เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1115

ผู้ฝึ กกระบี่เซียนดินสองคนที่อายุค่อนข้างน้อย แย่นโฮ่วเต้า และเถียนเซียน พวกเขาเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ด้วยกัน บอกว่า อยากจะไปเป็ นเค่อชิงที่สานักกระบี่ชิงผิงใบถงทวีป

เฉินผิงอันย่อมไม่มีทางปฏิเสธ แล้วก็ไม่ต้องบอกกล่าวกับชุยตง ซานด้วยซ้า คาขอนี้มีผลในทันที พวกเขาสองคนก็ได้กลายเป็ น เค่อชิงของสานักเบื้องล่างแล้ว

คราวหน้าค่อยไปทาตามขั้นตอนในศาลบรรพจารย์สานักกระบี่ ชิงผิง ให้ผู้คุมกฏชุย เหวยเปิดสมุดท าเนียบหยกทองออก แค่บันทึก ชื่อลงไปเท่านั้น

ลูกศิษย์แบกจอบเล็กๆ มาขุดมุมกาแพงของสานักเบื้องบน อาจารย์กลับส่งตัวคนมีความสามารถไปให้สานักเบื้องล่างด้วยตัวเอง นี่เรียกว่าใช ้คุณธรรมตอบแทนความแค้นอาจารย์ใจกว้าง

เพราะห่านขาวใหญ่เป็ นเจ้าสานักของสานักเบื้องล่าง ดู เหมือนว่าจะท าอะไรไร ้คุณธรรมเกินไป ภูเขาลั่วพั่วไม่พอใจต่อเรื่องนี้ สักเท่าไร เด็กชายชุดเขียวเคยเสี่ยงตายพูดทัดทาน เตือนนายท่าน เจ้าขุนเขาของตัวเองว่าพวกเราต้องป้ องกันโจร ป้ องกันขโมย ป้ องกันตงซาน!

ตอนนั้นเจ้าขุนเขาเฉินทาท่ากระจ่างแจ้ง บอกว่าต้องให้ ความส าคัญสักหน่อย ถามเฉินหลิงจวินว่าคราวหน้าที่มีการประชุม ในศาลบรรพจารย์ที่คนของสองสานักบนล่างมารวมตัวกันที่ยอดเขา จี้เซ่อ จะกล้าพูดผดุงคุณธรรมหรือไม่

ตอนนั้นเฉินหลิงจวินเพิ่งจะลากพวกเทพเซียนผู้เฒ่าจิงไปดื่ม เหล้ามื้อเช ้ากันมาอย่างเต็มคราบ ความกล้าหาญก าลังโชติช่วง ตบ อกรับรองบอกว่าไม่มีปัญหาแน่นอน ได้เวลาทีจะต้องมีคนเดินหน้า ออกมาอย่างกล้าหาญ มาสาดน้าเย็นใส่หน้าห่านขาวใหญ่ผู้นั้นแล้ว

เถียนเซียนก็คือโอสถทองหญิงที่คุมเชิงกับหวังเจี่ยอย่างผึ่งผาย ก่อนหน้านี้

นางปลุกความกล้าถามหนิงเหยาว่า “เซียนกระบี่หนิง ข้าขอ พูดคุยกับท่านหน่อยได้ไหม?”

หนิงเหยาไม่รู ้ว่าควรจะหัวเราะหรือร ้องไห้ดี นี่คือวิธีตีสนิทแบบใด กัน?

แต่นางก็ยังถามว่า “อยากคุยเรื่องอะไร?”

เถียนเซียนเองก็เป็ นคนตรงไปตรงมา “ตอนนี้ในหัวของข้าว่าง เปล่ามีแต่เสียงหนึ่งๆ เซียนกระบี่หนิงโปรดให้ข้าสงบสติอารมณ์ สักครู่”

ก่อนจะออกจากประตูมา นางได้แอบกรอกเหล้าค าใหญ่ไปแล้ว สองคา ผลคือดูเหมือนว่าความกล้าจะยังไม่มากพอ ความกล้าที่นาง

