เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1177

หลิวเสียนหยางเริ่มถ่ายทอดเวทกระบี่

“ท่องฝัน” ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษบทนั้นให้กับเฉินผิงอัน

ทั้งยังไม่ถือสาที่เซียโก่วจะอยู่ด้วย

เฉินผิงอันมีคำถามเยอะมาก หลิวเสียนหยางบอกทุกอย่างที่ตัวเขารู้อย่างไม่มีปิดบัง

เซียโก่วเองก็ไม่รบกวนการถ่ายทอดมรรคา และถามมรรคาของพวกเขา

นางนั่งหาวอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอนกายนอน ยกขาไข่ห้างพลางแทะเมล็ดแตงไปด้วย

นอนตะแคงเอามือเท้าคางก็แล้ว กระนั้นก็ยังรู้สึกเบื่อหน่าย

จึงเปลี่ยนท่ามานอนคว่ำกับพื้นแล้วกวาดชายแขนเสื้อทำท่าเหมือนว่าว่ายน้ำ

เจ้าขุนเขาของตนมักจะขมวดคิวมุ่นอยู่บ่อยๆ

บางครั้งหัวคิ้วก็คลายออก ไม่ก็ก้มหน้าครุ่นคิดเนิ่นนาน

เห็นเพียงว่าบนใบหน้าของเขามีไอม่วงลอยกรุ่นขึ้นมา

ข้างหูก็เหมือนมีเมฆหมอกล้อมวน

ตามมาด้วยภาพตำหนักหอเรือนตระกูลเซียนขนาดจิ๋วหลายหลังที่ถูกจำแลงออกมา

รูจมูกสองข้างพ่นลมปราณแท้จริง เหมือนงูยาวห้อยตัว

บ้างก็สะบัดชายแขนเสื้อ นับนิ้วทำมุทรา

พริบตาเดียวแสงเรืองรอง ก็สาดส่องไปทั่วทั้งห้อง

รอบด้านของเบาะนั่งมีริ้วคลื่นกระเพื่อมเป็นระลอกเหมือนริ้วน้ำที่แผ่กระจายออกไป

บางครั้งก็ประกบสองนิ้วจิ้มๆ ชี้ๆ

สร้างแสงกระบี่ขนาดรุ่นกว่าที่ผ่านการหล่อหลอมถึงขีดสุดเป็นประกายแวววับไม่หยุดนิ่ง…

เซียโก่วทำท่าจะพูดไม่พูดอยู่หลายครั้ง แต่ก็อดทนข่มกลั้นเอาไว้

ในใจปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุด นางเองก็เพิ่งรู้ว่าที่แท้การฝึกตนก็ยากลำบากถึงเพียงนี้

วันเวลาผันผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวนับนิ้ว

ได้เวลากินอาหารมื้อดึกแล้ว มองหลิวเสียนหยางแวบหนึ่ง

เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางโบกมือ เซียโก่วไม่ลืมกุมหมัดแสดงความขอบคุณ

เพราะถึงอย่างไรนางก็มาฟังการถ่ายทอดมรรคาของคนอื่นอยู่ข้างๆ

หลิวเสียนหยางเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ไม่เก็บเอามาใส่ใจ

เซียโก่วเดินย่องออกไปจากห้องแล้วก็ยึดแขนบิดขี้เกียจ

ร่ายวิชาหดย่อพื้นที่เดินก้าวหนึ่งออกไป ไปถึงที่ยอดเขาจี๋หลิง

ก็บังเอิญเห็นกลุ่มคนที่เดินคาบไม้จิ้มฟันมาพอดี

เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวยกสองมือเท้าเอว เดือดดาลไม่พอใจ

“จงอันดับหนึ่ง ปรมาจารย์เวิน ไฉนพวกเจ้าถึงได้หน้าหนาไร้ยางอายกันอย่างนี้”

รอกระทั่งเข้ามาในเรือน มานั่งที่โต๊ะ แต่ละคนก็เหมือนผีโหยกลับชาติมาเกิด

จ้วงตะเกียบรวดเร็วราวกับบิน มีเพียงจูเหลียนที่นอนเอนกายโบกพัดใบลานอยู่บนเก้าอี้หวาย

กินดื่มอิ่มหนำกันแล้ว เซียโก่วก็หยิบไม้จิ้มฟันเอามาแคะฟัน

เดินออกมาจากเรือนพร้อมกับพวกเขา อิ่มจนส่งเสียงเรอ

บ่นจงอันดับหนึ่งว่าวันนี้สั่งอาหารผิดไปจากมาตรฐานอยู่บ้าง

จงเชียนรับคำตำหนิอย่างถ่อมตัว คาบไม้จิ้มฟันกุมหมัดเขย่า

บอกว่าตัวเองต้องสำนึกในความอับอายจนกลายเป็นแรงฮึดอย่างแน่นอน

เซียโก่วครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพาเขาไปยังเรือนส่วนตัวที่ค่อนข้างจะเงียบสงบ

