เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1112

คงเป็ นเพราะสภาพของผูเหออเนจอนาถมากจริงๆ จึงยังเอ่ย ปลอบใจมาประโยคหนึ่งว่า ก็แค่แพ้ในการถามกระบี่เท่านั้น เรื่อง ใหญ่แค่ไหนกันเชียว ก็หนีไม่พ้นว่าต้องท าตามสัญญา อยู่ที่กาแพง เมืองปราณกระบี่หนึ่งร ้อยปีก็เท่านั้น พวกเราสองพี่น้องจะได้อยู่เป็ น เพื่อนกัน นี่จะไม่กลายเป็ นเรื่องเล่าขานอันงดงามหรอกหรือ

สุนัขสมกับเป็ นสุนัขจริงๆ

เรื่องราวในอดีตไม่อยากจะหวนนึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงก็ต้องหลั่ง น้าตาอาบหน้าเสมอ

เพียงแต่ว่าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ ายก็เอ่ยประโยคหนึ่ง บอกว่าเจ้าผู้ เหอจะไม่เสียใจภายหลังที่ได้อยู่ที่นี่นานร ้อยปี

แน่นอนว่าผูเหอในเวลานั้นต้องไม่เชื่อ

ตอนนี้มาลองคิดดู เจ้าชาติสุนัขผู้นั้นก็พูดจาภาษาคนจริงเสีย ด้วย

ครึ่งคืนหลัง เซวี่ยโจวเป็ นคนประสาน รับผิดชอบสานสัมพันธ ์พา ตัวอ่อนเซียนกระบี่แปดคนจากกาแพงเมืองปราณกระบี่ให้มาพบเจอ กันอีกครั้งที่ต่างบ้านต่างเมือง

คราวก่อนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมพวกเขาไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไร วันนี้กว่าจะปลีกตัวจากอาจารย์มารวมกลุ่มพูดคุยกันที่นี่ได้ไม่ใช่เรื่อง ง่าย

อายุใกล้เคียงกัน ต่างกันไม่มาก แต่อันที่จริงบรรยากาศกลับไม่ ค่อยกลมเกลียวนัก ไม่มีภาพบรรยากาศที่คนบ้านเดียวกันเจอคน บ้านเดียวกัน น้าตาไหลอาบหน้าอย่างที่คนนอกคิดเอาไว้

ต้องรู ้ว่าอวี๋ชิงจางสองคนคือคนที่ติดตามอิ่นกวานหนุ่มออกจาก ก าแพงเมืองปราณกระบี่ไป แล้วยังเคยไปฝึกตนอยู่ที่ภูเขาลั่วพั่วของ แจกันสมบัติทวีปอยู่พักหนึ่ง

จินหลวนกับซุนจ่าวมองหน้ากันตาปริบๆ อวี๋ชิงจางกับเฮ้อเซีย งถิงคิดอะไรอยู่กันแน่? อาจารย์ที่พวกเขาหามาคืออวี่เยว่ ดูเหมือนว่า จะเป็ นแค่ขอบเขตหยกดิบเท่านั้นไม่ใช่หรือ?

พวกนางไม่ได้ดูแคลนอาจารย์ผู้เฒ่าอวี๋ เพียงแต่ว่าไม่ว่าจะมอง อย่างไร ในเมื่อไปถึงภูเขาลั่วพั่วแล้วยังจากมาก็ไม่น่าจะใช่การเลือก ที่ดีอะไรกระมัง?

เหย่ตู้พูดจาไม่เกรงใจมากที่สุด แค่เปิดปากก็พูดเหน็บแนมทันใด “พวกเจ้าสองคนสมองมีปัญหาหรือไร? ภูเขาลั่วพั่วดีๆ ไม่ยอมอยู่ มี โอกาสที่จะได้เป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของใต้เท้าอิ่นกวานแล้ว แต่ดัน ติดตามผู้ฝึกกระบี่เฒ่าขอบเขตก่อกาเนิดคนหนึ่งพเนจรไปทั่ว หาก เป็ นข้าก็อย่าว่าออกมาจากภูเขาลั่วพั่วด้วยตัวเองเลย ต่อให้ใต้เท้าอิ่

นกวานไล่ข้า ข้าก็ไม่ไป การกระทาเช่นนี้ถือว่า…ศิษย์พี่หญิงเซวี่ย โจว ท่านชอบอ่านหนังสือ ท่านลองบอกหน่อยสิ”

