เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1141

บทที่ 1141.4 เรื่องราวคือดาบสองคม
สตรียิ่งสงสัยใคร่รู้ เซียนกระบี่หนุ่มผู้นี้คล้ายจะเข้าใจปฏิทินเหลืองที่ไม่มีใครถามถึงพวกนั้นเป็นอย่างดี?
เฉินผิงอันถาม “ท่ามกลางสงครามครั้งนั้น เกิดปัญหาขึ้นหรือ?”

ในเมื่อป๋ายจิ่งคือผู้หลอมลมปราณคนแรกที่เดินขึ้นสวรรค์ไปในเส้นทางบางเส้น จะเป็นเพราะกำลังเข่นฆ่าอย่างดุเดือดเลยทำให้ป๋ายจิ่งหลงลืมว่าจำเป็นต้องดูแลสตรีคนนั้นหรือไม่?

เสี่ยวโม่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้จึงส่ายหน้า
“ปัญหาไม่ได้อยู่ในศึกเดินขึ้นสวรรค์ที่อันตรายที่สุดครั้งนั้น แต่เป็นความขัดแย้งภายในหลังจากนั้นต่างหาก ข้าไม่รู้เรื่องวงในและขั้นตอนอย่างละเอียด รู้แค่ว่านางกายดับมรรคาสลายแล้วก็หายตัวไปนับแต่นั้น ป๋ายจิ่งเองก็บาดเจ็บไม่เบาเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น มหามรรคาได้รับความเสียหายอย่างหนัก”เจียงเซ่อกล่าว
“แล้วก็เพราะปีศาจเฒ่าบางส่วนตายไปเร็ว ไม่อย่างนั้นเรื่องอย่างการเคี้ยวร่างจริงเพื่อเสริมตบะก็คงไม่ถึงคราวที่โจวมี่จะได้ทำหรอก ยังดี ยังทิ้งเจ้าแก่หนังเหนียวฉายาชูเซิงเอาไว้ มันยังไม่ตาย ฉายานี้เดิมทีก็ไม่ควรให้มันฉกฉวยผลประโยชน์มารับสืบทอดไปต่อ ควรจะเปลี่ยนคนได้ตั้งนานแล้ว ได้ยินมาว่าทุกวันนี้มีชีวิตที่ไม่เลวอยู่ในเปลี่ยวร้าง ดีมาก ดีมาก!”สตรีพูดเสียงเบาอย่างเสียใจ “จิตวิญญาณล้วนแหลกสลายไปแล้ว โชคดีที่มีภิกษุลงมือช่วยเหลือ ช่วยเก็บรวบรวมมาให้”
เฉินผิงอันถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “นางกลับมาจุติใหม่เป็นเผยเฉียน ใช่ไหม?”

เจียงเซ่อปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารเคยนำพาผู้ฝึกกระบี่และผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจกลุ่มใหญ่ต่อสู้กับบรรพจารย์สามลัทธิอย่างดุเดือด และนั่นก็ทำให้ฟ้าถล่มดินทลายไปอีกครั้ง ครั้งแรกที่ได้เจอกันในอารามกวานเต๋าของตงไห่ ในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนของพื้นที่มงคลดอกบัว

“เทพเทวดา” ในพื้นที่จะคือเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียวที่มีชาติกำเนิดจากเผ่าปีศาจ และเจ้าอารามผู้เฒ่าก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับทั้งเสี่ยวโม่และเจียงเซ่อ เผยเฉียนสามารถมองเห็นใจคนมาตั้งแต่ยังเด็ก มีครั้งหนึ่งแม้กระทั่งวิชาอภินิหารค่ายกลของบรรพจารย์แห่งภูเขาไท่ผิง นางก็ยังมองทะลุไปได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่คือการกระทำอย่างจงใจของเจ้าอารามผู้เฒ่า สลับจริงเท็จให้กับดวงตะวันใหญ่ที่ลอยอยู่สูงในพื้นที่มงคล เขาย่อมมีแผนการเป็นของตัวเอง พูดถึงแค่ที่เมืองหูเอ๋อริมชายแดนของราชวงศ์ต้าเฉวียนใบถงทวีป มีครั้งหนึ่งจิ่วเหนียงเอ่ยหยอกล้อ เปิดเผยความเจ้าเล่ห์ของถ่านดำน้อยให้เฉินผิงอันฟัง สตรีเลื่อมใสเผยเฉียนที่อายุน้อยๆ อย่างมาก บอกว่าแม่นางน้อยหลอกคนเก่งจริงๆ หลอกว่าตัวเองคือองค์หญิงที่พลัดหลงอยู่ในหมู่ชาวบ้านของเมืองหลวง ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่มือปราบที่มีประสบการณ์โชกโชนในยุทธภพก็ยังถูกนางหลอกไปด้วย คุ้มกันเผยเฉียนให้เดินอาดๆ กลับมาจนถึงโรงเตี๊ยม….

