เพราะอวี๋เยว่เคยไปเยือนภูเขาลั่วพั่ว ดังนั้นเฉากุ่นจึงตั้งใจเชื้อ เชิญให้อวี๋เยว่มาดื่มเหล้าที่ห้องของตน ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าจึงถือโอกาส พาเหย่ตู้ลูกศิษย์ปิดส านักมาด้วย
ก่อนที่เฉากุ่นจะเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อนยังเป็ นผู้ฝึกกระบี่ ขอบเขตประตูมังกรหลังจากกลายเป็ นผู้ฝึกกระบี่สายอิ่นกวานแล้วถึง ได้เลื่อนเป็ นขอบเขตโอสถทอง
“อันที่จริงผู้อาวุโสแค่เอ่ยประโยคเดียวก็สามารถทาให้ผูเหอหุบ ปากเงียบแต่โดยดีได้แล้ว”
เฉากุ่นเอ่ยสัพยอก “ตอนที่ข้าอวี๋เยว่อยู่ในขอบเขตโอสถทองก็ กล้าไปส่งกระบี่สังหารปีศาจที่กาแพงเมืองปราณกระบี่แล้ว”
อวี๋เยว่ลูบหนวดยิ้ม ส่ายหน้าเบาๆ “พูดไม่ได้ พูดไม่ได้ พูดแล้วจะ ท าร้ายจิตใจกัน”
การที่ทั้งสองฝ่ ายสามารถเป็ นเพื่อนรักความสัมพันธ ์แน่นแฟ้ น กันได้ แม้จะเคยชินว่าแค่เจอหน้าก็ทะเลาะกัน แต่ก็มีเรื่องบางเรื่องที่ ไม่อาจพูดได้เด็ดขาด
เฉากุ่นหันหน้าไปมองเหย่ตู้ ถามว่า “อาการบาดเจ็บเป็ นอย่างไร บ้างแล้ว?”
เหย่ตู้ยิ้มกว้าง “หายดีแล้ว ก็แค่ต้องสิ้นเปลืองยาและเวลาไปไม่ น้อย เป็ นเหตุให้การฝ่าทะลุขอบเขตช ้ามาก”
ผูเหอพยักหน้า “สามารถชดเชยกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตให้ กลับมาสมบูรณ์ได้ก็ถือว่าเป็ นความโชคดีท่ามกลางความโชคร ้าย สิ้นเปลืองเงินเทพเซียนแค่เล็กน้อยจะนับเป็ นอะไรได้ ส่วนเรื่องของ การฝ่ าทะลุขอบเขตติดต่อกัน ด้วยคุณสมบัติของเหย่ตู้ บวกกับการ ที่ข้าถ่ายทอดสุดยอดเวทกระบี่ให้หมดหน้าตัก ก็ไม่ต้องรีบร ้อนเลย”
เหย่ตู้กล่าว “ก็เพราะนับขอบเขตก่อก าเนิดอย่างท่านเป็ น อาจารย์ ข้าถึงได้ร ้อนใจอย่างไรล่ะ ท่านลองมองดูคนบ้านเดียวกัน คนอื่นบ้างสิ มีใครบ้างที่อาจารย์ไม่ใช่ขอบเขตหยกดิบ?”
ผูเหอที่ถูกแทงใจดาถลึงตาใส่ “ใช่ว่าอาจารย์จะไม่เคยไปถึง ขอบเขตหยกดิบเสียหน่อย คุณสมบัติด้านเวทกระบี่ไม่ได้ถดถอย หายไปพร ้อมขอบเขตนะ วิสัยทัศน์ก็ยังวางอยู่ตรงนั้น….”
เหย่ตู้กล่าว “หุบปากได้แล้ว พูดวนๆ ไปก็ซ้าเดิมอยู่แค่ไม่กี่ ประโยค”
ถึงอย่างไรก็มีคนนอกอยู่ด้วย ตาเฒ่าผูที่วางหน้าไม่ถูกจึงร ้อนใจ ครามครัน “เจ้าเด็กหน้าเหม็นพูดจากับอาจารย์แบบนี้ได้อย่างไร…”
เหย่ตู้เอ่ย “เฉากุ่น อาจารย์ข้าเห็นเจ้าเป็ นคนนอกน่ะ”
ใบหน้าของเฉากุ่นประดับยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับเบาๆ
ผูเหอหัวเราะเสียงดังกังวาน “เฉากุ่น ลูกศิษย์ปิดส านักของข้าคน นี้หัวไวมากเลยใช่ไหม? เจ้าบอกมาตามตรงว่าเหย่ตู้ในทุกวันนี้ สามารถเข้าไปอยู่คฤหาสน์หลบร ้อนของปีนั้นได้หรือไม่?”
