กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 434

วันนี้เฉินผิงอันพายเรือมาเยือนเกาะแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเกาะจูไช ห่างจากเกาะชิงเสียมาค่อนข้างไกล ตัวเกาะมีขนาดไม่ใหญ่ ลูกศิษย์ในสำนักก็มีน้อยบางตา ดังนั้นเจ้าของเกาะที่จะไปหรือไม่ไปร่วมงานประชุมบนเกาะกงหลิ่วก็ได้ผู้นั้น จึงไม่ทำเหมือนเจ้าเกาะขนาดเล็กหลายคนที่ด้วยความหัวแหลมจึงเลือกไปยึดพื้นที่แห่งหนึ่งให้กับตัวเองบนเกาะกงหลิ่ว แต่เลือกจะอยู่บนเกาะ ไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองที่มีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถตัดสินสถานการณ์ในอนาคตอีกร้อยปีของทะเลสาบซูเจี่ยนครั้งนี้

เฉินผิงอันจอดเรือเทียบท่า ท่าเรือมีสตรีวัยผู้ใหญ่ที่หน้าผากโหนกกว้าง มวยผมสูง เรือนร่างอวบอิ่ม สวมอาภรณ์เปิดเผยเนื้อตัวมายืนรออยู่ก่อนแล้ว

เฉินผิงอันพอจะเดาตัวตนของผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตประตูมังกรท่านนี้ออกแล้ว สตรีแต่งงานแล้วที่เล่าลือกันว่ามีนามเดิมว่าหลิวจ้งรุ่นผู้นี้เคยเป็นเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์แห่งหนึ่งในภาคกลางของแจกันสมบัติทวีปที่ล่มสลายไปแล้ว ว่ากันว่าฮ่องเต้น้อยองค์สุดท้ายของราชวงศ์ถูกสตรีที่เรียกตัวเองว่าป้าผู้นี้อุ้มส่งขึ้นไปบนบัลลังก์มังกร ในเกร็ดพงศาวดารของนครน้ำบ่อยังมีคำเล่าขานกันว่า ตอนนั้นฮ่องเต้น้อยยังเยาว์วัยไม่รู้ประสา ยังหัวเราะร่าพลางตบบัลลังก์มังกรตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ใต้ก้น เรียกให้ท่านป้ามานั่งด้วยกัน และตอนนั้นสตรีผู้นี้ก็นั่งลงไปจริงๆ นางอุ้มฮ่องเต้น้อยไว้ในอ้อมกอด ขุนนางบุ๋นบู๊ในท้องพระโรงเงียบกริบเป็นจักจั่นหน้าหนาว ไม่มีใครกล้าแสดงความกังขาแม้แต่น้อย

เถียนหูจวินเองก็เคยพูดถึงเจ้าเกาะจูไชท่านนี้ เคยเอ่ยชื่นชมนางด้วยประโยคว่า ‘มีความองอาจเหมือนชายชาตรี’

หลิวจ้งรุ่นยิ้มบางๆ กล่าวว่า “เจ้าก็คือนักบัญชีที่พักอยู่ตรงประตูภูเขาของเกาะชิงเสีย?”

เฉินผิงอันอึ้งตะลึง อยู่ที่เกาะชิงเสีย ไม่เคยมีใครกล้าเรียกเขาว่านักบัญชีซึ่งๆ หน้ามาก่อน

เฉินผิงอันจึงกล่าวว่า “ถือว่าใช่กระมัง”

หลิวจ้งรุ่นถามเข้าประเด็นทันที “คงไม่ใช่ว่าเกาะชิงเสียของพวกเจ้าเห็นเกาะจูไชแห่งนี้เกะกะตา ฉวยโอกาสที่เจ้าเกาะต่างก็พากันไปที่เกาะกงหลิ่วกันหมด เลยคิดจะมาทำอะไรบางอย่างที่นี่กระมัง?”