อาศัยฤทธิ์สุราปลุกขึ้นมาล้วนเอาไปใช ้กับการพูดคุยเรื่องเป็ นการ เป็ นงานกับอิ่นกวานหนุ่มหมดแล้ว พอมาเจอหนิงเหยา ฤทธิ์สุราน้อย นิดนั่นก็ไม่พอใช ้แล้ว

หนิงเหยาหาเรื่องชวนคุยอย่างที่หาได้ยาก “เจ้ามาจากหอหลง หวังของนครรุ่ยเฉิงกระมัง ได้ยินมาว่าบรรพบุรุษบ้านเจ้าเคยไปเยือน กาแพงเมืองปราณกระบี่มาก่อน นอกเมืองมีจวนส่วนตัวของเซียน กระบี่อยู่หลังหนึ่ง นางมีความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับลู่จือ”

เถียนเซียนมีสีหน้าสดใส ใบหน้าแดงปลั่ง “ข้าก็คือผู้ฝึ กกระบี่ สายศาลองค์หญิงผ่านจื้อนครรุ่ยเฉิงของบรรพจารย์หง”

หนิงเหยาพยักหน้า

เฉินผิงอันจึงอธิบายความเป็ นมาของภาพวาดฝาผนังสายของ หอหลงหวังนครรุ่ยเฉิงกับศาลองค์หญิงฝานจื้อให้หนิงเหยาฟัง

คลื่นอารมณ์ของเถียนเซียนกระเพื่อมไหวอย่างตื่นเต้น ออกจาก บ้านมาครั้งนี้นางได้ก าไรก้อนใหญ่เลย ไม่เพียงแต่ได้เจอกับเฉินอิ่นก วาน ยังได้พูดคุยกับหนิงเหยาผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่ด้วย!

เถียนเซียนที่อยู่ในนครรุ่ยเฉิงก็มีชื่อเสียงของผู้มีความคิด บรรเจิดแห่งศาลบรรพจารย์ นางรู ้สึกว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้โดนเวท คาถาของ “ซวีจวิน” หวังเจี่ย ก็ดูเหมือนว่าจะผิดต่อการประสบพบ เจอในครั้งนี้

หลังจากนั้นก็คือผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกาเนิดคนหนึ่งที่ชื่อว่าหัว ชิงกง อยู่ในสามทวีปทางทิศตะวันตกของไพศาลก็เป็ นเซียนกระบี่ หญิงที่มากอานาจบารมี นางอยากจะไปเป็ นเค่อชิงที่สานักกระบี่หลง เซี่ยงของฉีถิงจี้ในทักษินาตยทวีป ผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อ แน่นอนว่านางไม่กล้าเพ้อฝัน

ผู้ถวายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถวายงานที่อันดับรายชื่อค่อน ไปช่วงหน้าๆ ตามหลักแล้วล้วนจะต้องมีเก้าอี้อยู่ในศาลบรรพจารย์

ย้อนกลับมามองเค่อชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อ ไม่ว่าจะกฎระเบียบ หรือเงินเดือนก็ล้วนสูงไม่เท่าผู้ถวายงาน ส านักใหญ่ จวนเซียนเล็ก โดยทั่วไปแล้วยิ่งมีเค่อชิงมากก็ยิ่งมีประโยชน์

แน่นอนว่ารูปโฉมที่ยังหนุ่มแน่นและบุคลิกที่โดดเด่นของเซียน กระบี่ผู้อาวุโสฉีก็เป็ นหนึ่งในเหตุผลเช่นกัน

เฉินผิงอันพยักหน้า “ข้าจะช่วยน าความไปบอกให้”

หัวชิงกงเอ่ยอย่างเกรงใจ “จะส าเร็จหรือไม่ก็ไม่เป็ นไร”

บอกตามตรง พูดว่าอยากจะไปเป็ นเค่อชิงของสานักวิถีกระบี่อีก แห่งหนึ่งต่อหน้าอิ่นกวานหนุ่มก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมอยู่แล้ว

เพียงแต่ว่าตระกูลของนางมีสายแยกอยู่ที่ทักษินาตยทวีป สร ้าง พรรคบนภูเขาแห่งหนึ่งที่พอจะถือว่าเป็ นอันดับสองได้อย่างถูไถ ขึ้นมา มีสถานะเค่อชิงของสานักกระบี่หลงเซี่ยงก็น่าจะให้การดูแลกัน ได้ดีกว่า

ผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งต่อให้จะบริสุทธิ์มากแค่ไหน จะมีความอิสระ ทางกายและใจมากกว่าคนอื่นมากเท่าไร แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็ น บุคคลในโลกมนุษย์ที่ยังคลุกคลีอยู่ท่ามกลางธุลีแดงหมื่นจั้ง

เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “หากบอกว่าจะเป็ นผู้ถวายงาน ข้าคงไม่กล้า รับรอง แต่เป็ นแค่เค่อชิง หน้าตาน้อยนิดแค่นี้ เซียนกระบี่ผู้อาวุโสฉีก็

น่าจะยังไว้หน้าข้าอยู่บ้าง”

มารดามันเถอะ เจ้าส านักฉีดักชิงเอา ‘กระบี่ส่วนตัว” ที่ไปซ่อน ตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ของเปลี่ยวร ้างซึ่งหวนกลับมายังบ้านเกิดไป ได้หลายคนขนาดนั้น

หากแม้กระทั่งหน้าตาน้อยนิดแค่นี้ก็ยังไม่ยอมให้กัน ถ้าอย่างนั้น ก็อย่ามาโทษหากข้าจะไปเยือนสานักกระบี่หลงเซี่ยงด้วยตัวเองแล้ว ท าตามอย่าง

พวกเฉากุ่นสามคนเดินออกมาจากห้องโถงพร ้อมกลิ่นสุราลอย พึ่ง นั่งลงบนขั้นบันไดหนิงเหยายึดไปแล้วฝั่งหนึ่ง พวกเขาจึงได้แต่ เบียดกันอยู่อีกฝั่งหนึ่งของใต้เท้าอิ่นกวาน นกปากซ่อมกับหอยกาบ ทะเลาะกัน ชาวประมงได้ผลประโยชน์ ตอนที่สุนัขรับใช ้สองคนอย่าง เฉากุ่นกับเสวียนเซินแย่งที่นั่งกัน ซ่งเกาหยวนทนมองต่อไปไม่ไหว จริงๆ มีผู้ฝึกกระบี่ที่ไหนประจบสอพลออย่างพวกเจ้ากันบ้าง ไม่เหลือ ศักดิ์ศรีหน้าตาแล้วจริงๆ ดังนั้นเขาจึงใช ้ไหล่ผลักเฉากุ่นกระเด็น เอา ก้นนั่งแปะลงไปกับพื้นก่อน ศาลาใกล้น้าได้ยลแสงจันทร ์ก่อน แล้วซ่ง เกาหยวนก็ยิ้มเอ่ยประโยคหนึ่งด้วยน้าเสียงที่เลียนแบบมาจากเกา

เสวียนตู้รองเจ้าขุนเขาแห่งส านักศึกษาไหลหยวน “ใต้เท้าอิ่นกวาน ลาบากแล้ว จะไปเป็ นแขกที่ตาหนักลู่เจี่ยวของพวกเราเมื่อไหร่ล่ะ?”

เฉินผิงอันยิ้มถาม “ครั้งนี้คงยัง เงินในมือขาดแคลน ไม่ได้เอา ของขวัญอะไรมาด้วย ใช่แล้ว ท าไมพวกเจ้าสามฝ่ ายถึงยังไม่ผูก สัญญาเป็ นพันธมิตรกันอีกล่ะ?”

ตาหนักลู่เจี่ยวของฝูเหยาทวีป พรรคคงหลิงของเกราะทองทวีป ส านักฟางชุ่นของหลิวเสียทวีป จนถึงตอนนี้สามฝ่ ายก็ยังไม่ลงนาม เป็ นพันธมิตรกัน หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่สนิทกัน ความสัมพันธ์ บนภูเขาธรรมดา แต่มีมิตรภาพที่เคยแลกชีวิตกันมาของพวกเฉากุ่ นสามคน บวกกับท่ามกลางสงครามใหญ่ครั้งนั้น ทั้งสามสานักต่างก็ เรียกได้ว่าเคยออกแรงทุ่มก าลังกันอย่างสุดชีวิตมาก่อน

