เข้ามาในห้องโถงใหญ่ เฉินผิงอันที่ถูกหนิงเหยาเรียกตัวมา กะทันหันเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วก็ไม่ได้นั่งลง เพียงยื่นมือไป กดพนักเก้าอี้เบาๆ
เฉากุ่นก าลังจะเปิดปากพูด แต่กลับถูกเสวียนเซิงชิงพูดขึ้นก่อน เล่าต้นสายปลายเหตุให้ใต้เท้าอิ่นกวานฟังคร่าวๆ
ซ่งเกาหยวนหลุดหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ พลันรู ้สึกเหมือนตัวเอง ได้กลับไปที่คฤหาสน์หลบร ้อนอีกครั้ง
แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องหนึ่ง พออิ่นกวานหนุ่มมาเยือน พวกเขา ก็สบายกันได้ทันที
เฉินผิงอันฟังเรื่องราวคร่าวๆ แล้วก็ยิ้มเอ่ยอย่างกระจ่างแจ้ง “เรื่อง นี้หากจะคิดกันจริงๆ ก็คือบัญชีเลอะเลือนครั้งหนึ่ง พูดได้ว่าเป็ นการ ใส่ร ้ายพวกเจ้า แล้วก็พูดได้ว่าไม่ได้ใส่ร ้ายพวกเจ้าเช่นกัน เพราะ ก่อนหน้านี้คนที่ออกกระบี่ฟันหวังเจี่ยคือผู้ถวายงานคนหนึ่งของ ภูเขาลั่วพั่วข้า นางได้ยินว่าหวังเจี่ยกับฮ่องเต้ของราชสานักจินผูที่จิบ เหล้าด้วยกันเล็กน้อยเอ่ยคาพูดที่ไม่ค่อยน่าฟังนัก นางเองก็ค่อนข้าง เจ้าอารมณ์อยู่แล้ว ทุกวันนี้บนภูเขาลั่วพั่วก็เป็ นนางที่เห็นสถานะของ ผู้ถวายงานล้าค่าที่สุด ดังนั้นจึงทนไม่ไหวแอบปล่อยกระบี่ออกไป ถึง ได้มีความเข้าใจผิดในวันนี้เกิดขึ้น”
ในที่สุดเฉากุ่นก็หาโอกาสได้ จึงยิ้มเอ่ยว่า “ดูท่าเรื่องวุ่นวายครั้ง นี้คงเป็ นปัญหาที่พวกเราสร ้างให้ใต้เท้าอิ่นกวานเสียแล้ว”
ต่อให้เสวียนเซินจะเป็ นสุนัขรับใช ้แค่ไหนก็ยังเอ่ยคาประจบที่ “ไม่แยกแยะดีชั่ว” ออกมาไม่ได้ จึงได้แต่เปลี่ยนวิธีการพูดเสียใหม่ “ต้องขอบคุณผู้อาวุโสซวีจวินนะ พวกเราถึงได้พบหน้าใต้เท้าอิ่นก
วานอีกครั้ง”
ซ่งเกาหยวนกวาดตามองไปรอบด้าน พลันรู ้สึกเหมือนได้หวน กลับไปยังสถานที่เดิมอีกครั้ง ใบหน้าที่คุ้นเคยทั้งหลายผุดลอยขึ้นมา ในหัว
ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานคนนั้นยังคงถูกปักตรึงอยู่บนกาแพง หันหลังให้กับทุกคนมองไม่เห็นใบหน้าและสีหน้าของเขา
หนิงเหยาเข้าใจเฉินผิงอันได้เป็ นอย่างดี
ในเมื่อเขาเปิดปากพูดขนาดนี้แล้วก็หมายความว่าอยู่ไกลเกิน กว่าที่จะคลี่คลายความบาดหมางกันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงให้ตน สลายปราณกระบี่ที่ลอดทะลุทะลวงอยู่ในสิบสองช่องโพรงของ หวังเจี่ยไปนานแล้ว
เซี่ยซงฮวาสงสัยเป็ นทบทวี ใช ้เสียงในใจถามว่า “หนิงเหยาต่อสู้ ได้เก่งขนาดนี้เลยหรือ? เพราะเป็ นบุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าแห่ง หนึ่งก็เลยแข็งแกร่งมากเป็ นพิเศษหรือ?”