เซวี่ยโจวเอียงหัว ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “ตอบแทนบุญคุณด้วย ความแค้น? คากล่าวนี้ออกจะแรงไปหน่อย เปลี่ยนมาเป็ นคนเนรคุณ น่าจะค่อนข้างแม่นย ากว่า”

จวี่สิงเองก็ไม่เข้าใจการเลือกของคนทั้งสองเช่นกัน เพียงแต่ว่า เด็กหนุ่มไม่ชอบพูดคุยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว บวกกับที่เหย่ตู้ช่วย เปิดปากพูดไปแล้ว เขาก็ยิ่งคร ้านจะพูด

เฮ้อเซียงถิงสีหน้าเขียวคล้า สองมือกาหมัดแน่น เห็นได้ชัดว่า โมโหไม่เบา

อวี๋ชิงจางกลับพูดด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “พวกเราอยากให้ใคร เป็ นอาจารย์ก็เรื่องของพวกเรา เกี่ยวผายลมอะไรกับเจ้าด้วย ผ่านไป อีกสิบปี คาดว่าเจ้าก็น่ าจะยังเป็ นขอบเขตชมมหาสมุทรอยู่ เหมือนเดิม ถึงเวลานั้นก็ค่อยมาดูว่าจะยังมีความกล้าพอจะพูดแบบนี้ กับพวกเราหรือไม่”

เหย่ตู้หัวเราะหยัน “ก็คอยดูกัน”

เดิมทีเชี่ยชงฮวาเป็ นคนเสนอความคิดให้พวกเขาและลูกศิษย์ทุก คนทาการถามกระบี่กันทุกๆ หกสิบปี แบ่งแยกสูงต่า จัดลาดับรายชื่อ

ดังนั้นผู้ฝึกกระบี่กลุ่มของพวกเขา คู่ต่อสู้ในใจที่แท้จริง หรือควร จะพูดว่าคนที่ต้องการแซงหน้าไปให้ได้ ต่างก็รู ้สึกว่ามีแค่เฉินหลี่ที่มี ฉายาว่า “อิ่นกวานน้อย” เท่านั้น

แน่นอนว่าก็มีผู้ฝึกกระบี่อย่างชุนจ่าวที่รู ้สึกว่าต่อให้ตัวเองอยู่รั้ง ท้ายก็ไม่เป็ นไร ถึงอย่างไรการประลองทุกๆ หกสิบปี แพ้ครั้งนี้ก็ยังมี

คราวหน้า

เซวียโจวยิ้มถาม “ได้ยินมาว่าพวกเจ้าเคยเจอเผยเฉียนแล้ว?” จวี่สิงเพียงแค่พยักหน้า

เฉามู่กลับเริ่มพูดร่ายยาวเหมือนเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่ พูดถึงวิชาหมัดที่ไร ้เทียมทานของพี่หญิงเผยผู้นั้น ปีนั้นตอนที่อยู่ใน ศาลเหลยกงของธวัลทวีปก็ยังสามารถถามหมัดกับหลิ่วสุ้ยอวี๋ที่ ขอบเขตสูงกว่านางหนึ่งขั้น ตีกันอย่างมีรุกมีรับ!

จวี่สิงกับเฉามู่ ตอนที่พวกเขาออกจากบ้านเกิดเพิ่งจะอายุเจ็ด แปดขวบ เมื่อเทียบกับเฉามู่ที่นิสัยค่อนข้างร่าเริงแล้ว เห็นได้ชัดว่าจวี่ สิงสุขุมหนักแน่นมากกว่า ค าพูดท่าทางการกระท าในเวลาปกติ และ ยังมีสภาพจิตใจของเขาล้วนหนักแน่นเหมือนคนแก่คนหนึ่ง

บ้านที่บ้านเกิดของเฉามู่อยู่บนถนนเส้นเดียวกับกวอจู๋จิ่ว พี่ หญิงกวอชอบเรียกตัวเองว่าเป็ น “ลูกศิษย์ปิ ดสานักชั่วคราวของ อาจารย์พ่อข้า

เมื่อหลายปีก่อน พี่หญิงเผยลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของใต้เท้าอิ่ นกวานมอบของขวัญพบหน้าให้กับพวกเขาสองคนเป็ นที่คั่นหนังสือ สองแผ่นที่ทาพิเศษของภูเขาลั่วพั่ว ท าจากใบไผ่สีเขียวปลั่งราวกับจะ คั้นน้าได้ ด้านบนเขียนถ้อยคาฝากฝังเอาไว้ให้

