตามองอย่างลับๆ ต่ออีกสักสามสี่วันแล้วกัน”

เสวียนเซินพยักหน้า “พวกเขาอยู่ในต าแหน่งดวงดาวแล้ว”

กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเสวียนเซินมีชื่อว่า “ซานถาน (สาม แท่นบูชา) อิงตามการแบ่งระดับขั้นของคฤหาสน์หลบร ้อน คือ “หนึ่ง กลาง” ได้อย่างสมชื่อ

กระบี่บินเล่มนี้ของเขาไม่เพียงแต่ครบถ้วนทั้งโจมตีและป้ องกัน ยังมีโอกาสเติบโตในระดับใหญ่อีกด้วย นี่ก็คือกุญแจสาคัญที่ผู้ฝึก กระบี่ปรารถนาแม้ในยามหลับฝันมากที่สุด

ตามระเบียบการทาพิธีของลัทธิเต๋า การจัดตั้งแท่นพิธีบูชามีเก้า แบบ แบ่งออกเป็ นบนกลางล่างอย่างละสาม ก่อนที่เสวียนเซินจะ เดินทางไปกาแพงเมืองปราณกระบี่ก็ได้สร ้าง “แท่นพิธีสามล่าง” ไว้ ตามลาดับขั้นตอนแล้ว จากต่าไปสูง แบ่งออกเป็ นแท่นพิธีขจัด เภทภัยที่มีดวงดาวแปดสิบเอ็ดตาแหน่ง แท่นพิธีรวมโชคที่มีดวงดาว หนึ่งร ้อยยี่สิบตาแหน่ง และแท่นพิธีต่ออายุขัยที่มีตาแหน่งดวงดาว สองร ้อยสี่สิบตาแหน่ง กลับมาถึงบ้านเกิดก็ได้รับ “รวมเล่มวิญญาณ วีรบุรุษแห่งขุนเขาสายน้า” ซึ่งเป็ นของตกทอดจากบรรพจารย์ เสวียนเซินปิดด่านแล้วออกจากด่านอีกครั้ง กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตก็ มีภาพบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังมากกว่าเดิม สร ้างแท่นพิธีสาม กลางขึ้นมาอีก จากสูงมาต่า ได้แก่แท่นพิธียันต์เหลืองต่ออายุ แท่น พิธีฉลองมงคลและแท่นพิธีปัดเป่าสิ่งอัปมงคล

ดังนั้นปีนั้นอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน เสวียนเซินจึงได้รับ “คาชื่น ชม” จากเพื่อนร่วมงานมามากมาย

อาจารย์ค่ายกลแต่กาเนิด พื้นที่ประกอบพิธีกรรมสองขาเดินได้ จ านวนวัตถุแห่งชะตาชีวิตที่หลอมมากเท่าไรก็ยิ่งดีมากเท่านั้น ไร ้ เทียมทานน้อยในหมู่ผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตเดียวกันคุณสมบัติบิน ทะยาน….

แม้กระทั่งหวังซินสุ่ยก็ยังพูดจาเป็ นธรรมบอกว่า เสวียนเซินอ่า ทุกวันนี้มีใต้เท้าอิ่นกวานคอยปกป้ องเจ้า วันหน้าใต้เท้าอิ่นกวานไปที่ บ้านเกิดของเจ้า ไม่คุ้นเคยกับสถานที่และผู้คน เจ้าก็ต้องปกป้ องใต้ เท้าอิ่นกวานบ้างนะ

อิ่นกวานหนุ่มรีบพยักหน้าแสดงให้รู ้ว่าเห็นด้วยทันใด ต้องใช ้

หลักการนี้นี่แหละ ท าเอาเสวียนเซินอับอายอย่างหนัก
ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าที่แค่เปิดปากพูดก็สมกับเป็ นผู้ฝึกตนอิสระอย่าง มากอย่างผู้เหอ เรือนกายผอมสูง ใบหน้าดุดัน ให้ความรู ้สึกดุร ้ายไม่ น่าเข้าใกล้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เรียกว่ารูปลักษณ์สะท้อนจิตใจ มองไม่ผิด ผูเหอที่อยู่ที่บ้านเกิดก็ขึ้นชื่อว่ามีนิสัยแปลกแยก ทาอะไรอามหิต แต่ กลับเป็ นเซียนซือท าเนียบตัวจริงเสียงจริง เป็ นบรรพจารย์ในสานักที่ ล าดับอาวุโสสูงมาก ช่วยไม่ได้ ตอนอายุยังน้อยผูเหอมีคุณสมบัติดี เกินไป ทั้งยังเป็ นผู้ฝึกกระบี่ ถูกผู้เฒ่าที่ลาดับอาวุโสสูงที่สุดในพรรค เฟินตู้ในเวลานั้นรับเป็ นลูกศิษย์ปิดส านัก และเพียงไม่นานผู้เฒ่าก็ สละร่างไปจากโลกนี้ ตอนที่มอบหมายงานก็ได้บอกให้ศิษย์น้องหญิง ที่เป็ นเจ้าประมุขช่วยดูแลผูเหอให้มากหน่อย และผูเหอที่อยู่ในสานัก บ้านเกิดก็แทบไม่เคยทาเรื่องเป็ นการเป็ นงาน ดีแต่จะก่อเรื่องให้กับ สานัก ตะวันออกคนหนึ่งตะวันตกคนหนึ่ง คอยช่วยตามก้นไปเก็บ กวาดเรื่องเละเทะให้เขา ความสัมพันธ ์ควันธูปบนภูเขาที่บรรพจารย์

แต่ละรุ่นสะสมมาอย่างยากลาบากถูกผูเหอผลาญเสียจนสิ้นซาก รอ กระทั่งผู้ฝึ กตนหญิงที่เป็ นเจ้าประมุขลาจากโลกนี้ก็ยิ่งไม่มีใคร ควบคุมผูเหอได้อีก และภายหลังศิษย์น้องที่เป็ นผู้คุมกฏ นับแต่เด็ก มาก็ถูกผูเหอรังแกมาจนชิน พูดอย่างไม่เกินจริงสักนิดก็คือ แค่เห็นผู เหอเขาก็ตัวสั่นแล้ว อันที่จริงศิษย์พี่ที่เป็ นเจ้าสานักคนปัจจุบัน ตอน

อายุยังน้อยก็มีสภาพการณ์ไม่ต่างกันสักเท่าไร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!