เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1132

บทที่ 1132.1 มีคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ
หลวี่เหยียนขอตัวลากลับไปก่อน เฉินผิงอันอวยพรล่วงหน้าให้ฉุนหยางเจินเหรินที่ถูกขนานนามว่าเป็นอันดับหนึ่งด้านโอสถทองผู้นี้ฝึกประสบการณ์ได้อย่างราบรื่น

เจ้าขุนเขายังเอ่ยถ้อยคำมงคลอีกประโยคหนึ่ง หวังว่าจิตแห่งมรรคาของผู้อาวุโสจะกลมสมบูรณ์เหมือนดวงจันทร์ในวันที่สิบห้า เฝิงเซวี่ยเทาคลางแคลงไม่เข้าใจ ดวงจันทร์มีกลมมีเสี้ยว เป็นเรื่องปกติ ตามหลักแล้วคำกล่าวที่ว่าเมื่อเต็มล้นก็ย่อมพร่อง คือคำพูดที่ดีจริงๆ หรือ?

ชุยตงซานกลอกตามองบน ได้แต่ใช้เสียงในใจอธิบายให้พี่ใหญ่เฝิงที่ไม่เฉลียวฉลาดฟังว่า คำสุภาษิตบอกไว้ว่าดวงจันทร์คืนสิบห้ายังไม่เต็มดี ถึงคืนสิบหกจึงกลมสว่างบริบูรณ์ เฝิงเซวี่ยเทาอึ้งงันไร้คำพูด ในเรื่องของการวางตัวการพูดจานี้ เจ้าขุนเขาเฉินมีความรู้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ

เฉินผิงอันไปพบผู้ฝึกกระบี่ในท้องถิ่นสองคนของกำแพงเมืองปราณกระบี่อย่างสิงอวิ๋นหลิ่วสุ่ย พูดคุยเรื่องขนบธรรมเนียมของที่ใต้หล้าเปลี่ยวร้าง

ชุยตงซานเป็นพวกอยู่ไม่ติดที่ เขาลากเฝิงเซวี่ยเทาลงจากเรือข้ามฟากถงอินไปด้วยกัน ถามขอบเขตบินทะยานผู้นี้ว่าสนใจจะไปทำงานบางอย่างที่สำนักกระบี่ชิงผิงหรือไม่ ถือเสียว่าไปช่วยพี่น้องของตัวเอง ในเมื่อความสัมพันธ์มาถึงที่แล้ว ดื่มเหล้าดื่มได้ที่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดคุยเรื่องเงิน หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นการทำลายมิตรภาพพี่น้อง เฝิงเซวี่ยเทาเคยเสียเปรียบครั้งใหญ่กับเจียงซ่างเจินมาก่อนแล้ว จึงได้แต่ปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม แล้วนับประสาอะไรกับที่เขามีใจไม่อยากยุ่งกับเจ้าสำนักชุยผู้นี้

ทั้งสองฝ่ายไปถึงชายฝั่งกันแล้ว เดินไปตามถนนใหญ่ตรอกเล็กที่แสงไฟสว่างไสวเด็กหนุ่มชุดขาวสะบัดชายแขนเสื้อสองข้างจนเกิดเสียงดังพึ่บพั่บ เผยเฉียนเก็บทำความสะอาดโต๊ะสุราเสร็จแล้วก็กลับห้องไปฝึกท่าเดินนิ่งเงียบๆ

ฮว่อหลงเจินเหรินไปหาเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่อยู่เพียงลำพัง พูดเข้าประเด็นด้วยการยิ้มถามว่า “ไม่ทราบว่าสหายป่ายจิ่งที่อยู่บนฟ้ามองมายังพื้นดิน นั่นเป็นทัศนียภาพแบบใด?”