นั่นคือครั้งแรกที่เฉามู่เห็นจวี่สิงรับของขวัญจากคนอื่นหลังจาก ติดตามอาจารย์มาถึงใต้หล้าไพศาล ก่อนหน้านั้นระหว่างที่เดินทาง ท่องไปในเกราะทอง หลิวเสียและธวัลสามทวีป เซียนซือผู้อาวุโส หลายคนอยากจะมอบของขวัญให้ จวี่สิงจะต้องตีหน้าเคร่ง สองมือ สอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ จงใจแสร ้งทาเป็ นมองไม่เห็น ไม่เอ่ยอะไร สักค า

ต่อให้เฉามู่จะแค่ถามจวี่สิงในภายหลังเพียงประโยคเดียวก็ยัง ถูกจวี่สิงด่าจนน้าตานองหน้า เขายังข่มขู่นางด้วยว่าวันหน้าอย่ามา พูดกับเขา ไม่อย่างนั้นจะโดนซ ้อม

นี่ทาให้เชี่ยชงฮวาที่เป็ นอาจารย์ของเด็กน้อยสองคนซึ่งเป็ นดั่ง “คุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ เหนื่อยใจมากจริงๆ อีกทั้งลูกศิษย์สอง คนก็เลี้ยงได้ไม่ง่ายเลย คนหนึ่งมีความในใจมากมาย วันๆ ไม่ยอม พูดจา ชอบนั่งเหม่ออยู่เพียงลาพัง บางครั้งที่เปิดปากพูดก็มักจะเป็ น ค าพูดทิมแทงใจคน สามารถท าให้คนบ้านเดียวกันอายุเท่ากันร ้องไห้ เป็ นเผาเต่า ให้เซียซงฮวาที่เคยชินกับการถามกระบี่กับคนอื่นต้องไป ปลอบใจคนอื่น ทาให้นางเหนื่อยล้าสิ้นเรี่ยวแรงทั้งกายและใจอย่าง แท้จริง

ดังนั้นปี นั้นนางถึงได้บอกกับเผยเฉียนว่าอาจารย์พ่อของเจ้า เลี้ยงเด็กได้เก่งกว่าเป็ นอิ่นกวานเสียอีก

จินหลวนเอ่ยชื่นชม “ไม่เสียแรงที่เป็ นลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขา ของใต้เท้าอิ่นกวาน ตอนอยู่เกราะทองทวีป ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ก็ต้องได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับนางเสมอ”

จวนเซียนบนภูเขาและแคว้นทั้งหลายล่างภูเขาของเกราะทอง ทวีป ส าหรับปรมาจารย์ผู้ฝึกยุทธหญิง “เจิ้งเฉียน” ผู้นั้นเรียกได้ว่า ชื่นชมเลื่อมใสจนเลื่อมใสไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

อันที่จริงสถานการณ์ที่ผู้ฝึกกระบี่พูดคุยถึงผู้ฝึกยุทธไม่ได้มีให้ พบเห็นบ่อยนัก

ครั้งแรกที่เฮ้อเซียงถิงกับอวี๋ชิงจางได้พบเผยเฉียนคือที่หาดหิน หวงเฮ้อของพื้นที่มงคลถ้าเมฆาใบถงทวีป

ในความทรงจา นางคือหญิงสาวที่มัดผมเป็ นมวยทรงกลม สะอาดสะอ้านคล่องตัวคิ้วตาแยกจากกันอย่างชัดเจน

ต่อให้ตอนที่นางอยู่ข้างกายใต้เท้าอิ่นกวานก็ดูเหมือนว่าจะยัง พูดไม่มาก

หากไม่เป็ นเพราะเผยเฉียนเคยมีการคุมเชิงที่บรรยากาศตึง เครียดกับเย่อวิ๋นอวิ๋นแห่งผูซานทาให้คนจดจาได้อย่างลึกซึ้ง คาดว่า คงจะทาให้คนรู ้สึกว่านางคือสตรีอ่อนโยนที่รู ้มารยาท วางตนอย่าง สุภาพเมตตา

ดังนั้นรอกระทั่งพวกเขาไปถึงบ้านเกิดของใต้เท้าอิ่นกวาน ขึ้นไป บนภูเขาลั่วพั่ว เด็กน้อยทั้งเก้าจึงมักจะไม่อาจเอาภาพลักษณ์ของ “เจิ้งเฉียน” กับ “เผยเฉียน” มาทับซ ้อนเข้าด้วยกันได้