จาได้ว่าคราวก่อนหนิงเหยายังเป็ นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกาเนิด แม้ว่าข่าวที่เกี่ยวกับนครบินทะยานและใต้หล้าห้าสีในภายหลัง คนบน ยอดเขาล้วนรู ้กันหมด รู ้ว่าหนึ่งเหยาฝ่ าทะลุขอบเขตไปตลอดทาง สุดท้ายใช ้สถานะของผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยานกลายมาเป็ น บุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าอย่างถูกต้องชอบธรรม
ซ่งพิ่นประกบสองนิ้วอ้อมผ่านไหล่ไปแตะฝักกระบี่ยาว “ฝูเหยา” ที่สะพายไว้ด้านหลังเบาๆ ตอบว่า “บอกได้ยาก”
อันที่จริงนางเป็ นผู้ฝึ กกระบี่คนแรกที่สัมผัสได้ถึงการดารงอยู่ ของหนิงเหยา นี่ต้องยกคุณความชอบให้กับกระบี่ประจากายที่มี โชคชะตาเชื่อมโยงกับฝูเหยาทวีปของนางเล่มนี้เพราะอยู่ในสภาวะที่ ลี้ลับ ค่อนข้างคล้ายคลึงกับการที่ต่างฝ่ ายต่างสยบการาบซึ่งกันและ กัน
มีเพียงผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานเท่านั้นที่ถึงจะมีคากล่าวว่า แข็งแกร่งกับอ่อนด้อยคาว่าบินทะยานอ่อนด้อย หนันกวงจ้าวที่ถูก นักพรตเนิ่นกดหัวซ ้อมตอนอยู่บนเกาะยวนยางศาลบุ๋น แล้วถูกสิง กวานหาวซู่ตัดหัวที่หน้าประตูบ้านตัวเอง ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
ส่วนบินทะยานแข็งแกร่ง อันที่จริงก็สามารถแบ่งแยกย่อยไปได้ อีกสองชนิด ขอแค่ผู้ฝึกกระบี่เลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยานจะต้องเป็ น บินทะยานแข็งแกร่งแน่นอน หมื่นปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครเป็ นกรณี ยกเว้น
ประเภทที่สองก็ยกตัวอย่างเช่นเหวยเซ่อแห่งธวัลทวีปที่ในอดีต เคยสะบัดผู้ฝึกลมปราณรุ่นเดียวกันทิ้งไปไกลไม่เห็นฝุ่ น และยังมีจ้าว เทียนไล่แห่งจวนเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ฮว่อหลงเจินเหรินแห่ง ยอดเขาพาตี้ และบินทะยานประเภทนี้ก็มีคาเรียกขานที่ไพเราะซึ่งมี ความหมายยิ่งใหญ่อย่างมาก พวกเขาถูกเรียกว่าเป็ นตัวสารอง ขอบเขตสิบสี่
เฉินฉุนอันผู้รอบรู ้แห่งทักษินายตทวีปที่แบกตะวันจันทราไว้บน ไหล่ แน่นอนว่าก็อยู่ในอันดับนี้ด้วย
เหนือหนันกวงจ้าว ต่ากว่าพวกเทียนซือภูเขามังกรพยัคฆ์ ผู้ที่อยู่ ตรงกลางระหว่างนี้ยกตัวอย่างเช่นตู้เม่าแห่งใบถงทวีปและสวินยวน หวานเหยียนเหล่าจิ่งแห่งเกราะทองทวีปฯลฯ ก็ถือว่าเป็ นผู้ฝึ ก ลมปราณขอบเขตบินทะยานที่ค่อนข้างจะ “ธรรมดา” แล้ว ไม่อ่อน ด้อยแต่ก็แข็งแกร่งแบบมีขีดจ ากัด ยังอยู่ห่างจากพวกฮว่อหลงเจินเห รินในอีกระดับหนึ่ง
ส่วนบินทะยานใหม่ของฝูเหยาทวีปที่มีฉายาว่า “ซวีจวิน” ผู้นี้ แน่นอนว่าเป็ นคน “ล าดับอาวุโสเดียวกันกับ” หนันกวงจ้าว
