เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1141

บทที่ 1141.3 เรื่องราวคือดาบสองคม
หางตาของเจียงเซ่อเหลือบมองไปยังจุดหนึ่ง
“พื้นที่ลับสองแห่ง แม้กระทั่งสถานที่พักพิงของร่างนอกมรรคาร่างนี้ของเจ้าก็ยังมองเห็นจนถ้วนทั่ว ท่าไม้ตายถูกบีบให้ต้องเปิดเผยออกมา ถึงกับยังมีเวลาว่างปกป้องพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนั้นอีกหรือ? เอ๊ะ แล้วยังเป็นนักพรตที่แท้จริงด้วย? ดูจากท่าทาง ดูจากพลังปราณแห่งมรรคาที่ไหลริน คือศิษย์ลูกศิษย์หลานสายของอวี๋เสวียนหรือ?”“ได้รับการไหว้วานจากผู้อื่น เป็นการกระทำของผู้ซื่อสัตย์”
เฉินผิงอันเอามือซ้ายไพล่หลัง มือขวากำเป็นหมัด นิ้วมือลูบฝ่ามือเบาๆ
“แล้วนับประสาอะไรกับที่ลางสังหรณ์ได้บอกกับตัวข้าว่า ดูเหมือนว่าจะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องทุ่มชีวิตออกไปอย่างไม่เสียดาย”

“สิงโตจับกระต่ายต้องใช้พละกำลังทั้งหมด ไม่มีความจำเป็นต้องใช้มีดที่ทื่อแล่เนื้อค่อยๆ ลดทอนศักยภาพของศัตรู หากผู้อาวุโสจะสังหารข้าจริงๆ จะต้องเป็นการโจมตีที่ถึงชีวิต ลงมือได้สำเร็จอย่างว่องไวแล้วก็หนีไป”

“ผู้อาวุโส ฟ้าดินแห่งนี้ถูกการ “ผสานมรรคา” ของท่านทำให้เดือดร้อนถูกทำลายเละเทะไปหมดแล้ว แล้วก็ได้เห็นจิตแห่งมรรคาของข้าพอสมควรแล้ว ตอนนี้คงพูดอย่างตรงไปตรงมาได้แล้วกระมัง?”

ในที่สุดก็สามารถเก็บโชคชะตาบู๊ทั้งหมดมาได้อย่างราบรื่น บุรุษมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใสพูดกับตัวเองว่า
“ซิ่วหู่ชุยฉาน เจ้าช่วยลดทอนปัญหายุ่งยากมากมายไปให้ข้า รับน้ำใจไว้ด้วยความซาบซึ้งแล้ว!”

ในตำหนักใหญ่ของศาลบรรพจารย์สำนักการทหารแห่งไพศาล คนแซ่เจียงผู้นั้น อยู่ในตำแหน่งประธานสูงของศาลบู๊ กินควันธูปแห่งวิถีเทพมานานเกือบหมื่นปี อันที่จริงไม่ได้รับมือได้ง่ายขนาดนั้น เขาไม่สามารถขึ้นเขาต่อสู้ไปตลอดทางแล้วไปรื้อศาลบู๊แห่งนั้นได้

ป๋ายจิ่งไม่ได้อธิบายให้เซียนกระบี่หนุ่มที่ชื่อหลิวเสี้ยนหยางฟังคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนาว่า ทำไมเมื่อหมื่นปีก่อนนักพรตขอบเขตสิบสี่ในโลกมนุษย์มีวิชาอภินิหารยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น ทว่าความลี้ลับกลับอยู่แค่ที่คำว่า “ควันธูปผลแห่งมรรคา” เท่านั้น ทุกวันนี้จิตใจคนบนโลกซับซ้อน ธูปที่ใช้กราบคารวะในวัดใหญ่ศาลใหญ่ทั้งหลายแทบจะเพื่อตัวเองทั้งหมด แล้วจะเอาคำว่าบริสุทธิ์มาจากที่ใด แล้วจะพูดถึงควันธูปนับพันหมื่นมารวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียว ก่อกำเนิดผลแห่งมรรคาไร้ที่สิ้นสุดได้อย่างไร?

ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารอย่างเจียงเซ่อ ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างศาลบู๊กับศาลบรรพจารย์ ค่อนข้างจะลุ่มลึก ในบางความหมายแล้วเจียงเซ่อถูกตั้งรูปปั้นสมมติไว้เฉยๆ เท่านั้น โชคชะตาบู๊ในใต้หล้าถือว่ามอบให้แต่ในนาม ทว่าอันที่จริงไม่ได้มอบให้ นี่ก็คือเขื่อนใหญ่ที่ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมทำนบ ป้องกันไม่ให้เมื่อระยะเวลาการลงทัณฑ์หมื่นปีสิ้นสุดลง พอเจียงเซ่อเผยกายบนโลกอีกครั้งก็เท่ากับว่าสามารถควบคุม…โลกมนุษย์เกือบครึ่งได้ทันที