เฉินผิงอันส่ายหน้า “มีแค่ข้าคนเดียวที่มาเยือนเกาะจูไช คงต้องรบกวนแล้ว แค่อยากจะถามหลิวฮูหยินเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของทะเลสาบซูเจี่ยน หากหลิวฮูหยินไม่ยินดีให้ข้าขึ้นเกาะ ข้าก็จะไปที่อื่น”

หลิวจ้งรุ่นหรี่ดวงตาหงส์ที่เรียวยาวคู่นั้นลง “หากข้าบอกว่าเกาะจูไชไม่ต้อนรับท่านนักบัญชีเล่า? บนเกาะนี้ของข้ามีแต่สตรี ทุกคนต่างก็มีตบะไม่สูง หากใครถูกเจ้าหมายตาแล้วจับไปเป็นแม่นางเปิดสาบเสื้อที่เกาะชิงเสีย ถึงเวลานั้นข้าควรจะปล่อยไปหรือไม่ปล่อยไปดีล่ะ?”

เฉินผิงอันกุมหมัดบอกลาด้วยสีหน้าเป็นปกติ แล้วจึงหมุนตัวเดินขึ้นเรือ มุ่งหน้าไปที่อื่นอย่างที่บอกจริงๆ

หลิวจ้งรุ่นยืนอยู่ที่เดิม คราวนี้นางสับสนแล้วจริงๆ

ในความเป็นจริงแล้ว นางเองก็ได้เตรียมลูกศิษย์หญิงอายุน้อยที่หน้าตาโดดเด่นไว้คนหนึ่งแล้ว คิดเสียว่าเป็นการฟาดทรัพย์ดับเคราะห์

บนเกาะเฟยชุ่ยที่อยู่ใกล้เคียงกัน เฉินผิงอันก็ต้องกินน้ำแกงประตูปิดเช่นกัน เจ้าเกาะไม่อยู่ ผู้ดูแลไม่กล้าปล่อยให้ ‘ผู้ถวายงาน’ คนหนึ่งของเกาะชิงเสียขึ้นมาบนฝั่ง ถึงเวลานั้นหากถูกผู้ฝึกตนของเกาะชิงเสียที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์เอาหายนะมาให้ เขาจะไปร้องไห้กับใคร? หากมีแค่ตัวคนเดียว เขาย่อมไม่กล้าปฏิเสธ ทว่าบนเกาะยังมีครอบครัวใหญ่ที่เขาแตกกิ่งก้านสาขาเอาไว้ จึงไม่กล้าประมาทจริงๆ แต่จะไม่เห็นแก่หน้าของผู้ถวายงานหนุ่มเกาะชิงเสียผู้นี้เลยก็ไม่ได้ ผู้ฝึกตนเฒ่าจึงหาทางลงให้คนผู้นั้นด้วยการเดินส่งไปตลอดทาง ปากก็พูดขออภัยไม่หยุด แทบอยากจะลงไปคุกเข่าโขกหัวให้เฉินผิงอันเสียด้วยซ้ำ เฉินผิงอันไม่ได้เอ่ยปลอบใจอะไรอีกฝ่าย เพียงแค่ก้าวเร็วๆ ขึ้นเรือจากไปไกลเท่านั้น

เกาะที่สามคือเกาะฮวาผิง เจ้าเกาะผู้เป็นเซียนดินโอสถทองไม่อยู่ เพราะไปปรึกษาหารือเรื่องใหญ่ที่เกาะกงหลิ่ว แล้วเขาก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ช่วยชูธงร้องสนับสนุนสกัดคงคาเจินจวินมากที่สุด มีเจ้าเกาะน้อยอยู่บนเกาะคอยดูแลถิ่นของตัวเอง ได้ยินว่าแขกของมารใหญ่กู้ ผู้ถวายงานที่หนุ่มที่สุดของเกาะชิงเสียจะมาเป็นแขกบนเกาะตัวเอง พอรู้ข่าวเข้าก็รีบกระโดดออกมาจากรังอันอบอุ่นอ่อนหวานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของเครื่องประทินโฉม รีบร้อนสวมเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วตรงดิ่งไปที่ท่าเรือ ปรากฎตัวต้อนรับคนผู้นั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรด้วยตัวเอง