เฉินผิงอันรู ้เรื่องวงในมากกว่าพวกเซี่ยซงฮวา ขอบเขตบิน ทะยานของหนันกวงจ้าว อันที่จริงไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่พวกเขาคิด ประลองเวทคาถากับนักพรตเนิ่น แน่นอนว่าต้องแพ้แต่หากสู้สุดชีวิต จริงๆ หนันกวงจ้าวก็ไม่ถึงขั้นพ่ายแพ้อย่างน่ าอนาถเพียงนั้น นอกจากนี้หาวซู่ยังได้เตรียมท่าไม้ตายยาวเป็ นพรวนไว้ให้กับหนันก
วงจ้าวโดยเฉพาะ ขอบเขตบินทะยานที่มีคุณวุฒิสูงคนหนึ่ง นั่งพิทักษ์ อยู่ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมบ้านตัวเอง แต่กลับยังถูกคนฟันหัวขาด ได้ เป็ นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ นี่ถึงได้ทาให้หนันกวงจ้าวถูกมองเป็ น บินทะยานอ่อนด้อย เพียงแต่ว่าคนตายไม่อาจเปิดปากอธิบายอะไรได้ อีกแล้ว
คนที่พลังพิฆาตสูงอย่างผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยาน เอาชนะผู้ ฝึ กลมปราณขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งได้ไม่ยาก แต่หากคิดจะ สังหารบินทะยานสักคน อันที่จริงกลับยากมาก
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ ฟุบตัวอยู่บนพนักทรง กลมของเก้าอี้ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายซวีจวิน ไม่จ าเป็ นต้องเก็บง า ฝีมืออีกต่อไปแล้ว เจ้าเสแสร ้งอย่างยากล าบากพวกเราแสร ้งท าเป็ น ไม่รู ้ นี่ก็ลาบากพวกเรามากเหมือนกัน ในเมื่อทุกคนต่างเป็ นคน ฉลาดก็อย่าได้เห็นอีกฝ่ายเป็ นคนโง่อีกเลย”
หวังเจี่ยได้ยินแล้วก็คล้ายจะชั่งน้าหนักผลได้ผลเสียอยู่ชั่วครู่ หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ไม่รู ้ว่าเขาใช ้วิชาอภินิหารอะไร เรือนกาย กลายเป็ นภาพลวงตา ภายใต้สถานการณ์อันตรายที่ร่างจริง จิตหยิน และจิตหยางกายนอกกายล้วนถูกปราณกระบี่ปักตรึงเอาไว้ เขายังคง มีร่างกายเพิ่มมาอีกร่างหนึ่ง ร่างนี้หันหน้ามาเผชิญหน้ากับผู้ฝึ ก กระบี่สิบกว่าคน คนผู้นี้มีรูปโฉมเป็ นบุรุษวัยกลางคน บนศีรษะสวม กวานสีทอง ประดับประดาด้วยอัญมณีถึงสองพันกว่าเม็ด มีต้นไม้
“ตอนนั้นผู้ฝึกลมปราณขอบเขตเซียนเหรินอย่างข้าจาเป็ นต้อง หลบเลี่ยงหายนะจากสงครามที่ถูกลิขิตมาในชีวิต ถึงจะมีหวังได้ พิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยาน แน่นอนว่าย่อมไม่อาจสร้างวีรกรรมได้ อย่างผู้ที่เป็ นความภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์ผู้นั้นได้ แน่นอนว่าก็ เอาอย่างเจินเหรินผู้เฒ่าอวี๋ที่ข้ามทวีปไปให้การช่วยเหลือไม่ได้ เหตุผล? ก็ต้องเป็ นเพราะว่าข้าตัดใจให้ตัวเองกายดับมรรคาสลาย ได้มาแค่ชื่อเสียงจอมปลอมที่กลายเป็ นเถ้าธุลี เวลาร ้อยปีผ่านไปก็ไม่ มีใครจ าได้อีกไม่ได้!”