เหนียงเนียงเทพวารีลำคลองม่ายเหอก็มองออกถึงความไม่ปกติของเผยเฉียน เซียนกระบี่หญิงโจวเฉิงแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ พอนางได้เห็นถ่านดำน้อยก็รู้สึกชื่นชอบโปรดปรานทันใด ถึงกับมอบโชค วาสนาให้ นอกจากนี้อยู่บนหัวกำแพงเมือง เผยเฉียนเองก็รู้สึกว่าแค่มองเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสนานหน่อยก็จะปวดตา

เจียงเซ่อมีสีหน้าปั้นยาก ท่าท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด สตรีเอ่ยว่า
“ตามคำอธิบายของสหายปี้เซียว จิตวิญญาณของบุตรสาวพวกเราถูกภิกษุรูปนั้นมอบให้ศาลบุ๋นแห่งไพศาลช่วยปกป้อง เพราะความหวังดี หลีกเลี่ยงไม่ให้เมื่อข้ากับเจียงเซ่อปรากฏตัวบนโลกอีกครั้งแล้วจะสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่จนเกิดสงครามขึ้นมาอีกรอบ สหายปี้เซียวเอ่ยประโยคหนึ่งที่น่าจะถือว่าเป็นคำโน้มน้าวได้กระมัง เขาบอกว่า “เรื่องราวของเมื่อวานเหมือนได้ตายไปแล้ว เรื่องราวของวันนี้เหมือนเกิดขึ้นในวันนี้” ยังพูดด้วยว่าเรื่องนี้ศาลบุ๋นทำได้อย่างมีคุณธรรมมากแล้ว ซิ่วไฉเฒ่าคือคนที่แบกรับความเสี่ยงใหญ่ไว้ได้ หากเฉินผิงอันไม่ได้กลายมาเป็นเฉินผิงอันอย่างในทุกวันนี้ เผยเฉียนเองก็ไม่อาจกลายเป็นเผยเฉียนอย่างในวันนี้ได้ บางทีพวกเราก็อาจจะต้องคลาดกันไป”พูดมาถึงตรงนี้ สตรีก็ถามหยั่งเชิงว่า “อาจารย์เฉิน พวกเราเรียกนางมาได้ไหม?”
สายตาเฉินผิงอันมืดทะมึน

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับหลิวเสี้ยนหยาง แล้วก็เพราะจำนวนครั้งไม่มาก เขาถึงจดจำได้อย่างลึกซึ้ง หากยังคุยกันแบบนี้ต่อไป ดีไม่ดีหากพลาดขึ้นมาอาจกลายเป็นศัตรูกันได้ นางเองก็รู้สึกว่าตัวเองพูดผิดไป จึงอธิบายอย่างเขินอายว่า

“หลักๆ แล้วเพราะพวกเรากลัวที่จะได้เจอนาง ติดค้างนางมากเหลือเกิน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเปิดฉากพูดคุยด้วยคำพูดประโยคไหนถึงจะไม่ผิดพลาด เจียงเซ่อหยาบกระด้าง แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่รู้จักพูด พวกเราสองสามีภรรยาปรึกษากันมาตลอดทาง ปรึกษาไปปรึกษามากลับกลายเป็นว่าไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง เพราะจนปัญญาจริงๆ ก็เลยอยากจะให้อาจารย์พ่ออย่างเจ้าอยู่ด้วยพอเผยเฉียนมา เจ้ายังพอจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ได้บ้าง ไม่ถึงขั้นที่ว่าพูดผิดแค่ไม่กี่คำ ความสัมพันธ์ก็กลายเป็นตึงเครียด ให้ตายอย่างไรนางก็จะไม่ยอมไปมาหาสู่กับพวกเราอีก”