เฉากุ่นอธิบายด้วยรอยยิ้ม “สานักทั้งสามฝ่ ายสะสมคุณ ความชอบทางการสู้รบกันมาพอแล้ว หลายปีมานี้ยุ่งอยู่กับการสร ้าง สานักเบื้องล่าง เพียงแต่ว่าไม่ได้ทาอะไรครึกโครมมากนัก ศาลบรรพ จารย์ของแต่ละฝ่ ายต่างก็ไม่ยินดีจะป่ าวประกาศเรื่องนี้ให้ใหญ่โต ที่ตั้งสานักเบื้องล่างของสานักฟางชุ่นพวกเราก็เลือกเป็ นที่ฝูเหยา ทวีปแห่งนี้ พรรคหลิงคงของเสวียนเซินเลือกไว้ที่หลิวเสียทวีป ที่ตั้ง สานักเบื้องล่างของตาหนักลู่เจี่ยวคือเกราะทองทวีป ถึงเวลานั้นค่อย ให้สานักเบื้องล่างเป็ นพันธมิตรกัน”

เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มเอ่ย “สานักเก่าแก่ทาอะไรก็มักมั่นคง รอบคอบเสมอ”

เฉินผิงอันพลันร ้องเอ๊ะ “ส านักฟางชุ่นของพวกเจ้า พรรคคงหลิง ของเสวียนเซินตาหนักลู่เจี่ยวมีใครนะ?”

ซ่งเกาหยวนแค่นเสียงออกจมูก ก่อนจะหัวเราะร่า “มีแต่ข้าที่ไม่ คู่ควรจะถูกเอ่ยชื่อสินะ”

เฉินผิงอันท าท่าพูดอย่างลับๆ ล่อๆ “เฉากุ่น เสวียนเซินอ่า พวก เจ้าสองคนไม่รู้อะไร ปี นั้นตอนที่เพิ่งเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน ข้ากับโฉวเหมียวช่วยกันวางแผน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ฝึกกระบี่ใน ท้องถิ่นกับผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นแตกแยกกันเกินไป ง่ายที่จะกลายมาเป็ น ปรปักษ์กัน จึงต้องครุ่นคิดหาวิธีที่ไม่ใช่วิธี นั่นก็คือแทรกสายลับเข้า ไปในค่ายทัพของแต่ละฝั่ง ยกตัวอย่างเช่นโฉวเหมียวให้หวังชินสุย กับกู้เจี้ยนหลงสนิทกับทางฝั่งของข้า ข้าก็ให้ซ่งเกาหยวนกับเติ้งเหลี ยงไปอยู่ฝั่งของพวกเขา เจ้าเติ้งเหลียงผู้นั้นดื้อรั้นไม่ยอมจานน คือ คนที่เห็นสาวงามก็ลืมเพื่อนตามแบบฉบับ พอได้ยินก็ไม่ยอมตอบตก ลง ไม่พูดถึงเขาดีกว่า แต่ด้วยเรื่องนี้ข้าต้องโน้มน้าวกับซ่งเกาหยวน อยู่นาน เจ้าเด็กนี่ที่มีความไม่พอใจอยู่เต็มท้องหน้าตาเต็มไปด้วย ความน้อยเนื้อต่าใจ ถึงจะยอมฝืนใจข่มกลั้นความอัปยศ “หักหลัง ฝ่ ายตนไปเข้ากับฝ่ ายศัตรู”

เฉากุ่นกับเสวียนเซินมองหน้ากัน อึ้งตะลึงอยู่นาน เป็ นพวกเราที่ เข้าใจซ่งเกาหยวนผิดไปหรือนี่?!

ซ่งเกาหยวนมึนงง ไม่อาจข้ามผ่านมโนธรรมในใจไปได้จริงๆ จึง ได้แต่ตอบไปตามสัตย์จริงว่า “ไม่มีเรื่องนี้สักหน่อย!”

