กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 439

หน้าหนาวที่อากาศเยียบเย็น น้ำของทะเลสาบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ไอเย็นเสียดลึกถึงกระดูก

กู้ช่านสลบไปถึงสามวันสามคืน ทุกวันเฉินผิงอันจะต้องมานั่งอยู่ข้างเตียงของเขาเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ดมกลิ่นยาที่เข้มข้น

ก็เหมือนก่อนหน้านี้ที่กู้ช่านกับหนีชิวน้อยมักจะไปนั่งอาบแดดนอกห้องที่ตั้งอยู่ตรงประตูภูเขา

เฉินผิงอันที่อยู่ในห้องแห่งนี้คอยลุกขึ้นเดินมาที่หัวเตียงเพื่อตรวจสอบเส้นชีพจรของกู้ช่าน ป่วยนานวันเข้าก็กลายมาเป็นหมอเสียเอง เรื่องนี้เฉินผิงอันไม่ถือว่าเป็นคนนอกวงการแล้ว สำหรับบาดแผลที่จะอาการรุนแรงขึ้นหรือใกล้จะหายดี เขาจึงยังพอมองออกอยู่บ้าง ยาวิเศษที่หลิวจื้อเม่าสั่งให้เถียนหูจวินนำมาให้นั้นมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม มีความเป็นได้มากว่าจะเป็นตัวยาล้ำค่าที่คล้ายคลึงกับยาของตำหนักพยัคฆ์เขียวที่หลอมให้เซียนดินโดยเฉพาะ

วันนี้กู้ช่านฟื้นขึ้นมาแล้ว เห็นเฉินผิงอันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น กู้ช่านก็คลี่ยิ้มกว้าง ทว่าเพียงไม่นานก็หลับไปอีกครั้ง ลมหายใจหนักแน่นมั่นคงขึ้นเยอะมาก

หลังจากที่เฉินผิงอันออกมาจากจวนชุนถิง สตรีแต่งงานแล้วลังเลอยู่ชั่วครู่ก็บอกให้ผู้ดูแลที่เป็นขอบเขตประตูมังกรคนหนึ่งของจวนไปเชิญตัวหลิวจื้อเม่ามา บอกว่านางมีเรื่องจะปรึกษา

สตรีแต่งงานแล้วนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือที่ยังร้อนผ่าวของกู้ช่านไว้เบาๆ น้ำตาคลอเจียนจะหยด

ความคิดของสตรีแต่งงานแล้วล่องลอยไปไกล สุดท้ายนางก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

โชคดีที่ช่านช่านไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่น่าเสียดายที่ไปถ่วงการทำ ‘อาหารเทพเซียน’ ที่จวนชุนถิงตั้งใจปรุงขึ้นโดยเฉพาะ

การกินอาหารของผู้ฝึกตนมีข้อที่ต้องพิถีพิถันอยู่มาก ยาของในบรรดาเมธีร้อยสำนักก็ต้องยกคุณความชอบให้กับเรื่องนี้ คำกล่าวที่ว่าเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญเทียมฟ้า สำหรับผู้ฝึกลมปราณที่เป็นคนบนภูเขาแล้ว คำกล่าวนี้ก็ใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน

ใช้ยี่สิบสี่ช่วงเวลาของหนึ่งปีเป็นช่วงรอยต่อคร่าวๆ มียาบำรุงตามเทศกาลที่สมบูรณ์แบบอยู่ชุดหนึ่งก็สามารถช่วยบำรุงร่างกายและจิตวิญญาณให้ผู้ฝึกตนได้ ยาบำรุงของผู้ฝึกตนก็คล้ายคลึงกับการกินอาหารเสริมของคนตระกูลร่ำรวย

แน่นอนว่าหากคิดจะเพิ่มพูนตบะได้อย่างต่อเนื่องก็ต้องกินทุกวัน ทุกปี ดังนั้นจึงต้องมีเงิน มีเงินมากๆ

และเพียงไม่นานสายตาของสตรีแต่งงานแล้วก็ฉายความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

สำหรับความยืดหยุ่นของสตรีอาภัพที่มีชีวิตอย่างยากลำบาก ความดึงดันของแม่คนหนึ่งที่จับมือบุตรชายเดินไปบนเส้นทางแห่งอนาคต หญิงหม้ายคนหนึ่งที่จำต้องคิดคำนวณถึงเงินเหรียญทองแดงทุกเหรียญอย่างละเอียดรอบคอบ ก็เหมือนกับอิฐหนึ่งก้อนกระเบื้องหนึ่งแผ่นที่ประกอบกันขึ้นเป็นบ้านบรรพบุรุษในตรอกหนีผิงหลังนั้น บ้านที่ช่วยบังลมบังฝนให้กับแม่ลูกที่มีชีวิตพึ่งพากันและกัน

