เขาม้วนตะเกียบคำใหญ่ เป่าลมไปสองสามที ก่อนจะก้มหน้าสูดเส้นดังซัด ซิ่วไฉเฒ่าสวาปามกินอยู่พักหนึ่งก็เงยหน้าขึ้น ถามเสียงอู้อี้ว่า
“แม่นางเซี่ย อยากจะถามเจ้าสักเรื่อง เจียงเซ่อเป็นคนอย่างไร?”
เซี่ยโก่วคิดแล้วก็เอ่ยเรียกด้วยความเคารพว่าท่านผู้เฒ่าเหวินเซิ่งไปก่อนคำหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า
“นิสัยของเจ้าหมอนั่นบางครั้งก็ดี บางครั้งก็ไม่ดี ต้องดูที่คน หากเป็นคนที่เขาถูกชะตา ผู้หลอมลมปราณที่เพิ่งจะเหยียบย่างลงมาบนเส้นทางของการฝึกตน บังเอิญเจอกับเขาบนถนนก็เรียกกันเป็นพี่เป็นน้องได้ มองเป็นสหายจากใจจริง หากเกลียดขี้หน้า ถ้าอย่างนั้นก็บอกได้ยากแล้ว เขาจะจงใจพูดโหวกเหวกเสียงดัง เอะอะโวยวาย ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นคนหยาบกระด้าง”
ซิ่วไฉเฒ่ากระจ่างแจ้ง
“นิสัยแบบนั้นเหมือนกับข้ามากเลยนะ อีกเดี๋ยวพอได้คุยกับเขาจะต้องถูกชะตากันมากแน่ๆ”
เซี่ยโก่วอึ้งตะลึง หลิวเสี้ยนหยางกล่าว
“อาจารย์เหวินเซิ่ง เจ้าเจียงเซ่อผู้นั้นมองเหมือนคนหยาบกระด้าง แต่แท้จริงแล้วจิตใจละเอียดอ่อนดุจเส้นผม มีกลอุบายลึกล้ำอย่างมาก พอขึ้นเรือมาก็ใช้วิธีการชิงลงมือเพื่อความได้เปรียบไปก่อน เฉินผิงอันเกือบจะหลงกลเขาแล้ว”
ซิ่วไฉเฒ่าหลุดขำอย่างอดไม่อยู่
“นับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน ผู้ที่คิดอยากจะก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็นบรรพจารย์ มีสักกี่คนที่เป็นตะเกียงประหยัดน้ำมัน? ใครบ้างที่ไม่มีความเด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีพลังใจยิ่งใหญ่ มีความรู้ความสามารถ มีโชคดีอันล้นเหลือ”
เสี่ยวโม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เซี่ยโก่วก็รู้สึกสะเทือนใจ น้อยเนื้อต่ำใจในชะตาของตัวเองขึ้นมา นางคิดแล้วก็ไม่เข้าใจจริงๆ ตนขาดอะไรกันนะ? ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ยเตือนว่า
“เสี้ยนหยางอา เจ้าทำอะไรบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว แม้ว่าเจียงเซ่อจะไม่ได้พาร่างจริงมาที่นี่ แต่นั่นคือขอบเขตสิบสี่ที่เก่าแก่ที่สุดเลยนะ ต่อให้เป็นจิตหยางหรือจิตหยิน ใช้ร่างแยกมาปรากฏตัว ก็ยังมีตบะขอบเขตสิบสี่ที่เปี่ยมล้น เป็นของแท้แน่นอน หากเขามีใจคิดสังหาร ตัดสินใจว่าจะฆ่าคนกะทันหันขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าคืนนี้ศาลบรรพจารย์สำนักกระบี่หลงเฉวียนคงต้องจุดตะเกียงแล้ว”
ใบหน้าหลิวเสี้ยนหยางไม่แยแสแม้แต่น้อย พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ในห้วงเวลาคับขันเฉียดตาย ไม่มีเวลาพอให้ผู้เยาว์คิดอย่างละเอียด แค่เพราะข้างมือไม่มีกระดาษชำระแล้วจะปล่อยให้อึค้างอยู่ในกางเกง ย่อมไม่ได้”
ซิ่วไฉเฒ่าได้แต่หยุดตะเกียบเงียบๆ จากนั้นก็ยิ้มเอ่ยว่า
“กล้าพาดกระบี่ไว้บนคอของคนรักเจียงเซ่อ เจ้าคือคนแรก”
หลิวเสี้ยนหยางกล่าว
