เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1141

บทที่ 1141.2 เรื่องราวคือดาบสองคม
มองสภาพอเนจอนาถของเจ้าขุนเขาเฉิน มโนธรรมในใจของอวี๋สืออู้ก็รู้สึกไม่เป็นสุขบุรุษเดาความคิดของอวี๋สืออู้ออกจึงหลุดหัวเราะพรืด
“สิ่งที่ข้ามอบให้ คือสิ่งที่เจ้าไม่อยากรับก็ไม่รับได้หรือ? หากไม่เชื่อ เจ้าหนูเจ้าก็ลองดูสิ รอให้ผ่านไปอีกแค่ไม่กี่วัน เลื่อนขั้นเป็นห้าขอบเขตบนได้อย่างง่ายดาย แล้วคอยดูเถอะว่าจะดึงเอาโชค วาสนาส่วนนี้ออกไปได้อย่างไรหากทำได้สำเร็จก็ถือว่าเป็นความสามารถของเจ้า”บุรุษเหล่ตามองเฉินผิงอัน
“หากเจ้าเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวอย่างเดียว ผลประโยชน์ที่ได้รับก็มีแต่จะมากกว่าอวี๋สืออู้เป็นเท่าตัว ต่อให้ควบเป็นนักพรตด้วย ข้าก็จะถ่ายทอดมรรคกถาให้เจ้าสองสามบทก็สิ้นเรื่อง แต่ในเมื่อเจ้าคือ “บัณฑิต” แบบนี้ก็พูดยากแล้ว คนดีที่ทำดีแล้วได้ดีตอบแทน ใครบ้างจะไม่ยินดีเป็น? ในเมื่อรับเรื่องนี้มาจัดการเอง ก็ต้องมีการตื่นรู้ที่ลึกซึ้ง คิดว่าตัวเองคือบัณฑิต ชอบใช้หลักการเหตุผลกับฟ้าดิน ไม่จ่ายราคาอะไรบ้างเลยจะได้ได้อย่างไร”

เฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ เพียงพรูลมหายใจยาวเหยียด ดวงตาคู่นั้นค่อยๆ กลายเป็นสีทอง การชักคะเย่อของจิตแห่งมรรคาไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่สูสีอย่างที่ต่างฝ่ายต่างประคองตัวเองไว้ได้อย่างยากลำบากอีกต่อไป แต่คล้ายจะมีลางว่าสร้างภูเขาขาดดินแค่กระบุงเดียว (เปรียบเปรยว่าสิ่งที่กำลังจะทำสำเร็จแต่ไม่สำเร็จ) ทุกสิ่งที่ทำมาล้วนเสียเปล่า

ทั่วทั้งฟ้าดินมีสีทองที่บริสุทธิ์แผ่ออกมา เตรียมจะทำการจำแลงมรรคา
เห็นภาพเหตุการณ์ประหลาดนี้ ใบหน้าของบุรุษก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เมื่อหมื่นปีก่อน มีขบวนยิ่งใหญ่อะไรบ้างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน? แล้วนับประสาอะไรกับที่ในยุคบรรพกาล มีขบวนรบใหญ่อย่างแท้จริงอยู่หลายครั้ง บางครั้งเขาก็เป็นผู้เข้าร่วม บางครั้งก็เป็นผู้ริเริ่ม

บุรุษสะบัดข้อมือ ในมือก็มีอาวุธชิ้นหนึ่งเพิ่มมา พอของชิ้นนี้ปรากฏออกมา เรือราตรีทั้งลาก็ถึงกับจมดิ่งลงไปใต้ก้นทะเล คล้ายกับก้อนเหล็กก้อนหนึ่งหล่นลงไปในกองปุยนุ่น ศาลโอ่วเสินที่สร้างไว้ใต้น้ำของใต้หล้ามืดสลัว เมื่อหมื่นปีก่อน มรรคาจารย์เต๋าเป็นคนจัดวางค่ายกลด้วยตัวเอง ใช้โชคชะตาน้ำของลำน้ำใหญ่มาสยบโชคชะตาบู๊ ขณะเดียวกันก็กักขังศาสตราวุธเทพที่เป็นหอกยาว “ทะลวงขบวนรบ” เล่มหนึ่งเอาไว้

บุรุษยกเท้าขึ้นเหยียบพื้นเบาๆ ยกแขนขึ้น ใช้ปลายหอกชี้ไปยังเฉินผิงอันที่มีดวงตาเป็นสีทอง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า
“จงรีบเผยร่างจริงที่มหามรรคาใกล้จะสมบูรณ์แบบออกมาได้เลยข้ารอเวลานี้อยู่ทีเดียว สังหารขอบเขตสิบสี่ใหม่ก็แค่อุ่นมือ แค่กับแกล้มจานเล็กเรียกน้ำย่อยเท่านั้น คนที่ข้าอยากฆ่าอย่างแท้จริงก็คือเจ้า ครึ่งของหนึ่งแห่งภูเขาลั่วพั่ว!”