เมื่อได้พบกับผู้ถวายงานหนุ่มที่เกาะชิงเสียปกปิดเรื่องราวของเขาเอาไว้เข้าจริงๆ อันที่จริงเจ้าเกาะน้อยอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ มองดูแล้วไม่เหมือนยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญการเข่นฆ่าสังหารอะไร กลับเหมือนอาจารย์สอนหนังสือในโรงเรียนแถบบ้านนอกบ้านนามากกว่า ตอนนี้เกาะน้อยใหญ่โดยรอบเกาะชิงเสียต่างก็กำลังแอบพูดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่ทางฝ่ายของเกาะชิงเสียปิดปากแน่นสนิท ไม่มีข่าวแพร่งพรายออกมาแม้แต่น้อย แค่ได้ยินว่าเป็นคนอำมหิตที่ตบบ้องหูมารใหญ่กู้ไปสองทีต่อหน้าฝูงชนในนครน้ำบ่อ กู้ช่านเองก็ไม่เอาคืน กลับยังปฏิบัติต่อเขาอย่างมีมารยาท รับตัวมาที่จวนชุนถิงเกาะชิงเสีย ตอนนี้พวกสหายจิ้งจอกมิตรสุนัขทั้งหลายซึ่งรวมถึงเจ้าเกาะน้อยเองต่างก็กำลังลงเดิมพันกันว่าคนผู้นี้จะมีชีวิตอยู่ได้กี่วัน นายน้อยแห่งเกาะฮวาผิงลงเดิมพันไว้ว่าเขาต้องตายภายในหนึ่งเดือนแน่นอน ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพญามารกู้ช่านขึ้นชื่อในเรื่องอารมณ์แปรปรวน ชอบสังหารคนตามใจชอบ? ผู้ฝฝึกลมปราณของทะเลสาบซูเจี่ยนที่ต้องกลายเป็นอาหารในท้องของหนีชิวใหญ่ตัวนั้น ไม่ได้มีแค่ศัตรูคู่แค้นของเขาเท่านั้น แขกของเกาะชิงเสีย หรือแม้แต่เพื่อนกินในวงเหล้าทั้งหลายก็ถูกฆ่าตายไปไม่น้อย

เฉินผิงอันดื่มเหล้าอยู่บนเกาะฮวาผิงครู่หนึ่ง เขาดื่มน้อย แต่อีกฝ่ายกลับดื่มอย่างสมกับคำว่า พบคนรู้ใจ ดื่มพันจอกก็ยังน้อยไป แล้วก็เล่า ‘ความจริงหลังดื่มเหล้า’ จากเจ้าเกาะน้อยไปหลายเรื่อง

ตอนที่กลับมาขึ้นเรือ เฉินผิงอันที่บังคับเรือใคร่ครวญถึงความน่าเชื่อถือของคำพูดเหล่านั้น แล้วก็ได้รู้ว่าทะเลสาบซูเจี่ยนไม่มีตะเกียงดวงใดที่ประหยัดน้ำมัน เมื่อออกห่างมาจากเกาะฮวาผิงแล้วก็หยุดเรืออยู่กลางทะเลสาบ เฉินผิงอันหยิบกระดาษและพู่กันออกมาเขียนเกี่ยวกับผู้คนและเรื่องราวลงไป

หลังจากนั้นทุกวันเขาก็เดินๆ หยุดๆ อยู่เช่นนี้ ได้เห็นเรื่องราวและทัศนียภาพที่แตกต่างกันจากเกาะต่างๆ ส่วนเกาะที่ปิดประตูไม่รับแขก ปฏิเสธไม่ให้เฉินผิงอันขึ้นไปบนภูเขาอย่างเกาะจูไชก็มีมากเช่นกัน

ภาพวาดแผนที่ของทะเลสาบซูเจี่ยนที่เฉินผิงอันยัดไว้ในสาบเสื้อหน้าอกถูกเฉินผิงอันวาดวงกลมลงไปตามเกาะต่างๆ บนแผนที่อย่างต่อเนื่อง

ทุกวันฟ้ายังไม่ทันสางก็พายเรือออกไปจากเกาะชิงเสีย ดึกดื่นค่ำคืนถึงจะกลับมายังห้องบนเกาะชิงเสีย

นอกจากทะเลสาบซูเจี่ยนจะเป็นจุดศูนย์รวมผู้ฝึกตนอิสระจากทั่วสารทิศของแจกันสมบัติทวีปแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเชื่อเรื่องพ่อมดภูตผี วิชานอกรีตที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ยิ่งมีมากมายหลายหลาก

