ยามสนธยา เฉินผิงอันขอให้เว่ยป้อช่วยพากลับมายังอาณาเขตของภูเขาลั่วพั่ว ระหว่างนั้นเว่ยป้อยังเอ่ยสัพยอกมาประโยคหนึ่งว่า วันหน้าจะต้องไปขานชื่อทุกวันแล้วสินะ?
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่พกป้ายผู้ถวายงานระดับสามไว้ตรงเอวและป้ายหยกจวนราชครูแผ่นใหม่ เก็บปณิธานกระบี่ กระโดดออกไปอยู่กลางอากาศเหนือเมืองหลวง หมื่นลี้ไร้เมฆ ทว่ากลับมีเสียงดังครืนครัน แสงกระบี่ลากเส้นยาวมุ่งหน้าไปยังภูเขาลั่วพั่ว
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวเนินฝูเหยา ท่ามกลางป่าไผ่เขียวขจีที่สาดสะท้อนคือห้องหนังสือหน้ากว้างสามห้อง ผิวน้ำของทะเลสาบขนาดเล็กเกิดริ้วแสงกระเพื่อมไหว
เฉินผิงอันไม่ได้ตรงดิ่งไปปิดด่านที่ห้องอ่านหนังสือซึ่งทั้งใช้อ่านหนังสือและทั้งบำรุงลมปราณ แต่เข้าไปในทะเลสาบ วินาทีที่รองเท้าผ้าสัมผัสกับพื้นผิวน้ำ ผิวน้ำก็พลันราบเรียบเหมือนกระจก เหมือนเกาะตัวกลายเป็นแก้วใสชิ้นหนึ่ง
หลังจากนั้นผิวน้ำก็เริ่มมีประกายแสงไหลริน เกิดเป็นตราผนึกค่ายกลที่จัดวางเต็มไปด้วยยันต์
เฉินผิงอันเพียงแค่ก้าวเดินเนิบช้า ภาพค่ายกลใต้ฝ่าเท้ากลับหมุนวนอย่างรวดเร็ว เมื่อเขายืนนิ่งก็ได้เปิดตราผนึกชั้นแรกออก เรือนกายชุดเขียวยืนนิ่งไม่ขยับ พื้นผิวกระจกทั้งผืนพลันพลิกกลับ
ขณะเดียวกันกลางอากาศก็มีภาพดวงดาวพร่างพราวลอยขึ้นมา แค่เอื้อมมือไปคว้าก็สัมผัสได้ เฉินผิงอันจึงเริ่มเอื้อมมือไปเด็ดดวงดาว ทยอยขยับเคลื่อนพวกมันไปยังตำแหน่งอื่น การมองเห็นพลันเปิดกว้าง กลายมาเป็นภาพปกติอีกครั้ง
ทว่าระหว่างทะเลสาบใต้ฝ่าเท้ากับห้องหนังสือที่อยู่บนฝั่งกลับมี “ประตูภูเขา” ที่ไอหมอกแผ่อวลปกคลุมบานหนึ่งโผล่มา คล้ายกับเข็มทิศขนาดใหญ่ยักษ์ที่นักฮวงจุ้ยใช้ตรวจสอบสภาพภูมิศาสตร์ จิตของเฉินผิงอันขยับไหวเล็กน้อย ตัวอักษรแต่ละวงก็เริ่มหมุนวน รอกระทั่งเข็มทิศนี้หยุดนิ่งเฉินผิงอันถึงได้ขึ้นมาบนฝั่ง เปิดประตูออก ในห้องมีนักพรตตงินั่งอยู่
ต่างก็พูดกันว่าในภูเขาผ่านไปหกสิบปี โลกมนุษย์กลับผ่านไปพันปีแล้ว ในฟ้าดินร่างกายมนุษย์ของนักพรตตงิกลับไม่ใช่เพียงเท่านั้น อยู่ไกลเกินกว่านั้นมากนัก
เซี่ยโก่วนั่งอยู่ตรงหน้าประตูเฉินผิงอันพยักหน้า การปกป้องมรรคายังคงเดิม แต่การพิศมรรคาเพื่อใช้พิสูจน์มรรคากลับไม่มีหวังแล้ว
เซี่ยโก่วเอ่ยเฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ
หากความเป็นเทพยังคงบริสุทธิ์ดังเดิมก็สามารถดึงออกมาได้ แล้วก็จะบันทึกประสบการณ์การแสวงหามรรคาของนักพรตตงิ รวมไปถึงประสบการณ์บนเส้นทางหัวใจของเขาไปได้ตลอด นั่นจะเป็นมหามรรคามุ่งสู่ฟ้าที่สมบูรณ์แบบเส้นหนึ่ง นั่นจะเป็นเส้นสายที่สมบูรณ์ซึ่งมีครบทั้งมรรคา จิตใจ วิชาและคาถา ตอนนี้พิศกะผายลมอะไรเล่า ได้แต่อดทนรอคอยให้นักพรตตงิตื่นขึ้นมาเท่านั้น
ถ้ำสถิตหนึ่งพันห้าร้อยแห่งของร่างมนุษย์ก็เคยมีจิตวิญญาณอันแกร่งกล้า และปณิธานอันยิ่งใหญ่ของการหลอมใหญ่ให้กับหมื่นสรรพสิ่งเช่นกัน
เฉินผิงอันนั่งอยู่หน้าประตู เซี่ยโก่วถามชวนคุยว่าก่อนหน้านี้อยู่ที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวของใบถงทวีป ได้ร่ายใช้ยันต์คำสั่งเหนือจิตใจของนักพรตน้อย แฝงไว้ด้วยปณิธานสามชนิดของภูเขา สายน้ำและสายฟ้า เป็นการ “ให้ยาถูกโรค” ค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่การกระทำนี้คือการรักษาที่ปลายเหตุไม่ใช่ต้นเหตุ แล้วนับประสาอะไรกับที่หลังจากต่อสู้กับเจียงเซ่อไปรอบหนึ่งก็ทิ้งภัยแฝงนับไม่ถ้วนไว้เบื้องหลังแล้ว ลู่เฉินยังตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น ยันต์แผ่นนี้ต้องได้รับผลกระทบที่ไม่เล็กแน่นอน เฉินผิงอันเพิ่งจะนึกถึงวิธีแก้ไขปัญหาที่พอจะถือว่ามั่นคงอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
เซี่ยโก่วรีบลุกขึ้นนั่งทันทีเซี่ยโก่วเอ่ย “ไปด้วยกันสิ”
เฉินผิงอันกล่าวเฉินผิงอันเอ่ยอย่างตกตะลึง “เจ้าแน่ใจหรือ?!”
เจ้าแน่ใจจริงๆ หรือว่าสามารถสร้างยันต์เลียนแบบยันต์สามภูเขาที่ไม่ต้องผลาญบุญกุศล แค่ค่อนข้างจะเปลืองเงินออกมาได้จริงๆ?!
เซี่ยโก่วถามอย่างสงสัยทำไมข้าถึงไม่รู้ว่าอาจารย์ซานซานจิวโหวมีความพิถีพิถันเช่นนี้อยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ตนลองทำของเลียนแบบอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ได้ชักนำสายตาของสหายยุคบรรพกาลคนนี้มานี่นา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมแค่นี้ แม้ว่านางกับอาจารย์ซานซานจิวโหวจะไม่สนิทกัน แต่นางกลับรู้เรื่องหนึ่งดี ในเรื่องของการถ่ายทอดมรรคาช่วงยุคบรรพกาล เขาก็ไม่ขี้เหนียวเลยจริงๆ ก่อนเกิดศึกเดินขึ้นฟ้า วิธีสมคบคิด เออ… วิธีบอกกล่าวแก่นักพรตของสถานที่ต่างๆ หลักๆ แล้วก็อาศัยการขึ้นเขาลงห้วย การวิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อยของเขากับลูกศิษย์ผู้สืบทอดกลุ่มนั้น
เฉินผิงอันทำจิตแห่งมรรคาให้มั่นคง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!