แน่นอนว่าคนที่ฉลาดยิ่งกว่ายังคงเป็ นเซวี่ยโจว เอาเป็ นว่าลูก ศิษย์คนดีทั้งสองต่างก็ได้รับการสืบทอดที่แท้จริงครึ่งหนึ่งไปจาก
อาจารย์อย่างตนก็แล้วกัน เฉากุ่นยิ้มเอ่ย “ตอนนี้ยังไม่ได้”ตอนที่ออกมาจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ ผู้ฝึกกระบี่เด็กหนุ่ม คือขอบเขตถ้าสถิตเข้าหน้าร ้อนของปีนี้เพิ่งจะฝ่ าทะลุขอบเขตเป็ น ชมมหาสมุทร
คนที่ฝ่ าทะลุขอบเขตหนึ่งขั้นเช่นเดียวกันคือศิษย์พี่หญิงเซวี่ย โจว แต่นางกลับเลื่อนจากชมมหาสมุทรเป็ นประตูมังกรแล้ว
นี่แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติของทั้งสองฝ่ ายค่อนข้างแตกต่างกัน แน่นอนว่านี่ก็เกี่ยวข้องกับการที่เหย่ตู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บ ไปถึงรากฐานด้วย ปีนั้นเป็ นผูเหอที่เดินผ่านทางมาถึงได้ช่วยเด็ก หนุ่มที่นอนรวยรินใกล้ตายอยู่ในกองคนตายออกมาได้ หากเขามอง ไม่เห็นอีกฝ่าย เด็กหนุ่มก็คงตายไปแล้ว
ผูเหอรู ้สึกว่านี่ก็คือวาสนา ดังนั้นจึงรับเหย่ตู้ที่ไม่มีแม้กระทั่งแซ่ผู้ นี้เป็ นลูกศิษย์ปิดส านัก
อยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ มีชาติกาเนิดจากตระกูลสูงหรือไม่ ก็ดูได้ง่ายมาก ดูแค่ว่าตอนที่ผู้ฝึกกระบี่อายุยังน้อยมีแซ่หรือไม่
ตามหลักแล้วผู้ฝึกกระบี่ห้าขอบเขตกลาง ไม่ว่าจะเป็ นก่อกาเนิด หรือถ้าสถิต ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก็ต้องออกไปจากหัวกาแพงเมือง เดินทางไปสู่สนามรบนอกเมือง
ส า ม า ร ถ มีชีวิต ร อ ด ก ลับ ม า ที่หัว ก า แ พ ง เ มือ ง ไ ด้ก็ คือ ความสามารถ จะสามารถสะสมคุณความชอบทางการสู้รบได้หรือไม่ ก็ยิ่งเป็ นความสามารถ หากไม่มีความสามารถนี้ สรุปแล้วต้องไปตาย อยู่ที่ไหน ใกล้หรือไกลจากหัวกาแพงเมืองก็ล้วนขึ้นอยู่กับชะตาฟ้ า ลิขิตแล้ว
ถึงอย่างไรกาแพงเมืองปราณกระบี่ก็ไม่มีประเพณีที่ต้องฝังศพลง ดินเพื่อความสงบอะไรอยู่แล้ว
หัวก าแพงเมืองก็คือหลุมศพ สนามรบนอกเมืองก็คือสุสาน
เหย่ตู้มาถึงใต้หล้าไพศาลก็ดูเหมือนว่าจะทาแค่สามเรื่องเท่านั้น กินข้าว ฝึกกระบี่ ด่าอาจารย์
อยู่กับผูเหอผู้เป็ นอาจารย์ เหย่ตู้เอาแต่เรียกอีกฝ่ ายว่าตาเฒ่า ทว่าผูเหอกลับรักและเอ็นดูลูกศิษย์ปิดสานักที่ไม่รู ้จักเด็กจักผู้ใหญ่ ไร ้กฎไร ้ระเบียบผู้นี้มากที่สุด
ก่อนจะออกจากบ้านเกิด ผูเหอที่อยู่ในพรรคเฟิ นตู้ของบ้าน ตัวเอง สายของเขามีพลังอ านาจไม่อ่อนด้อย ได้ครอบครองสามยอด เขา ภายหลังลูกศิษย์ผู้สืบทอดทั้งหลายที่ไม่มีอาจารย์อยู่ข้างกาย คอยถ่ายทอดมรรคาสอนกระบี่ก็ยังถือว่าพอจะมีอนาคต มีชีวิตที่ไม่ เลวแล้วก็มีลูกศิษย์ของลูกศิษย์อีกสองคนที่ระหว่างบรรพจารย์ผูอยู่ที่ กาแพงเมืองปราณกระบี่ “สร ้างเกียรติยศให้กับวงศ์ตระกูล เปิดฉาก สังหารไปสี่ทิศ” ได้จัดงานพิธีเปิดยอดเขากันขึ้นด้วยตัวเอง
