อีกทั้งตอนนั้นน่าหลันไฉ่ฮ่วนยังเอ่ยคำพูดประหลาด บอกกับอวิ่นเซียนว่าไม่จำเป็นต้องดูแคลนตัวเองเกินไป เรื่องอย่างการเข่นฆ่ากับผู้อื่น นางไม่ได้อ่อนด้อยอย่างที่ตัวเองคิด
เพียงแค่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ จำนวนมากเข้า ประสบการณ์โชกโชนแล้ว เจ้าอวิ่นเซียนก็จะต้องเป็นยอดฝีมือที่อำพรางตัวตนอย่างลึกล้ำ จะต้องเป็นปรมาจารย์ใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ในด้านนี้อย่างแน่นอน ขอบเขตหยกดิบเจอกับขอบเขตเซียนเหรินก็ไม่เป็นรองให้แม้แต่น้อย
อวิ่นเซียนได้ยินแล้วก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ ไม่กล้าเห็นเป็นจริงเป็นจัง คิดแค่ว่าเป็นคำพูดปลอบใจของเจ้าสำนักน่าหลันเท่านั้น
น่าหลันไฉ่ฮ่วนนั่งอยู่ตรงตำแหน่งเจ้าประมุขที่อยู่ตรงกลาง อ้าปากหาว ฟังเรื่องการประชุมที่อยู่ด้านล่าง นางไม่กระฉับกระเฉงเลยจริงๆ
ส่วนใหญ่เป็นผู้คุมกฎอวิ่นเซียนและคนที่นั่งในเก้าอี้อันดับหนึ่งของสถาบันเฉวียนฝูที่พูดคุยกัน
“ผู้มีคุณูปการ” อย่างกลุ่มของเถียนซู่ แต่ละคนหากไม่ได้รับอนุภรรยาคนใหม่ หรือจัดงานเลี้ยงสุรา ก็กลายเป็นว่าข้างกายมีสาวใช้หน้าตางดงามเพิ่มมาหลายคน
ต่างก็เป็นการแสดงความเคารพและกตัญญูของพรรคบางส่วนที่ต้องการสวามิภักดิ์ต่อสำนักอวี่หลง ไม่มอบเงินให้ก็มอบสตรีให้ หรือไม่ก็มอบให้ทั้งสองอย่าง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนมองบุคคลอันดับสี่ของสำนักอวี่หลงอย่างเถียนซู่ที่เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่ง ฝ่ายหลังนั่งตัวตรงอย่างสำรวม ทำท่าเหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ อีกทั้งสายตายังมองตรงไม่ล่อกแล่ก
ทุกวันนี้ตาแก่บ้ากามผู้นี้ถือว่าเป็นคนซื่อตรงได้แล้วจริงๆ
เพียงแค่เพราะน่าหลันไฉ่ฮ่วนที่เป็นเจ้าสำนักคนใหม่ ก่อนหน้านี้ไม่นานได้เป็นฝ่ายไปเป็นแขกที่เกาะชื่ออวิ๋นด้วยตัวเอง พอเจอหน้ากัน นางไม่ได้โอภาปราศรัยอะไรทั้งนั้น ก่อกำเนิดเฒ่าที่เป็นเจ้าบ้านซึ่งรีบร้อนออกมาต้อนรับก็โดนกระบี่ไปหนึ่งที
น่าหลันไฉ่ฮ่วนถามไปประโยคหนึ่งว่า เข้าใจแล้วหรือยัง?
ก่อกำเนิดเฒ่าหยัดร่างให้มั่นคง นิ่งคิดอยู่พักหนึ่งก็พยักหน้าเงียบๆ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนถามอีกประโยคหนึ่งว่า ให้โอกาสเจ้า ต้องการถอยออกไปจากทำเนียบของสำนักอวี่หลงหรือไม่?