“ยามที่ข้าเหยียบย่างมายังสถานที่แห่งนี้ แม่น้ำแห่งกาลเวลาก็ไหลย้อนกลับ ตอนนี้มีน้ำวนปรากฏขึ้นในแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่หยุดชะงัก ข้าก็อยากจะเห็นนักว่าใครจะมาช่วยเจ้าใครจะช่วยเจ้าได้?”

เรื่องของการย้อนทวนกาลเวลา มรรคกถาสูงอย่างมรรคาจารย์เต๋า เมื่อออกมาจากใต้หล้ามืดสลัวแล้วก็ยังได้แค่ทำให้แม่น้ำแห่งกาลเวลาของหนึ่งทวีปในไพศาลไหลย้อนกลับเท่านั้น ภูเขาสายน้ำในทวีปแห่งนี้ยังต้องไม่มีขอบเขตสิบสี่หลายคนเฝ้าพิทักษ์ด้วย

แต่หากจะบอกว่าแค่พาผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเซียนเหรินคนหนึ่งเดินทวนกระแสน้ำแห่งกาลเวลาไปด้วยกันพักหนึ่ง สำหรับปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารที่เพิ่งจะฟื้นคืนพละกำลังเกินครึ่งกลับมาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“รอให้จือสือมาชดเชยตำแหน่งที่ว่างอยู่ ทำการปิดประตูตีสุนัข ก็ถึงเวลาที่ข้าผู้อาวุโสจะได้ขึ้นสวรรค์ ไปเยือนสรวงสวรรค์อีกครั้ง พวกมรรคาจารย์เต๋าต้องใช้หนี้เก่าคืนมา แต่ข้ากลับไม่เหมือนผู้ใด คนที่สังหารโจวมี่ นอกจากข้าแล้วจะเป็นใครไปได้อีก”

ระหว่างที่ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารพูด ในฟ้าดินภาพสะท้อนจิตใจของเฉินผิงอันก็มีฟ้าดินที่ร้อนแผดเผาอีกแห่งหนึ่งถูกแยกออกไป
“ผู้ที่สานกรงนกขึ้นมา สุดท้ายแล้วกลับกลายมาเป็นนกที่อยู่ในกรงเสียเอง”

เจ็ดดวงดาวนอกฟ้า ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารถูกกักขังอยู่ในยิ่งฮว่อ (หรือดาวอังคาร) ที่ยุคโบราณเรียกขานว่า “ต้าฮว่อ” (ไฟใหญ่ เพลิงมหึมาลุกโชน) หากดวงดาวกลายมาเป็นสีแดงสด กองโหราศาสตร์ของแต่ละแคว้นในโลกมนุษย์จะต้องคอยจับตามองปรากฏการณ์ของดวงดาวที่เป็นผู้ควบคุมชะตาแห่งสงครามดวงนี้ไว้

ปีแล้วปีเล่า ในประวัติศาสตร์มีฮ่องเต้ไม่น้อยที่ประกาศพระราชโองการสารภาพผิด อย่างน้อยภายนอกก็ล้วนมีสาเหตุเป็นเพราะเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นจากอิ๋งฮว่อ ชาวบ้านไม่ค่อยเข้าใจระดับความร้ายแรงของพระราชโองการสารภาพผิดของฮ่องเต้ พูดให้เข้าใจง่ายสักหน่อยก็คือในฐานะโอรสสวรรค์ ผู้ปกครองสูงสุดของแผ่นดิน เท่ากับว่าได้ป่าวประกาศแก่ใต้หล้าว่าตัวเองคุณธรรมไม่สมกับตำแหน่ง คือ…บุตรนอกสมรส หาใช่บุตรที่ถูกต้องของสวรรค์ไม่

ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารยิ้มบางๆ เอ่ยว่า
“วิธีแห่งการทำสงคราม โจมตีใจคนควบคู่ไปกับการโจมตีเมือง คือกลศึกแห่งชัยชนะอันเลิศล้ำ เอามาใช้ที่นี่ ใช้จัดการกับเจ้าก็เหมาะสมอย่างมากเลยจริงๆ”

หอกทะลุชุดคลุมอาคมหลายชั้นที่อยู่บนร่างของเฉินผิงอัน แทงเข้าไปที่หัวใจ พละกำลังยามที่หอกยาวพุ่งไปเต็มเปี่ยม พริบตาเดียวปลายหอกก็แทงทะลุไปถึงหัวใจด้านหลัง บุรุษบิดข้อมือที่ถือหอกเบาๆ คว้านทำลายหัวใจจนย่อยยับ เอ่ยสัพยอกว่า