เจียงเซ่อไม่ได้ใจแคบจนถึงขั้นไม่พอใจในเรื่องนี้ หากเปลี่ยนเขาไปเป็นบรรพจารย์ของสามลัทธิ ลองเอาตัวไปอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน ปีนั้นก็ต้องตัดรากถอนโคนให้สิ้นซาก ยังจะมีความดีความเลวไม่อาจหักล้างกัน จับขังนานหมื่นปีอีกได้อย่างไร? ต้องสังหารให้ตายอย่างสิ้นซาก ไม่ปล่อยภัยร้ายไว้เบื้องหลังถึงจะถูก

โชคชะตาบู๊สองส่วนที่อยู่ในใต้หล้ามืดสลัว ป๋ายอวี้จิงหรือจะพูดให้ถูกคือเจ้าลัทธิรองอวี๋โต้ว ไม่ได้ขัดขวางเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามาถึงถิ่นของบ้านเขาแล้ว ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบอวี๋โต้วกลับไม่ได้ปรากฏตัว เพียงแค่นำพา “เต้ากวาน” ที่เป็นแม่ทัพมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์กลุ่มนั้นทำธุระของตัวเองต่อไป กลับกันอวี๋โต้วยังแจ้งให้ศาลโอ่วเสินทราบก่อนล่วงหน้า ถือว่าเป็นการประกาศโองการจากป๋ายอวี้จิง ความหมายไม่คลุมเครือเลยแม้แต่น้อย ตามหลักแล้วของก็ควรกลับคืนสู่เจ้าของเดิม หากไม่ยินดีมอบให้ จำไว้ว่าต้องแบกรับผลลัพธ์ที่ตามมาเอาเอง

หากอวี๋โต้วปรากฏตัวเร็วกว่านี้สักสามพันปี สิบผู้กล้าและสี่ตัวสำรองของใต้หล้าบรรพกาล คาดว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีตัวสำรองเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ปีนั้นคำว่าตัวสำรอง พวกจอมปราชญ์น้อยและอาจารย์ซานซานจิ่วโหว ใช่ว่าพลังตบะของพวกเขาไม่ได้เรื่อง แต่เป็นเพราะเรื่องบางอย่างถือว่าใครมาก่อนก็ได้ก่อน ของที่ว่านี้ก็คือคุณูปการบุญกุศลในโลกมนุษย์

ส่วนนักพรตสิบคนที่ติดอันดับผู้กล้า ระหว่างพวกเขาก็ไม่มีการแบ่งอันดับสูงต่ำ ตอนนั้นไม่มีใครถือสาเรื่องนี้จริงๆ ผู้ที่บรรลุมรรคาได้ก่อน ตายแล้วก็ตายไป จะยังถือสาในเรื่องนี้อีกหรือ? คิดมาถึงตรงนี้ เจียงเซ่อก็เอ่ยอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นว่า
“ไปมีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมีเรื่องกับอวี๋โต้ว คิดอย่างไรของเจ้า? อาศัยว่ามีสถานะ ก็เลยทำอะไรโดยใช้อารมณ์ ใช้ไข่ไปกระทบหิน สนุกนักหรือ?”เฉินผิงอันกล่าวเสียงเรียบ “คนนอกไม่พูดถึงสถานการณ์บนกระดานหมาก ดูคนเล่นหมากล้อมไม่พูดคุยคือวิญญูชนที่แท้จริง”
เจียงเซ่อหัวเราะ “การถามกระบี่ครั้งนี้ รอคอยที่จะได้เห็นอย่างยิ่ง จะตั้งตารอดู”เฉินผิงอันถาม “แล้วจะไม่สนที่นี่แล้วหรือ?”
เจียงเซ่อย้อนถาม “เจ้าบ้านรับรองแขกก็สมเหตุสมผลตามหลักฟ้าดินแล้ว หรือยังต้องให้แขกช่วยเก็บจานชามบนโต๊ะ ช่วยทำความสะอาดเศษซากน้ำแกงที่เหลืออยู่ด้วย?”เฉินผิงอันพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ฟังแล้วมีเหตุผลอย่างมาก”
เจียงเซ่อกล่าว “พูดจาไร้สาระให้น้อยหน่อย เปลี่ยนสถานที่คุยกันเถอะ นอกจากการค้าครั้งนี้ยังมีเรื่องใหญ่อย่างอื่นจะปรึกษาอีก”