ส่วนใหญ่พวกเขาจะกริ่งเกรง หวาดกลัวเด็กหนุ่มผมขาวที่ถูก เรียกขานว่า “ศิษย์พี่เล็ก “ห่านขาวใหญ่” มากกว่า

บรรยากาศไม่ดี

เซวี่ยโจวเป็ นคนทาลายความเงียบขึ้นมาก่อน นางยิ้มเอ่ยว่า “ทะเลาะก็ส่วนทะเลาะ พวกเราก็ยังเป็ นคนบ้านเดียวกันอยู่ดีไม่ใช่ หรือ”

จวี่สิงพยักหน้า “วันหน้ามีเรื่องอะไรก็จาไว้ว่าให้บอกกล่าวกัน พวกเราอย่าเอาแต่รบกวนผู้ใหญ่ ยิ่งไม่ควรรบกวนใต้เท้าอิ่นกวาน”

อวี๋ชิงจางเอ่ยว่า “พวกเราเองก็ซาบซึ้งใจในตัวของอาจารย์เฉา มากเหมือนกัน”

จินหลวนถามอย่างสงสัย “อาจารย์เฉา?”

ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานที่ถูกแฉสีหน้าชะงักค้างไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ผู้ฝึกกระบี่นั่งกันอยู่เต็มห้อง กล้าทาแต่ไม่ กล้ารับหรือ?”

ซ่งเกาหยวนมองสบตากับเสวียนเซินแล้วยิ้มให้กัน

เฉากุ่นยังคงพูดด้วยน้าเสียงนุ่มนวลเสนาะหู โบกมือกล่าว “ผู้ อาวุโสอยู่ดีไม่ว่าดีก็โดนฟันไปหนึ่งที โมโหเดือดดาลเพราะเรื่องนี้ก็ เป็ นเรื่องปกติ ไม่ว่าใครก็หาข้อตาหนิไม่ได้ พวกเราเองก็เข้าใจ เพียงแต่ขอบอกอีกครั้งว่าไม่มีความจาเป็ นที่พวกเราจะต้องปฏิเสธ

ไม่มีความจาเป็ นนั้นเลยจริงๆ ขณะเดียวกันในเมื่อผู้อาวุโสมาเพื่อ แสวงหาทรัพย์สินเงินทองก็ควรท าการค้ากับราชส านักจินผูให้ดี ไม่มี ความจาเป็ นที่จะต้องคิดว่าสามารถอาศัยโอกาสนี้มาส าแดงบารมีใส่ พวกเราเพียงแค่เพราะอยากสร ้างความมั่นคงให้กับตาแหน่งผู้นา บุคคลอันดับหนึ่งบนภูเขาฝูเหยาทวีปของตัวเอง”

ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานปรบมือเบาๆ แสร ้งเอ่ยชื่นชมว่า “เจ้า เด็กน้อย ไม่เสียแรงที่เคยไปฝึกประสบการณ์ในสถานที่บางแห่งมา ก่อน แต่ละคนสุขุมเยือกเย็นไม่แพ้กัน ท าตัวเป็ นโจรแต่ใจไม่ฝ่ อ เพราะว่ามีที่พึ่งก็เลยไม่กลัวอะไรจริงๆ หรือ?”

ผู้ฝึ กกระบี่หญิงขอบเขตโอสถทองคนนั้นก็มีนิสัยเจ้าอารมณ์ เอ่ยเสียงเข้ม “ผู้อาวุโสซวีจวินจะต้องบีบคั้นกันขนาดนี้เลยหรือ?”

คนผู้นี้มีฉายาว่าซวีจวิน ชื่อจริงคือหวังเจี่ย อยู่ในฝูเหยาทวีปแห่ง นี้เคยเป็ นขอบเขตหยกดิบที่ชื่อเสียงไม่โดดเด่น ไม่รู ้ว่าทาไม ทุกวันนี้ พอสะบัดตัวเปลี่ยนร่างก็กลายเป็ นขอบเขตบินทะยานเสียแล้ว

หากนางจาไม่ผิด ก่อนที่จะเกิดศึกใหญ่ คนผู้นี้ควบตาแหน่ง หลายหน้าที่ทั้งเจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้น ราชครูและผู้ถวายงานอันดับ หนึ่งของหลายแคว้น เป็ นเพราะคานวณได้อย่างแม่นย าว่าจะมีหายนะ จากอาวุธสงครามก็เลยรีบหลบไปซ่อนตัวอยู่นานแล้ว?