น่าเสียดายที่ลูกศิษย์ของลูกศิษย์สองคนนี้ไม่ใช่ผู้ฝึ กกระบี่ บางครั้งที่ผูเหออารมณ์ไม่เลวก็มักจะเรียกลูกศิษย์ผู้สืบทอดและลูก ศิษย์ของลูกศิษย์มาดื่มเหล้าด้วยกัน กฎเดิม หากไม่ใช่ก่อก าเนิดต้อง ยืนคีบกับข้าวดื่มเหล้า
ขนบธรรมเนียมประจ าตระกูลเรียบง่ายไม่เหมือนใคร
เรื่องประเภทนี้คาดว่าก็มีแต่ผูเหอเท่านั้นที่ทาได้ อีกทั้งยังทาได้ โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู ้สึกว่าสมเหตุสมผลตามหลักฟ้ าดินอีกด้วย
แต่ว่าทุกวันนี้มีลูกศิษย์ผู้สืบทอดเพิ่มมาอีกสองคน เหย่ตู้นั่งกิน นั่งดื่มอยู่ตลอด เซวี่ยโจวกลับเข้าเมืองตาหลิ่วหลิ่วตาตาม ยืนกินข้าว ยืนดื่มสุราคารวะพร ้อมกับพวกศิษย์พี่ชายหญิงและศิษย์หลาน ทั้งหลาย
ขอแค่เป็ นงานเลี้ยงสุราบนภูเขาที่ผูเหอเข้าร่วม เซียนดินโอสถ ทองก็ไม่มีคุณสมบัติจะได้นั่ง อยากมาก็มาไม่อยากมาก็ช่าง อยาก
ดื่มก็ดื่ม ไม่อยากดื่มก็เรื่องของเจ้า ล้วนไม่ขัดต่อการชอบดื่มสุราและ ชอบเข้าข้างคนกันเองของผูเหอ มีฉายาว่า “ฝนที่ตกมาทันกาลของ หลิวเสียทวีป” ไม่ว่าจะเป็ นเรื่องอะไรที่มิอาจเปิดเผย ยกตัวอย่างเช่น อยากแก้แค้นส่วนตัวแต่แก้แค้นไม่ส าเร็จ ขอแค่ได้รู ้จักกับผูเหอ แล้ว ให้เซียนกระบี่ผู้เฒ่าดื่มเหล้าอย่างเต็มคราบ ผูเหอก็ไม่เคยพูดจา ใหญ่โตหรือรับปากใครบนโต๊ะสุรา แต่พอผ่านเวลาไปชั่วระยะหนึ่ง อีกฝ่ายก็มักจะไม่ต้องแก้แค้นอีกแล้ว
ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ เหย่ตู้ก็ยังคงไม่ชอบใต้หล้าไพศาล เลยสักนิด
อยู่กับศิษย์พี่ชายหญิงร่วมสานัก หรือไม่ก็ผู้ฝึ กตนในสานักที่ อายุมากแล้วแต่กลับต้องเรียกตนว่าอาจารย์ลุงน้อย อาจารย์อาน้อย หรือแม้กระทั่งเรียกว่าอาจารย์ลุงไท่ซ่าง อาจารย์อาไท่ซ่าง หากเหย่ตู้ เจอพวกเขาก็ไม่เคยยิ้มให้ คร ้านจะผงกศีรษะตอบรับด้วยซ้า ไม่ยินดี จะท าตัวใกล้ชิดสนิทสนมอย่างเสแสร ้ง เหย่ตู้มีแค่ความคิดเดียว ข้า ฝึกกระบี่ของข้าภายในเวลาร ้อยปีต้องสร ้างชื่อเสียงให้ตัวเองให้ได้ ถึง จะไปเยือนใต้หล้าห้าสีได้
ทว่าเหย่ตู้กลับเลื่อมใสพวกเฉากุ่นสามคนมาก
ผู้ฝึ กกระบี่ที่เคยอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน จาเป็ นต้องให้ความ เคารพกันหน่อย เว้นจากหมี่ปักลายบุปผาที่เห็นขอบเขตหยกดิบเป็ น ข้าวที่กินประจาวัน
เฉากุ่นยิ้มถาม “ได้ยินเซวี่ยโจวบอกว่าเนื่องจากคุณสมบัติของ นางธรรมดา ไม่เป็ นที่ชื่นชอบของอาจารย์ เจ้าก็เลยอยากจะจับนาง โยนไปให้คนอื่นอยู่เสมอหรือ?”