“กลัวตายจึงหลบเลี่ยงสงคราม ปิดด่านหลบหายนะ แล้วอย่างไร? พวกเจ้าจะท าอะไรข้าได้? พูดประโยคที่ไม่น่าฟังสักหน่อย จิงเฮา ขอบเขตบินทะยานแห่งหลิวเสียทวีป ชงเชี่ยนที่เป็ นเซียนเหริน มีใคร บ้างที่ไม่ใช่ “หวังเจี่ยแห่งฝูเหยาทวีป?”
“วันนี้ข้าหลุดพ้นจากหายนะออกจากด่านก็ได้เป็ นบินทะยาน ฆ่า ข้า? เจ้าอิ่นกวานเฉินผิงอันคิดว่าตัวเองคือสิงกวานหาวซู่ที่อยู่โดด เดี่ยวเพียงลาพัง บอกว่าอยากจะไปไหนก็ไปได้จริงๆ หรือ? ตัดใจจาก ภูเขาลั่วพั่ว ตัดใจจากสานักกระบี่ชิงผิงได้? ตัดใจให้การสืบทอดของ
สายบุ๋นควันธูปกระจัดกระจายมิอาจสืบทอดต่อไปได้จริงหรือ? เจ้าไม่ กล้าฆ่าข้า แล้วหนิงเหยาจะกล้าหรือ? เหอะ บุคคลอันดับหนึ่งแห่งใต้ หล้าห้าสี ยศตาแหน่งที่น่ากลัว ขอบเขตที่ท าให้คนอิจฉา หากข้าเดา ไม่ผิด อันที่จริงหนิงเหยาก็น่าจะเป็ นขอบเขตสิบสี่แล้วกระมัง? ผลล่ะ เป็ นเช่นไร พอมาถึงที่ฝูเหยาทวีปแห่งนี้ก็จะทะเลาะกับ “ฝูเหยา” กระบี่ พกของซ่งพิ่น หนิงเหยาแค่รอไปก็พอ รอดูเถิดว่าวันหน้าจะยังพก กระบี่เดินทางมาเยือนใต้หล้าไพศาลได้สักกี่หน ในอนาคตจะ สามารถอยู่ได้นานสักกี่วัน”
ผูเหอร ้องเอ๊ะ ไอ้หมอนี่หน้าไม่อายอย่างมีเหตุมีผลเช่นนี้ก็ไม่ แปลกที่สามารถเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยานได้ ตนขาดตบะอยู่บ้างก็ เลยไม่เพิ่มกลับลด ขอบเขตถดถอยเป็ นก่อกาเนิดอย่างนั้นหรือ?