และยังมีอย่างเกาะฮวาผิงที่ผู้ฝึกตนต่างก็ชื่นชอบความหรูหรา ใช้ชีวิตเสพสุขดื่มด่ำอย่างเต็มที่ ทุกวันจะจมจ่อมอยู่กับชีวิตเปี่ยมสุขที่หลงมัวเมาอยู่ในความฝัน บนถนนหนทางของพวกเขาเจาะทองมาแกะสลักเป็นดอกบัว เอาบุปผามาปูพื้น

มีเกาะอีกแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าเย่เฉิง เจ้าของเกาะเปิดสนามประลองสัตว์ ใครที่กล้าเอาหินโยนใส่สัตว์ร้ายก็เท่ากับว่ามีความผิดมหันต์ที่ ‘ล่วงเกินสัตว์’ จะต้องถูกลงทัณฑ์ ทุกวันจะต้องมีผู้ฝึกตนของเกาะแห่งอื่นเอาตัวลูกศิษย์ในสำนักที่ทำผิดหรือไม่ก็ศัตรูคู่แค้นที่ถูกจับตัวมา มาโยนใส่กรงขังของลานประลองสัตว์หลายแห่งที่ชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในเมืองเย่เฉิง และเมืองเย่เฉิงแห่งนี้ยังจัดหาสตรีโตเต็มวัยหน้าตางดงามเปี่ยมเสน่ห์มาคอยปรนนิบัติผู้ฝึกตนจากทั่วสารทิศที่มาหาความบันเทิง มาชื่นชมพฤติกรรมอำมหิตนองเลือดของสัตว์ร้ายบนเกาะ

และยังมีเจ้าของเกาะอีกวานที่ว่ากันว่าเคยเป็นผู้รอบรู้ของแคว้นหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแจกันสมบัติทวีป ทว่าตอนนี้กลับชื่นชอบเสาะหาเอาหมวกและกวาน (ที่ครอบผมในสมัยโบราณ) ของลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อจากสถานที่ต่างๆ มาทำเป็นกระโถนฉี่ยามค่ำคืน

มีวันหนึ่งเฉินผิงอันออกมาจากเกาะแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าเกาะอวิ๋นอวี่ บนเกาะมีสำนักตระกูลเซียนอยู่สองแห่ง ซึ่งทั้งสองสำนักต่างก็เชี่ยวชาญการฝึกตนแบบสองผสานในห้องหับ

เมื่อเห็นเฉินผิงอัน สตรีของสำนักหนึ่งในนั้น ไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อย สายตาของพวกนางล้วนเหมือนหมาป่าที่หิวกระหาย เพียงแต่ป้ายหยกผู้ถวายงานเกาะชิงเสียที่คนหนุ่มห้อยไว้ตรงเอวทำให้พวกนางไม่กล้าทำตัวเหลวไหลมากนัก

ตอนที่เฉินผิงอันเดินลงเขาขึ้นเรือ เขาสะบัดร่างเบาๆ หนึ่งครั้ง กลิ่นหอมอบอวลของเครื่องประทินโฉมที่ยังคงลอยอ้อยอิ่งวนเวียนใกล้กับชุดคลุมอาคมจินหลี่ก็ล้วนสลายหายไปเกลี้ยง

ระหว่างที่เฉินผิงอันเดินทางไปเยือนเกาะถัดไป ในที่สุดก็เจอกับนักฆ่ากลุ่มหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ในทะเลสาบ มีกันสามคน

ชูอีและสืออู่ช่วยกันปั่นทำลายช่องโพรงลมปราณซึ่งเป็นที่เก็บวัตถุแห่งชะตาชีวิตของนักฆ่าสองคน นักฆ่าที่บาดเจ็บสาหัสจึงพลัดตกลงไปในน้ำ

ผู้ฝึกตนสำนักการทหารคนหนึ่งฉวยโอกาสนี้ขยับเข้าใกล้เฉินผิงอัน ในขณะที่เขาคิดว่ากุมชัยชนะไว้ในมือแล้วนั่นเอง กลับถูกคนหนุ่มที่สีหน้าอิดโรยคล้ายคนขี้โรคต่อยหมัดเดียวร่วงตูมลงทะเลสาบ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!