เหย่ตู้กลอกตามองบน นังหนูผู้นั้นเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก! ดูสิดู ขนาด เรื่องแบบนี้ก็ยังเอามาฟ้ อง เป็ นคนประเภทที่ไม่ยอมเสียเปรียบใครสัก
นิดเลยจริงๆ
ผูเหอไม่โกรธกลับกันยังหัวเราะชอบใจ “อย่าไปฟังนางพูด เหลวไหล เป็ นเรื่องคว้าลมจับเงาโดยแท้ ไม่มี ไม่มีเรื่องแบบนี้ เด็ดขาด!”
พูดตามมโนธรรมในใจ ผูเหอคิดว่าตัวเองไม่เชี่ยวชาญการ ถ่ายทอดเวทกระบี่มรรคกถาจริงๆ ดังนั้นแรกเริ่มเกี่ยวกับการจัดการ กับเซวี่ยโจว ปีนั้นแผนการแรกเริ่มสุดที่ผูเหอคิดไว้ก็คือจะปรึกษากับ ลูกศิษย์คนนี้ก่อน ดูว่าจะโน้มน้าวให้เซวี่ยโจวเปลี่ยนสานักได้หรือไม่ เชื่อว่าผลสาเร็จในอนาคตของนางจะต้องสูงกว่าเดิมแน่ นอน ยกตัวอย่างเช่นผูเหอจะให้บรรพจารย์หญิงคนหนึ่งในสานักของหลิว เสียทวีปที่ขอบเขตไม่สูง เป็ นแค่ขอบเขตหยกดิบ แต่ว่านางมีเงินเยอะ ให้นางอบรมปลูกฝังเซวี่ยโจวให้ดีๆ
นางถือเป็ นหนึ่งใน…คนรักของผูเหอได้กระมัง รู ้จักกันมานาน หลายปีแล้ว ทุกวันนี้นางก็เป็ นคนดูแลทรัพย์สินและคลังสมบัติของ สานักแห่งนั้น
ตอนนั้นการที่ผูเหอไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ นอกจาก ตัวเองอยากไปสร ้างวีรกรรมยิ่งใหญ่ไว้ที่นั่นแล้วก็เกี่ยวข้องกับการไม่ มีอะไรจะเสีย คิดทุ่มไหแตกให้แหลกของทางส านักบ้านตนด้วย
พูดถึงแค่ศิษย์พี่เจ้าสานักก็เคยทิ้งถ้อยคาดุดันไว้ต่อหน้าผูเหอ
ศิษย์น้องผู หากเจ้ายังทานิสัยเดิมไม่ยอมเปลี่ยน ข้าก็มีทางเลือก แค่สองทางแล้ว หากไม่ใช่ว่าข้าไม่เป็ นเจ้าส านัก ให้เจ้ามาเป็ นแทน พรรคเฟินตู๋ของพวกเราก็ต้องถูกท าลายด้วยมือของเจ้าไปทั้งอย่างนี้ ถือว่าจบเห่อย่างสิ้นเชิงแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าก็ต้องถูกข้าขับไล่ออก จากสานัก นับแต่นี้ไปไม่ใช่ผู้ฝึกตนทาเนียบของพรรคเฟินตู๋พวกเรา
อีก
ผูเหอถูกศิษย์พี่ที่ใจดาคนนี้ทาร ้ายจิตใจอย่างรุนแรง โชคดีที่ปี นั้นตนยกตาแหน่งเจ้าสานักให้เขาไปแล้ว
ด้วยความโมโห ผูเหอจึงไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ที่อยาก ไปมานานแล้ว
ผลคือถูกเจ้าชาติสุนัขบางคนหลอกเอา บนโต๊ะสุราเรียกขานกัน เป็ นพี่เป็ นน้อง พูดจาหนักแน่นน่าเชื่อถือว่าหมี่อวี้ผู้นั้นก็คือขอบเขต หยกดิบเศษสวะที่หมื่นปีไม่เคยมีมาก่อนของกาแพงเมืองปราณกระบี่ มะพลับนิ่มแบบนี้ไม่บีบย่อมผิดต่อปราณกระบี่อันไร ้เทียมทานเป็ น เอกในหนึ่งทวีปของพี่ใหญ่ผูแล้ว