ซ่งพิ่นพลันเอ่ยว่า “บัญชีจากการสังหารหวังเจี่ยให้คิดลงบนหัว ข้า หลังจบเรื่องหากศาลบุ๋นชักไช ้เอาผิด ข้าจะรับผิดชอบเองคน เดียว เหตุผลก็เรียบง่ายมาก เขาคือขอบเขตบินทะยาน คิดอยากจะ เป็ นผู้น าเซียนซือในหนึ่งทวีป ส่วนข้าก็ต้องอาศัยกระบี่พกฝูเหยามา ดูดซับเอาโชคชะตาของทั้งทวีปมาหล่อหลอม ถือเป็ นการช่วงชิงบน มหามรรคาที่หากเจ้าไม่ตายข้าก็รอด ส่วนชะตาฟ้ าลิขิตที่มองไม่เห็น ข้าก็ไม่สนใจแล้ว ถึงอย่างไรคิดอยากจะควบคุมก็ควบคุมไม่ได้ ใต้ เท้าอิ่นกวานกับหนิงเหยา พวกเจ้ารับผิดชอบกันเอาเองก็แล้วกัน”
เซี่ยซงฮวากล่าว “รวมข้าไปด้วย ช่วยแบ่งเบาจากซ่งพิ่น แต่ข้า ไม่ไปดื่มชาที่สวนกงเต๋อหรอกนะ ดังนั้นหนิงเหยาจะต้องรับปากว่าจะ ส่งข้าให้ไปหลบภัยที่ใต้หล้าห้าสี”
หวังเจี่ยส่ายหน้า เอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุน “น้าเข้าสมองพวกเจ้า หรือไร? ยืนกรานจะสังหารข้าไปเพื่ออะไรกัน?”
อวี๋เยว่เอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมย “ผู้ฝึกกระบี่อย่างเราๆ หากไม่ทา เรื่องที่ใช ้แต่อารมณ์ จะต้องไปเยือนภูเขาห้อยหัวทาไม”
ผูเหอยกนิ้วโป้ งให้ “เจ้าคนนี้ ชั่วชีวิตไม่เคยทาเรื่องที่ร ้ายกาจ อะไรมาก่อน มีเพียงประโยคนี้ที่พูดได้ดี ข้านับถือ วันหน้าหากข้าอด ไม่ไหวด่าเจ้าอีก เจ้าก็เถียงคืนได้เลย”
หวังเจี่ยหยิบม้วนภาพที่เป็ นแกนหยกชิ้นหนึ่งออกจากมาชาย แขนเสื้อ ปล่อยให้ลอยอยู่เบื้องหน้าตัวเอง คลี่กางมันออกช ้าๆ คือ ภาพของภูเขาเซียนที่มีภูเขาเขียวน้าใสแห่งหนึ่ง เทือกเขาในภาพ เลื้อยลดคดเคี้ยว ผู้ที่ขึ้นเขาไปเยี่ยมเยือนเซียนตัวเล็กเท่าเมล็ดงา เดินตามกันเป็ นขบวนไม่ขาดสาย หวังเจี่ยประกบสองนิ้วคีบเอา บุคคลทั้งหลายในม้วนภาพออกมาเหมือนคีบถั่วลิสงยัดใส่ปากเคี้ยว ช ้าๆ เพื่อชดเชยตบะที่เสียไป ปราณแห่งมรรคาบนร่างที่ถูกปราณ กระบี่ของหนิงเหยาทาร ้ายถึงกับค่อยๆ ถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ หวังเจี่ยที่สีหน้ากลับมาสดใสเปล่งปลั่งอีกครั้งยิ้มเอ่ย “รู ้ว่าพวกเจ้า ไม่ได้ข่มขู่กัน สามารถลงมือท าได้จริง แต่น่าเสียดายที่คานวณพลาด ไปเสียหน่อย พวกเจ้าคิดว่าอิ่นกวานหนุ่มผู้นี้จะอนุญาตให้พวกเจ้า
ทุ่มเทด้วยราคาที่ใหญ่ขนาดนี้หรือ? ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่เฉินผิงอัน แล้ว”
ซ่งพิ่นคร ้านจะเปลืองน้าลายกับเขา กระบี่ “ฝูเหยา” ที่อยู่ ด้านหลังก าลังจะออกจากฝักแต่กลับถูกเฉินผิงอันยื่นมือออกมาจาก ชายแขนเสื้อ กดลงบนความว่างเปล่าสองที กระบี่ยาวเล่มนั้นก็ถูกกด กลับเข้าไปในฝักในเสี้ยววินาที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!