เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1120

บทที่ 1120.3 ชื่อบนกระดานทองคำ
การลงมีดของเฉินผิงอันเปลี่ยนมาเป็นจังหวะรุนแรงขึ้น เริ่มมีเค้าโครงของตราประทับเปล่าแล้ว เขาหยุดพักผ่อนครู่หนึ่ง นวดข้อมือ ถามว่า “วิธีการพวกนี้ของข้าจะสามารถขัดขวางการลอบโจมตีของอู๋โจวได้หรือไม่?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าไม่ได้รีบร้อนให้คำตอบ เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะก่อน ”เศษสวะที่เอาแต่ละโมบอยากเรียนรู้ทุกอย่างแต่ไม่ว่าอะไรก็ล้วนไม่เชี่ยวชาญอย่างชิงถง มีเพียงคุณสมบัติด้านการเรียนยันต์เท่านั้นที่ถือว่าพอถูไถ

สามารถเรียนรู้ ‘ยันต์ฉับพลัน” มาจากลู่เหล่าซานได้ คาดว่าต้องใช้เวลาสองสามร้อยปีกว่าจะทำให้ “เหมือนโดยจิตวิญญาณ” ได้อย่างถูไถ เพียงแต่ลู่เหล่าซานก็เรียนรู้ “สะพานหมื่นปี” มาจากอาจารย์ของเขาเหมือนกัน

ทำให้มันกลายเป็นผลงานจริงระดับรองไปแล้ว ชิงถงมาเรียนรู้ไปอีกก็สูญเสียความเป็นจริงไปอีกขั้น พอมาถึงเจ้า ก็ผ่านมาอีกมือหนึ่งแล้ว หึ”

เจ้าอารามผู้เฒ่าหยิบ ”ยันต์ความจริง” ที่สกุลลู่สำนักหยินหยางแผ่นดินกลางเป็นผู้สร้างขึ้นคนแรกขึ้นมาอีก พยักหน้าเอ่ยว่า ”ต่อให้ อู๋โจวจะมาเยือนไพศาลด้วยตัวเอง เจ้าอาศัยวิธีการหลากหลายพวกนั้น

บวกกับยันต์ฟันศพที่พอจะมีความหมายอยู่บ้างของเจ้าแผ่นนี้ หลังจากเรียกออกมาก็ไม่ต่างอะไรจากร่างจริง สามารถตายแทนได้

ใช้ติดต่อกันสามแผ่น ยันต์ฟันศพใช้ร่วมกับยันต์ฉับพลัน ขอบเขตถดถอยหนึ่งขั้น มากพอจะประคับประคองตัวให้คนอื่นมาช่วยเจ้าได้ ไม่มีอันตรายถึงชีวิต

แต่เงื่อนไขก็คืออู๋โจวแค่ช่วงชิงสมบัติ ไม่คิดจะฆ่าคน ขณะเดียวกันก็ไม่อยากถูกจอมปราชญ์น้อยจับตัวไปกินข้าวคุกอยู่ที่สวนกงเต๋อของศาลบุ๋นด้วย”

เฉินผิงอันถาม “มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะถูกอู๋โจวทำลายยันต์ติดต่อกันได้ถึงหกแผ่น?”

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย “ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? อู๋โจวมีอารมณ์สุนทรีพอที่จะเล่นซ่อนหาเป็นเพื่อนเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ?”

เฉินผิงอันง่วนทำงานของตัวเองต่อไป

เจ้าอารามผู้เฒ่าหยิบยันต์ใหญ่สามแผ่นที่วางเรียงกันบนโต๊ะขึ้นมาอีก ”ยันต์มุ่งสู่ดวงจันทร์ของลู่เหล่าซาน ยันต์ขวานหยกของอู๋ซวงเจียง บวกกับยันต์บินทะยานยามทิวาแผ่นนี้ จุ๊ๆ

จากลากันสามวันก็ต้องหันมามองกันเสียใหม่ เด็กหนุ่มขาเปื้อนโคลนในอดีต ทุกวันนี้สามารถช่วยถ่ายทอดมรรคาปกป้องมรรคาให้คนอื่นได้แล้ว

ทุ่มเงินทุนมากขนาดนี้ ถึงกับใช้ยันต์เขียวอัญเชิญร่างจริง คิดอยากจะใช้สามยันต์ร่วมกัน ซ้อนค่ายกลให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่จะช่วยนักพรตน้อยคนนั้นพิสูจน์มรรคาบินทะยานหลังจากที่บุญกุศลคุณความชอบสมบูรณ์พร้อมแล้วหรือ?”