เฉินผิงอันได้ยินแล้วก็พยักหน้า เพียงแต่สีหน้าหม่นเศร้า ในใจวูบโหวง พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ใช่พ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูกสาว แต่เพียงแค่เพราะสถานการณ์บีบบังคับถึงได้มีเหตุเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเกิดขึ้น ตอนนี้มานับญาติกันถึงที่ ตามเหตุตามผลแล้วก็ล้วนไม่มีปัญหาใดๆ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง แต่สีหน้าของเฉินผิงอันกลับยิ่งหม่นเศร้า ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ดูเหมือนว่าไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดมากอีกแม้แต่ประโยคเดียว หลิวเสี้ยนหยางพลันเอ่ยว่า
“ไม่ถูก!”เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะหยันเอ่ยว่า
“ตอนนี้ในสมองของเฉินผิงอันมีแต่แป้งเปียก แต่ข้ากลับจะแนะนำทั้งสองท่านสักคำว่าอย่าได้อวดฉลาด วันนี้ไม่พูดให้ชัดเจน ไม่บอกความจริงที่ครบถ้วนมาให้ พวกเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่!”เจียงเซ่อสูดลมหายใจเข้าลึก ลุกขึ้นยืนช้าๆ เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า
“ปีนั้นบุตรสาวของพวกเรากำลังอยู่ในช่วงคอขวดเซียนดิน คิดอยากจะฝ่าทะลุขอบเขต อยากจะผ่านด่านจะต้องสะบั้นความคิดชั่วร้ายที่บริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งทิ้งไป ถึงจะสามารถพิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยานได้อย่างแท้จริง ข้าถูกผู้คนร่วมกันสังหาร คนรักกายดับ สหายรักป๋ายจิ่งตอนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บไปถึงรากฐานมหามรรคา พยายามสุดกำลังแล้วก็ยังช่วยนางไม่ได้ บุตรสาวของพวกเราเจอกับเหตุไม่คาดฝัน หากไม่เป็นเพราะภิกษุรูปนั้นใช้วิชาอภินิหารยิ่งใหญ่รั้งไว้ก็คงไม่มีโอกาสกลับไปเกิดใหม่อีกแน่นอน แต่นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีราคาที่ต้องจ่ายเสียเลย ราคาที่ต้องจ่ายก็คือความเป็นมนุษย์ของนักพรตบรรพกาลคนหนึ่ง ต่างคนต่างถือไว้คนละด้านแล้วกระชากจนแหลก สุดท้ายกลายเป็นความเป็นมนุษย์สองส่วนที่บริสุทธิ์อย่างมาก ส่วนหนึ่งสัดส่วนเยอะ อีกส่วนหนึ่งสัดส่วนน้อยมาก”เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้นพึมพำว่า “ใหญ่เล็กอะไร มากน้อยอะไร ก็ไม่ใช่คนคนเดียวกันหรอกหรือ?”
เฉินผิงอันพูดพึมพากับตัวเอง
“เข้าใจแล้ว ปีนั้นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับเผยเฉียน สิ่งที่นางต้องการสังหาร อันที่จริงก็คือความดีของตัวเอง ดังนั้นบุตรสาวของพวกเจ้าจึงเป็นทั้งเด็กกำพร้าเผยเฉียนที่ผอมแห้งดำเกรียมเหมือนถ่าน แล้วก็เป็นทั้งแม่นางน้อยที่ไม่กังวลเรื่องการกินการอยู่ผู้นั้น หากพวกนางรวมกันเป็นหนึ่งก็จะกลายเป็นบุตรสาวในอดีตของพวกเจ้า”เจียงเซ่อพยักหน้า “ทุกวันนี้เท่ากับว่ามีบุตรสาวสองคน คนที่นิสัยเหมือนในอดีตมากกว่า พวกเราได้เจอกับนางแล้วในพื้นที่มงคลดอกบัวของเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียว”
สตรีรู้ว่าบรรยากาศไม่ถูกต้องจึงปลุกความกล้าเอ่ยว่า “บุตรสาวสองคน พวกเราชอบมากทั้งสองคน ทุกวันนี้เจียงเซ่อกลับชอบเผยเฉียนมากกว่าหน่อย ก็แค่ว่าเขาไม่เคยยอมรับก็เท่านั้น”เฉินผิงอันยื่นมือมากำที่เท้าแขนเก้าอี้แน่น เอ่ยเสียงเบาว่า
“เผยเฉียนคือขอทาน ไม่ใช่เด็กที่ถูกทอดทิ้ง นางไม่ใช่เศษซากบนเส้นทางการฝึกตนของมหามรรคา ไม่ใช่สิ่งของที่บอกว่าจะทิ้งก็ทิ้งได้ และนางเองก็ไม่ใช่เด็กกำพร้า นางได้เจอข้าก็คือคนที่มีอาจารย์พ่อ มีครอบครัว”