นางเดินข้ามผ่านธรณีประตูไปเบาๆ ด้านนอกมีแม่นางเปิดสาบเสื้อคนหนึ่งที่คิดจะช่วยปิดประตูให้ แต่พอสตรีแต่งงานแล้วตวัดตามองไป อีกฝ่ายก็รีบหดมือกลับ นางจึงงับประตูปิดลงด้วยตัวเองเบาๆ

ในห้องโถงของจวนชุนถิงที่สวยงามโอ่อ่า สตรีแต่งงานแล้วมาพบสกัดคงคาเจินจวิน เจ้าแห่งยุทธภพของทะเลสาบซูเจี่ยนคนปัจจุบันที่เพิ่งจะทรุดตัวนั่งลง

เทพเซียนนอกโลกที่ปีนั้นพาพวกนางสองแม่ลูกออกมาจากตรอกหนีผิง หลิวจื้อเม่า

มองสตรีแต่งงานแล้วที่อยู่ตรงหน้า จากสตรีที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบ้านป่า ค่อยๆ ลอกคราบกลายมาเป็นนายหญิงแห่งจวนชุนถิงเกาะชิงเสียในทุกวันนี้ เวลาสามปีที่ผ่านไป รูปโฉมของนางไม่เพียงแต่ไม่โรยรา กลับยังเพิ่มสง่าราศีขึ้นมาอีกหลายส่วน ผิวพรรณขาวนวลเนียนประดุจเด็กสาว หลิวจื้อเม่ายังรู้อีกว่านางชอบฟังสาวใช้ในจวนพูดว่านางในเวลานี้ดูสูงศักดิ์ยิ่งกว่าฮูหยินตราตั้งของแคว้นสือหาวเสียอีก หลิวจื้อเม่ารับชาร้อนถ้วยหนึ่งที่พ่อบ้านส่งมาให้อย่างระมัดระวัง จับฝาถ้วยชาแกว่งเบาๆ แล้วให้รู้สึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย สตรีที่เป็นเช่นนี้ หากปีนั้นชิงบังคับขืนใจนางตั้งแต่เนิ่นๆ เกรงว่าวันนี้ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ตนเป็นถึงอาจารย์ แต่กลับต้องมากริ่งเกรงลูกศิษย์ของตัวเอง

เพราะหากสตรีแต่งงานแล้วถูกเขาหลิวจื้อเม่ากำราบเอาไว้ได้ นางย่อมมีเหตุผลและข้ออ้างนับหมื่นที่จะกล่อมให้ตัวเองคล้อยตามได้อย่างสิ้นเชิง

ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถอาศัยสิ่งนี้มาใช้ควบคุมกู้ช่านได้ดีกว่าเดิม

ขอแค่มอบความร่ำรวยสูงศักดิ์ให้นางอย่างต่อเนื่อง นางก็จะพยายามไขว่คว้าไว้อย่างสุดชีวิต กำมันไว้ในมือแน่น เฝ้าปกป้องทรัพย์สินส่วนนี้ไว้เป็นอย่างดี ด้วยหวังว่าจะนำทั้งหมดมอบให้แก่บุตรชายในอนาคต

นั่นต่างหากจึงจะเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดของเกาะชิงเสีย

ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ที่นับวันความต้องการยิ่งมากขึ้น อาศัยอยู่ในจวนชุนถิงที่ไม่เป็นรองจวนของอ๋องและโหวแล้ว แต่ก็ยังเริ่มปรารถนาอยากครอบครองจวนเหิงโปของเขาหลิวจื้อเม่า ตั้งแต่แรกเริ่มที่พยายามประจบเอาใจ พยายามคาดเดาความคิดของเถียนหูจวิน จนมาถึงวันนี้ที่ภายนอกยังคงเป็นมิตรปรองดอง แม้ปากไม่พูด แต่กลับออกคำสั่งทางสีหน้า ไม่เพียงเท่านี้ หญิงชาวบ้านที่พอร่ำรวยขึ้นมายังเริ่มเล่าเรียนเขียนอ่าน ยังไม่พอ แม้แต่พิณ หมากล้อม พู่กัน ภาพวาดก็ยังเริ่มสัมผัสศึกษา บอกให้แม่นางเปิดสาบเสื้อหลายคนที่มีชาติกำเนิดมาจากตระกูลสูงศักดิ์ช่วยสอนมารยาทพิธีการและเรื่องยิบย่อยอีกมากมายที่ชนชั้นสูงควรต้องรู้ให้แก่นาง

นี่ทำให้หลิวจื้อเม่ามองดูด้วยความเบิกบานใจ ช่างเป็นคนมหัศจรรย์ซะจริง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!