เฉินผิงอันไม่แม้แต่จะเงยหน้า ยิ้มเอ่ยว่า ”ได้รับการไหว้วานจากคนอื่น คือเรื่องราวของผู้จงรักภักดี”

“แล้วทำไมถึงไม่เรียนรู้ยันต์อักษรเฉวียนของอาจารย์ซานซานจิ๋วโหวล่ะ?” เจ้าอารามผู้เฒ่าถาม

เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ ”เรียนไม่เป็น”

เจ้าอารามผู้เฒ่าส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่ามีความเห็นที่แตกต่าง

เฉินผิงอันรู้ใจได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ถามทันทีว่า “ปีนั้นผู้อาวุโสหลีเอ้อสอนหมัดให้ก็เคยเอ่ยคำพูดที่แปลกใหม่อย่างมาก

เขาบอกว่ากล้ามเนื้อของร่างมนุษย์มีหกร้อยสามสิบเก้าก้อน ก็คือขุนเขาคือเส้นทางมังกรในฟ้าดิน ยิ่งผู้ฝึกยุทธ์เต็มตัวเปิดภูเขามากเท่าไร…”

เจ้าอารามผู้เฒ่าตัดบทคำพูดของเฉินผิงอัน “ไม่ต้องพล่ามพูดความรู้ของการเรียนวรยุทธ์พวกนี้กับผินเต้า ไปคิดเอาเอง ไม่ต้องคิดจะหาคำตอบอะไรจากผินเต้าอีก”

หลังจากนั้นเฉินผิงอันก็แกะสลักหินไปเงียบๆ ตราประทับเปล่าทรงยาวสองชิ้น ในที่สุดก็สำเร็จเป็นรูปร่าง วัสดุริมขอบก็มีเหลือไม่น้อยจริงๆ

เจ้าอารามผู้เฒ่าพยักหน้า ”สามารถแกะสลักตัวอักษรได้แล้ว”

เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบไปตามตรงว่า ”สามพันอักษรจำเป็นต้องเขียนให้เสร็จในทีเดียว ต้องใช้พลังใจต่อเนื่องกัน ข้าแกะสลักไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่มีความมั่นใจ”

เจ้าอารามผู้เฒ่าจุ๊ปาก ”ผินเต้าไม่ก้มหัวให้ เจ้าก็ไม่แกะสลักตัวอักษรหรือ? เจ้าขุนเขาเฉินไม่ปล่อยความแค้นไว้ข้ามคืนจริงๆ เลยนะ”

เฉินผิงอันทำอะไรไม่ได้ ก่อนหน้านี้ตนหรือจะคิดได้ว่าวัสดุหินหยกชิ้นนี้จะแข็งขนาดนี้ ตอนนี้เหงื่อเปียกเต็มแผ่นหลังเขาแล้ว ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำด้วย

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย ”ตราประทับชิ้นนี้เจ้าสามารถเก็บไว้ก่อนได้ คราวหน้าที่ไปใต้หล้ามืดสลัวก็เอาไปมอบให้สวีเสวียนเจียที่ราชสำนักชิงชานด้วยตัวเอง”

เฉินผิงอันเหมือนยกภูเขาออกจากอก สามพันอักษรเขาไม่กล้าแกะสลักส่งเดช ส่วนกลอนต่าโหยวริมขอบของตราประทับเปล่าอีกชิ้นหนึ่ง ยังจะต้องเครียดอะไร

หากแกะสลักพลาดไปสักหน่อยก็ยังเรียกว่าเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ได้!

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “จำนวนตัวอักษรริมขอบ เจ้าตัดสินใจเอาเอง จะไม่แกะสลักก็ยังได้ แต่ตัวอักษรที่ลงตราประทับ สวีเสวียนเจียกลับมีข้อเรียกร้อง อีกทั้งวันนี้ผินเต้าต้องเอาไปพร้อมกันด้วย”

เฉินผิงอันจนคำพูดไปทันที เขาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนถามว่า “เนื้อหาเป็นคำว่าอะไร”

เจ้าอารามผู้เฒ่าลูบหนวดยิ้ม “ง่ายมาก แค่ประโยคเดียว”

เฉินผิงอันรีบพูด ”ข้าสามารถซื้อตราประทับชิ้นนี้จากผู้อาวุโสได้หรือไม่?”