เฉินผิงอันเงียบไปพักใหญ่ ก่อนเอ่ยว่า
“พวกเจ้าให้ข้าคิดก่อนว่าควรจะเปิดปากพูดเรื่องนี้กับเผยเฉียนอย่างไร จะพยายามให้คำตอบกับพวกเจ้าก่อนที่เรือจะเทียบท่าและต้องลงจากเรือ”เจียงเซ่อพยักหน้า กุมหมัดเอ่ย “ขอบคุณจากใจจริง”
สตรีก้มหัวคารวะตามขนบของลัทธิเต๋า “ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง”พวกเขาจับมือกันเดินออกไปจากห้อง หลิวเสี้ยนหยางกับเสี่ยวโม่ก็ออกไปด้วย ไปหาเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่อยู่ในร้านข้างทาง หลิวเสี้ยนหยางใช้ฝ่ามือตบลงไปบนท้ายทอยของเซี่ยโก่ว ด่ายิ้มๆ ไปว่า
“กินๆๆ รู้จักแต่จะกิน เถ้าแก่ เอามาอีกสองชาม เพิ่มพริกด้วย!”

ตอนยังเด็กคำพูดบางอย่างของเผยเฉียนทำให้เฉินผิงอันจดจำได้ขึ้นใจมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ตกหล่นไปแม้แต่ตัวอักษรเดียว หวนระลึกถึงอดีตอันห่างไกล ระหว่างที่ออกเดินทางไกล ถ่านดำน้อยร้องว้าว หัวเราะหึหึเอ่ยว่า
“ท่านพ่อ คนดีอย่างท่าน หากวันหน้าข้าต้องออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอกคนเดียวจะไปหาจากที่ไหนได้อีกล่ะ”

มือกระบี่ที่ออกเดินทางไกลซึ่งจู่ๆ ก็กลายเป็นพ่อคน ตอนนั้นเพียงคลี่ยิ้มไม่เอ่ยอะไรปล่อยให้นางเรียกไปก็แล้วกัน ความกลัดกลุ้มเป็นแขกที่จะมาเยือนถึงบ้าน ไม่สนใจว่าเจ้าบ้านจะอายุเท่าไร แม่นางน้อยเองก็มีความกลัดกลุ้มของแม่นางน้อยเหมือนกัน

“ก่อนหน้านี้ไม่นานน่ะ ได้แต่ยืนมองอยู่บนเรือข้ามฟาก ไม่อาจไปเล่นที่ท่าเรือแห่งนั้นได้ ข้าก็เลยแอบคิดหาวิธี คิดว่าวันใดข้าเติบใหญ่แล้ว ฝึกเวทกระบี่ล้ำโลกได้สำเร็จแล้วก็จะพูดกับท่านพ่อว่า “ท่านพ่อ ขอม้าให้ข้าตัวหนึ่งสิ ข้าจะออกไปท่องยุทธภพแล้ว!” แต่ภายหลังข้าก็มาคิดอีกว่า ม้าน่าจะค่อนข้างแพง ไม่แน่เสมอไปว่าท่านพ่อจะยินดีมอบให้ข้า ถ้าอย่างนั้นแค่ลาก็พอ ล่อก็ได้เหมือนกัน! ยุทธภพข้างนอกรอข้าอยู่! มันร้องตะโกนรอให้ข้าไปหาอยู่นะ!”