ก่อกำเนิดเฒ่าถามว่าจากไปอย่างมีชีวิตอยู่ สามารถถอนตัวออกไปได้ทั้งตัว หรือว่าต้องถอนตัวออกไปพร้อมความตาย ถูกตัดชื่อออกจากทำเนียบ
น่าหลันไฉ่ฮ่วนไม่ได้เอ่ยอะไร
ก่อกำเนิดเฒ่าจึงบอกว่าตนยินดีอยู่ที่สำนักอวี่หลงหนึ่งร้อยปีโดยที่ไม่รับเงินเดือน ไม่ได้แสดงความจงรักภักดีอะไรต่อเจ้าสำนักคนใหม่ และไม่ได้เอ่ยถ้อยคำห้าวเหิมใดๆ เพราะไม่อาจหลอกน่าหลันไฉ่ฮ่วนได้
หัวการค้าของน่าหลันไฉ่ฮ่วนไม่ใช่แค่ดีธรรมดาเท่านั้น ขอแค่เป็นคนที่สามารถได้กำไรก้อนใหญ่อยู่ตลอดเวลาก็ต้องไม่ได้โง่อย่างแน่นอน
สุดท้ายน่าหลันไฉ่ฮ่วนยิ้มตาหยีเอ่ยเตือนอีกฝ่ายว่า วันหน้าหากยังกล้าน้ำลายไหลต่อผู้คุมกฎอวิ่นเซียน กล้าเพ่งสายตาเข้าไปในคอเสื้อของนางระหว่างการประชุมของศาลบรรพจารย์อีก จะตัดขาที่สามของเจ้าทิ้งซะ
ก่อกำเนิดเฒ่าเอ่ยเพียงว่าไม่กล้าอีกแน่นอน
น่าหลันไฉ่ฮ่วนหัวเราะเสียงดังลั่น บอกว่าเจ้าไม่ต้องรับรองอะไรกับข้า อย่างไรก็เป็นเรื่องเล็กที่ข้าปล่อยกระบี่ไปทีเดียวเท่านั้น ไม่สู้เจ้าสาบานกับน้องชายที่อยู่ในกางเกงดีกว่าว่าจะไม่ทำให้มันต้องถูกตัดเอาไปป้อนปลา
ตอนนั้นลูกศิษย์ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจของเถียนซู่ ซึ่งเป็นบรรพจารย์ผู้คุมกฎคนเก่าของเกาะชื่ออวิ๋นและได้หนีภัยไปพร้อมกัน ก็ได้แต่มองอยู่ด้านข้างเงียบๆ ไม่เอ่ยอะไรสักคำ
เขาเป็นแค่โอสถทองเล็กๆ ไหนเลยจะกล้าช่วยพูดทวงความเป็นธรรมแทนอาจารย์ กลัวว่าพูดไปจะทำให้ตัวเองต้องตาย ส่วนที่ไม่ได้พูดออกไปก็จะทำร้ายอาจารย์เอาได้
รอกระทั่งน่าหลันไฉ่ฮ่วนขี่กระบี่จากไป ผ่านไปนานถึงหนึ่งเค่อ ผู้ฝึกตนโอสถทองก็ไม่เห็นว่าอาจารย์จะขยับเท้า จึงใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “อาจารย์?”
เถียนซู่ไม่ได้เอ่ยอะไร สภาพจิตใจของอาจารย์ดียิ่งนัก สีหน้าเป็นปกติธรรมชาติอยู่ตลอด เจอกับอันตรายก็ไม่ตระหนกลนลาน ไม่เสียแรงที่เป็นผู้พิชิตของพื้นที่หนึ่งซึ่งเป็นคอขวดขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว
โอสถทองจึงถามว่า “ผู้ฝึกกระบี่ของที่นั่นล้วนเป็นกันแบบนี้หรือ?”
เถียนซู่กระแอมเบาๆ สองสามทีก่อนยิ้มเอ่ย ”ก็ไม่ใช่ทุกคน”
“หากจะพูดถึงความเจ้าเล่ห์และความใจกล้า พวกคนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจของเรือข้ามทวีปทั้งหลาย มีใครบ้างที่ไม่ใช่พวกฉลาดสุดขีด เคยเห็นคลื่นมรสุมใหญ่กันมาก่อน พวกเขายังเอาชนะคนผู้นั้นไม่ได้ ยิ่งไม่อำมหิตเท่าคนผู้นั้น”
ว่ากันว่าปีนั้นอยู่ที่เรือนชุนฟาน คนแรกที่จะต้องตายไม่ใช่เจ้าของเรือหรือผู้ดูแลเรือที่อาละวาดด้วยความไม่พอใจ แต่กลับเป็นเซียนกระบี่หญิงบางคนที่ถือว่าเป็นคนของกำแพงเมืองปราณกระบี่เอง
และเซียนกระบี่หญิงคนนั้นก็คือน่าหลันไฉ่ฮ่วน เจ้าสำนักคนใหม่ ที่เกือบจะฟันก่อกำเนิดเฒ่าให้ตายด้วยกระบี่เดียว
เห็นว่าลูกศิษย์ยืนบื้ออยู่ตลอด เถียนซู่ก็ถอนหายใจอีกครั้ง “จ้าวฉุน อย่ามัวอึ้งอยู่เลย อาจารย์บาดเจ็บไม่เบา ช่วยประคองหน่อย”
โอสถทองรีบก้มหน้าค้อมเอว ยื่นมือไปประคองอาจารย์กลับไปที่จวนด้วยกัน
ออกมาจากท่าเรือ ขยับเข้าใกล้จวน เถียนซู่พลันแสดงสีหน้าเจ็บแค้น อดไม่ไหวด่าออกไปเบาๆ ”นังแพศยาน่าหลัน ทำลายเรื่องดีๆ ของข้า!”