บทที่ 1141.3 เรื่องราวคือดาบสองคม 1

สตรียิ้มหวาน ใช้สองนิ้วเคาะไปบนปลายกระบี่เบาๆ “เซียนกระบี่หลิว?”
ถอนกระบี่ยาวกลับไป หลิวเสี้ยนหยางกุมหมัด ยิ้มหน้าทะเล้นพูดว่า “ผู้อาวุโส ล่วงเกินแล้ว”สตรีถาม “เวทกระบี่ของเจ้าสามารถโขกคาถาแมลงลอกคราบได้จริงหรือ?”
หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะฮ่าๆ “คุยโวโดยไม่ต้องร่างคำพูด หากไม่คิดเป็นจริงเป็นจังได้ก็อย่าได้คิดเป็นจริงเป็นจัง”เซี่ยโก่วเอ่ย “ย้อนทวนไปถึงต้นกำเนิด ไหลทวนกระแสน้ำขึ้นไป เฝ้าตอรอกระต่ายหลบซ่อนตัวให้ดีก่อน หนึ่งกระบี่ฟันไป ฟันมาแสกหน้า ป้องกันอย่างไรก็ป้องกันไม่ได้ หนึ่งชีวิตดับสูญ”
หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างตกตะลึง “โก่วจื่อ นี่เจ้ากำลังโอ้อวดความสามารถด้านสุภาษิตอยู่หรือ?”สตรีครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างสงสัย “โก่วจื่อ?”
ในเมื่อไม่ได้ตีกันจริงๆ เซี่ยโก่วก็โล่งใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ยกสองมือเท้าเอวอย่างลำพองใจ หัวเราะร่าเอ่ยว่า
“เป็นชื่อเล่นในยุทธภพที่เจ้าประมุขครอบบ้านข้าตั้งให้ข้าตอนนั้นหมี่ลี่น้อยกับสหายจิ่งชิงต่างก็ตกตะลึงกันสุดๆ แต่ละคนเหมือนโดนฟ้าผ่า แค่คิดก็รู้ได้ว่าต้องเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกสนิทสนม อีกทั้งยังเผด็จการมากเพียงใด”เสี่ยวโม่ยิ้มบางๆ “พวกเราไปนั่งที่ห้องคุณชายกันไหม?”
เซี่ยโก่วคิดจะหาเหตุผลมาอ้าง โชคดีที่หลิวเสี้ยนหยางเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า
“ข้าไม่ไปร่วมวงความครึกครื้นแล้ว วันนี้เรียกคำว่าผู้อาวุโสไปหลายครั้ง เปลืองพลังใจมาก ต้องนอนหลับชดเชยสักหน่อย ขอไปงีบก่อนล่ะ”เซี่ยโก่วพยักหน้ารับแรงๆ “ไปด้วยกันๆ”
หลิวเสี้ยนหยางยักคิ้วหลิ่วตา เซี่ยโก่วกระจ่างแจ้งได้ทันใด รีบพูดเสริมมาทันทีว่า “เสี่ยวโม่ อย่าเข้าใจผิดนะ ข้ากับพี่ใหญ่หลิวไม่มีอะไรกัน…..
เสี่ยวโม่เอ่ยอย่างอ่อนใจ “นี่มันอะไรกับอะไรกัน”

เจียงเซ่อกลับมานั่งลงอีกครั้ง อยู่ๆ ก็ถามว่า “มรรคกถาสามารถยืมกันได้ หัวใจละยืมกันได้ไหม?”
เฉินผิงอันอารมณ์ไม่ดี กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ขออภัยผู้อาวุโส รอให้ข้ารักษาอาการบาดเจ็บหายก่อนแล้วท่านค่อยมาเล่นทายปริศนาธรรมใหม่ก็แล้วกัน”เจียงเซ่อที่นั่งด้วยท่าทางเกียจคร้านตบที่วางแขนเก้าอี้เบาๆ เอ่ยว่า
“ได้ยินมาว่าเฉินชิงหลิวเกิดใจคิดสังหารเจ้า? อันดับแรกก็เป็นโจวมี่ที่เกือบจะทุบทำลายภูเขาของเจ้า ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ไม่นานมีตัวสำรองขอบเขตสิบสี่ที่เป็นผีในโลกมืดตนหนึ่งตัดสินใจว่าจะสังหารเจ้า และยังมีขอบเขตสิบสี่อีกคนที่ทำลับๆ ล่อๆ แอบลอบโจมตีเจ้าอยู่หลายครั้ง ตัวเจ้าเองลองคิดดูสิว่า เพิ่งจะเป็นเซียนดินเท่านั้น แต่กลับไปมีเรื่องกับศัตรูที่เก่งกาจซึ่งอยากจะฆ่าเจ้าให้สาแก่ใจไว้กี่มากน้อยแล้ว?”สหายปี้เซียวหูตาไวไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เฉินผิงอันกล่าว “เจอกับคนพิฆาตมังกรที่จวนวารี การช่วงชิงบนมหามรรคาประเภทนี้เหมือนลูกธนูที่ขึ้นสายแล้ว ไม่ยิงออกไปก็ไม่ได้”

เจียงเซ่อส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ดูแคลนความใจกว้างของคนพิฆาตมังกรมากเกินไปแล้ว สหายปี้เซียวพูดถูกจริงๆ คนที่ฉลาดที่สุดกับคนที่ฉลาดมากๆ รูปแบบการพิจารณาเรื่องราวและวิธีจัดการปัญหาเหมือนกันอย่างมาก ส่วนใหญ่ก็ไม่อาจกลายมาเป็นสหายที่แท้จริงกันได้”

บทที่ 1141.3 เรื่องราวคือดาบสองคม 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!