ไปหาเจียงเซ่อ แรกเริ่มจงเชียนไม่เต็มใจ

บอกว่าตนต้องกลับไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้ามากินอาหารเช้าให้ตรงเวลาอีก

เซียโก่วบอกกับเขาว่าแค่ตามมาก็พอ อย่าพูดมาก อิดออดเป็นสตรีไปได้

“เรือนกายขอบเขตร่างทองนี้ของเจ้าหยาบไปหน่อยแล้ว”

ตามเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวไปตลอดทาง จงเชียนมึนงงอย่างสิ้นเชิง

ไม่รู้ว่าผู้ฝึกยุทธแซ่เจียงที่เซียอันดับรองพูดถึงมีขอบเขตอะไรกันแน่

ได้ยินว่าเป็นญาติของเผยเฉียนที่แวะมาเยี่ยมเยียน

เดาว่าน่าจะเป็นขอบเขตเดินทางไกล ไม่น่าจะเป็นขอบเขตยอดเขาได้หรอกกระมัง?

จะดีจะชั่วจงเชียนก็เป็นบุคคลอันดับหนึ่งบนวิถีวรยุทธในใต้หล้าของพื้นที่มงคลรากบัว

รู้ซึ้งถึงน้ำหนักของปรมาจารย์ขอบเขตยอดเขาดีมาก เพียงแต่ว่าไม่แสดงออกมาตอนอยู่บนภูเขาลั่วพั่วบ้านตัวเองก็เท่านั้น

เจ้าขุนเขาเฉิน เผยเฉียน พ่อครัวเฒ่า พี่น้องต้าเพิ่ง… น้องเวินก็ช่างทนกับความยากลำบากได้เก่งจริงๆ

ได้ยินว่าก่อนจะลงจากภูเขาก็มีโอกาสจะเลื่อนเป็นขอบเขตยอดเขา

ในที่สุดจงเชียนก็ได้เจอเจียงเซ่อ อีกฝ่ายกำลังรับลมเย็นอยู่ในลานบ้าน

เรือนกายแกร่งกำยำ พลังอาจน่าครั่นคร้าม อยู่ที่บ้านเกิดหากเจอคนแบบนี้จะต้องเดินอ้อมไปอีกทาง

เจียงเซ่อแค่ปรายตามองจงเชียน เดาความคิดของเซียโก่วได้จึงเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาตรงๆ ว่า

“ข้าผู้อาวุโสไม่สอนเศษสวะ”

จงเชียนกลับไม่คิดอะไรมากจริงๆ ยังยิ้มหน้าทะเล้น ไม่โกรธเลยสักนิด

“ข้าคือเศษสวะยังต้องให้ท่านผู้อาวุโสเตือนด้วยหรือ? เกรงใจกันไปแล้ว”

เดิมทีเซียโก่วคิดว่าจะปล่อยไป แต่แกงที่ฝืนเด็ดย่อมไม่หวาน

เพียงแต่นางเรอออกมาทีหนึ่งก็พูดกับอู๋เหยียนอย่างตรงไปตรงมาว่า

“เจ้าลองฟังดูสิ นี่ใช่ภาษาคนหรือไม่?”

อู๋เหยียนหยิบพัดกลมอันหนึ่งออกมา พูดโน้มน้าวด้วยใบหน้าอ่อนโยน

“ถือว่าเป็นการซ้อมมือก็แล้วกัน”

เจียงเซ่อขมวดคิวมุ่น ยังไม่ใคร่จะเต็มใจนัก

เซียโก่วยื่นมือมาป้องข้างปาก มอบยาสงบใจเม็ดหนึ่งให้กับจงเชียน

“อย่าไปกลัวเขา เขาคือแม่ทัพผู้พ่ายใต้เงื้อมมือของเจ้าขุนเขาพวกเรา แพ่อนาถมากเลยล่ะ

ใช้วิชาที่สูงส่งเลิศล้ำอะไรไม่ได้แล้ว ขอบเขตบนวิถีวรยุทธลดขั้นไประดับใหญ่”

จงเชียนพยักหน้า พอจะเข้าใจคร่าวๆ แล้ว

ต้องเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญตนคนหนึ่งควบกับผู้ฝึกยุทธขอบเขตยอดเขาแน่นอน

อู๋เหยียนยิ้มตาหยี

เจียงเซ่อร้องเหอะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ

อาศัยแค่ลางสังหรณ์ จงเชียนถอยแล้วถอยอีก

แต่กลับไม่ใช่การถอยเพื่อความปลอดภัยอะไร แต่ตั้งท่าหมัดในชั่วพริบตา

พายุหมัดก่อตัว ปณิธานหมัดแข็งแกร่ง จิตสังหารบังเกิด!

ดุจเมฆคล้อยน้ำไหล สำเร็จในรวดเดียว ตอนอยู่ในยุทธภพของบ้านเกิดตน จงเชียนไม่เคยหาเรื่องใครมาก่อน

ใครมาหาเรื่องเขา กลับง่ายเลย เขาก็แค่ฆ่าคนผู้นั้น

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!