เซี่ยโก่วเบ้ปาก “ไม่มีหัวคิดลูกเล่นอะไร”

ฮว่อหลงเจินเหรินอึ้งตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกได้ว่าคำกล่าวนี้ดูเหมือนจะเป็นภาษาท้องถิ่นของเมืองเล็กบ้านเกิดเฉินผิงอัน เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เคยได้เห็นแล้วถึงจะมีคุณสมบัติพูดเช่นนี้”

เซี่ยโก่วยื่นสองมือออกมาขยับหมวกขนเตียว “พวกเจ้าต่างก็คิดว่าคุณสมบัติในการฝึกตนของข้าดีมาก อันที่จริงข้ารู้สึกว่าตัวเองธรรมดา ไม่ได้ถือว่าโดโดเด่นอะไร ข้าเองก็มีข้อได้เปรียบที่ใหญ่เทียมฟ้าอยู่หลายอย่าง เกิดมาเร็ว บังเอิญโชคดีเคยเจอบุคคลที่อยู่ในหน้าแรกๆ ของปฏิทินเหลืองอยู่หลายคน ดูเหมือนว่าหากอิงตามคำกล่าวของลัทธิพุทธ นี่ถือเป็น “สาวกผู้สดับธรรม” ในความหมายแคบๆ? ไม่ได้พูดผิดกระมัง? ข้าเคยคำนวณคร่าวๆ มาก่อน คนที่เคยเจอ คนที่เคยขอความรู้ต่อหน้า คนที่เคยประลองฝีมือด้วย คนที่เคยต่อสู้แล้วแพ้ให้ก็มีเกือบร้อยกว่าคนแล้ว นักพรตบรรพกาลพวกนี้ไม่ว่าจะเอาไปวางในวิถีทางโลกทุกวันนี้แห่งใด มีใครไม่ใช่บุคคลที่สูงส่งค้ำฟ้าบ้างเล่า? เมื่อก่อนไม่เคยเห็นเรื่องพวกนี้เป็นสำคัญ แค่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่พอมาที่นี่ ได้ลงจากภูเขาไปเดินเล่นบ่อยๆ พอได้เจอกับพวกนักพรตอีกครั้ง ฝึกตนอย่างยากลำบาก ให้ตายอย่างไรก็ไม่อาจคลี่คลายข้อสงสัย ข้าก็…”

ฮว่อหลงเจินเหรินรอฟังประโยคถัดไป เซี่ยโก่วนวดแก้มที่แดงเป็นปื้น อัดอั้นอยู่นานถึงได้เอ่ยประโยคหนึ่งออกมาว่า “อยากร้องไห้”

ฮว่อหลงเจินเหรินได้ยินคำพูดนี้ก็พลันหัวเราะดังลั่น พูดคำว่าดีติดๆ กันหลายคำแสดงออกว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ใบหน้าของเซี่ยโก่วเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม “อาจารย์ผู้เฒ่าจูคือมิตรแท้ผู้กล้าว่ากล่าวตักเตือน เขาเคยวิจารณ์ข้าอย่างไม่เกรงใจ บอกว่าข้าเกิดมาในช่วงเวลานั้น ฝึกตนผ่านหายนะมาได้ โชคดีอย่างมาก มักจะมีแต่เรื่องน่าตกใจทว่าไร้อันตรายอยู่เสมอ มองดูเหมือนค่อยๆ สั่งสมพลังตบะอย่างช้าๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้รู้ถึงจิตใจจริงแท้ของตัวเอง ขอบเขตสูงแล้ว กลับกลายเป็นว่าจิตแห่งมหามรรคาเสื่อมถอย เป็นเหตุให้ได้แค่พิสูจน์ผลเล็กๆ น้อยๆ ห่างจากการที่มรรคาจะสุกงอมอีกไกลมากนัก ดังนั้นก่อนหน้านี้ข้าจึงออกจากบ้านไปผ่อนคลายอารมณ์ ไปเยือนภูเขาใหญ่แสนลี้มารอบหนึ่ง ความเห็นที่เฒ่าตาบอดมีต่อข้าก็ไม่ได้ต่างจากของอาจารย์ผู้เฒ่าจูสักเท่าไร”

ฮว่อหลงเจินเหรินหลุดหัวเราะพรืด “อาจารย์ผู้เฒ่าจูหรือ?”