“ตอนนั้นข้างกายมีเสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่วอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสี่ยวโม่ยังช่วยใช้กระบี่สร้างค่ายกลสกัดขวางฟ้าดินให้ทันที แล้วนับประสาอะไรกับที่อู๋เหยียนผู้นั้น มีเหตุการณ์แบบไหนบ้างที่นางไม่เคยเจอมาก่อน ฝีมือสูงทั้งยังขวัญกล้า ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด บอกแล้วว่าจะพูดเรื่องการค้ากัน ในหมู่ชาวบ้านยังมีข้อพิถีพิถันที่ว่าทำการค้าไม่สำเร็จ มิตรภาพยังคงอยู่ เขากลับดีนัก ฉวยโอกาสก่อเรื่อง เจียงเซ่อทำอะไรไร้คุณธรรมก่อน วิธีการไร้คุณธรรมของข้าค่อยตามมาทีหลัง ต่อให้ทะเลาะกันไปถึงศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง ข้าก็ไม่กลัวเขา อย่างมากก็ให้เขายอมรับผิดก่อน ข้าค่อยเอ่ยขออภัย”
ซิ่วไฉเฒ่าโบกมือด้วยสีหน้ามีเมตตา บอกเป็นนัยว่าในเมื่อตนมาถึงแล้ว เจ้าหลิวเสี้ยนหยางก็ไม่ต้องถือสาเรื่องนี้มากเกินไป ซิ่วไฉเฒ่าหันไปถามเซี่ยโก่วเสียงเบาว่า
“บรรพจารย์รองของสำนักการทหาร ปีนั้นทะเลาะแตกหักกับเจียงเซ่อได้อย่างไร?”
เสี่ยวโม่ยิ้มถาม
“พี่รองอยากเป็นพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ไม่ยอมยกตำแหน่งให้?”
ซิ่วไฉเฒ่าส่ายหน้า
“ไม่ได้เรียบง่ายแค่นี้หรอก”
เซี่ยโก่วเอ่ยขออภัย
“ท่านผู้เฒ่าเหวินเซิ่ง เรื่องวงในของเรื่องนี้ ข้าไม่รู้จริงๆ ปีนั้นคลุกคลีอยู่กับพวกเขา ใจข้าคิดแต่เรื่องฟันคนกับเรื่องที่ว่าควรจะฟันใครเท่านั้น”
ซิ่วไฉเฒ่าวางตะเกียบลง ถูมือยิ้มเอ่ย
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้มาเพื่อสืบข่าวหรอก แต่แค่เพราะรู้สึกตื่นเต้นก็เลยต้องอาศัยการคุยเล่นสองสามประโยคมาทำอารมณ์ให้มั่นคงเท่านั้น”
เสี่ยวโม่ประหลาดใจ
“ท่านผู้เฒ่าเหวินเซิ่ง ก็แค่เจอกับเจียงเซ่อเท่านั้น ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยเล่า?”
เซี่ยโก่วอดไม่ไหวกลอกตามองบน เสี่ยวโม่หนอ เจ้าก็คิดเป็นจริงเป็นจังเกินไปแล้ว ก็เหมือนกับคำทักทายตามมารยาทที่บอกว่าเลื่อมใสมานาน เลื่อมใสมานานนั่นแหละ มีใครเขาจะซักถามต่อบ้างล่ะว่าเลื่อมใสมานานแค่ไหน? ซิ่วไฉเฒ่าลุกขึ้นยืน ใบหน้าประดับยิ้มน้อยๆ
“กินดื่มอิ่มหนาบำรุงกำลังเรียบร้อยแล้วก็มีแรงไปพูดคำพูดที่หนักแน่นจริงใจได้แล้ว”
เซี่ยโก่วบอกว่าตัวเองจะควักเงินจ่ายอย่างใจกว้าง ผลคือร้านบอกว่าไม่ต้องการเงิน บอกว่าร้านเล็กๆ มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง ลูกค้าจะต้องเอาคำศัพท์ที่ยอดเยี่ยมมาจ่ายแทนเงิน หัวข้อบทกวีในคืนนี้ก็คือท่าซัวสิง (ชื่อประเภทของบทกวี) เซี่ยโก่วมึนงงอยู่บ้างเล็กน้อย ก็แค่กินหมี่ข้าวหม้อดินในนครหลิงซีของพวกเจ้ามื้อเดียวเท่านั้น จะต้องทำให้มีวรรณศิลป์สง่างามขนาดนี้ด้วยหรือ? ไม่พูดเรื่องเงินทอง แต่เจ้ามาพูดเรื่องหัวข้อบทกวีอะไรกับข้า?
นางใช้เสียงในใจสอบถาม
“เสี่ยวโม่ เสี่ยวโม่ อักษรคำว่าซาอ่านผิดหรือเปล่า?”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!