“ในหัวสมองมีแต่แป้งเปียกสินะ ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไรก็คงคิดว่าข้าไม่น่าจะลงมือกับเจ้าอย่างฉับพลันเช่นนี้กระมัง? ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะเห็นแก่ที่เจ้าเรียกข้าว่าผู้อาวุโส สอนเจ้าถึงหลักการเหตุผลที่ผู้แสวงหามรรคายุคบรรพกาลพันหมื่นปีใช้ชีวิตแลกมาโดยไม่คิดเงินกับเจ้าก็แล้วกัน เรื่องบางอย่าง ไหนเลยจะมีหลักการเหตุผลให้ อธิบายได้ เดิมทีการใช้หลักการเหตุผลก็คือความไร้หลักการเหตุผลอยู่แล้ว”

บุรุษจุ๊ปากอย่างประหลาดใจ
“ไม่เสียแรงที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ใจ ทั้งยังมีตำแหน่งสูงไม่ถูกทำลายร่างทอง ทำลายเส้นทางแห่งเทพให้ย่อยยับ สะบั้นควันธูปให้ขาด กลายเป็นน้ำไร้ต้นกำเนิดได้อย่างแท้จริง ก็ไม่มีทางที่จะเกิดความเสียหายใดๆ บวกกับกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตอีกสองเล่มที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ ถึงบ่มเพาะ…ตัวประหลาดอย่างเจ้าออกมาได้ หากเพิ่มพละกำลังให้เจ้าอีกหน่อย เพิ่มกระบวนท่าสังหารให้มากขึ้นอีกนิด ปล่อยให้เจ้าออกไปวิ่งเพ่นพ่านข้างนอกจะไม่ยิ่งร้ายกาจหรอกหรือ? มิน่าเล่าโจวจื่อถึงได้จับตาดูเจ้าไม่ให้คลาดสายตา พอคว้าจับจุดอ่อนได้ก็จะต้องให้เจ้ามีจุดจบที่พินาศวอดวายจนมิอาจฟื้นคืนได้อีก”บุรุษมีสีหน้าซับซ้อน เอ่ยประโยคหนึ่งที่มีความหมายลึกซึ้งยากจะยืนยันได้ว่าเป็นคำชมหรือคำติ
“เฉินผิงอันหนอเฉินผิงอัน เจ้ารู้ดีเกินไปว่าควรจะทะนุถนอมตัวเองอย่างไร”

บทที่ 1141.2 เรื่องราวคือดาบสองคม 1

บทที่ 1141.2 เรื่องราวคือดาบสองคม 2

เนื่องจากปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารวาดอาณาเขตไว้อย่างจำกัด ใช้ค่ายกลสกัดขวางฟ้าดิน เสียงหนึ่งจึงดังแหวกทะลุประตูเข้ามาไม่ได้ ได้แต่ดังก้องอยู่นอกห้อง คือเสียงคำรามเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟของหลิวเสี้ยนหยาง เขาเรียกชื่อของปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารออกมาตรงๆ
“เจียงเซ่อ เจ้าคิดว่าข้าผู้อาวุโสตายไปแล้วหรือไร?! รีบหยุดเดี๋ยวนี้!”เฉินผิงอันอยากจะใช้เสียงในใจเตือนหลิวเสี้ยนหยาง แต่เสียงในใจของเขากลับถูกบีบให้จำแลงออกมาเป็นตัวอักษรยาวเป็นพรวน แล้วก็คล้ายกับพุ่งชนกำแพงจึงแหลกสลายกลายเป็นแสงสีทองที่กระจายไปสี่ทิศ บุรุษยิ้มพูดด้วยสีหน้าเป็นปกติธรรมชาติ
“เจ้าหนูตระกูลหลิว ในฐานะผู้ฝึกกระบี่ ถึงกับเอาสตรีคนหนึ่งมาเป็นตัวประกันข่มขู่ผู้อื่น วิธีการเช่นนี้ออกจะต่ำช้าเกินไปหน่อยหรือไม่?”หลิวเสี้ยนหยางเผยนิสัยไม่ยี่หระสิ่งใดออกมาทันที
“เจ้าสุนัข มีใครเขาเป็นแขกอย่างเจ้ากันบ้าง? หัดมียางอายหน่อย! ท่านปู่หลิวของเจ้าอ่านตำรามาไม่มาก แต่นิสัยไม่ค่อยดีหากเจ้ากล้าสังหารเฉินผิงอัน ข้าก็กล้ากำจัดคนรักของเจ้า”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!