ฝูเหยา เกราะทองทวีปสองแห่งนี้ หลังสงครามก็ไม่มีผู้ฝึ กตน ขอบเขตบินทะยานอีกแล้ว

ตามหลักแล้วบุคคลบนยอดเขาที่มีกลอุบายลึกล้าอย่างเทพ เซียนผู้เฒ่าจึงนี้ ฉวยโอกาสเข้ามาในช่องว่าง ไม่ว่าจะเป็ นการฮุบไว้

เพียงล าพังหรือร่วมมือกับใครมาครอบครองภูเขาเฉวียนเจียว ก็ยังไม่ ง่ายเหมือนคว้ามาอยู่ในมืออีกหรือ?

เพียงไม่นานก็มีผู้ฝึ กตนที่คิดว่าตัวเองเข้าใจจุดเชื่อมโยงของ เรื่องนี้ เซียนกระบี่ผู้เฒ่าแสร ้งท าเป็ นขอบเขตบินทะยานคนก่อนหน้า นี้ มีความเป็ นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็ นหลิวทุ่ยบุคคลอันดับหนึ่งของฝู

เหยาทวีปซึ่งมีสานักเบื้องล่างอยู่ที่หลิวเสียทวีป?

มีการประสานในนอกกันก่อน หลังจบเรื่องค่อยมานั่งลงแบ่ง สมบัติกัน?

ไม่เสียแรงที่เป็ นการ “ประลองอาคม” ระหว่างขอบเขตบินทะยาน สองฝ่ายร ้องรับแสดงละครให้พวกเราดู

เนี่ยชุ่ยเอ๋อใช ้เสียงในใจกล่าว “อาจารย์ เจิ้งตั้นผู้นั้นมาปรากฏ ตัวที่นี่หรือ?”

จิงเฮาหรี่ตาลง “ในเมื่อนางไม่ได้เผยกายที่หน้าประตูของนคร จักรพรรดิขาว ถ้าอย่างนั้นเจ้าสานักเกาที่ขาดไหวพริบไปปรากฏตัว อยู่ที่ไหน นางก็จะติดตามไปที่นั่น”

แม้ว่าเนี่ยชุ่ยเอ๋อจะไม่รู ้ว่าอาจารย์ใช ้เวทลับอะไรถึงสามารถ ติดตามร่องรอยของเซียนกระบี่หนุ่มเกาอี้ได้ ทว่าผีหญิงตนนั้นก็น่า รังเกียจจริงๆ ทาให้ถ้าสวรรค์ฉางอวี่ที่เดิมเป็ นของในกระเป๋ าของ อาจารย์แล้วเปลี่ยนไปเป็ นแซ่เกา

จิงเฮาลูบหนวดครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ตลอดทางมานี้ผู้นั้นพากันพูด อย่างครึกโครมว่าในภูเขาเฉวียนเจียวมีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยาน คนหนึ่งที่ปล่อยกระบี่อย่างเปิดเผย ขับไล่ทุกคนออกมาจากอาณา เขต?

ล้อเล่นอะไรกัน นี่มันเรื่องตลกใหญ่เทียมฟ้ าชัดๆ! ผู้ฝึ กกระบี่ ขอบเขตบินทะยานมีกันอยู่แค่ไม่กี่คน ทุกวันนี้ใครจะออกจากสานัก มาเดินเล่นเตร็ดเตร่ส่งเดช?

เดิมทีผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานของใต้หล้าไพศาลก็มีน้อย จนนับนิ้วได้ ทุกวันนี้เซียนกระบี่ใหญ่ในท้องถิ่นต่างก็ถูกศาลปุ่นระดม ก าลังให้ไปประจ าอยู่ตามท่าเรือต่างๆ ของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างหมดแล้ว ต่อให้เป็ นป๋ ายฉางบินทะยานใหม่ที่กลับมาอุตรกุรุทวีปปิดด่านแล้ว ออกจากด่าน เขาก็ต้องกลับไปที่สนามรบของเปลี่ยวร ้างตามกาหนด ส่วนภูเขาบางแห่งในบางทวีปทางทิศตะวันออก แน่นอนว่าไม่สามารถ ใช ้หลักการทั่วไปมาวัดประเมินได้ หรือว่าเฉินผิงอันจะมาเยือนที่แห่ง นี้?

จิงเฮาพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ “ซากปรักถ้าสวรรค์ฉางอวี่ ถ้าสวรรค์ น้อยใหญ่ร ้อยเรียงกันเหมือนช่องโพรงในร่างกายมนุษย์ แม้จะไม่ สมบูรณ์แบบเพราะแตกพังไปเกือบครึ่ง แต่กระนั้นก็ยังเป็ นพื้นที่ฮวง จุ้ยมงคลที่หากจัดการให้เหมาะสมก็มีโอกาสที่จะมีบินทะยานใหม่เพิ่ม มา แต่ส าหรับข้าและภูเขาชิงกงแล้ว เป็ นการปักบุปผาลงบนผ้าแพร มี แน่นอนว่าดีที่สุดเจ้ากับเกาเกิง วันหน้าใครที่เลื่อนเป็ นเซียนเหริน

ได้ก่อน เรื่องของการพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยานก็จะมีความมั่นใจ มากขึ้นแล้ว หากไม่มี ถ้าอย่างนั้นก็เพราะโชควาสนาของพวกเจ้า สองคนไม่มากพอ อาจารย์ก็ไม่ถึงขั้นเสียใจประหนึ่งหัวใจถูกฉีกทิ้ง อะไร กลับเป็ นเจ้าแห่งถ้าสู่ที่มองดูเหมือนสีหน้านิ่งเฉยผู้นั้นต่างหากที่ เจ็บปวดรวดร ้าวใจอย่างสุดแสน บดฟันจนฟันแทบจะแตกแล้ว ถ้า สวรรค์ฉางอวี่คือของที่คู่รักคู่นั้นรอคอยมานานหลายปี วาดหวังว่า จะต้องได้มาครอง จะได้บินทะยานคู่หรือไม่ก็อยู่ที่การกระทานี้ คือ การวางแผนระยะยาวที่หมายจะทาให้สาเร็จในครั้งเดียว ผลคือมีผี สาวตนหนึ่งโผล่มา แล้วนางยังบอกว่าตัวเองคือหุนเจ่อของนคร จักรพรรดิขาวด้วย ฮ่าๆ สู่หนันยวนกัดฟันกรอดๆ จนฟันเกือบแตก อาจารย์กลับข าก๊ากจนฟันเกือบร่วงออกจากปาก สะใจ สะใจนัก”

แรกเริ่มสุด การช่วงชิงถ้าสวรรค์ฉางอวี่ทั้งในทางลับและทางแจ้ง อยู่ในหลิวเสียทวีปถิ่นของบ้านตน ช่วงชิงโชควาสนานี้กับเซียนกระบี่ ผีเจิ้งตั้น จิงเฮาไม่กลัวนางสักนิด

คนที่ทาให้จิงเฮาต้องวางแผนดีดลูกคิดอย่างรอบคอบกลับเป็ นสู่ หนันยวนแห่งถ้าสวรรค์เทียนอวี๋ที่กาลังอยู่ในช่วงฉายประกายคมกริบ ขอบเขตบินทะยานใหม่ที่แอบสะสมคุณความชอบนอกกายไว้อย่าง หลบๆ ซ่อนๆ มากกว่า

ในอาณาเขตของทวีปแห่งหนึ่ง ต่างคนต่างเป็ นเพื่อนบ้านกัน บิน ทะยานเจอกับบินทะยาน น้องครั้งนักที่จะถูกชะตากัน

เนี่ยชุ่ยเอ๋อเองก็ไม่ชอบถ้าสวรรค์เทียนอวี่เช่นกัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคนรักของสู่หนันยวน

“อาจารย์จะไปพบเจ้าสานักเกาที่อายุน้อยมากความสามารถสัก หน่อย”

จิงเฮาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจได้ เขาอาพรางเรือนกาย ปล่อยให้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่อยู่ข้างกายรออยู่ที่เดิม บินทะยานเฒ่า กลับแฝงตัวเข้าไปในถ้าใต้ดินของภูเขาเฉวียนเจียวอย่างเงียบเชียบ

เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้อยู่บนภูเขาลั่วพั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้อยู่บนโต๊ะสุรา ยิ่งไม่มีเด็กชายชุดเขียวคอยยุให้ดื่มเหล้า พลัง อานาจของจิงเฮาในเวลานี้จึงราวกับเป็ นคนละคน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!