ชื่อเสียงที่เท่ากับว่าได้มาเปล่าแบบนี้ หล่นลงบนพื้นไม่เก็บขึ้นมา เรียกได้ว่าขัดต่อคุณธรรม ฟ้ าก็มิอาจทนรับได้
หากไม่เป็ นเพราะว่าขอบเขตของข้าสูงกว่าหมื่อวี่สองขั้น ก็คง จะต้องถามกระบี่กับเขาทุกวัน ชัยชนะของข้าจะต้องพุ่งพรวดๆๆ พุ่ง แล้วพุ่งอีก…
ผูเหอเองก็รู ้สึกละอายใจต่อส านักบ้านตนอยู่บ้างจริงๆ จึงคิดว่า หากถามกระบี่ได้ส าเร็จก็จะกลายเป็ นบุคคลคนแรกในประวัติศาสตร ์ ของใต้หล้าไพศาลที่ถามกระบี่ชนะผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเดียวกันของ กาแพงเมืองปราณกระบี่!
ออกมาจากโต๊ะเหล้าก็กระหืดกระหอบไปถามกระบี่กับหมี่อวี้ ทั้ง คู่ต่างก็เป็ นขอบเขตหยกดิบ ผูเหอยังขึ้นชื่อว่าพลังพิฆาตโดดเด่น วิธีการชั่วร ้ายมีมากมายในบรรดาห้าขอบเขตบนของบ้านเกิดอีก ด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็ นเรื่องง่ายดายเหมือนหยิบมาใช ้ได้ทันที
แรกเริ่มให้ตายอย่างไรหมี่อวี้ก็ไม่ยอมรับกระบี่
“ข้าไปหาเรื่องเจ้าหรือ?”
“ข้าถามกระบี่กับเจ้า จะดีหรือ? ไม่สู้เปลี่ยนคนใหม่ ไปหาชุนจวี้ เฉวียนหรือไม่ก็เกาขุยเถอะ
“เอาชนะข้าได้แล้วจะมีศักดิ์ศรีมีหน้าตาให้พูดถึงจริงๆ หรือ?”
ผูเหอยิ่งฟังก็ยิ่งแน่ใจ ยิ่งมาดมั่น จึงเริ่มใช ้วิธียั่วยุ แล้วยังเป็ นท่า ไม้ตายที่เจ้าชาติสุนัขผู้นั้นสอนให้ผูเหอด้วย
อันที่จริงก็แค่ประโยคเดียว
“หมี่ฮู่มีน้องชายที่รักอย่างเจ้าก็ช่างเป็ นบุญกุศลที่สั่งสมมาเมื่อ ชาติก่อนจริงๆ”
แล้วก็จริงดังคาด หมี่อวี้ที่เดิมทียังเอ้อละเหยลอยชาย หน้าดา ทะมึนตอบตกลงกับการถามกระบี่ครั้งนั้นทันที
ผลคือหากไม่เป็ นเพราะสุดท้ายหมี่อวี้เก็บกระบี่ ออมมือไว้ไมตรี ผูเหอก็เกือบจะโดน “ผ่าเอว’ แล้ว
เจ้าชาติสุนัขบอกว่าหมื่อกี้ก็คือหมอนปักลายบุปผาที่มีแต่ ขอบเขตหยกดิบว่างเปล่าเอาเรี่ยวแรงไปใช ้กับบนร่างสตรีหมดแล้ว ไม่ใช่หรือ?
รอกระทั่งผูเหอที่กล้าเดิมพันก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ไปคิด บัญชีกับเจ้าชาติสุนัขผู้นั้น เขากลับถูกอีกฝ่ ายโยนความผิดใส่ ด่า ว่าผูเหอทาให้เซียนกระบี่ของไพศาลพวกเราขายหน้ากันหมดแล้ว เขาอาเหลียงไม่มีพี่น้องที่ไม่ได้เรื่องอย่างนี้ วันหน้าเดินอยู่บนถนนก็ ให้เป็ นน้าบ่อที่ไม่ยุ่งกับน้าคลอง แสร ้งทาเป็ นว่าไม่รู ้จักกันไปก็แล้ว กัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!