แต่ไหนแต่ไรมาผู้ฝึกกระบี่ป๋ายจิ่งก็มองตัวเองสูงส่งมาโดยตลอด แต่กลับไม่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่จะงัดข้ออะไรกับมรรคาจารย์เต๋า ไม่มีความคิดใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เซี่ยโก่วใช้สายตาบอกเป็นนัยอยู่หลายครั้ง ซิ่วไฉเฒ่าทำไมท่านถึงไม่ยกจอมปราชญ์น้อยออกมาอีกรอบเล่า? รบกวนครั้งหนึ่งคือรบกวน ติดค้างน้ำใจสองครั้งก็คือติดค้างเหมือนกันไม่ใช่หรือ ชายหญิงในยุทธภพอย่างพวกเราสนใจแต่จะได้ตอบแทนบุญคุณชำระความแค้นอย่างสาแก่ใจ ไยต้องมาทะนุถนอมหน้าตาให้เกินเหตุด้วยเล่า
แต่ดูเหมือนว่าซิ่วไฉเฒ่าจะไม่สังเกตเห็นถึงการบอกเตือนเป็นนัยจากเซี่ยโก่ว เพียงแค่จัดระเบียบเสื้อผ้าตามจิตใต้สำนึก พึมพากับตัวเองว่า
“จุดที่ล้ำค่าและน่าเคารพมากที่สุดก็คือก่อนจะเกิดศึกเดินขึ้นฟ้า วีรชนผู้กล้า นักปราชญ์ เหล่านักพรตเหล่าบัณฑิตผู้ล่วงลับทั้งหลายเหล่านั้น พวกเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดมาได้ พวกเขาไม่สนใจเลยว่าโลกยุคหลังจะจำชื่อ จำฉายาของพวกเขาได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือพวกเขายิ่งไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะคว้าชัยชนะได้!”
หยุดไปครู่หนึ่ง ซิ่วไฉเฒ่าก็หันไปมองเด็กสาวสวมหมวกขนเตียว ยิ้มถามว่า
“แม่นางเซี่ย ปีนั้นในฐานะสตรีคนแรกที่ขึ้นไปถึงสรวงสวรรค์ หลังเก็บกระบี่แล้ว ในใจของเจ้าคิดอย่างไร?”
เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง
“ความคิดเรียบง่ายมาก แค่สี่คำเท่านั้น “ชนะจริงๆ หรือ?””
ป๋ายจิ่งในเวลานั้นทั่วร่างอาบโชกไปด้วยเลือด ชุดคลุมอาคมบนร่างถูกเลือดสองสีเปียกซึม มีทั้งสีแดงฉาน แล้วก็มีทั้งสีทอง สตรีที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงอย่างถึงที่สุดหลุบเปลือกตาลงต่ำ ความคิดที่สองของนางก็คือครั้งนี้เหล่าเหนียงตัดสินใจจะนอนหลับให้เต็มอิ่ม ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่สนแล้ว
ซิ่วไฉเฒ่ากล่าวต่ออีกว่า
“มีวีรบุรุษในยุคโบราณกี่มากน้อยที่มีร่างเป็นเซียนดินแล้ว สถานะและสภาพการณ์ของเขาก็เหมือนกับเทพแห่งภูเขาสายน้ำที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องจากฟ้าดิน ศาลบุ๋นและราชสำนัก ได้รับอิสระที่ไม่ถูกวิถีแห่งฟ้าสยบกำราบ แต่กระนั้นก็ยังยอมสละชีวิตไม่กลัวความตาย มีแค่ความกล้าหาญเท่านั้น”ได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของอู๋เหยียนก็ฉายประกายเจิดจ้าผิดไปจากปกติ ต่อให้จะอยู่ในฐานะที่เป็นศัตรูกัน แต่กระนั้นก็ยังอดเลื่อมใสในความใจกว้างของซิ่วไฉเฒ่าจากใจจริงไม่ได้ ผู้ที่เป็ นศัตรูกับข้าไม่ใช่คนถ่อยไปเสียหมด บางทีอาจจะมีข้อบกพร่อง มีช่องโหว่ มีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่กระนั้นก็ยังมีความใจกว้าง มีวิสัยทัศน์และการกระทำของ “บุคคลที่ยิ่งใหญ่” ผู้เฒ่าหลังค่อมอายุไม่มากตรงหน้าผู้นี้ หากมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวันเวลาที่รุ่งโรจน์ จะต้องรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขา จะต้องสร้างวีรกรรมที่กร้าวแกร่งไม่ต่างจากคนหนุ่มที่ห้าวเหิมอย่างแน่นอน
อู๋เหยียนใช้ความคิดเล็กน้อย ก่อนจะเปิดปากถามเรื่องหนึ่งที่นางคิดร่างคำพูดไว้ในใจนานแล้ว
“ขอถามเหวินเซิ่ง มรรคาจารย์เต๋าพูดถึงคุณธรรม ปรมาจารย์มหาปราชญ์พูดถึงเมตตาธรรม จอมปราชญ์น้อยพูดถึงมารยาทพิธีการ หย่าเซิ่งพูดถึงความชอบธรรม อวี๋โต้วรักษากฎระเบียบ เจ้าขุนเขาเฉินแสวงหาการไร้ความผิดอย่างยากลำบาก รากฐานความรู้ของแต่ละคน พื้นฐานก็ไม่ใช่ผลประโยชน์และความสำเร็จหรอกหรือ?”
สตรีไม่ได้มีท่าทางบีบคั้นแม้แต่น้อย แต่กลับเหมือนการขอความรู้อย่างจริงใจ อาจเรียกว่าขอความรู้อย่างถ่อมตัวก็ยังได้ ซิ่วไฉเฒ่ากล่าว
“คิดจะแยกแยะเรื่องนี้ให้ชัดเจน อันที่จริงต้องถามลูกศิษย์คนแรกของข้า”ซิ่วไฉเฒ่าหัวเราะ
“ตั้งชื่อว่าผลประโยชน์และความสำเร็จก็ดี จะเรียกว่าคุณความชอบและลาภยศก็ช่าง ก็หนีไม่พ้นว่าในขีดจำกัดที่ใหญ่ที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ทำร้ายผลประโยชน์ส่วนบุคคล แสวงหาผลประโยชน์ส่วนรวมที่ใหญ่ที่สุดของสรรพชีวิตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นี่เป็นทั้งใจฟ้า ใกล้เคียงกับมรรคาที่สุด หลักการเหตุผลข้อหนึ่งไม่กระจ่างชัดหลักการเหตุผลหมื่นข้อก็สลัวราง”
ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ยเนิบช้าว่า



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!