หวังเจี่ยพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย “อยู่ที่นี่ โอสถทองไม่มีสิทธิ์พูด”

นางกาลังจะลุกขึ้นยืนก็รู ้สึกเหมือนคนจมน้า ถูกปณิธานแห่ง มรรคาที่ยิ่งใหญ่ไพศาลขุมหนึ่งกดทับร่างไว้บนเก้าอี้ ทาให้ กระดุกกระดิกไม่ได้

เซี่ยซงฮวาเลิกคิ้ว ซ่งพิ่นพลันใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “ฟันเขาให้ตายไปเลยเถอะ”

อวี๋เยว่รอแค่คานี้อยู่เท่านั้น

ผลคือเวลานี้เอง ตรงหน้าประตูก็มีสตรีคนหนึ่งปรากฏตัว หนิงเหยามาแล้ว

ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานคนนั้นหันหน้าไปมอง จาอีกฝ่ายได้ก็ หน้าเปลี่ยนสีไปอย่างรุนแรง รีบใช ้ความคิดอย่างว่องไว คิดจะพูด ค าพูดเกรงใจตามมารยาทลักสองสามประโยคก็จะกลับแล้ว

นางยืนอยู่นอกธรณีประตู ถามว่า “สถานที่บางแห่งคือสถานที่ ใด? ไหนลองพูดให้ฟังสิ”

ใบหน้าหวังเจียเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง อันที่จริงเขาไม่มี ความคิดจะเปิดปากพูดแล้วพริบตานั้นบินทะยานผู้นี้ก็ใช ้วิชาหลบหนี ที่ตัวเองเชี่ยวชาญพร ้อมกับเวทอาพรางตาหลายชนิด

กระนั้นก็ยังถูกปราณกระบี่เฉียบคมเส้นหนึ่งแทงทะลุหัวใจ ด้านหลัง จากนั้นถูกแรงเฉื่อยมหาศาลกระชากไปกระแทกติดกาแพง ร่างทั้งร่างถูกปักตรึงอยู่บนผนัง

จิตหยินอยากจะออกจากช่องโพรงเดินทางไกล แต่กลับถูก ปราณกระบี่ฟันแหลก ถูกบีบให้ถอยกลับเข้าไปในร่างจริง กายธรรม ที่ล่องลอยเพิ่งจะเผยกายก็ถูกปราณกระบี่ซัดท าลายจนแหลกเละ

วิชาอภินิหารของบินทะยานผู้นี้มีความลี้ลับอาพรางมากยิ่งกว่า เพียงแต่เพราะแม่น้าแห่งกาลเวลาในห้องคล้ายจะถูกปราณกระบี่ ขัดขวางไว้จึงได้แต่ไหลถอยกลับ ประหนึ่งน้าที่ไหลทะลักย้อนกลับ กลายเป็ นความว่างเปล่า ทุกสิ่งที่ลงแรงไปล้วนเสียเปล่า

หนิงเหยาไม่แม้แต่จะหันไปมองขอบเขตบินทะยานกระดาษเปียก ผู้นั้น นางข้ามธรณีประตูเข้าไป คลี่ยิ้มให้กับผู้ฝึกตนหญิงโอสถทอง ที่ขอบเขตไม่สูง แต่กลับใจกล้าไม่น้อยคนนั้น

พวกเฉากุ่น ซ่งพิ่นต่างก็ลุกขึ้นยืน ทว่าทุกคนต่างก็รู ้ใจกันดีมาก ไม่มีใครเรียกหนิงเหยาว่าอิ่นกวาน

หนิงเหยาย่อมไม่ถือสาในเรื่องนี้ นางคิดแล้วก็ยังรู ้สึกว่าการ จัดการกับเรื่องประเภทนี้ยังคงเป็ นคนบางคนที่เชี่ยวชาญมากกว่า

ดังนั้นคนบางคนที่สวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวจึงรีบคีบยันต์จิต เดินทางมาถึงที่นี่ พริบตาเดียวก็มาโผล่ตรงหน้าประตู ก้าวข้ามธรณี ประตูเข้ามาแล้วกุมหมัดเขย่าสองสามที ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “เกิดอะไร ขึ้น?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!