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “เจ้ามั่นใจหรือว่าตัวเองจะจ่ายไหว?”

เฉินผิงอันเอ่ยเสียงเบา ”เชื่อไว้ก่อนได้ไหม?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าย้อนถาม ”เจ้าคิดว่าไงล่ะ?”

เฉินผิงอันอยากเอ่ยประโยคหนึ่งมากว่า ข้าคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย

เจ้าอารามผู้เฒ่าลูบหนวดยิ้มตาหยี เฉินผิงอันรู้สึกอ่อนใจเป็นทบทวี ”ประโยคไหนล่ะ?” ยิ่งคิดถึงเสี่ยวโม่แล้ว หากเสี่ยวโม่อยู่ด้วยก็ดีน่ะสิ

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ยเนิบช้า “สวีเสวียนเจียแห่งใต้หล้ามืดสลัวกับเฉินผิงอันแห่งใต้หล้าไพศาล เกิดวันเดียวเดือนเดียวปีเดียวกัน”

เฉินผิงอันชาไปทั้งหนังหัว ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเงียบๆ เหนื่อยใจยิ่งนัก

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าสวีเสวียนเจียต้องเป็นสตรีแน่นอน ก่อนหน้านี้ได้ยินเกาจวินกับจงเชียนพูดว่าเจ้าขุนเขาเฉินเคยเสียเปรียบมาก่อน

เฉินผิงอันถามหยั่งเชิง ”เปลี่ยนคำพูดใหม่ได้หรือไม่ ตัวอักษรด้านล่างตราประทับให้น้อยลงหน่อย ยกตัวอย่างเช่น “เป็นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกัน?”

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มถาม “ไม่สู้ให้ผินเต้าอยู่ที่นี่ต่ออีกหลายวัน เจ้าขุนเขาเฉินช่วยปกป้องมรรคาให้คนอื่น ผินเต้าช่วยปกป้องมรรคาให้เจ้า? จะไม่ใช่เรื่องเล่าอันงดงามบนภูเขาหรอกหรือ?”

เฉินผิงอันหน้าดำทะมึน

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนคำพูดใหม่” เฉินผิงอันเหมือนได้รับอภัยโทษ

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว “เปลี่ยนเป็นว่า “สวีเสวียนเจียแห่งใต้หล้ามืดสลัวกับเฉินผิงอันแห่งใต้หล้าไพศาล เกิดวันเดียวเดือนเดียวปีเดียวกันเป็นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกัน”

เฉินผิงอันทิ้งตัวนอนหงายไปกับพื้น สองเท้าวางพาดไว้บนโต๊ะ อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ข้าผู้อาวุโสไม่ปรนนิบัติรับใช้เจ้าแล้ว

ก่อนหน้านี้เจอกับอวี่เสวียนในดวงจันทร์เหนือทะเล เฉินผิงอันขอยันต์ที่สามารถอำพรางร่องรอยและแบ่งดวงจิตไปพักพิงได้สามแผ่นจากเจินเหรินผู้เฒ่า

นี่ก็คือการถามมรรคาต่อผู้ที่อยู่ในมรรคาเส้นนั้นโดยตรงแล้ว อวี่เสวียนจึงวาดยันต์ขนาดจิ๋วสามแผ่นและยันต์วิเศษ ‘เรือราตรี” อีกสามแผ่น สามารถเอามาใช้ด้วยกันได้ทั้งหมดสว่นมอบให้สหายเฉิน

เพียงแต่ว่าอวี่เสวียนไม่ลืมเตือนเฉินผิงอันว่ายันต์ที่สามารถให้ดวงจิตพักพิงได้สามแผ่นนี้ การอำพรางร่องรอยก็มีความสอดคล้องต้องกันกับตบะ

ทุกวันนี้เฉินผิงอันเป็นขอบเขตเซียนเหริน แบ่งดวงจิตออกมาก็เท่ากับว่ามีเซียนดินคนหนึ่งพิทักษ์พื้นที่ประกอบพิธีกรรมบนภูเขา แล้วก็ได้แต่หลอกขอบเขตหยกดิบเท่านั้น

บทที่ 1120.3 ชื่อบนกระดานทองคำ 1

บทที่ 1120.3 ชื่อบนกระดานทองคำ 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!