จูเหลี่ยนผู้ฝึกยุทธที่มาจากพื้นที่มงคลดอกบัวน่ะหรือ? คือคนมหัศจรรย์ที่หายากก็จริง ทว่าหากเอามาเทียบกับเซี่ยโก่วแล้ว ไม่ว่าอย่างไรจูเหลี่ยนก็ไม่น่าจะเรียกว่า “เฒ่า” ได้กระมัง? เซี่ยโก่วเหลือบตามองเจินเหรินผู้เฒ่า เอ่ยว่า “ในสายตาของข้า เจ้าเองก็เฒ่ามากเหมือนกัน”

ฮว่อหลงเจินเหรินลูบหนวดยิ้ม ประโยคนี้เอ่ยได้สมกับเป็นภูเขาลั่วพั่วอย่างมากแล้วทำให้คนที่ได้ยินอารมณ์ผ่อนคลาย เซี่ยโก่วปฏิบัติต่อเฝิงเซวี่ยเทาที่มีฉายาว่าชิงมี่ดั่งผู้เยาว์ในกลุ่มผู้เยาว์อีกที ต่อให้เป็นหลวี่เหยียนที่มีฉายาว่าฉุนหยาง อย่างมากสุดก็ถือเป็นคนรุ่นเดียวกันบนเส้นทางการฝึกตนแค่เรียกกันและกันว่าสหายก็พอ

แต่พ่อครัวเฒ่าที่อยู่ในภูเขาลั่วทั่วบ้านตนกับเจินเหรินผู้เฒ่าข้างกายคนนี้ต่างก็มีความสามารถที่ประหลาดกันจริงๆ ทำให้คนรู้สึกว่าพวกเขาก็คือผู้อาวุโสที่อยู่ในใจตน พวกเขาพูดจา ก็คือคำสั่งสอน หลักการเหตุผลเก่าแก่ของคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนซึ่งพูดกับเจ้า ในเรื่องนี้ต่อให้เป็นเจ้าขุนเขาเฉินที่ชอบใช้หลักการเหตุผลมากที่สุดก็ดูเหมือนว่ายังขาดตบะอยู่บ้างเล็กน้อย

ฮว่อหลงเจินเหรินยิ้มเอ่ย “เคยมีดวงอาทิตย์ตกดินในอาณาเขตส่วนตัวของสหายที่ชักนำให้นกจินอูหลับจำศีลไปนานหมื่นปี บังเอิญว่าอยู่ที่แจกันสมบัติทวีปแห่งนี้พอดี สหายมีเหตุผลเช่นนี้ แล้วยังยอมถอยให้หนึ่งก้าว ค่อนข้างจะอยู่เหนือการคาดการณ์ของผู้คน”

หากข่าวลือเล็กๆ ที่แพร่อยู่บนภูเขาไม่ผิด ดูเหมือนว่าป่ายจิ่งจะยกพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนี้ให้ราชสำนักต้าหลียืมใช้ เซี่ยโก่วเบ้ปาก “หนึ่งเพราะมังกรที่แข็งแกร่งมิอาจกดข่มงูเจ้าถิ่นได้ อีกอย่างเจ้าขุนเขาของพวกเราก็ใกล้จะได้เป็นราชครูของต้าหลีแล้ว คนในครอบครัวเดียวกันไม่พูดจาห่างเหินนี่นะ”

เพียงแต่นางก็เอ่ยประโยคหนึ่งเสริมมาอย่างรวดเร็ว “หากว่าไปหล่นอยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็รอดูเถอะว่าข้าจะยังพูดง่ายอีกไหม ไม่ว่าใครจะมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยก็ไม่ได้ผลทั้งนั้น ต่อให้เป็นนายท่านผู้เฒ่าป่ายไม่ใช่ข้อยกเว้น!”

ฮว่อหลงเจินเหรินพยักหน้ากล่าว “ผินเต้าชอบฟังคำพูดตรงไปตรงมาจากคนตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว”

เกี่ยวกับรากฐานมหามรรคาของเซี่ยโก่ว แม้กระทั่งเจียงซ่างเจินก็ยังสงสัยใคร่รู้อย่างยิ่ง เคยถามเฉินผิงอันเป็นการส่วนตัวว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่แม่นางเขี่ยจะมาจากวิถีแห่งเทพ มีการคาดเดาอย่างนี้ก็เข้าใจได้ง่ายมาก เพราะถึงอย่างบนยอดเขาต่างก็รู้กันว่าพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของป่ายจิ่งอยู่ในดวงตะวันที่มีระดับขั้นสูงมากดวงหนึ่ง นางเคยแกะสลักบุกเบิกตำหนักเลียนแบบตำหนักฮว่อจิงให้เป็นที่พักพิงของตัวเอง

บทที่ 1132.1 มีคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ 1

บทที่ 1132.1 มีคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!