แล้วแม่นางน้อยก็ถอนหายใจเฮือกๆ พูดเหมือนคนแก่ว่า
“ตอนนี้ข้ากลับไม่อยากออกไปเที่ยวเล่นในยุทธภพแล้ว ไม่น่าสนุกตรงไหน มีแต่คนเลว หรือไม่ก็เป็นคนที่ไม่ค่อยดี”เขาได้ยินถ้อยคำไร้เดียงสาของเด็กน้อย แต่กลับไม่ได้พูดตอบรับอย่างขอไปที
“แต่เจ้าก็ยังได้เจอข้าในยุทธภพไม่ใช่หรือ? ถูกไหม?”ตอนนั้นหนึ่งคนโตหนึ่งเด็กแกว่งขาสองข้างด้วยกัน ไร้ทุกข์ไร้กังวล วันนี้ไม่เลว พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ จำได้ว่าตอนนั้นเผยเฉียนเอ่ยประโยคหนึ่งที่สอดคล้องกับอายุสมกับเป็นเด็กอย่างมาก
“แต่ข้าไม่อยากเจอคนอื่นแล้วนี่นา”

เฉินผิงอันในเวลานี้อยากดื่มเหล้าตามจิตใต้สำนึก แต่พอคิดอีกทีก็อย่าดีกว่า จะหยิบกระบอกยาสูบออกมา สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบ คิดได้ว่ายังมีเมล็ดแตงอยู่บางส่วน เฉินผิงอันก็หยิบออกจากชายแขนเสื้อมาหนึ่งกำมือ ก้มหัวค้อมเอว โน้มกายไปด้านหน้า มือหนึ่งถือเมล็ดแตงเอาไว้ แทะเมล็ดแตงไปเมล็ดแล้วเมล็ดเล่า

ในนครหลิงซี ซิ่วไฉเฒ่ายากจนคนหนึ่งเขย่งปลายเท้ากวาดตามองไปรอบทิศ สายตาของเขาเฉียบคมอย่างแท้จริง มองไปเห็นจุดหนึ่งได้ในทันที เดินก้าวยาวๆ เหมือนดาวตกไปยังร้านข้างทางร้านนั้น โหวกเหวกว่าบังเอิญนัก บังเอิญนัก รวมโต๊ะ รวมโต๊ะ นั่งแปะลงบนม้านั่งยาวอย่างคุ้นเคย ยกแขนกวักมือ ผู้เฒ่ายิ้มเอ่ยกับเจ้าของร้านว่าขออาหารหม้อดินไม่เผ็ดหนึ่งหม้อ ถ้าทำเผ็ดเกินไปจะไม่จ่ายเงินนะ

เฉินผิงอันได้ยินเสียงคนถามมาจากนอกประตูห้องแว่วๆ ว่า
“ท่านพ่อ แทะเมล็ดแตงอยู่หรือ”เชิงอรรถและหมายเหตุ:
[ ] และหมายเหตุ: เท้าที่ถูกรัดของหญิงชรา เป็นคำเปรียบเปรยถึงสิ่งที่เหม็น น่ารังเกียจ หรือจู้จี้จนน่ารำคาญใจ การวาดหน้าขนมเปี๊ยะ เป็นการเปรียบเปรยถึงการวาดภาพเพ้อฝันหรือปั้นแต่งคำพูดให้สวยหรูแต่ไม่มีอยู่จริง การวาดงูเติมขา หมายถึงการทำเกินความจำเป็นจนเสียเรื่อง มดแดงเขย่าต้นไม้ เป็นการเปรียบถึงผู้ที่มีกำลังน้อยนิดแต่ริอ่านจะไปสั่นคลอนผู้ที่มีอำนาจหรือกำลังมหาศาลซึ่งไร้ผลโดยสิ้นเชิง สิบผู้กล้าและสี่ตัวสำรอง คืออันดับความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนในยุคโบราณที่ได้รับการยอมรับในใต้หล้า มรรคไม่ขึ้นอยู่กับวิชาใด หมายถึงวิชาที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของรูปแบบดั้งเดิมและแปรเปลี่ยนไปตามสภาวะจิตใจและสถานการณ์ จือสือ เป็นหนึ่งในสิบสองนักษัตรที่ใช้เรียกแทนตำแหน่งหรือบุคคลสำคัญในค่ายกลหรือแผนผังมหาจักรวาล ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารเจียงเซ่อ ถูกกักขังนานหมื่นปีที่ดาวอังคารหรือยิ่งฮว่อซึ่งเป็นดาวแห่งสงครามตามตำราโหราศาสตร์จีนโบราณ พาดสะพาน คือวิชาอภินิหารที่ใช้เชื่อมต่อจิตหรือร่างกายเพื่อถ่ายโอนพลังหรือความรู้สึกเจ็บปวดระหว่างบุคคล

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!