โอสถทองตกใจสะดุ้งโหยง รีบเอ่ยเตือน ”อาจารย์ระวังหน่อย”
ก่อกำเนิดเฒ่าถอนหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง พึมพำว่า “จ้าวฉุน อาจารย์ฝึกควบวิชาน้ำและไฟคู่กัน เจ้าเองก็รู้ดี แต่เจ้ากลับไม่รู้ว่าสตรีอย่างอวิ่นเซียนนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะเรียนวิชาลับไม่แพร่งพรายบทหนึ่งของสำนักอวี่หลงเป็น”
“หากได้ฝึกบำเพ็ญตนคู่กับนาง อาจารย์ก็มีโอกาสจะฝ่าคอขวดขอบเขตก่อกำเนิดที่ติดค้างมาร้อยกว่าปีฟ้าผ่าก็ไม่สะเทือนนี้ไปได้ หาไม่แล้วอาจารย์จะวิ่งมาทำอะไรที่นี่ เกาะปื้อวี่ไม่มีแล้ว ไปที่ใบถงทวีป อย่าว่าแต่เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่อัดอั้นตันใจเลย เปิดภูเขาก่อตั้งพรรคโดยตรงหรือเป็นราชครูให้กับสำนักแห่งหนึ่งก็ไม่ใช่ว่ายิ่งมีอิสระกว่าหรอกหรือ?”
ก่อนหน้านี้แสงกระบี่เส้นนั้นมองดูเหมือนตรงดิ่งมาที่สำนักอวี่หลง ไม่อิดออดชักช้าแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นชื่อน่าหลันไฉ่ฮ่วนหรือการส่งกระบี่ในวันนี้ ทั้งบุคคลและเรื่องราวล้วนสอดคล้องกับลักษณะนิสัยอย่างมาก
น่าหลันไฉ่ฮ่วนที่ความจริงแล้วซ่อนตัวอยู่ในเมฆเรืองรองแถบเล็กหรี่ตาลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเบาๆ พอจะมั่นใจได้แล้วว่าเถียนซู่คือพวกคนที่บ้าตัณหาอย่างแท้จริง
คำพูดหยอกเย้าแทะโลมไม่กี่ประโยคก็ทำให้สตรีโง่อย่างอวิ่นเซียนตกใจกลัวได้แล้ว ไม่มีความคิดที่จะถือสาแม้แต่น้อย แต่น่าหลันไฉ่ฮ่วนกลับไม่เชื่อใจก่อกำเนิดเฒ่าที่จากไปแล้วหวนกลับคืนมาผู้นี้
ไม่ได้บอกว่าเขารักตัวกลัวตาย ผู้ฝึกลมปราณที่กลัวตายในใต้หล้าไพศาลมีมากมายดาษดื่น ไม่ได้ขาดแค่เขาคนเดียว ตื่นเช้ากลับค่ำ วิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อย แต่ละคนต่างก็มีวิธีการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง
แต่ห้ามแอบสมคบคิดกับสัตว์เดรัจฉานของเปลี่ยวร้างเด็ดขาด นี่ก็คือเส้นขีดจำกัดของน่าหลันไฉ่ฮ่วน
การประชุมในศาลบรรพจารย์สิ้นสุดลง ล้วนได้ข้อสรุปจากการตัดสินกันเองเป็นการภายใน ใครเล่าจะกล้ามีความเห็นต่าง
น่าหลันไฉ่ฮ่วนสลัดรองเท้าหุ้มแข้งออก นั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ รั้งตัวผู้คุมกฎอวิ่นเซียนไว้คนเดียว
อวิ่นเซียนเห็นว่าเจ้าสำนักไม่พูดอะไรก็เลยนั่งเหม่อเป็นเพื่อนอีกฝ่าย
นั่งเหม่อลอยเงียบอยู่นาน น่าหลันไฉ่ฮ่วนนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ก็เอ่ยว่า “เคยได้ยินเรื่องของผู้ชำระมลทินกับสายซีซานเจี้ยนอิ่นหรือไม่?”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!